nada sou sou : เมื่อรู้สึกเศร้า ก็อย่าฝืนมันเลย
posted on 16 Feb 2007 09:01 by bongtao in movieเมื่อคืนไปดูหนังญี่ปุ่นเรื่อง nada sou sou (แปลว่าน้ำตาไหลริน) ที่โรงสยาม
คนดูล้นหลาม ผิดวิสัยของหนังที่ฉายในเครือ APEX ที่มักจะบางตาเสมอ
แถมหนังเองก็ไม่ได้มีการโฆษณาใหญ่โตอะไร มีแค่แบนเนอร์ไม่กี่อันหน้าโรง
หลายคนในพันทิบได้ไปดูมาก่อน บอกว่าหนังเศร้ามากๆๆๆๆ
ประมาณว่าน้ำตาจะไหลรินลงเป็นสาย cry me a river ตามชื่อเรื่อง
ตามประสาคนที่ไม่ค่อยจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องไหนได้ง่ายๆ
ต้องไปลองดูซะหน่อยละ
นับจากย่อหน้านี้เป็นต้นไป จะเป็นการพูดถึงเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้แล้ว
จริงๆก็ถือว่าเป็นการสปอยล์ แต่จะบอกว่า บรรดาเว็บ review หนังต่างๆ
รวมไปถึงหนังสือพิมพ์ แม่ง review ไปจนถึงฉากจบของหนังเรื่องนี้แล้ว
ถ้าจะอ่านไดอารี่วันนั้น ก็คงไม่ได้สูญเสียอรรถรถไปมากกว่าเดิมเท่าไรหรอก
หนังพูดถึงพี่น้องสองคน พี่ชายคนโต (โยตะ) และน้องสาวคนเล็ก (คาโอรุ)...
เด็กสองคนนี้ เกิดจากแม่เดียวกัน แต่คนละพ่อ ... ซึ่งความจริงข้อนี้ ...
คาโอรุไม่เคยรู้มาก่อน ...ตัวพ่อของคาโอรุเป็นนักดนตรีในผับ
ที่สุดท้ายก็ทิ้งแม่ของเด็กไป และหลังจากนั้นไม่นาน แม่เด็กก็ตายตามสูตรหนังเศร้า
โยตะเกี่ยวก้อยกับแม่ที่ข้างเตียง ให้คำสัญญาว่าจะดูแลน้องสาวให้ดีที่สุด ...
คาโอรุเป็นเด็กหัวดี เป็นคนเดียวในเกาะโอกินาว่าที่สอบได้ไปเรียนต่อในเกาะใหญ่
เวลาผ่านไป ... คาโอรุกลับมาสู่โอกินาว่าอีกครั้งเพื่อเรียนต่อ
โยตะกับคาโอรุก็เลยได้มาอยู่ด้วยกันในบ้านเล็กๆอีกครั้งหนึ่ง ...
โยตะมีความฝันอยากเปิดร้านอาหารของตัวเอง แต่ก็เสือกโง่โดนนักต้มตุ๋น
หลอกเชิดเงินไปจนหมด แถมร้านก็ต้องถูกปิด เพราะไปสร้างบนที่ของใครก็ไม่รู้
โยตะเองเรียนไม่จบแม้แต่ชั้น ม.ปลาย เลยไม่อยากให้น้องสาวตัวเองต้องลำบาก
เลยพยายามเคี่ยวเข็ญคาโอรุ ซึ่งเป็นเด็กหัวดีอยู่แล้วให้เข้ามหาลัยดีๆให้ได้
แต่คาโอรุเองก็ไม่อยากพี่ชายลำบาก ตรากตรำทำงานเพื่อตัวเองตลอดเวลา
ก็เลยแอบไปทำงานพิเศษจุนเจือชีวิต ทั้งๆที่รู้ว่าตอนนั้นเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ
ซึ่งควรจะตั้งใจอ่านหนังสือให้มากที่สุด ...
ปิดบังได้ไม่นาน ... โยตะก็จับได้ ถึงกับบรรดาลโทสะใส่ขั้นตบหน้าน้องสาว (ตามสูตรหนังเศร้า)
คาโอรุก็ตอบโต้โดยประโยคเด็ดโดนใจ "พี่เองก็พูดอยู่ตลอดว่าไม่เคยแคร์เรื่องการศึกษา
แล้วทำไมต้องมาบังคับให้หนูเข้ามหาลัยดีๆอยู่ตลอดเวลา จริงๆแล้วพี่นั่นแหละ ...
ที่แคร์เรื่องนี้มากที่สุด ทำไมต้องเอาความฝันของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นด้วย"
น่าน.... อีเด็กนี่ ปากร้ายนัก ...
แต่ก็เอาเถอะ ... สุดท้าย คาโอรุก็สอบติดมหาลัยสมใจอยาก(ของพี่ชาย)
โยตะถึงขั้นป่าวประกาศไปทั่วตลาด ดีใจล้นเหลือจริงๆ ...
แต่ทันใดนั้น คาโอรุก็บอกว่า ถึงเวลาที่จะต้องออกไปจากบ้านหลังนี้
เพื่อไปอยู่ด้วยตัวเองแล้ว ...ตอนแรกก็เข้าใจว่า เอ็งต้องหนีตามผู้ชายไปแน่ๆ
แต่ความจริงก็ปรากฎ เมื่อรู้ว่า คาโอรุได้ไปเจอพ่อของตัวเองที่ผับแห่งเดิม
และรู้ว่า จริงๆแล้วเธอไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกับโยตะเลย ...
มาถึงขั้นนี้แล้ว ... โยตะก็ยอมปล่อยให้คาโอรุไป ...
เรียนไปปีครึ่ง คาโอรุกลับมาที่โอกินาว่าอีกครั้ง เพื่อเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะ
(มันคืออะไรวะ) แต่เธอเป็นตัวกาลกิณีของเกาะมั้ง เธอมากับฝน ... พายุฝนเลยแหละ
เธอวิ่งตากฝนมาถึงบ้าน ก็โดนฟ้าดินลงโทษ กิ่งไม้พัดมากระแทกหน้าต่างแตก
ฟ้าผ่าไฟดับ ... กลัวลนลานจนทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็ได้พี่ชายฮีโร่มาช่วยไว้
แต่ช่วยยังไม่ทันไร พี่ชายก็หอบแฮ่กตัวร้อนถึงขนาดต้องส่งเข้าโรงพยาบาล
แล้วพี่ชายก็ ...ตาย ... ใช่แล้ว ... พี่ชายที่เท่ล่ำบึ้กตายไปภายในวันเดียวกันนั่นแหละ
นี่คนหรือกระต่ายวะ ... เฉามือตายหรือไง ?
ฉากจบสุดท้าย คือ หลังจากที่คาโอรุไปลอยอังคารพี่ชายตัวเอง
เธอได้พัสดุกล่องใหญ่มา เป็นกิโมโนที่โยตะซื้อให้สำหรับพิธีบรรุลนิติภาวะ
พร้อมหมายมั่นว่า จะดูและเธออย่างดีตลอดไปตามที่สัญญากับแม่ไว้
แล้วคาโอรุก็ร้องไห้ฟูมฟายเสียสติ ...เป็นอันจบ ...
หนังเรื่องนี้เรียกน้ำตาเราไม่ได้สักหยด เพราะมันดูบิ๊วให้มันเศร้าจนดูสำเร็จรูปไปหน่อย
แต่ที่เราชอบคือ ท่าประกอบที่เป็น signature ของหนังเรื่องนี้ คือการบีบจมูกตอนร้องไห้
...ในฉากที่แม่โยตะกำลังจะตาย แม่ยื่นมือมาบีบจมูกโยตะ แล้วบอกว่า
"เวลาที่ร้องไห้ ให้ทำแบบนี้นะ ...แล้วน้ำตาจะหยุดไหล"
เวลาที่โยตะ หรือคาโอรุร้องไห้ เราจะได้เห็นท่าประกอบนี้ตลอดเวลา
แต่ยอมรับอย่างนึง ว่าโยตะเป็นคนที่ร้องไห้ได้อารมณ์มาก คือมันดูร้องไห้จริงๆ...
สีหน้า แววตา น้ำเสียง ... ดูเป็นการร้องไห้ที่น่าสะเทือนใจมากๆ
โดยเฉพาะฉากที่คาโอรุเดินออกจากบ้านเพื่อไปอยู่คนเดียว .... เศร้ามาก
เรื่องพล๊อตหนัง บอกอีกครั้งว่า ธรรมดามาก ... ดูเป็นสูตรสำเร็จ ชงน้ำร้อนพร้อมดื่ม
ดังนั้น อย่าไปหวังอะไรมากกับความซับซ้อนของบทหนัง
เรื่องนักแสดง ชอบโยตะ เพราะเล่นเก่ง ดูเป็นผู้ชายที่ร่าเริงได้โดยไม่ fake
และร้องไห้ได้ถึงกึ๋นจริงๆ ส่วนนางเอก หลายๆช๊อตก็ดูง้องแง้งงุงิสมหญิงดี
และอีกหลายๆฉาก ก็รู้สึกว่าดูน่ารักเป็นบ้าเลย ... ส่วนตัวละครอื่น ไม่มีใครเด่นเลย
ยกเว้นแฟนของโยตะ ที่คบกันอยู่ช่วงต้นๆเรื่อง หน้าดูซีดๆ น่าไปเล่นหนังผีจะรุ่งกว่า
สุดท้ายคือเรื่องเพลง ตอนนี้ยังหาโหลดเพลง nada sou sou ไม่ได้เลย
แต่รู้มาว่าเพลงนี้เป็นเพลงเก่าของญี่ปุ่น เนื้อหาดีมาก (จากบทแปลที่ขึ้นในตอนจบ)
ใครมีช่วยบริจาคหน่อย ...
โดยรวมแล้ว ถือเป็นหนังญี่ปุ่นที่ดูแล้ว "เฉยๆ" เอาไปสัก 7.5/10 ก็พอ
ยังห่างชั้นกับ be with you หรือ always อย่างเทียบไม่ได้...
เพราะเดินออกมาแล้ว มันไม่ได้ความอุ่นลึกๆเหมือนมีหม้อหุงข้าวชาร์ปในใจ...
แต่เรื่องนี้กลับมีประโยคดีๆอยู่ในบทเยอะเหมือนกันนะ
ที่เราชอบที่สุดคือตอนที่คาโอรุไปนั่งริมหาด หลังจากงานศพของพี่ชายตัวเอง
พอจะร้องไห้ แล้วก็เอามือขึ้นมาบีบจมูกไม่ให้น้ำตาไหล คุณยายเลยบอกว่า
"เมื่อรู้สึกเศร้า ก็อย่าไปฝืนมันเลย ร้องไห้ออกมาเถอะ"
เออ ...มันก็จริงนะ ...

edit @ 2007/02/16 09:38:56
สุขสันต์วันปีใหม่จีนนะ ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้จ้า
#1 By น้องสาว (210.86.217.37) on 2007-02-17 23:19