ครั้งแรกที่เราเขียนไดอารี่ออนไลน์อย่างจริงๆจัง
คือวันที่ 17 กรกฎาคม 2545 ...ปีที่เราเริ่มชีวิต"นิสิต"
และเราก็เขียนไดอารี่เรื่อยมา เพื่อบันทึกความทรงจำของชีวิต
ในช่วงที่เราเชื่อว่า มันจะเป็น 4 ปีที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต

จนถึงในวันนี้ ชีวิตนิสิตของเราปิดฉากลงโดยสมบูรณ์แล้ว
จากนิสิต สู่บัณฑิต ... ชีวิตเราเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างแท้จริงแล้ว

นี่คือไดอารี่ที่จะปิดฉากชีวิตนิสิตของเรา ...

วันรับปริญญา เราตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่ง เพื่ออกจากบ้านแต่เช้า
ไปจองที่จอดรถที่คณะก่อน แล้วก็เริ่มถ่ายรูปตั้งแต่ 6 โมงเช้า
ทีแรกก็นัดไอ้วินและเอี่ยวไว้ที่เทวาลัยตอน 7 โมง เพื่อถ่ายรูปครอบครัว
แต่ก็มีแค่ไอ้วินที่มา ส่วนไอ้เอี่ยวก็ยังวุ่นวายกับวงศาคณาญาติกันอยู่

กว่าจะได้ถ่ายรูปครอบครัวรวมกันทั้ง 3 บ้านก็ปาเข้าไปถึง 10 โมงกว่า
แต่ตลกดีนะ ... เราชอบ ... ถ่ายกันได้ฮาดี ใครผ่านไปผ่านมาก็ขำ ...
เราถ่ายเองยังขำเลย เพราะไม่ค่อยมาใครเขาถ่ายกันพร้อมกัน 3 บ้านหรอก
ตอน 10.30 น. มีพิธีส่งบัณฑิต ในฐานะที่เราเป็นประธานบัณฑิต (ตั้งแต่เมื่อไรวะ)
เราก็เลยขึ้นไปกล่าวขอบคุณ ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย ... แต่ก็พยายามสะกดกลั้น
ไม่ให้แสดงออกมาทางน้ำเสียง ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีมากๆ

งานนี้ขอบคุณไอ้เอี่ยวเต็มๆ ที่ช่วยแต่งกลอนให้ ความหมายดีมากๆๆ
ตอนเราเดินลงมาจากเวที เลยเข้าไปกอดมันแน่นๆทีนึง ...
...เรื่องพวกนี้ ยังไงกูก็ยังต้องพึ่งมึงตลอดเวลาละนะ ...

แล้วเราก็เดินไปหอประชุม ยืนเมื่อยตีนรอจัดแถวอยู่สักพัก
ก็ได้เข้าไปในหอประชุม นี่คงเป็นสิทธิพิเศษของการได้เกียรตินิยมอันดับ 1
คือการได้เข้าหอประชุมแอร์เย็นๆ แล้วไปนอนก่อนคนอื่นๆ ...
เราเข้าไปปั๊บก็นอนก่อนคนอื่นเลย นอนไปแป๊บนึงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
(เราเป็นคนที่นอนในสถานที่พวกนี้ได้ไม่สนิท จะสะดุ้งตื่นเป็นปกติ)
หันไปมองรอบข้าง บัณฑิตบัญชี นอนหลับไม่รู้เรื่องกันทั้งหอประชุม
มิน่าล่ะ ... หอประชุมมันเลยดูเงียบกว่าที่มันควรจะเป็น

...เรานั่งอยู่แถวที่ประมาณ 20 กว่าๆ ...แต่แป๊บเดียวก็ถึงตาเรา เร็วมากๆ
เราเป็นคนที่ 6 ของคณะ ก็เลยต้องไปยืนอยู่บนเวทีเพื่อรอคณบดีเริ่มประกาศชื่อ
ได้มองพระพักตร์ของสมเด็จพระเทพฯในระยะใกล้ชิดอยู่สักพักนึง
...ตัวยืนตรงนิ่ง ... แต่ใจนั้นมันเต้นตึกตัก ระส่ำระส่ายไปหมด ...

คณบดีเดินมาถึงไมโครโฟน ...(ใจเต้นตึกตึก ... ใกล้แล้วๆๆๆๆ)

"บริหารธุรกิจบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นางสาวกรแก้ว เลิศเกียรติพานิช..."
ทันใดนั้น เสียงปรบมือก็ดังครืนนนนนนนนน ... มันเป็นเสียงปรบมือที่ดังและนานมาก
มันนานไปจนถึงบัณฑิตคนที่ 8 ของคณะเราเป็นอย่างต่ำ ... น่าขนลุกมากๆๆๆๆ

ระหว่างนั้น ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ... ก้าว 2 ก้าว ...ก้าวอีก 2 ก้าว
คำนับ ... เดิน 2 ก้าว ... ยื่นมือขวา ...เอางาน ... รับปริญญา ... แนบไว้ทีอก ...
เดินถอยหลัง 4 ก้าว ... คำนับ ... เลี้ยวขวา เดินลงเวที ...

ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 8 วินาที ...จบแล้ว ...กูเรียนจบแล้ว

พิธีเสร็จสิ้นราว 16.00 น. ต่อด้วยการถวายบังคมลา ...
แล้วก็กลับสู่มหกรรมการถ่ายรูปบัณฑิตกันต่อจนแดดหมด ...

เรานัดพวกเพื่อนๆยอแซฟไปกินอาหารญี่ปุ่นที่เดอะมอลล์ บางแคกันต่อ
ไอ้หมงเป็นคนขับรถพาไป สบายแฮ ...เป็นการกินที่สนุกมากๆ
ฮากันตลาดเวลา รู้สึกคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีแล้ว ที่จองห้องส่วนตัวเอาไว้
เพราะบทสนทนามันเต็มไปด้วย สัตว์เลื้อยคลานและอวัยวะเพศ
มันคงไม่สมควร ถ้าแขกโต๊ะอื่นจะได้ยินคำพวกนี้ในขณะที่เราใส่ราชปะแตนอยู่

กลับบ้านมา มีแต่ดอกไม้และของขวัญเต็มบ้านไปหมด ...
ขอบคุณทุกคนครับ ทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเราในโอกาสนี้

พอวันศุกร์ เราไม่ได้ลางาน แต่เข้างาน 10 โมง
พี่ใหญ่ให้ของขวัญเป็นกระเป๋าสตางค์ สวยมากๆ กำลังอยากได้พอดี
เราเลยบอกว่า "งั้นขอใช้เลยนะครับ" ก็เลยจัดแจงย้ายสัมภาระในกระเป๋าตังค์
ไปใส่ในกระเป๋าใบใหม่ทั้งหมด ... ก็เริ่มจากเงิน ... บัตรเครดิต
รูปถ่าย ... บัตรส่วนลดร้านอาหารอีกประมาณสามพันใบ ...
...แล้วเราก็มาหยุดที่บัตรใบนึง ...มันคือบัตรนิสิตหน้าตากระดำกระด่าง
... เรายังจำเป็นจะต้องพกบัตรใบนี้อีกหรือไม่ ??? ...
...เรานั่งนิ่ง พิจารณาไตร่ตรอง แล้วก็จัดการเอาบัตรนิสิตวางไว้ในลิ้นชัก
วางมันไว้บนกองนามบัตรอย่างเรียบร้อย ...

เราคงไม่ต้องการใช้มันเป็นข้ออ้างสำหรับการเป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้เราคือบัณฑิตจุฬาฯ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ...
4 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ขอให้เป็นความทรงจำที่ตกตะกอนนอนนิ่งในหัวเราก็พอ

ขอบคุณครับ ขอบคุณอีกครั้ง สำหรับทุกเศษเสี้ยวในความทรงจำ
ต่อจากนี้ไป เราคงไม่มีอะไรเกี่ยวกับชีวิตมหาลัยมาเล่าให้ฟังอีกแล้ว
...




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นี่แก
ชอบบลอกแกมากกก
ชอบไอหมาบนหัวบลอกมากก
กวนดีแท้

me-ดอกตอแหล

#1 By มิเชล on 2006-07-16 01:17

ยินดีด้วยที่จบค่า

#2 By ┌(★o☆)┘♪ on 2006-07-16 01:29

...
มีสิ
เรื่องเกี่ยวกับชีวิตมหาลัย
มีอีกเยอะแยะไปหมด
ไม่ใช่ว่าจบแล้ว
มันจะหายไปไหนซะหน่อย

#3 By T__________T on 2006-07-16 01:51

อยากใส่มั่งเร็วๆฟ่ะ

#4 By Dear (58.9.91.193) on 2006-07-16 20:36

ซัวสไดย บองเต่า

หุหุ แอบได้นิดนึงนะ ลักจำ

สนุกดีคับพี่เต่า ฮาดี ดูว่าพี่จามีชีวิตหลายรสชาติมากๆ ทำให้ไมน่าเบื่อเลยเน้อ ในใจเนีย แอบอิจฉาที่มีเพื่อนที่สนิ๊ดสนิดมาก ขนาดทิ้งบ้านไว้ให้ 55 สนิดแบบมามะรัยก็มา เนอะ หวังว่าจะได้เจอบ่อยน๊า

#5 By โอน แจ๊ค (58.64.106.210) on 2006-07-16 22:47

ตกลงว่า จบบัญชีหรือคะ

#6 By MayaKniGht on 2007-10-03 12:21

เคยไปฝึกงานที่ไหนบ้างหรอค่ะ รบกวนด้วยค่ะ
ability_balance_7@hotmai.com

#7 By (58.9.48.147) on 2008-06-19 21:59

เห็นภาพ วันแรกที่เข้าเรียน

วันรับปริญญาเป็นอะไรทีเหนื่อยมากกกก

ชอบ ที่ว่าเก็บบัตรนิสิตไว้เป็นข้ออ้างสำหรับการเป็นเด็ก

เพราะเราก็เก็บบัตรนักศึกษา มา 1 ปีเต็ม เพื่อเป็นข้ออ้างการเป็นเด็ก

#8 By ชายกลาง (203.155.74.131) on 2008-06-24 09:59