เซ็ง + เม้ง = เช็งเม้ง
posted on 25 Mar 2007 16:13 by bongtao in etc
หากเอาทุกวันเทศกาลในหนึ่งรอบปีมาจัดเข้าชาร์ต
ป๊อปปูล่าร์โหวต (โดยให้ผู้ชมส่ง sms เข้ามาร่วมสนุกได้
ที่หมายเลข xxxxx เพียงครั้งละ 30 บาทไม่รวม vat)
รับรองว่า เทศกาลที่จะขึ้นแท่นรับเหรียญทองพร้อมสายสะพาย
ก็คงหนีไม่พ้น สงกรานต์ ปีใหม่ คริสต์มาส อยู่แล้ว ...
แต่หนึ่งในเทศกาลที่อยู่ท้ายตารางสำหรับเรามาตลอดชั่วนาตาปี
...มันคือ เทศกาลเช็งเม้ง ...
ในความเข้าใจของเรา เทศกาลเช็งเม้งคือการไปไหว้บรรพบุรุษ
เพราะว่าเป็นช่วงที่ สวรรค์(หรือนรก?) จะเปิดประตูให้วิญญาณทั้งหลาย
ได้ออกมารับสิ่งที่เรานำไปให้ ...
เราเข้าใจเท่านี้ และไม่มั่นใจว่าเข้าใจถูกแล้วหรือไม่...
รู้แต่ว่า ในปีหนึ่งๆ เราจะต้องไปเช็งเม้งทั้งหมด 3 สถานที่
ที่แรกคือ ที่ชลบุรี เป็นของครอบครัวฝั่งหม่าม้า ...
ที่สองคือ สระบุรี อันนี้เป็นของครอบครัวฝั่งป่าป๊า ...
ที่สามคือ ที่วัดดอน อันนี้ ...เอ่อ... ช่างมันเถอะ ...จำไม่ได้
วันนี้ วันอาทิตย์... แทนที่จะได้นอนตื่นเกือบเที่ยง
เราตื่นตีสี่ครึ่ง เพื่อไปเชงเม้งที่ชลบุรี เหตุที่ต้องรีบไปก็เพราะว่า
เดี๋ยวมันจะร้อน เพราะถึงแม้ไปแค่ที่เดียว แต่ก็ต้องไหว้ถึงสามหลุม
ไปถึงที่นั่นประมาณ 6 โมงเศษๆ ยังมีไอเย็นๆหลงเหลืออยู่เลย
เราก็จัดการไหว้ตามประเพณีกันไป แล้วก็ปิดท้ายด้วยการเผากระดาษเงินทอง
(ไม่แน่ใจว่าในภพนั้น มีกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะอัตราเงินเฟ้อที่นั่นสูงขึ้น
อย่างต่อเนื่องทุกปี สามารถสังเกตได้จากแถวเลข 0 บนแบงก์กงเต้ก
ที่มาถึงปีนี้ ทะยานไปถึงหลัก แสนล้าน แล้ว....)
ทำอย่างนี้วนๆอยู่สามหลุม หลุมละสามรอบ ...
หลุมของบรรพบุรุษเราก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร ถ้าเปรียบเป็นบ้าน
ก็คงเป็นทาวน์เฮ้าส์แถวๆฝั่งธน หาใช่คฤหาสน์ยิ่งใหญ่อะไรไม่ ...
พิธีกรรมทั้งหมดใช้เวลา 3 ชั่วโมง ระหว่างเดินทางออกจากสุสาน
เริ่มเห็นรถเต็มสุสานเต็มไปหมด ... แต่ระหว่างทางออก ...
สิ่งที่เห็นคือขบวนรถยาวเหยียดเป็นกิโล ทุกคนมุ่งหน้าไปที่สุสาน...
เกือบทั้งหมดเป็นรถทะเบียนกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น ...
ด้วยความที่ถนนที่ตัดจากถนนใหญ่เข้าสู่สุสาน เป็นแค่ถนนสองเลนสวนกัน
มันก็เลยแซงไม่ได้ แต่ก็มีไอ้พวกเลมอนบอย ขอเปรี้ยวแซงหน่อย
มันก็เลยออกมาขวางขาออกที่สวนออกมา มันก็เลยติดทั้งสองฝั่ง
ีระหว่างที่รถเราค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ ก็นั่งมองหน้าคนขับฝั่งขาเข้า
ที่เริ่มมีสีหน้าแบบเซ็งๆผสมปวดขี้ และมีเมนส์ในเวลาเดียวกัน ...
โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมเลยว่า เมื่อไรถึงจะได้เข้าไปถึงตัวสุสานเสียที

เชงเม้ง ... ไม่ใช่มอเตอร์เอ็กโป ..
เพราะขนาดขาออก เรายังต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะหลุดพ้น
ขาเข้าคงไม่ต้องพูดถึง ...
ทุกคนคงเซ็งกันไปตามๆกัน แถมบางจุดมีอุบัติเกตุเฉี่ยวชน
ลำบากอาแปะอาม่าต้องลุกขึ้นมาด่ากันอีกตะหาก ...
เราเคยได้ยินมาว่า เดี๋ยวนี้วัฒนธรรมและประเพณีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
เช่น หลายครอบครัวไหว้เจ้าด้วย KFC แทนไก่ต้ม(เราจะลองเสนอนโยบายนี้
เข้าคณะกรรมการครอบครัวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้า)
แต่เราไม่รู้ว่า ทำไมเราถึงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงประเพณีนี้บ้าง
หรือว่ามันเป็นกฎตายตัวที่ห้ามเปลี่ยน ไม่งั้นบรรพบุรุษเราอดแดกแน่นอน ?
อย่างตอนที่ไว้หลุมสุดท้าย ก็มีเจ้าหน้าที่มาเก็บค่าดูแลรักษาฮวงซุ้ย
เป็นเงิน 1,000 บาทถ้วน (ซึ่งเอาเข้าจริง ... มันก็ดูแลแค่ไม่กี่วันก่อนเรา่มาแหละวะ)
แล้วก็ได้ถามต่อว่า สนใจจะปลูกหญ้าบนฮวงซุ้ยไหม ...
(ทุกคนหันไปมองฮวงซุ้ยหลังอื่น หญ้าเขียวชอุ่ม น่าแทะเล็มเป็นอย่างยิ่ง)
แต่ค่าปลูกรวมค่ารักษาแล้ว ก็เรือนหมื่น ... สุดท้ายคณะกรรมการก็ลงความเห็น
ว่า ... ไม่ปลูก ... ปล่อยให้มันโล่งเตียนแบบนี้ต่อไปแหละ ไม่เป็นไร...
กูก็นึกสงสัยอยู่ในใจ ... ทำไมต้องปลูกหญ้า ... อย่างอื่นไม่ได้เหรอ ???
ปลูกข้าวได้ไหม ... แล้วพอถึงเทศกาลเช็งเม้ง ก็ให้วงศาคณาญาติ
มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวกันไป ...
หรือปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ไหม หูกวาง จามจุรี เอามาลงต้นเบ้งๆแค่ต้นเดียวนี่แหละ
แล้วแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาลูกหลาน เพราะช่วงนี้เป็นหน้าร้อน
อุณหภูมิมันพุ่งทะลุขีดคำว่า "อบอุ่น" ไปไกลมากแล้ว ...
ไม่ได้เหรอ ??? ... ทำไมต้องปลูกหญ้า ???
ถ้ายังยืนยันว่าจะเป็นหญ้า ... กูขอปลูกหญ้าเทียมได้ไหม ?
เอาแบบสลับสีลายตารางสก๊อตช์ แบบสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลย
ปลูกทีเดียวจบ ไม่ต้องรดน้ำดูแลอะไรมาก ...
เผื่อลูกหลานมาแล้วเบื่อ จะได้เล่นฟุตบอลไปเลย ...
แข่งกันกับหลุมข้างๆ ...กระชับสัมพันธ์กันไป
หรือจะจัดเป็นลีค ไหนๆก็เป็นเทศกาลสั้นๆกันอยู่แล้ว
แข่งหาผู้ชนะประจำสุสานไปเลยดีไหม เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล
วิญญาณบรรพบุรุษจะได้เอาไปเม้าธ์กันได้หลายภพชาติไป ...
แบบนี้ไม่ได้เหรอ ???
แล้วที่ลูกหลานต้องแหกขี้ตาตื่นขับรถมาต่างจังหวัด ...
ไม่แน่ใจว่า อยากจะทำ หรือจำเป็นต้องทำ ...
เพราะสังเกตสีหน้า เบื่อ+ปวดขี้+มีเมนส์ ตามที่กล่าวไปแล้ว
คิดว่ามันน่าจะเป็นหน้าที่มากกว่า ...
ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เขาอยากทำหน้าที่นี้กันจริงๆหรือ
เราไหว้แบบไฮเทคกว่านี้ได้ไหม ...ให้ฮวงซุ้ยติด broadband wireless
แล้วตั้งเว็บแคมไว้หน้าฮวงซุ้ย เล่นแคมฟรอกกันไปเลย ...
ลูกหลานก็นั่งอยู่หน้าคอมใน กทม. เห็นฮวงซุ้ยบรรพบุรุษชัดเจนเหมือนกัน
ของไหว้ก็ตั้งมันหน้าคอม ออนไลน์กันไป ...
ก็แหม ... เดี๋ยวนี้กระดาษกงเต้ก เขามีพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ไอผ่งไอพ่อดก็มีแล้ว มันต้องมี wireless ใช้กันในนรกบ้างแหละน่ะ
ลูกหลานก็แผ่ส่วนกุศลผ่าน wi-fi bluetooth ไปถึงอีกภพนึงกันไป
ไม่ต้องเดือดร้อนขับรถไกลเสี่ยงอันตรายด้วย
แบบนี้ไม่ได้เหรอ ???
นี่ยังไม่รวมรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่มันไม่เหมาะแล้ว...
สำหรับ lifestyle คนกรุงในปัจจุบัน ... แต่ทำไมเราไม่เคยคิดจะเปลี่ยน
หรือว่ามันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ???
แต่อย่างน้่อย เอาเป็นว่า เช็งเม้งวันนี้ ยังคงรักษาตำแหน่งท้ายตาราง
ชาร์ตป๊อปปูล่าร์โหวตประจำปีนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นอีกปี ...
ปล.1 ถึงคนที่รัก, ฮวงซุ้ย กับ ฮวงจุ้ย ไม่เหมือนกันนะครับ อย่าใช้ผิด
เช่น "แหม ... ห้องนอนคุณนี่ตกแต่งดีจัง ฮวงซุ้ยก็สวย" ... อย่านะครับ อย่า...
ปล.2 ไม่ต้องถามว่า หากสักวันนึง ที่เราต้องทำหน้าที่นี้แทนพ่อแม่เรา
เราจะทำไหม ... ตอบได้ง่ายๆว่า ..."ไม่ !!!"
ปล.3 เมื่อกี้แวะไป JJ คนน้อยมาก ... คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากคนออกไปเช็งเม้งกันหมด
และเพราะอากาศร้อนสัดหมา ... เสียบรรยากาศการเดินไปกว่าครึ่ง
ป๊อปปูล่าร์โหวต (โดยให้ผู้ชมส่ง sms เข้ามาร่วมสนุกได้
ที่หมายเลข xxxxx เพียงครั้งละ 30 บาทไม่รวม vat)
รับรองว่า เทศกาลที่จะขึ้นแท่นรับเหรียญทองพร้อมสายสะพาย
ก็คงหนีไม่พ้น สงกรานต์ ปีใหม่ คริสต์มาส อยู่แล้ว ...
แต่หนึ่งในเทศกาลที่อยู่ท้ายตารางสำหรับเรามาตลอดชั่วนาตาปี
...มันคือ เทศกาลเช็งเม้ง ...
ในความเข้าใจของเรา เทศกาลเช็งเม้งคือการไปไหว้บรรพบุรุษ
เพราะว่าเป็นช่วงที่ สวรรค์(หรือนรก?) จะเปิดประตูให้วิญญาณทั้งหลาย
ได้ออกมารับสิ่งที่เรานำไปให้ ...
เราเข้าใจเท่านี้ และไม่มั่นใจว่าเข้าใจถูกแล้วหรือไม่...
รู้แต่ว่า ในปีหนึ่งๆ เราจะต้องไปเช็งเม้งทั้งหมด 3 สถานที่
ที่แรกคือ ที่ชลบุรี เป็นของครอบครัวฝั่งหม่าม้า ...
ที่สองคือ สระบุรี อันนี้เป็นของครอบครัวฝั่งป่าป๊า ...
ที่สามคือ ที่วัดดอน อันนี้ ...เอ่อ... ช่างมันเถอะ ...จำไม่ได้
วันนี้ วันอาทิตย์... แทนที่จะได้นอนตื่นเกือบเที่ยง
เราตื่นตีสี่ครึ่ง เพื่อไปเชงเม้งที่ชลบุรี เหตุที่ต้องรีบไปก็เพราะว่า
เดี๋ยวมันจะร้อน เพราะถึงแม้ไปแค่ที่เดียว แต่ก็ต้องไหว้ถึงสามหลุม
ไปถึงที่นั่นประมาณ 6 โมงเศษๆ ยังมีไอเย็นๆหลงเหลืออยู่เลย
เราก็จัดการไหว้ตามประเพณีกันไป แล้วก็ปิดท้ายด้วยการเผากระดาษเงินทอง
(ไม่แน่ใจว่าในภพนั้น มีกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะอัตราเงินเฟ้อที่นั่นสูงขึ้น
อย่างต่อเนื่องทุกปี สามารถสังเกตได้จากแถวเลข 0 บนแบงก์กงเต้ก
ที่มาถึงปีนี้ ทะยานไปถึงหลัก แสนล้าน แล้ว....)
ทำอย่างนี้วนๆอยู่สามหลุม หลุมละสามรอบ ...
หลุมของบรรพบุรุษเราก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร ถ้าเปรียบเป็นบ้าน
ก็คงเป็นทาวน์เฮ้าส์แถวๆฝั่งธน หาใช่คฤหาสน์ยิ่งใหญ่อะไรไม่ ...
พิธีกรรมทั้งหมดใช้เวลา 3 ชั่วโมง ระหว่างเดินทางออกจากสุสาน
เริ่มเห็นรถเต็มสุสานเต็มไปหมด ... แต่ระหว่างทางออก ...
สิ่งที่เห็นคือขบวนรถยาวเหยียดเป็นกิโล ทุกคนมุ่งหน้าไปที่สุสาน...
เกือบทั้งหมดเป็นรถทะเบียนกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น ...
ด้วยความที่ถนนที่ตัดจากถนนใหญ่เข้าสู่สุสาน เป็นแค่ถนนสองเลนสวนกัน
มันก็เลยแซงไม่ได้ แต่ก็มีไอ้พวกเลมอนบอย ขอเปรี้ยวแซงหน่อย
มันก็เลยออกมาขวางขาออกที่สวนออกมา มันก็เลยติดทั้งสองฝั่ง
ีระหว่างที่รถเราค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ ก็นั่งมองหน้าคนขับฝั่งขาเข้า
ที่เริ่มมีสีหน้าแบบเซ็งๆผสมปวดขี้ และมีเมนส์ในเวลาเดียวกัน ...
โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมเลยว่า เมื่อไรถึงจะได้เข้าไปถึงตัวสุสานเสียที

เชงเม้ง ... ไม่ใช่มอเตอร์เอ็กโป ..
เพราะขนาดขาออก เรายังต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะหลุดพ้น
ขาเข้าคงไม่ต้องพูดถึง ...
ทุกคนคงเซ็งกันไปตามๆกัน แถมบางจุดมีอุบัติเกตุเฉี่ยวชน
ลำบากอาแปะอาม่าต้องลุกขึ้นมาด่ากันอีกตะหาก ...
เราเคยได้ยินมาว่า เดี๋ยวนี้วัฒนธรรมและประเพณีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
เช่น หลายครอบครัวไหว้เจ้าด้วย KFC แทนไก่ต้ม(เราจะลองเสนอนโยบายนี้
เข้าคณะกรรมการครอบครัวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้า)
แต่เราไม่รู้ว่า ทำไมเราถึงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงประเพณีนี้บ้าง
หรือว่ามันเป็นกฎตายตัวที่ห้ามเปลี่ยน ไม่งั้นบรรพบุรุษเราอดแดกแน่นอน ?
อย่างตอนที่ไว้หลุมสุดท้าย ก็มีเจ้าหน้าที่มาเก็บค่าดูแลรักษาฮวงซุ้ย
เป็นเงิน 1,000 บาทถ้วน (ซึ่งเอาเข้าจริง ... มันก็ดูแลแค่ไม่กี่วันก่อนเรา่มาแหละวะ)
แล้วก็ได้ถามต่อว่า สนใจจะปลูกหญ้าบนฮวงซุ้ยไหม ...
(ทุกคนหันไปมองฮวงซุ้ยหลังอื่น หญ้าเขียวชอุ่ม น่าแทะเล็มเป็นอย่างยิ่ง)
แต่ค่าปลูกรวมค่ารักษาแล้ว ก็เรือนหมื่น ... สุดท้ายคณะกรรมการก็ลงความเห็น
ว่า ... ไม่ปลูก ... ปล่อยให้มันโล่งเตียนแบบนี้ต่อไปแหละ ไม่เป็นไร...
กูก็นึกสงสัยอยู่ในใจ ... ทำไมต้องปลูกหญ้า ... อย่างอื่นไม่ได้เหรอ ???
ปลูกข้าวได้ไหม ... แล้วพอถึงเทศกาลเช็งเม้ง ก็ให้วงศาคณาญาติ
มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวกันไป ...
หรือปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ไหม หูกวาง จามจุรี เอามาลงต้นเบ้งๆแค่ต้นเดียวนี่แหละ
แล้วแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาลูกหลาน เพราะช่วงนี้เป็นหน้าร้อน
อุณหภูมิมันพุ่งทะลุขีดคำว่า "อบอุ่น" ไปไกลมากแล้ว ...
ไม่ได้เหรอ ??? ... ทำไมต้องปลูกหญ้า ???
ถ้ายังยืนยันว่าจะเป็นหญ้า ... กูขอปลูกหญ้าเทียมได้ไหม ?
เอาแบบสลับสีลายตารางสก๊อตช์ แบบสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลย
ปลูกทีเดียวจบ ไม่ต้องรดน้ำดูแลอะไรมาก ...
เผื่อลูกหลานมาแล้วเบื่อ จะได้เล่นฟุตบอลไปเลย ...
แข่งกันกับหลุมข้างๆ ...กระชับสัมพันธ์กันไป
หรือจะจัดเป็นลีค ไหนๆก็เป็นเทศกาลสั้นๆกันอยู่แล้ว
แข่งหาผู้ชนะประจำสุสานไปเลยดีไหม เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล
วิญญาณบรรพบุรุษจะได้เอาไปเม้าธ์กันได้หลายภพชาติไป ...
แบบนี้ไม่ได้เหรอ ???
แล้วที่ลูกหลานต้องแหกขี้ตาตื่นขับรถมาต่างจังหวัด ...
ไม่แน่ใจว่า อยากจะทำ หรือจำเป็นต้องทำ ...
เพราะสังเกตสีหน้า เบื่อ+ปวดขี้+มีเมนส์ ตามที่กล่าวไปแล้ว
คิดว่ามันน่าจะเป็นหน้าที่มากกว่า ...
ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เขาอยากทำหน้าที่นี้กันจริงๆหรือ
เราไหว้แบบไฮเทคกว่านี้ได้ไหม ...ให้ฮวงซุ้ยติด broadband wireless
แล้วตั้งเว็บแคมไว้หน้าฮวงซุ้ย เล่นแคมฟรอกกันไปเลย ...
ลูกหลานก็นั่งอยู่หน้าคอมใน กทม. เห็นฮวงซุ้ยบรรพบุรุษชัดเจนเหมือนกัน
ของไหว้ก็ตั้งมันหน้าคอม ออนไลน์กันไป ...
ก็แหม ... เดี๋ยวนี้กระดาษกงเต้ก เขามีพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ไอผ่งไอพ่อดก็มีแล้ว มันต้องมี wireless ใช้กันในนรกบ้างแหละน่ะ
ลูกหลานก็แผ่ส่วนกุศลผ่าน wi-fi bluetooth ไปถึงอีกภพนึงกันไป
ไม่ต้องเดือดร้อนขับรถไกลเสี่ยงอันตรายด้วย
แบบนี้ไม่ได้เหรอ ???
นี่ยังไม่รวมรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่มันไม่เหมาะแล้ว...
สำหรับ lifestyle คนกรุงในปัจจุบัน ... แต่ทำไมเราไม่เคยคิดจะเปลี่ยน
หรือว่ามันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ???
แต่อย่างน้่อย เอาเป็นว่า เช็งเม้งวันนี้ ยังคงรักษาตำแหน่งท้ายตาราง
ชาร์ตป๊อปปูล่าร์โหวตประจำปีนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นอีกปี ...
ปล.1 ถึงคนที่รัก, ฮวงซุ้ย กับ ฮวงจุ้ย ไม่เหมือนกันนะครับ อย่าใช้ผิด
เช่น "แหม ... ห้องนอนคุณนี่ตกแต่งดีจัง ฮวงซุ้ยก็สวย" ... อย่านะครับ อย่า...
ปล.2 ไม่ต้องถามว่า หากสักวันนึง ที่เราต้องทำหน้าที่นี้แทนพ่อแม่เรา
เราจะทำไหม ... ตอบได้ง่ายๆว่า ..."ไม่ !!!"
ปล.3 เมื่อกี้แวะไป JJ คนน้อยมาก ... คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากคนออกไปเช็งเม้งกันหมด
และเพราะอากาศร้อนสัดหมา ... เสียบรรยากาศการเดินไปกว่าครึ่ง

เมื่อก่อนเคยคิดเหมือนกัน
เทศกาลเชี้ยไรไม่รู้ น่าเบื่อ
ถ้าโตขึ้นจะไม่ไหว้
แต่
เปลี่ยนใจแล้ว
มันเป็นเทศกาลเดียว
ที่คนแก่แก่เค้าจะได้เอาลูกหลานมาเจอกัน
พ่อแม่เจอพี่น้อง
พ่อเจอญาติแม่
แม่เจอญาติพ่อ
ถ้า
ให้มาเจอกันเฉยเฉย
ยังไงก็รวมตัวกันไม่ได้หรอก
คิดแล้ว
มันก็เป็นสิ่งที่ไม่เลวร้ายนัก
ปล.จะพูดอะไรต่อ
ลืมแล้ว
#1 By T__________T on 2007-03-25 19:18