ก่อนอื่น ... ขอไว้อาลัยให้กับไดอารี่วันนี้ ที่เคยเขียนไปแล้วรอบนึง
แต่พอกดปุ่ม publish ปั๊บ มันดันขึ้นหน้า error ซะงั้น แถมพอกด back กลับมา
ข้อความที่กูพยายามพิมพ์อย่างแสนสาหัสร่วมหนึ่งชั่วโมงก็อันตรธานหายไปสิ้น
เหลือไว้เพียงแต่หน้าจอว่างๆ สีขาวบริสุทธิ์ ... อาเมน

เดี๋ยวนี้เวลาวัยรุ่นเขาไป chill out นี่เขาไปที่ไหนกันวะ ???

ถ้าเน้นแนวกะแดะ ให้่ดูดีมีฐานะ วัยรุ่นเขาคงชอบไปนั่งทำหน้าแนวๆอยู่ที่ starbucks
ไปสั่งกาแฟเชี่ยไรสักอย่างมาวางบนโต๊ะแก้วนึง (กาแฟชื่อยิ่งเรียกยากจะยิ่งเก๋) หาหนังสือเก๋ๆมาอ่าน
หรือจะเอาโน้ตบุ้กเก๋ๆมาวางแหมะบนโต๊ะอีกหน่อย แต่ถ้าเป็น iBook จะเก๋ได้อีก
เอา iPod เก๋ๆมาวางบนโต๊ะก็จะเก๋ได้ีอีก ....ทำแค่นี้ก็กระแดะสมใจแบบเก๋ๆแล้ว
(งบประมาณการกระแดะตกอยู่ที่ราวๆ 150 บาท ถ้าไม่กินอย่างอื่นอีก)

หรือบางคน อาจจะไปเดิน Playground! ทองหล่อ ไปดูหนังแนวๆตามเทศกาลหนังต่างๆ
...เออ ... นั่นก็ว่ากันไป ตัวใครตัวมัน ... แต่วันนี้เราขอเสนอแหล่ง chill out แหล่งใหม่ในสยาม

นั่นคือ ...

นั่นคื้อออ .... (มีจิงเกิ้ลเสียง พ้าม พ้าม พ้าม ผ่ามมมมม ....ประกอบด้วย)

...ตลาดน้ำอัมพวา ที่สมุทรสงคราม (จังหวัดนี้มันอยู่ที่ไหนของโลกวะ ???)

พอดีว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วเป็นวันหยุดยาว 3 วัน เหล่ามนุษย์เงินเดือนผู้โหยหาการพักผ่อน
จึงได้รวมตัวกันเพื่อไปพักผ่อนหย่อนตูดกัน จนในที่สุดก็ได้บทสรุปว่าเราจะไปตลาดน้ำอัมพวา
เลยจัดการนัดสามสาว อ้น พีช จุ๊บ ให้มาออกเดินทางที่บ้านเราตอน 9.00 น.

ค่อยๆขับรถด้วยความเร็ว 120 km/hr. (เน้นว่าค่อยๆ) ไปจนเกือบถึงราชุบรี
ไอ้เอี่ยวผู้ชำนาญเส้นทางแถวนั้นให้แวะกินข้าวขาหมู มันบอกให้สั่งข้าวแยกเป็นชุดๆ
แล้วกินกันคนละชุด ตอนแรกก็เลยเข้าใจว่ามันคงไม่เยอะมาก ปรากฎว่าพอมาเสิร์ฟ...
อึ้งไปตามๆกัน เพราะมันเยอะมาก อยู่ กทม. ต้องราคาไม่ต่ำกว่า 50 บาทแน่นอน
เข้าใจแล้วละ ว่าค่าครองชีพนอกเขตกรุงเทพฯมันเป็นยังไง ... เพราะพอคิดเงินถึงรู้ว่า
ไอ้ขาหมูจานยักษ์นั้นน่ะ จานละ 20 บาทเท่านั้น ...

กินเ้สร็จก็ขับรถต่ออีกสักพัก ไอ้พวกนั่งหลังแม่งหลับกันหมดเลย ท่าทางไว้ใจกูจังแหะ
ก็พยายามขับให้เร็วแต่ไม่ประมาท ...เลยตลาดน้ำดำเนินสะดวกไปได้เกือบ 20 กิโลถึงแล้ว
ก่อนอื่นก็ไปไหว้พระ แล้วไปทีุ่อุทยาน ร.2 มีสนามหญ้าโล่งเตียน เขียวขจีน่าแทะเล็มมากๆ
แต่เดินๆกันไม่นาน ก็เริ่มงอแง ร้องหาของกินกันอีกแล้ว เลยไปเดินตลาดน้ำดีกว่า

มหกรรมหนึ่งหมื่นแคลอรี่ก็เริ่มขึ้น เริ่มด้วยขนมชั้นที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมา อร่อยสุดๆ
ซื้อมาก็แย่งกันจกกินกันสุดริด จริงๆตลาดมันก็ไม่มีอะไรมากนะ เล็กกว่าดอนหวายเป็น 10 เท่า
แต่บรรยากาศมันเรื่อยๆดี สุดท้ายไปนั่งกะแดะที่ร้านกาแฟริมคลอง อ่านหนังสือฟังเพลง
ออกแนว starbucks ระดับโอทอป ... พอกะแดะได้ใจเสร็จก็แยกย้ายเป็นสองกลุ่ม
เรากะเอี่ยวไปนวด ที่เหลือไปร้านวาดรูปเหมือน

เรากะเอี่ยวเดินด๊อกแด๊กไปยืนเอ๋อๆที่ร้านนวดริมคลอง ร้านตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมด
หน้าร้านหันหน้าเข้าคลอง เปิดโล่งสุดๆ ไม่ติดแอร์ ใช้พัดลมเอื่อยๆ ...
"นวดคลายเครียด 2 คนครับ" เราเลือกนวดคลายเครียดเพราะไม่รู้จะนวดอะไร
แถมราคาก็ถูกที่สุดด้วย คือ 100 บาทต่อคอร์ส (ประมาณ 35-45 นาที)
จริงๆมันมีนวดหลายแบบนะ ทั้งนวดเท้า นวดหน้า หรือนวดเฉพาะที่ (นวดหัวนมได้มั้ยวะ ???)
แต่ก็ไม่ได้ปวดเมื่อยอะไรขนาดนั้น ... ตอนแรกก็กลัวว่า นวดคลายเครียดมันเป็นยังไงวะ
ไม่เคยนี่หว่า มันอาจจะแค่มาบีบๆจับๆอวัยวะเราไปเรื่อย แล้วให้เรานอนดู vcd แก๊งสามช่าไปด้วย
หรือว่ามันอาจจะเอาหมอนวดที่ผ่านการอบรมคอร์สการปล่อยมุขอย่างเีชี่ยวชาญมานวดให้เรา

เอาเถอะ ... พอบอกเค้าไป เค้าก็ให้เราไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า ถอดเสื้อ ...
ส่วนหมอนวดก็เปิดน้ำลงอ่าง เตรียมถุง ....ว้อยยยยย ...ม่ายช่าย ....
ก้อไปล้างหน้าแล้วกลับมานอนบนเก้าอี้นอนนุ่มๆ เค้าก็ลงแป้งแล้วเริ่มนวดหน้าเราทีละส่วน
เริ่มที่คางและรอบปาก ปากเราจะบิดเบี้ยวไปตามแนวการนวดเค้า ถ้าตอนนั้นพยายามออกเสียง
ไปพร้อมๆกับการนวด เราจะได้เสียง "ยืออออออ ...... ยีววววววววววววว ....โยววววววววววว"
น่าสนุกมากๆ แต่อายหมอนวด เลยนึกสนุกแต่ในใจ ไม่กล้าเปล่งเสียงออกไป

พอนวดหน้าเสร็จก็เริ่มเคลิ้มจนหลับไปพักนึง เค้าย้ายไปนวดที่หัวแทน
ไอ้เราก็อุตส่าห์ตื่นเช้ามาเซ็ทผมสวยงามเพื่อเตรียมถ่ายรูป
ปรากฎว่าคุณหมอนวดเธอใช้วิชาดัชนีช้างสาร บดขยี้บี้หนังศีรษะเราอย่างเมามัน
แต่ยอมรับว่ามันทำให้รู้สึกสบายหัวขึ้นเยอะมากๆ แต่นวดเสร็จหัวเหอก็กระจุยกระจายไปหมด
ดังนั้น ใครจะมาชิวเอา้ท์ที่นี่ อย่าเซ็ทผม ... ไม่งั้นหมอนวดอาจจะเหนียวมือ ไม่กล้านวดหัวเรา

หลังจาดหลับไปสักพัก ตื่นมาอีกทีตอนที่เค้านวดหลัง แต่เราไม่ต้องนอนคว่ำหรือลุกขึ้น
คือหมอนวดจะสอดมือทีหลังเรา แล้วใช้พลังดัชนีช้างแอฟริกาทั้งโขลง ดันหลังเราขึ้น แล้วนวดทีละจุด
ตั้งแต่กลางหลังมาจนถึงหัวไหล่และต้นคอ ใครที่ซาดิสม์จะชอบตรงนี้มากๆ
เพราะหมอนวดออกแรงกดปบบเต็มที่ รู้สึกสะใจที่สุด อยากจะครางออกมาจริงๆ
"อือออ .... อา .... ฮู่ ..... ฮื่ออออ .... อือเยี่ยยย ....ตรงนั้นแหละค้าบบบ ...อาาาา"
แต่อายหมอนวดอีกแล้ว กูนวดของกูเฉยๆเงียบๆก้อได้วะ ...

หมดเวลา 45 นาที รู้สึกตัวเบาขึ้นไปเยอะเลย เดินแป้นแล้นตัวเบาไปหาพวกที่มันวาดรูป
เค้าวาดได้สวยดีนะ เป็นภาพสีน้ำใช้เวลา 20 นาที 200 บาท ไอ้พวกนั้นเห็นเราเดินยิ้มมา
มันไม่มีอะไรทำ ก็เลยผลัดๆกันไปนวดตามเรา เคลิ้มกันเป็นแถวเลย

พอทุกคนเสร็จสมอารมณ์หมาย ทั้งวาดรูป ทั้งนวด ก็ไปจองเรือดูหิ่งห้อยตอนกลางคืน
เหมาลำทั้งหมด 600 บาท ถึงจะไปแค่ 6 คน ซึ่งก็ดีเพราะ หารลงตัว ...และเสียงดังได้เต็มที่
พอจองเสร็จก็ไปกินข้าวเย็นรองท้อง กินตรงริมน้ำนั่นแหละ มีเรือขายอาหารเยอะแยะ
ที่สำคัญคือถูกมากๆ ถูกกว่าที่ตลาดน้ำดังๆอย่างดำเนินสะดวกอีก ก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท
เลยนั่งกินกันที่บันไดริมคลองกันหน้าสลอน ซัดกันไปคนละสองสามชามเลย
พวกขนมเทียน ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย แค่อันละ 5 สลึง ...โอ้ พระเจ้า ...
มีความสุขจริงๆแหะ ได้กินของอร่อยราคาแบบนี้

พอตกดึกก็ไปนั่งเรือดูหิ่งห้อย ดูไปก็แหกปากกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
แต่มันเป็นความน่าทึ่งของธรรมชาติจริงๆนะ ที่มันมีหิ่งห้อยเยอะขนาดนั้นน่ะ
ตอนแรกเราเข้าใจว่ามันจะบินไปบินมาเต็มไปหมด แต่มันเกาะอยู่ที่ต้นไ้้ม้เป็นกลุ่ม
แล้วก็กระพริบแสงพร้อมๆกัน ดูเหมือนต้นคริสต์มาสประดับไพสีเขียวเล็กๆน่ะ
ตอนแรกก็ตื่นเต้นนะ แต่หลังๆก็เริ่มออกแนวชิว กินลมชมแม่น้ำไปเรื่อยๆ
ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆก็ดูเสร็จ เรือกลับมาส่งที่ตลาดน้ำที่เดิม

ขากลับไม่กล้าขับรถเร็วเท่าไร ไม่ค่อยชินทาง ขับไปกินข้าวอีกมื้อที่องค์พระปฐมเจดีย์
แถมแอบไปซื้อเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดพีชด้วย สรุปว่าวันนั้นถึงบ้านตอนห้าทุ่มกว่าๆ

ถ้าจะให้ประเมินทริปนี้ ขอให้แบบไม่งกคะแนนว่าให้ 10 เต็มพร้อม 7 ดาวแดงและสายสะพาย
พร้อมด้วยมงกุฎเพชร บ้านพร้อมที่ดิน เพราะเป็นทริปที่สมบูรณ์แบบมากๆ แค่สั้นไปหน่อย
ดังนั้น จะเป็นรองก็แค่ทริปพะเยาเมื่อต้นปีแค่นั้นแหละ ...

รู้สึกว่าคิดถูกนะ ที่ไปกะไอ้วิน เอี่ยว และสามสาว เพราะไม่มีใครเรื่องมากอะไร
อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรก็กิน ...ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน
ตอนอยู่ที่นั่น เหมือนเวลามันไหลเอื่อยช้าลงกว่าเวลาเราอยู่ที่กรุงเทพฯ
ถึงบอกไงว่านี่แหละ แหล่ง chill out ใหม่ของเรา นั่งเรื่อยเปื่อยได้ทั้งวันเลยด้วยซ้ำ
นี่คาดว่าเร็วๆนี้คงจะได้ไปอีกรอบแบบพัก homestay ด้วย ... น่าสนใจมากๆเลย

ทริปนี้ เฉลี่ยทุกอย่างรวมกันแล้ว น่าจะหมดไปราวๆคนละ 600 บาทถ้วน
ขับรถจากบ้านเราไป-กลับ ระยะยทาง 205 กิโลเมตร กินกันสะบั้นทุกมื้อแบบไม่ยั้งคิด
แต่คิดยังไงก็คุ้ม สำหรับหนึ่งวันสบายๆของมนุษย์เงินเดือนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานงุดๆทั้งวัน

จริงๆ ณ ตอนนี้ที่พิมพ์ไดอารี่อยู่ เราไปอัดรูปของทริปนี้มาเรียบร้อยแล้ว
สวยงามน่าประทับใจมากๆ น่าเสียดายที่ยังไม่ resize ก็เลยเอามาลงไม่ได้
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ มี activity เยอะดีด้วย..มีโปรแกรมจะไปดูหิ่งห้อยหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จสักกะที

จารอดูรูปนะค่ะ

#1 By 【all about PⓤY】 on 2006-08-19 02:21

ยาวมาก

#2 By แจ๊ค (58.64.100.47) on 2006-08-19 21:11

คืออ่านแล้วอิจฉาไง
แบบว่าอยากไปมั่งไง
ทำไมทีพวกเรานัดกันเองแล้วมันชอบล่มไง

T.T

#3 By ระแยม * (58.64.125.7) on 2006-08-20 19:49

อ่ออ.. ไอ้เรือดูหิ่งห้อยเค้าขึ้นกันตรงนี้เองรึ เพิ่งรู้

#4 By Dear (58.9.97.50) on 2006-08-22 19:36

เห็นรูปแล้ว น่าไปมากๆอ่ะ แล้วถ้าไม่มีรถนีจะไปยังไงเหรอเฮีย

#5 By ฟุ้น (203.146.115.24) on 2006-08-26 18:30

เที่ยวแบบไปเรื่อยๆกับเพื่อนๆที่รู้ใจนี่ละสนุกนัก จะจอด จะกิน จะนอนจะพัก ไม่รีบร้อนอะไร ดูมีความสุขนะคะ โชคดีจริงๆ

#6 By MayaKniGht on 2007-10-03 12:59

น่าไปมากๆเดี่ยวจะลองไปดูนะคะ wink cry