50 สิ่งที่ผมเรียนรู้จากน้ำท่วม
posted on 08 Nov 2011 14:57 by bongtao in lifeเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้เขียนบล๊อกมานานมากแล้ว...
จริงๆตั้งใจจะเขียนอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการอำลาประเทศฝรั่งเศส
แต่สุดท้าย “อะไรนักหนาก็ไม่รู้” ในชีวิตก็ทำให้ไม่ได้เขียน
กว่าจะตั้งสติกับการย้ายบ้านเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งที่ 6 ในรอบปี
ก็ใช้เวลาไปพอสมควรกับการเริ่มต้นชีวิต INSEAD ช่วงสุดท้ายที่สิงคโปร์
จริงๆ ชีวิต P5 ที่ INSEAD นับได้ว่าเป็นเทอมที่ทุกอย่างเบามาก
เพราะผมมีเรียนแค่ 2.5 เครดิต ทำให้ตารางเรียนเบาอย่างไม่น่าเชื่อ
อันที่จริง ผมมีแผนจะกลับไปเมืองไทย 10 วันเพื่อพาเพื่อนๆไปเที่ยว
และไปฉลองวันเกิดตัวเองอย่างเงียบๆ แต่ทุกอย่างก็มีอันเป็นต้องพังทลาย
จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ตอนนี้กลายเป็นธีมหลักของการดำรงชีวิตของคนไทยไปแล้ว
ใครจะไปนึก, ว่าวันที่ 7 เดือนตุลาคมที่ผมกำลังคลิกจองตั๋วเครื่องบิน
ยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขว่าวันที่ 9 พฤศจิกายนที่เป็นวันเกิดน้องชายผม
จะเป็นวันที่ถนนเพชรเกษมน้ำท่วมจนผมไม่สามารถเข้าบ้านได้
อย่าว่าแต่ผมต้องยกเลิกการพาเพื่อนๆมาเที่ยวกรุงเทพฯเลย
จนตอนนี้ผมยังต้องคิดแผนให้ตัวเองด้วยซ้ำว่าผมไม่มีเรียน 10 วัน
แต่ไม่มีบ้านให้กลับ แล้วผมควรจะทำยังไงกับชีวิต?
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่มวลน้ำค่อยประชิดกรุงเทพฯเข้ามาเรื่อยๆ
ในสายตาของคนไกลบ้านที่ได้แค่ติดตามข่าวสารอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
และโทรศัพท์กลับไปถามสถานการณ์ที่บ้านอย่างใกล้ชิด ...
ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเหลือเกินจากน้ำท่วมครั้งนี้ ...
จากน้ำท่วมครั้งนี้...ผมได้เรียนรู้ว่า
- การอยู่ไกลบ้านไกลครอบครัวในวันที่สถานการณ์ไม่ปกติ
นับเป็นความเจ็บปวดอย่างนึงของชีวิตที่เราทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยวาง - น้ำใจคนไทยคือสิ่งที่สุดยอดที่สุดที่พวกเราควรภาคภูมิใจ
- เพื่อนที่ INSEAD เป็นกำลังใจให้ผมได้ดีมาก
- เป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าใจแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯทั้งหมด
ตอนนี้รู้หมดแล้วว่าเขตไหนคลองไหนอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ - คนไทยสร้างดราม่าได้ทุกเรื่องทุกเวลา
- Social network คือดาบสองคมในการสื่อสารยามวิกฤติ
- คนไทยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยเกี่ยวกับใช้ social network ให้ถูกต้อง
ทั้งๆที่เราเคยผ่านเหตุการณ์กรุงเทพฯโดนเผามาเมื่อปีที่แล้ว - บริษัท SCG ของผมคือหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดในประเทศไทย
และผมสัญญาว่าจะกลับไปทำงานใช้ทุนอย่างเต็มที่ หลังจากที่บริษัท
ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผมเป็นอย่างดีในเหตุการณ์ครั้งนี้ - นักการเมืองไทยคือสิ่งมีชีวิตระดับกากเดนที่น่ารังเกียจที่สุด
10. แต่เงินสามารถทำให้ใครบางคนแกล้งลืมความจริงข้อข้างบนไปได้
เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งครั้งต่อไป...
11. คนไทยมีน้ำใจก็จริง แต่มันมีไม่มากพอที่จะก้าวข้ามความคิดว่า
“บ้านกูท่วม บ้านมึงก็ต้องท่วมด้วย” ไปได้...
12. คนไทยแยกการเมือง กับวิกฤติของชาติออกจากกันไม่ได้
13. เรามีนายกฯที่มี communication skill ต่ำต้อยจนยากเกินจะทำใจรับได้
14. ในขณะเดียวกัน เราได้เห็นอารมณ์ขัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ
ผ่านทางคลิป รูปภาพ และสื่อต่างๆ สมกับที่เราเป็นสยามเมืองยิ้ม
15. คนเรามีเหตุผลที่ในการเลือกที่จะอพยพ หรืออยู่สู่น้ำต่างกันไป
อย่าตัดสินใจแทนคนอื่น เราเชื่อว่าทุกคนเลือกทางเลือกที่เหมาะที่สุดแล้ว
16. ดาราบางคนช่วยกระจายข่าวทางทวิตเตอร์โดยแถมเครื่องหมายตกใจจำนวนมาก
เพิ่มความน่าตระหนกตื่นเต้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์จนเกินจำเป็น
17. สำนักข่าวบางสำนักก็ขายข่าวแบบดราม่ากันเหลือเกิน
18. เราได้เห็นบริษัท treat พนักงานในรูปแบบต่างๆกันในช่วงเวลานี้
19. คงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นบางบริษัทเสียบุคลากรมือดีไปหลังน้ำลด
หลังจากที่เขาได้เห็นว่า บริษัทเห็นความสำคัญของคนหรืองานมากกว่ากัน
20. เราได้เห็นความเป็นห่วงจากคนรอบข้างหลายๆคนที่เรานึกไม่ถึง
เช่น เจ้านายเก่า แฟนเก่า หรือเพื่อนสมัยประถม
21. น้ำท่วมทำให้เพื่อนเก่าๆของผมที่อยู่บ้านใกล้ๆกันได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง
22. คนไทยทำงานกันอย่างไม่มีระบบ
23. เราได้เห็นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพาดหัวข่าวด้วยคำว่า “โรคคันจิ๋ม”
24. น้ำท่วมไม่เป็นอุปสรรคต่อการลุ้นหวย X-japan ทงอี และเกมร้ายเกมรัก
25. บ้านใครน้ำท่วมก่อน ก็ลดก่อน ได้เปรียบทางจิตใจมากกว่า
26. คนไทยเป็นคนอ่อนโยน ถึงมวลน้ำจะโหดร้ายสร้างความเสียหายมหาศาล
แต่เราก็ยังเลือกที่จะใช้สรรพนำแทนว่า “เค้า” ...
27. มาม่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของอาหาร “กินกันตาย” โดยสมบูรณ์
28. น้ำท่วมไม่สนุกอย่างที่เราคิดไว้ตอนเด็กๆ
29. เราได้รู้ว่าบนโลกนี้มีงูเขียวแมมบ้า
30. เราได้เห็นความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ตำรวจ” และ “ทหาร” ชัดเจนขึ้น
31. คนญี่ปุ่นเขาไม่เคยลืมน้ำใจที่เราหยิบยื่นให้เขาตอนที่เค้าลำบากจากสึนามิ
32. ความหายนะครั้งนี้ ส่วนนึงเกิดจากการเอานักการเมืองที่ทำงานไม่เป็น
มานั่งเป็น รมต. กระทรวงต่างๆนานา ซึ่งก็หายหัวไปในเวลานี้
33. คนรักหมา และสัตว์เลี้ยงหลายๆคนทำให้เราน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
เราอยากบอกเค้าว่าหัวใจของเค้าสุดยอดจริงๆ
34. สถานที่บางแห่ง พอเจอน้ำท่วมแล้วมันก็สวยดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
35. ธนบุรี = ทนบุรี เราเป็นเขตลูกเมียน้อย เราต้องทำใจนะทุกคน
36. ขอบคุณที่เรายังไม่เห็นแบรนด์ไหนทำแคมเปญบริจาคตามยอดการกดไลค์
37. การเห็นผู้สื่อข่าวอย่างฐาปนีย์ กิตติ หรือสรยุทธ์มาทำข่าวแถวบ้านเรา
นับเป็นลางร้ายว่าหายนะกำลังจะมาเยือนบ้านเราในเร็วๆนี้แล้ว...
38. น้ำท่วมสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ ออกมามากมาย เช่นพลาสติกห่อรถ
ชุดเอี๊ยมพลาสติกลุยน้ำ ส้วมกระดาษ และอื่นๆอีกมากมาย
39. ช่วงนี้คือนาทีทองของคนขายเครื่องกรองน้ำ Amway
40. คนขายประกัน ฟิตเนสยังคงไม่รู้จักกาลเทศะแม้ในภาวะที่เรากำลังเดือดร้อน
41. การที่ของใน 7-11 และ modern trade ต่างๆหมดสต๊อกลงอย่างรวดเร็ว
ทำให้เรารู้ว่าโชห่วยไม่ได้เป็นส่วนนึงของชีวิตคนไทยอีกต่อไปแล้ว
42. ซึ่งโชห่วยบางเจ้าที่ขึ้นราคาของตอนน้ำท่วมก็สมควรแล้ว
ที่จะสูญพันธุ์ให้สิ้นซากไปหลังจากน้ำลด ...
43. บ้านใครน้ำไม่ท่วม อาจถือว่าตกเทรนด์ คือคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง
เหมือนที่ทุกคนในออฟฟิศดูละครแล้วมีเราคนเดียวที่ไม่ได้ดู
44. น้ำท่วมคือ filter ที่ทำให้เราเห็นว่า ใครคือคนที่เราความสำคัญในชีวิตมากที่สุด
45. ถึงจะไม่ได้ไปช่วยกรอกกระสอบทราย แต่เราก็ได้ประจักษ์แก่สายตาว่า
พวกเด๊กแว๊นตัวแห้งๆแกร็นๆนี่แหละ พลังมหาศาลล้นเหลือจริงๆ
46. เราได้เห็นคนด่าดาราสองแบบคือ คนนั้นบริจาคแล้วป่าวประกาศเอาหน้า
และคนโน้นแม่งไม่ช่วยเชี่ยไรเลย ... สรุปว่ามึงจะให้เค้าทำตัวยังไงวะ?
47. ถึงคำว่า ศปภ. มีเพียงสามตัวอักษร แต่เราสามารถนำมาสร้างความหมายต่างๆ
ซึ่งฮา และจริง...ได้อีกจำนวนมากมายหลายความหมาย (โปรดหาอ่านเอาเอง
ได้ใน social network ทั่วไป เพราะมีอัพเดทใหม่ๆแทบทุกวัน)
48. ตอนแรกๆที่เห็น ผู้ว่า กทม. ออกข่าว เรางงว่า อีลุงนี่ใคร? ทำไมที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน้าวะ?
49. เป็นความจริงที่น่าเศร้าใจว่า ผู้นำในบ้านเราล้วนพูดไม่รู้เรื่องกันทั้งนั้น
50. อีกไม่นานคนไทยจะลืมความเจ็บปวดครั้งนี้ เราแทบจะไม่ได้บทเรียนอะไร
นักการเมืองเหี้ยๆจะได้กลับมาอยู่ในสภา และนี่จะไม่ใช่ครั้งที่สุดท้าย
ที่คนไทยจะต้องเจ็บปวดแสนสาหัสกับภัยธรรมชาติระดับมโหฬารแบบนี้
เอาล่ะครับ ทุกๆคน... ดูจากสถานการณ์น้ำที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา
จนตอนนี้ก็ค่อยๆไหลมาตามสถานี BTS อีกไม่นานคงจะถึงสยาม สีลม
ขนาดบ้านผมที่ไม่เคยท่วมมาก่อน ก็ได้ท่วมในปีนี้แล้ว ทางผมมั่นใจว่า
เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันครับ แต่ก่อนเราจะผ่านไปด้วยกัน...
เราก็คงจมไปด้วยกันแหละครับ ... ขอให้มีความสุขอยู่กับน้ำนะครับ