[review] ดินสอกดเมพ!
posted on 18 Oct 2009 19:54 by bongtao in etc
1.
กรี๊ด ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าจะอัพบล๊อคติดกันได้
แต่ไม่ไหวแล้วครับ ...ณ จุดนี้ต้องขอแจ้งให้ทราบจริงๆ
คือ ผมมีนิสัยโรคจิตอ่อนๆอย่างหนึ่ง คือผมบ้าเครื่องเขียนมาก!
บ้าเข้าขั้น stationery geek ได้เลยละครับ จะเรียกว่าสะสมก็ไม่ผิดนะ
คือเวลาผมซื้อพวกดินสอปากกาอะไรเนี่ย ผมไม่ได้ซื้อเมื่อไม่มีจะใช้
แต่ผมจะซื้อทุกครั้งที่ผมไปเจอแท่งที่เขียนดี ถูกใจ ใช่เลย ก็ซื้อเลย!!!
โดยที่ไม่สนใจว่าบนโต๊ะทำงานนั้นจะมีปากกา (ซึ่งเขียนดีอยู่แล้ว และยังไม่หมด)
ก่ายกองเกลื่อนกลาดพะเนินเทินทึกก็ตามที ...
ความสุขของผมอย่างหนึ่งก็คือ การได้ใช้ปากกาจนหมึกหมดคาด้าม
ราวกับว่าปากกาด้ามนั้นได้ตายคามือ ถือเป็นการตายในหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี
ซึ่งสถิติตอนนี้ ปากกาที่หมึกหมดคาด้ามของผมเกือบทุกด้ามคือยี่ห้อ MUJI ครับ!!!
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าปากกา MUJI หลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย
เป็นปากกาที่คุณภาพดีโคตรๆ คือเขียนลื่น หมึกเข้ม หัวแข็ง (ตกไม่แตก)
เมืองไทยอาจจะแพงไปนิด คือปากกาลูกลื่นทั่วไปจะราวๆ 30-40 บาท
เวลาผมไปฮ่องกง ผมเลยมักจะหอบเครื่องเขียน MUJI ซึ่งถูกกว่าไทยเยอะกลับมาเพียบ
แต่วันนี้ผมไม่ได้มานำเสนอสินค้าของ MUJI นะครับ
เพราะวันนี้ผมได้ครอบครองเครื่องเขียนชิ้นใหม่ที่เทพโคตรๆ
จนอดใจเอามาอวดชาวบ้านประชาชีไม่ได้ ...
มันคือดินสอกดครับ!
2.
วันนี้ผมเพิ่งไปงานหนังสือ แล้วเห็น ad ในสถานีรถไฟใต้ดิน
เป็นโฆษณาดินสอกดยี่ห้อ UNI ซึ่งเป็นแบรนด์ของเครือ Mitsubishi
ชื่อรุ่นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นว่า Kuru Toga (คุรุ โตกะ) ครับ...


ตอนที่ผมเห็น ad ตอนนี้ที่ผนังสถานี ผมยืนอึ้งตะลึงงันมาก
เพราะดินสอกดแท่งนี้เคยเป็นของที่ผมอยากได้มากกกกกกกกกกกกก
เพราะตอนที่สินค้าตัวนี้ออกมาที่ญี่ปุ่น ยอดขายถล่มทลายโคตรๆครับ
ได้ข่าวมาว่าสินค้าถึงขั้นขาดตลาดไปพักหนึ่งเลยทีเดียว ...
ผมก็ไม่นึกว่าวันนึง เมืองไทยจะเอาดินสอกดแท่งนี้เข้ามาขายด้วย
สาเหตุที่ดินสอกดแท่งนี้ขายดีถล่มทลาย ก็เพราะมันเป็นดินสอกดเทพครับ!
3.
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ น่าจะใช้ดินสอกดมากกว่าดินสอเหลาใช่มั้ยครับ
ซึ่งปัญหานึงที่เราเลี่ยงไม่ได้ในการใช้ดินสอกดคือ เขียนต่อๆไปเรื่อยแล้วมันจะทู่
คือไส้มันจะทู่ไปตามที่ไส้ดินสอทำมุมกับระนาบของแผ่นกระดาษน่ะครับ
ซึ่งจะทำให้เส้นดินสอมันจะทื่อๆ หนาๆ ไม่คมเหมือนตอนเริ่มเขียนใหม่ๆใช่มะ

แล้ววิธีแก้ปัญหาของเรา ก็คือหมุนแท่งดินสอ เพื่อเอามุมที่แหลมมาเขียนต่อ
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันหักโป๊ะ! คามือ ... กรี๊ด ...

ซึ่งไอ้เจ้า Kuru Toga นี่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะครับ
นั่นคือ เวลาเรียนเขียนๆไป ไส้ดินสอมันจะหมุนให้เราโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ไส้ดินสอมันก็จะไม่ทื่อเป็นระนาบแบนๆ ด้านใดด้านหนึ่งเหมือนดินสอกดทั่วไป
ไส้มันก็คมแหลมตลอดเวลา ทำให้เราไม่ต้องหมุนแท่งดินสอเองด้วยครับ บร๊ะเจ้า!!!
อ่ะ... เผื่อใครไม่เข้าใจ ดูใน youtube เลยครับ เค้ามีอธิบายกลไลของมัน
คือเวลาเรายกปลายดินสอขึ้น แล้วจรดลงเขียนอีกรอบ มันจะมีเฟืองตัวเล็กๆ
(ซึ่งคาดว่าเล็กมากกกกก) จะค่อยๆหมุนไส้ดินสอดึ๊บๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ
(สังเกตได้ตรงวงกลมสีขาวที่อยู่บนเนื้อพลาสติกสีส้มจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ)
แต่ผมเองก็พบข้อเสียของดินสอแท่งนี้อยู่สองข้อครับ
หนึ่ง – ผมเป็นคนขี้เกียจเติมไส้ดินสอบ่อยๆ ก็จะเติมอัดๆเข้าไปทีละหลายๆแท่ง
แต่ของรุ่นนี้ จะเติมได้แค่ทีละสามแท่งครับ เกินกว่านี้ก็ล้นแล้ว -..-‘’
สอง – อันนี้ก็เหมือนดาบสองคมล่ะครับ เพราะดินสอรุ่นนี้มันจะหันด้านแหลม
ของไส้ดินสอไปจรดที่กระดาษเสมอ ซึ่งมันจะทำให้เรารู้สึกสากๆ ไม่ค่อยลื่น
ในขณะที่เวลาไส้ดินสอในดินสอกดแบบปกติ เวลามันทู่ๆแล้ว แรงเสียดทานมันน้อยลง
มันก็ทำให้เราเขียนได้ลื่นขึ้นไปด้วย ซึ่งอันนี้ก็ต้องเลือกเอาว่าชอบแบบไหนนะครับ
ส่วนสนนราคา ผมเองไม่แน่ใจว่าที่อื่นขายเท่าไรกัน เพราะผมเห็นโฆษณาใน MRT
พอออกจากรถไฟ ผมเองก็ตรงดิ่งไปที่จามจุรีสแควร เข้าร้าน Loft เห็นของของเก๋ๆเยอะ
เสือกไม่มีซะงั้น เลยเดินเข้าร้านสมใจซึ่งอยู่ข้างๆ มีครับ! แท่งละ 145 บาท
อืม... ดินสอกดแท่งละ 145 บาทจริงๆก็โหดเอาการอยู่นะครับ
แต่ผมพลิกดูราคาเงินเยนด้านหลัง แท่งละ 450 เยนไม่รวมภาษี 5%
เอามือถือมาคำนวณคร่าวๆ คือ 450 x 1.05 x 0.37 = 175 บาท!!!
เฮ้ย!!! นี่มันถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่นอีกนะเนี่ย ...คว้าเลยครับ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว!!!
กลับบ้านมาเอามาลองใช้ ยอมรับครับว่าเมพจริงๆ
ได้เสียตังค์ มีความสุขอีกแล้ว T^T/ shopping therapy~*
ขอบคุณ บล๊อกของตาเดฟ ที่เอื้อเฟื้อรูปประกอบจ้ะ
กรี๊ด ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าจะอัพบล๊อคติดกันได้
แต่ไม่ไหวแล้วครับ ...ณ จุดนี้ต้องขอแจ้งให้ทราบจริงๆ
คือ ผมมีนิสัยโรคจิตอ่อนๆอย่างหนึ่ง คือผมบ้าเครื่องเขียนมาก!
บ้าเข้าขั้น stationery geek ได้เลยละครับ จะเรียกว่าสะสมก็ไม่ผิดนะ
คือเวลาผมซื้อพวกดินสอปากกาอะไรเนี่ย ผมไม่ได้ซื้อเมื่อไม่มีจะใช้
แต่ผมจะซื้อทุกครั้งที่ผมไปเจอแท่งที่เขียนดี ถูกใจ ใช่เลย ก็ซื้อเลย!!!
โดยที่ไม่สนใจว่าบนโต๊ะทำงานนั้นจะมีปากกา (ซึ่งเขียนดีอยู่แล้ว และยังไม่หมด)
ก่ายกองเกลื่อนกลาดพะเนินเทินทึกก็ตามที ...
ความสุขของผมอย่างหนึ่งก็คือ การได้ใช้ปากกาจนหมึกหมดคาด้าม
ราวกับว่าปากกาด้ามนั้นได้ตายคามือ ถือเป็นการตายในหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี
ซึ่งสถิติตอนนี้ ปากกาที่หมึกหมดคาด้ามของผมเกือบทุกด้ามคือยี่ห้อ MUJI ครับ!!!
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าปากกา MUJI หลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย
เป็นปากกาที่คุณภาพดีโคตรๆ คือเขียนลื่น หมึกเข้ม หัวแข็ง (ตกไม่แตก)
เมืองไทยอาจจะแพงไปนิด คือปากกาลูกลื่นทั่วไปจะราวๆ 30-40 บาท
เวลาผมไปฮ่องกง ผมเลยมักจะหอบเครื่องเขียน MUJI ซึ่งถูกกว่าไทยเยอะกลับมาเพียบ
แต่วันนี้ผมไม่ได้มานำเสนอสินค้าของ MUJI นะครับ
เพราะวันนี้ผมได้ครอบครองเครื่องเขียนชิ้นใหม่ที่เทพโคตรๆ
จนอดใจเอามาอวดชาวบ้านประชาชีไม่ได้ ...
มันคือดินสอกดครับ!
2.
วันนี้ผมเพิ่งไปงานหนังสือ แล้วเห็น ad ในสถานีรถไฟใต้ดิน
เป็นโฆษณาดินสอกดยี่ห้อ UNI ซึ่งเป็นแบรนด์ของเครือ Mitsubishi
ชื่อรุ่นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นว่า Kuru Toga (คุรุ โตกะ) ครับ...


ตอนที่ผมเห็น ad ตอนนี้ที่ผนังสถานี ผมยืนอึ้งตะลึงงันมาก
เพราะดินสอกดแท่งนี้เคยเป็นของที่ผมอยากได้มากกกกกกกกกกกกก
เพราะตอนที่สินค้าตัวนี้ออกมาที่ญี่ปุ่น ยอดขายถล่มทลายโคตรๆครับ
ได้ข่าวมาว่าสินค้าถึงขั้นขาดตลาดไปพักหนึ่งเลยทีเดียว ...
ผมก็ไม่นึกว่าวันนึง เมืองไทยจะเอาดินสอกดแท่งนี้เข้ามาขายด้วย
สาเหตุที่ดินสอกดแท่งนี้ขายดีถล่มทลาย ก็เพราะมันเป็นดินสอกดเทพครับ!
3.
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ น่าจะใช้ดินสอกดมากกว่าดินสอเหลาใช่มั้ยครับ
ซึ่งปัญหานึงที่เราเลี่ยงไม่ได้ในการใช้ดินสอกดคือ เขียนต่อๆไปเรื่อยแล้วมันจะทู่
คือไส้มันจะทู่ไปตามที่ไส้ดินสอทำมุมกับระนาบของแผ่นกระดาษน่ะครับ
ซึ่งจะทำให้เส้นดินสอมันจะทื่อๆ หนาๆ ไม่คมเหมือนตอนเริ่มเขียนใหม่ๆใช่มะ

แล้ววิธีแก้ปัญหาของเรา ก็คือหมุนแท่งดินสอ เพื่อเอามุมที่แหลมมาเขียนต่อ
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันหักโป๊ะ! คามือ ... กรี๊ด ...

ซึ่งไอ้เจ้า Kuru Toga นี่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะครับ
นั่นคือ เวลาเรียนเขียนๆไป ไส้ดินสอมันจะหมุนให้เราโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ไส้ดินสอมันก็จะไม่ทื่อเป็นระนาบแบนๆ ด้านใดด้านหนึ่งเหมือนดินสอกดทั่วไป
ไส้มันก็คมแหลมตลอดเวลา ทำให้เราไม่ต้องหมุนแท่งดินสอเองด้วยครับ บร๊ะเจ้า!!!
อ่ะ... เผื่อใครไม่เข้าใจ ดูใน youtube เลยครับ เค้ามีอธิบายกลไลของมัน
คือเวลาเรายกปลายดินสอขึ้น แล้วจรดลงเขียนอีกรอบ มันจะมีเฟืองตัวเล็กๆ
(ซึ่งคาดว่าเล็กมากกกกก) จะค่อยๆหมุนไส้ดินสอดึ๊บๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ
(สังเกตได้ตรงวงกลมสีขาวที่อยู่บนเนื้อพลาสติกสีส้มจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ)
แต่ผมเองก็พบข้อเสียของดินสอแท่งนี้อยู่สองข้อครับ
หนึ่ง – ผมเป็นคนขี้เกียจเติมไส้ดินสอบ่อยๆ ก็จะเติมอัดๆเข้าไปทีละหลายๆแท่ง
แต่ของรุ่นนี้ จะเติมได้แค่ทีละสามแท่งครับ เกินกว่านี้ก็ล้นแล้ว -..-‘’
สอง – อันนี้ก็เหมือนดาบสองคมล่ะครับ เพราะดินสอรุ่นนี้มันจะหันด้านแหลม
ของไส้ดินสอไปจรดที่กระดาษเสมอ ซึ่งมันจะทำให้เรารู้สึกสากๆ ไม่ค่อยลื่น
ในขณะที่เวลาไส้ดินสอในดินสอกดแบบปกติ เวลามันทู่ๆแล้ว แรงเสียดทานมันน้อยลง
มันก็ทำให้เราเขียนได้ลื่นขึ้นไปด้วย ซึ่งอันนี้ก็ต้องเลือกเอาว่าชอบแบบไหนนะครับ
ส่วนสนนราคา ผมเองไม่แน่ใจว่าที่อื่นขายเท่าไรกัน เพราะผมเห็นโฆษณาใน MRT
พอออกจากรถไฟ ผมเองก็ตรงดิ่งไปที่จามจุรีสแควร เข้าร้าน Loft เห็นของของเก๋ๆเยอะ
เสือกไม่มีซะงั้น เลยเดินเข้าร้านสมใจซึ่งอยู่ข้างๆ มีครับ! แท่งละ 145 บาท
อืม... ดินสอกดแท่งละ 145 บาทจริงๆก็โหดเอาการอยู่นะครับ
แต่ผมพลิกดูราคาเงินเยนด้านหลัง แท่งละ 450 เยนไม่รวมภาษี 5%
เอามือถือมาคำนวณคร่าวๆ คือ 450 x 1.05 x 0.37 = 175 บาท!!!
เฮ้ย!!! นี่มันถูกกว่าซื้อที่ญี่ปุ่นอีกนะเนี่ย ...คว้าเลยครับ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว!!!
กลับบ้านมาเอามาลองใช้ ยอมรับครับว่าเมพจริงๆ
ได้เสียตังค์ มีความสุขอีกแล้ว T^T/ shopping therapy~*
ขอบคุณ บล๊อกของตาเดฟ ที่เอื้อเฟื้อรูปประกอบจ้ะ
Tags: kuru toga, ดินสอกดเทพ, บองเต่า89 Comments