ตื่นเต้นจัง จะได้นั่งเครื่องบินคนเดียวครั้งแรกในชีวิต
แต่ง่วงชิบหาย ได้นอนก่อนไปขึ้นเครื่องแค่สี่ชั่วโมงกว่าๆ
แถม flight สั้นๆอย่างนี้ อย่าไปหวังว่าจะได้นอนบนเครื่องเล้ย
แค่ปรับเพดานบิน แล้วกินข้าวเช้า มันก็เอาเครื่องลงเรียบร้อยแล้ว

อาหารบนเครื่องเหมือนเดิมเด๊ะ จริงๆน่าจะเปลี่ยนบ้างนะ เบื่ออ่ะ
flight ขาไปตอนเช้า เป็นออมเลตจืดชืด กะโยเกิร์ตเนสท์เล่รสผลไม้รวม
แต่มาคราวนี้ โยเกิร์ตถ้วยเล็กลงครึ่งนึง !!! อะไรกันนี่ ไซส์นี้ไม่เคยเห็นวางขายด้วยนะ

แต่อยากจะขอเตือนผู้โดยสารทุกท่านเกี่ยวกับโยเกิร์ตนิดนึง
ว่าเวลาแกะโยเกิร์ตบนเครื่องบินเนี่ย ให้ค่อยๆแกะฝาทีละนิดๆๆ
เพราะความดันอากาศที่ระดับความสูงหลายหมื่นฟีต จะทำให้ถ้วยโยเกิร์ตมันพอง
และถ้าคุณแกะมันแรงๆ มันจะระเบิดโพละ เศษโยเกิร์ตสีขาวขุ่นจะกระจายไปทั่ว
และอาจจะเผื่อแผ่ไปถึงเสื้อสีดำของสุภาพสตรีที่นั่งข้างๆคุณก็เป็นได้นะเอ้อ

(หมายเหตุ: ที่รู้เพราะว่า ครั้งที่แล้วโดนมาแล้ว โพละ!!! คราวนี้ไม่พลาดๆ ฮ่าๆ)

วันแรก อยู่ที่ออฟฟิศทั้งวัน ตอนเย็นพี่เหลี่ยมพาไปกินข้าว เพราะพวก sales ยังไม่กลับมา
ก็ไปห้างโสรยา (ประมาณว่าพารากอนในสายตาคนที่นั่นแหละ) ไปกินพิซซ่ากัมปะนีกัน
เป็นสาขาเดียวในประเทศเค้าเลยนะเธอ แต่แปลกดีนะ ชีสของที่นี่รสชาติเข้มข้นดีมากๆ
ของแทบทั้งหมด import มาจากประเทศไทย ไม่ว่าเสื้อพนักงานเอย กระดาษเช็ดปากเอย
เพราะเลข 1112 มันพะหราเต็มไปหมด กินไปก็นึก ... กูถ่อมากินพิซซ่าถึงนี่เลยเหรอวะเนี่ย

วันที่สอง นั่งรถลงไปท่านาเกลือ (อ่านเป็นภาษาแขมร์ว่า สะ เลอ เอิม เปิว)
เพื่อไปดูเขา discharge ปูนถุงกระดาษจากเรือขึ้นรถ ซึ่งท่าเรือเค้าอยู่แถวภาคใต้
อยู่ใกล้ทะเล ระหว่างทางมีแวะไหว้เจ้าที่ด้วย เห็นเค้าเรียกชื่อประมาณว่า "ยายเมา"
เป็นศาลใหญ่ๆ อยู่ริมถนน รถเล็กรถใหญ่ที่วิ่งทางนี้ก็เห็นแวะจอดลงมาไหว้กันหมด
พอจะถึงท่าเรือ ฝนก็ตกเอาๆ อากาศเหมือนบ้านเราเด๊ะเลย ในเมืองหลวงจะร้อนๆหน่อย
แต่พอออกมาต่างจังหวัด อากาศดีขึ้นเยอะเลย

นั่งรถไป ดูข้างทางไปก็เพลินมากๆ จังหวัดนี้เขาทำนากันเยอะ นาสีสวยมากๆ น่าลงไปเล็มมากๆ
เป็นสีเขียวที่มองแล้วสบายตาสุดๆ มองไปทางไหนก็มีแต่นา และควาย...
ทุ่งนาบางที่ก็ไกลแบบสุดลูกหูลูกตามากๆ พอมองมาที่ถนนซึ่งฝนเพิ่งตกหมาดๆ
ผสมกับดินแดง และพื้นผิวเป็นหลุมๆบ่อๆ ก็เลยเหมือนถนนชาเย็น
เพราะมันเป็นน้ำสีส้มข้นๆ เป็นหลุมๆ เต็มถนนไปหมด ...

ถ้าเป็นควายอยู่ที่นี่ คงได้เล็มต้นข้าวแกล้มชาเย็นบนถนนแบบอิ่มหนำสำราญ

เราดูเค้า discharge ปูนถึงถึงประมาณบ่ายสองครึ่ง ก็ขอแยกตัวออกมาก่อน
เพราะจะต้องเดินทางไปที่กัมปงโสมต่อ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งจากท่าเรือ
เดี๋ยวจะไปสำรวจตลาดไม่ทันพระอาทิตย์หมดแสง

กัมปงโสมเป็นจังหวัดติดทะเล ถ้าเทียบกะเมืองไทยน่าจะเทียบกะระยองได้ดีที่สุด
เพราะมีท่าเรือพาณิชย์ด้วย เป็นเมืองท่องเที่ยวสงบๆ มีชายหาดสลับเนินเขาเตี้ยๆ
เราสำรวจตลาดได้แค่ 3 ร้านก็เย็นมากแล้ว ร้านที่นี่แปลกกว่าที่จังหวัดอื่นตรงที่ว่า
เค้าจะไม่เก็บสต๊อกปูนไว้ที่ร้านเลย จะมีแค่ 4-5 ถุงเท่านั้น ถ้ามากกว่านั้นเค้าจะ
ไปเอาปูนที่สต๊อกแถวท่าเรือเลย เพราะมันประหยัดค่าแรงงานแบกขนไปได้เยอะ

พอเสร็จงาน ก็เลยถามนายรัตนา (sales คนเขมรที่รับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้)
ว่าเย็นนี้กินอะไรกันดี เค้าเลยบอกว่า เดี๋ยวพาไปกิน seafood ละกัน
เลยให้คนขับรถพาไปที่ร้านเพิงแถวๆริมทะเล ที่ร้านก็มีกล่องโฟมขนาดไม่ใหญ่มาก
เปิดออกมามีกุ้งแช่น้ำแข็งเต็มกล่อง แต่เท่าที่ลองดูก็สดใช้ได้เลยแหละ
เลยออกเงินกันคนละครึ่ง ซื้อกุ้งสองกิโล (กิโลละประมาณ 150 บาท)
แล้วให้ที่ร้านเค้าลวกให้เลย แล้วก็ไป check in ที่โรงแรม เปลี่ยนเสื้ออาบน้ำก่อน
พาเสร็จก็ขับรถไปแวะที่ร้านริมทาง ซื้อ Heineken มา 4 ขวด (ช่วยกันออกอีกแล้ว)
แล้วรัตนาก็พาไปที่ริมทะเล ตอนนั้นเย็นมากละ แทบไม่มีแดดแล้ว
ทะเลสวยมาก น้ำใสสุดๆ น่าเสียดาย ไม่ยอมบอกว่าจะพามา ไม่งั้นคงเตรียมตัวมาเล่นน้ำด้วย

หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ก็ได้โต๊ะกลมริมทะเล ตั้งบนหาดทรายเลยแหละ
นั่งแกะกุ้งกินกันสองคน สวีทชิบหาย คนสองคนนั่งแทะเล็มกุ้งลวกสองกิโล
แกล้มเบียร์ไฮเนเก้น ฟังเสียงคลืนกระทบหาด เงยหน้าดูดาวบนท้องฟ้า

นี่กูมาทำงานที่เขมร หรือกูมาทริปที่เสม็ดวะเนี่ย ...

กลับถึงที่พักประมาณสี่ทุ่ม (แวะซุปเปอร์ฯอีกรอบ เพราะที่ห้องพักไม่มีแชมพูให้)
ห้องพักที่นี่ไม่เหมือนห้องพักโรงแรมอื่นตรงที่ว่า ห้องพักโรงแรมเนี่ย โดยทั่วไปแล้ว
พอเปิดประตูเข้าไปปั๊บ เราจะเจอตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านนึง และห้องน้ำอีกด้านนึงก่อน
พอพ้นทางเดินแคบๆไปเลย จึงจะเจอโถงห้องนอน แค่ที่นี่มันเจอโถงห้องนอนก่อน
แล้วห้องน้ำกะตู้เสื้อผ้าไปอยู่ด้านในแทน ... มันเลยรู้สึกแปลกนิดนึง
กับการที่ต้องนอนแล้วเห็นประตูห้อง รู้สึกเสียวแว้บๆยังไงไม่รู้ว่ะ...
... แต่สุดท้ายก็หลับสนิทอยู่ดี ก็แหม ... กินเบียร์กรึ่มกันขนาดนั้น...

ตื่นเช้ามา ฝนตกอีกแล้ว ... อา... น่านอนชะมัด ...
แต่เรารีบตีรถกลับพนมเปญ เพราะจะรีบไปประชุมตอนบ่ายต่อ
ปรากฏว่า กว่าจะถึงพนมเปญและกินข้าวเที่ยง มันก็เที่ยงพอดีเป๊ะ
เลยบอกรัตนาว่า "ไปช้อปปิ้งกันก่อนเถอะ เข้าออฟฟิศตอนนี้ก้อไม่มีคนอยู่)
ก็เลยไปที่ตลาดนาฬิกา ซื้อ Tag ปลอมให้กับหลายๆคนที่ฝากซื้อ (เราไม่เอาแระ เบื่อ)
แล้วก้อไปตลาด ซื้อเสื้อ GAP ราคาตัวละ 60 บาทมาได้อีก 5 ตัว...
แล้วก็เข้าออฟฟิศหน้าตาเบิกบาน ไม่ได้บอกใครเลยว่าเราแอบไปช้อปปิ้งมาด้วย

ตอนบ่ายๆก็ไม่มีอะไรละ ประชุมๆๆๆๆๆ แต่นี่เล่นอยู่ออฟฟิศจนเกือบตกเครื่อง
ถึงดอนเมืองตอนสามทุ่มกว่าโดยสวัสดิภาพ ถึงบ้านห้าทุ่ม ...

ไม่รู้เหมือนกันว่าทริปหน้าไปเสียมเรียบจะได้ไปเมื่อไหร่
แต่ได้ข่าวมาว่า ที่นั่นข้าวของแพงกว่าที่พนมเปญอีกนะจะบอกให้

  • ไปคราวนี้ ซื้อชาเชียวโออิชิกิน พบว่ามันพิมพ์ฉลากเป็นภาษาเขมรแล้ว แถมกำลังอัดฉีดโปรโมชั่นแจกเงินแบบเมืองไทยเป๊ะๆเลย
  • duty free ที่สนามบินพนมเปญ แม่งแพงทุกอย่าง เลยไม่ต้องหาเรื่องใช้ตังค์
  • ขากลับ ก่อนเข้าไปที่เคาน์เตอร์ passport control เราเล็งก่อนเลยว่าไอ้ ตม.คนเดิมอยู่รึป่าว เพื่อความปลอดภัยเลยเข้าไปที่เคาน์เตอร์ที่เป็น ตม. ผู้หญิงแทน
  • คราวที่แล้ว ทำ visa on arrival นานโคตรๆ เกือบยี่สิบนาที มาคราวนี้ สองนาทีเสร็จ แต่รอ baggage claim เกือบครึ่งชั่วโมง กูอยากกรี๊ด...
  • ค่าแท๊กซี่จากดอนเมืองกลับบ้าน ประมาณ 340 บาท นี่อีกสองเดือนหน้า กูต้องไปสุวรรณภูมิแทน มันจะเท่าไรวะเนี่ย
  • ยังดีที่เบิกค่าแท๊กซี่ได้หมด ... ถ้าเบิกไม่ได้ อาจจะต้องแวะขายตัวระหว่างทางจ่ายค่าแท๊กซี่
  • วันนี้ตื่นมาตอนเที่ยงๆ โทรไปหาพี่ใหญ่ รับบรีฟงานก่อน เพราะอาทิตย์หน้าพี่ใหญ่ไม่อยู่เลย
  • นี่เพิ่งกลับมาจากดูหนัง ไปดู sad movie กะไอ้วิน เอี่ยวมา เพราะมันมีบัตรฟรี หนังโอเคนะ แต่ไม่ค่อยเศร้า บอกแล้วว่าหนังพวกนี้มักจะไม่ได้น้ำตาเราไปสักหยด แต่ก็ถือว่าเป็นหนังดีที่น่าดูมากๆอีกเรื่อง
  • VCD ของ always ออกแล้วจ้า ... แต่ขอรอ DVD ได้ไหม ...
  • วันนี้กระแดะมาก อยากกิน starbucks สุดๆ เพราะหลังมันขึ้นราคาเมื่อเดือน ต.ค. เมื่อปีที่แล้วก็ไม่ได้กินอีกเลย วันนี้อยากกิน coffie jelly (แก้วเล็ก ราคา 130 บาท ... จ๊ากกก) มันก็เสือกหมด เลยกินกาแฟปั่นผสมช๊อคโกลตชิป แก้วละ 145 บาท (โอ้ ... ไม่น่ากระแดะเลยกู) แต่อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ
  • เข้าใจแล้ว... ว่ากาแฟสดงอกง่อยหน้าออฟฟิศ แก้วละ 50 บาท ต่างจากสตาร์บักส์ยังไง
  • เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ...จบดีกว่ามั้ย
  • ดี...
  • ...เออ ...งั้นจบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

วิ้วววววววว!!!

ได้เม้นเปนคนแรกของวันเฟร่ย หุหุหุ
เดี๋ยวนี้เห็นไรได้ยินไรเกี่ยวกะเขมรแล้วคิดถึงเฮียเลยนะเนี่ย

กลับมาเยี่ยมบ้างซะนะคุณ

ฉึ!

#1 By น้องสาวคนที่สวยๆอ่ะ (161.200.71.28) on 2006-07-31 15:31

สนุกมากเลยละสิ ถ้ามาสุวรรณภูมิละก้อ ผ่านบ้านแจ๊ค แหงมๆ ไม่เกิน20โลเอง

#2 By แจ๊ค (58.64.105.153) on 2006-07-31 20:07

#3 By (118.174.226.231) on 2008-03-17 14:04

จะไปกัมปงโสมแล้ว ... อยากไปเสียมเรียบ แต่ไกลเหลือเกินครับ แต่ว่ามีรถเข้าพนมเปญด้วยครับ

#4 By เจ้าชายน้อย on 2008-04-13 14:46

แง่มม ขอเซฟ หน้าบล๊อก ของพี่ไว้หน่อยนะครับ
ไว้จะเข้ามาอ่านบ่อยๆ อ่านของพี่แล้วทำให้คิดถึงพ่อ

พ่อผมเค้าทำงานที่เขมรเมือนกันครับ
อยุ่เมือง เสียมราฐ เห้นเค้าว่าค่าใช้จ่าย สูงมาก

ผมเคยไป กำปงโสม พนมเปญ(เคยไปลองพิซซ่าที่โสรยามาแล้ว) แหะๆ

ไว้เข้ามาอ่านแก้คิดถึงพ่อครับ ^^

#5 By BiG (124.120.6.62) on 2008-05-19 11:39