เคยไหม ... ไปเที่ยวแล้วเอากางเกงในไปไม่พอ...
เคยไหม ... ไปเที่ยวแล้วลืมเอาผ้าเช็ดตัวไป ...
เคยไหม ... ไปเที่ยวแล้วแบตหมด ไม่มีที่ชาร์ต
เคยไหม ... ไปเที่ยวแล้วปลั๊กเสียบไม่เหมือนกับเต้ารับที่โรงแรม

เราเคย ... แต่ทุกอย่างเป็นอดีตไปหมดแล้ว
จากประสบการณ์อันโชกโชนในการจัดกระเป๋าไปเขมร
กว่า 10 ครั้งในรอบ 1 ปี (ไม่รวมฮ่องกง และต่างจังหวัดอีกหลายทริป)
วันนี้ เต่าไดอารี่ ขอนำเสนอวิธีการแพ๊คกระเป๋าไปเขมรอย่างมืออาชีพ

วิธีนั้นแสนง่าย ... ไม่ต้องทำเช็คลิสต์ ...(แต่ใครขยันทำก็ดี เพราะเป็นวิธี
ที่จะทำให้เกิดโอกาสพลาดได้น้อยที่สุดจริงๆ)
ขอให้แบ่งของที่จะเอาไปเป็น 5 หมวด ดังต่อไปนี้

1. หมวดเอกสารสำคัญ และเงิน
2. หมวดเสื้อผ้า
3. หมวดเครื่องอาบน้ำ และความงาม (ความกะแดะเฉพาะบุคคล)
4. หมวดเทคโนโลยีและสันทนาการ
5. หมวดยากันตาย

เอาล่ะ ... มาเริ่มกันเลยดีกว่า ...
ก่อนอื่น ขอให้สำนึกสำเหนียกให้ได้ก่อน ว่าเราจะไปกี่วัน
ปกติเราจะไปเขมรประมาณ 3-4 วัน ก็จะมีกระเป๋ามาตรฐานตามรูป
เป็นกระเป๋า polo สูงกว่าเข่าเล็กน้อย เป็นแบบ case นิ่มยืดหยุ่นได้
(มันยืดพองได้มากกว่าที่คิดนะไอ้ใบนี้)


ปกติใช้ใบนี้แหละ จริงๆจุได้มากที่สุดถึง 5 วันเลยแหละ

เริ่มจากหมวดแรกที่สำคัญที่สุด มันคือ เงิน และเอกสารสำคัญ

หมวดเงินและเอกสารสำคัญ


เรื่องเงินนี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเบิกล่วงหน้าจากออฟฟิศได้
ครั้งนี้ไป 4 วัน เอาไป 600 US$ ซึ่งเขาจะแตกเป็นแบงก์ย่อยมาแล้ว
(การจ่ายแบงก์ใหญ่ในตลาดถือว่าเสี่ยงมากๆ ไม่ควรอย่างยิ่งจ้ะ)
ส่วนเอกสารสำคัญ จริงๆถ้าไปเขมรก็จะมีแค่พาสปอร์ตแค่เล่มเดียว
ส่วน VISA ให้ไปทำ on arrival ที่สนามบิน (25US$ - business VISA)
ซึ่งเงินส่วนที่เป็นแบงก์ใหญ่เช่น 100 และ 50 เหรียญจะแยกใส่กระเป๋าพับ
ทางซ้ายล่างของรูป ซึ่งกระเป๋านี้ใช้ใส่พาสปอร์ต ใบเสร็จทั้งหลาย
(สำคัญมาก ถ้าจะเบิกต้องเก็บใบเสร็จตลอด ไม่งั้นซวย เบิกไม่ได้นะเธอ)
ส่วนเศษย่อยให้ไปใส่กระเป๋าตังค์ได้เลย (อย่าลืมเอาเงินไทยออกส่วนนึง
ให้เหลือประมาณ 1000 บาทสำหรับ ค่าแท๊กซี่ไปกลับ ส่วนถ้าจะซื้อของ
ใน duty free ให้รูดบัตรเอา)

พาสปอร์ตเล่มนี้ เหลืออีกแค่ 6 หน้า คาดว่าอีกไม่กี่ทริปคงได้ทำเล่มใหม่
ได้ข่าวว่าพาสปอร์ตรุ่นใหม่หนา 52 หน้า ... ถูกใจกรูเป็นที่สุด ...

ต่อไปเป็นหมวดเสื้อผ้า ...อันนี้ไม่ยากเท่าไร...

เสื้อโปโลล้วนๆ

อยากแรกคือเสื้อ ต้องดูก่อนว่าไปทำงานอะไร มีประชุมกับเอเจนซี่หรือผู้ใหญ่มั้ย
ถ้ามี ควรจะเตรียมเชิ้ตไปสักตัว (wrinkle free เท่านั้น เพราะต้องพับใส่กระเป๋า)
แต่ถ้าออกตลาด ลงพื้นที่ โปโลโลดเลยครับ งานนี้เราก็เลยเอาโปโลไป 5 ตัว

ส่วนกางเกง ถ้าเอาเชิ้ตก็เตรียมสแลคไปอีกตัวด้วย อย่าใส่เชิ้ตกับยีนส์เด็ดขาด
มันแสดงถึงความไม่สุภาพและไร้รสนิยม แต่ครั้งนี้ลงพื้นที่เกือบตลอด
ก็เอายีนส์ไปตัวเดียววันที่ใส่ไปนั่นแหละ ง่ายที่สุด ...
(ยีนส์ที่นิยมใส่ไปเขมร คือ Samuel & Kevin เพราะไม่แพง ไม่หวง...
จะไม่ใส่ ZARA ไปเด็ดขาด ...)


กุงเกงใน ถุงเท้า และยีนส์

ส่วนสิ่งที่สำคัญมากๆคือ กางเกงใน ต้องไปเอาเผื่อด้วยเสมอ อย่างน้อย 1 ตัว
เช่น ไป 4 วัน ก็ควรเอาไป 4 ตัว (+1 ตัวที่ใส่ไปวันแรก) ต้องเผื่อเพราะอาจจะต้อง
เลื่อนวันเดินทางกลับ หรือเหตุอื่นๆที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแบบไม่คาดฝัน
(อย่าคิดลึกๆ ... เราเป็นเด็กใสซื่อบริสุทธิ์นะเฟ้ย) ด้วยเหตุนี้เราจึงมีสต๊อก
กางเกงในของตัวเองประมาณ 15 ตัว (ไปเหมาของ giordano ตอนไปฮ่องกง
ตัวนึงประมาณ 100 บาท ใส่แล้วสบายไข่มาก) เพื่อจะได้หมุนทันเวลากลับมา
ส่วนถุงเท้า ก็เอาไปเผื่อเช่นกัน ...

ที่กล่าวมาคือชุดหลักๆ ต่อมาคือชุดสำรอง เช่น ชุดเที่ยว และชุดนอน
ชุดนอน เอาไปชุดเดียวพอ ...เรามีตัวเก่งอยู่แล้ว...

ชุดนอนและชุดสำรอง

ไหนๆไปนอนเขมร ก็ควรเอาชุดเขมรแบบเต็มรูปแบบไปด้วย
เพื่อเป็นการทำความคุ้นเคยกับสถานที่ไปด้วย ไม่งั้นอาจจะนอนไม่หลับ
เสื้อเป็นเสื้อปูนช้างแขนยาวสีแดง พิมพ์ลายเขมรเก๋ไก๋มาก
ปัจจุบันเสื้อรุ่นนี้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว เนื้อนิ่มบาง ใส่แล้วมีสไตล์ที่สุด
ส่วนกางเกง ได้มาจากตลาดรัสเซีย ยืดได้สบายไข่ ราคา 2 US$ เท่านั้น

ส่วนชุดสำรอง มีเอาไว้ hang out ในยามวิกาล ไม่ต้องลูกเล่นมาก
เลยเอาเสื้อยืด Abercrombie & Fitch จากเขมรตัวละ 5 US$ นี่แหละ ง่ายสุด
เอาไปชุดเดียวพอ เด็กดี ไม่เที่ยวเยอะ ... บางกิจกรรมก็ไม่ได้ใช้เสื้อผ้าซะหน่อย
(แหม ... ทำเป็นพูดไปนะไอ้นี่ ...)

ต่อไป หมวดอุปกรณ์เริงร่าในสายชล และหมวดความงาม...
อันนี้ไม่ยาก เพราะมีเป็นเซ็ทตายตัวอยู่แล้ว ...แพ๊คใส่กระเป๋าไว้ตลอด
บางคนอาจจะสงสัยว่า จะเอาไปทำไม โรงแรมไม่มีให้เหรอ ...
บอกเลยว่า ใช้ไม่ลง ... มันดูแย่ๆไงไม่รู้ เอาไปเองมันสบายใจกว่าเยอะ
ในกระเป๋าของเราประกอบด้วย เจลอาบน้ำของ addidas (มี 6 กลิ่นให้เลือก
ซื้อมาครบทุกกลิ่น เปลี่ยนๆไปเรื่อยๆ) มีขายที่เขมร ขวดละร้อยกว่าบาท
แชมพู ตอนนี้หมด ใช้ซันซิลค์แก้ขัดไปก่อน เดี๋ยวครั้งนี้จะไปซื้อ
ของ clinique ที่ duty free ตอนเช้าเอา ...ที่นั่นแดดร้อนและฝุ่นเยอะ
อย่าลืมเอาโฟมล้างหน้าไปด้วย ใช้ของ lancome ของเขาดีจริงๆ
(อีหลอดนี้พันกว่าบาท ...เจี๊ยก) กันแดดด้วย sunblock SPF 60 ไปเลย
น้อยกว่านี้ เอาแดดไม่เขมรไม่อยู่แน่ๆ และอย่างสุดท้ายคือสเปรย์ดับกลิ่น
ของนีเวีย อันนี้ใช้ทุกวันอยู่แล้ว ...เดี๋ยวไป duty free คราวนี้
ยังต้องหอบ L'Oreal Men Expert มาอีกหลายชุด ...
นี่กูไปทำงาน หรือไปช้อปปิ้งวะเนี่ย ...

นอกจากนี้ ก็จะมียาสีฟัน แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด น้ำหอมขวด tester
อยู่ในกระเป๋าด้วย ... แต่ขี้เกียจเอามาโชว์...

หมวดต่อไปคือ หมวดเทคโนโลยีและสันทนาการ
อย่าลืมเด็ดขาด ว่าการไปทำงานต่างประเทศ จะต้องนอนคนเดียว
นั่นหมายความว่า หลังจากที่ก้าวเท้าเข้าโรงแรม ชีวิตเป็นของเราคนเดียว
เราจึงควรจะเอาอะไรไปบันเทิงตัวเองเสียบ้าง ...

อย่างแรกที่ต้องเอาไปทุกครั้งคือ iPod (ชาร์จแบตเต็มเปี่ยม
และจัด playlist ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง) ซึ่งมักจะใช้ฟัง
ระหว่างรอ boarding ทั้งขาไปและกลับ และจะมีคุณอเนกอนันต์มากขึ้น
ถ้าเครื่องบินมัน delay ... หรือถ้าเกิดอารมณ์เปลี่ยวในช่วงค่ำ
ใน iPod นี้ก็ยังบรรจุหนังโป๊จำนวนมหาศาลไว้ให้ใช้บริการด้วย
นี่ยังไม่รวมหน้าที่ HDD ก้อนใหญ่สำหรับไฟล์ต่างๆ
หรือเอาไปเสียบโน้ตบุ้ก แล้วเอาไปฟังเพลงตอนแช่น้ำในโรงแรม...
ห้ามลืม !!! ถ้าลืม...อาจเฉาตายได้นะจ๊ะ ...

อีกอย่างที่ห้ามลืมคือ สายชาร์จต่างๆ ที่จำเป็นมากก็คือสายชาร์จมือถือ
และสายชาร์จกล้อง กล้องถ่ายรูปเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด
ของการออกตลาด เพื่อต้องใช้รูปในการทำ trip report เสมอ ...
นอกจากสายชาร์จแล้ว ต้องมี card reader สำหรับโอนรูปลงคอมด้วย
เรามีแบบ all-in-one มึงจะเอาการ์ดหน้าตาประหลาดขนาดไหนมา
กูรับได้หมด ... อันนี้เผื่อไว้ว่า เมมการ์ดมันเต็มระหว่างทริป...
และอีกอันที่ติดกระเป๋าโน้ตบุ้กไว้ คือ ปลั๊กเสียบแบบ 3 ไป 2 ขา
เพราะโรงแรมที่เขมร ไม่มีมาตรฐานปลั๊กเสียบ แต่ปกติเป็นแบบ 2 ขา
เราจึงควรเตรียม adapter ไปด้วย แต่ถ้าได้โรงแรมดีๆ ไม่ต้องห่วง
โทรไปที่ reception ขอ adapter ได้จ้ะ เขามีบริการให้ฟรี...

นอกจากจะหื่นกามเอาหนังโป๊ไปเต็ม iPod แล้ว เราก็ต้องมีอารมณ์....
วิชาการกันบ้าง ... เอาหนังสือไปอ่านสงบจิตใจหน่อยก็ดีนะ
ปกติ เราจะเอา TIME ไปสองเล่ม เพราะไม่เคยอ่านที่บ้านจบสักเล่ม
ที่สำคัญคือ ไม่เปลืองที่ น้ำหนักเบามาก ...เหมาะสำหรับเดินทาง
แถมหยิบขึ้นมาอ่านบนเครื่องบิน จะดูดีกว่าอ่านไทยรัฐมากๆ
(สร้างภาพกันเข้าไป...)

สุดท้ายคือหมวดยา ไม่มีอะไร แต่สำคัญ...
ยาที่ควรเอาไปก็พวกสามัญประจำบ้านทั้งหลายแหล่
คือพาราฯ แก้ปวดสารพัด ยาแก้แพ้ให้เอาไปทั้ง 2 แบบเลย
คือ actifed ใช้สำหรับกินตอนดึก ถ้านอนไม่ค่อยหลับ ได้ผลดีมาก
จะหลับยาวยันเช้าไปเลย แต่ถ้าไม่สบายจริงๆแล้วอยากกินตอนเช้า
ให้เอา telfast ไปกินแทน เพราะมันจะไม่ง่วง ทำงานได้ปกติ
อีกอย่างที่ต้องเอาไปคือ ยาแก้ท้องเสีย กับยาฆ่าเชื้อ
ควรกินร่วมกันเพื่อให้มันหยุดอาการเร็วขึ้น
ยาทั้งหมดสามารถขอได้ฟรีๆก่อนเดินทาง ที่สถานพยาบาล


ยาจ้ะ ..ไปทีไรก็ขอทุกที ... ไม่ได้กินก็ขอไปก่อน

วิธีการจัด คือจัดให้เสร็จเป็นหมวดๆไป และขอให้ตั้งใจจัดด้วย
อย่าจัดไปคุยโทรศัพท์ หรือเตะตะกร้อไปด้วย เพราะมันจะตกหล่น
และลืมบางอย่างไปในที่สุด ... จัดเสร็จแล้วให้เอามากองไว้บนโต๊ะทั้งหมด

เอามากองๆไว้ ก็จะได้ตามรูปนี้


จากนั้น ก็เอามาเรียงๆยัดๆไว้อย่างเป็นระเบียบ

แล้วเราก็เอาของทั้งหมดมาเรียงใส่กระเป๋า ชุดนอนควรจะอยู่ล่างสุด
ส่วนถุงเท้าและกางเกงในควรไว้ที่ขอบ เพราะต้องใช้ทุกวัน ...
top up ขึ้นมาด้วยเสื้อ (ถ้าเป็นโปโล อย่าพับ ให้ม้วนจะประหยัดที่มากกว่า)
แล้วปิดท้ายด้วยชุดเครื่องอาบน้ำและเทคโนโลยี
ส่วนยาให้แยกใส่ในช่องซิป เพื่อความหยิบง่าย...

ของบางส่วน ควรแยกไปใส่กระเป๋าโน้ตบุ้ก โดยเฉพาะชิ้นที่จะใช้บนเครื่องบิน
เช่น iPod และหนังสือต่างๆ ถ้าไม่มีของต้องโหลดลงเครื่องก็แล้วไป
แต่ถ้ามี อย่าลืมเอาของมีค่าทุกอย่างออกจากกระเป๋าด้วยนะครับ
โดยเฉพาะเงินสด ห้ามเด็ดขาดเชียวนะ ...

ร่ายมายืดยาว แต่จริงๆใช้เวลาแพ๊คกระเป๋าไม่เกิน 15 นาที
ดูในรูป จะเห็นว่าจริงๆยังมีที่เหลือในกระเป๋าอีกมากมายมหาศาล
แต่อย่าลืมว่า หลังจากใช้เสื้อผ้าแล้ว เราไม่ได้พับเนี้ยบกลับมา
ขากลับกระเป๋าก็จะฟูเต็มพอดี แถมยังต้องเหลือที่เพื่อหิ้วบุหรี่อีก 4 cotton
ไหนจะเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่จากตลาดรัสเซีย ...

เห็นไหมว่าง่ายนิดเดียว พรุ่งนี้เช้าก็ลากกระเป๋าไปสนามบินได้สบายใจ

ปล. เมื่อเช้าอ่านไทยรัฐตอนนั่งขี้ มีข่าวนึง ตลกมากทีเดียว
มีโจรกระชากกระเป๋าหลุยส์ของนักศึกษา แล้วขี่มอไซค์หลบหนี
แฟนหนุ่มของนักศึกษาคนนั้นเลยขับบีเอ็มไล่บี้โจรกันบ้าคลั่ง
สุดท้าย โจรคนนึงหัวกระแทกพื้นตายห่า อีกคนบาดเจ็บ
แต่สุดท้ายรถบีเอ็มลากมอไซค์ครูดไปกับพื้นจนไฟลุกทั้งคัน
...คุ้มมั้ยเนี่ย ...

อ่านเสร็จ พับหนังสือพิมพ์ดูรูปชัดๆ ... กระเป๋าหลุยส์ปลอมชัดๆ
ปลอมแบบสำเพ็งเกรด C+ เลยแหละ ... โอ้...พระเจ้า

แต่อ่านข่าวพวกนี้ ขี้คล่องจริงๆนะ ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อัพได้ยาวมาก ... เอาถ้วยไปเลยมะมึง

#1 By o_extreme (58.9.91.143) on 2007-03-27 19:40

ละเอียดยิบ ได้ใจ

ปล.ข่าวฮาจริง

#2 By สุด on 2007-03-29 00:09

งะ...ช้าไปแล้วน้องเอ๋ย พี่จะไปแล้ววว++

#3 By ^^FlyingBirth^^ on 2007-03-29 09:03

ไดอารี่ของเต่าคราวนี้ อย่างกับสารคดีเรื่องนึงเลยอ่ะ แต่ .. อ่านแล้วมันได้จัยมากๆ (ถ่ายรูปแม้กาทั่งกุงเกงใน) ฮ่าๆ สะจายยฉานน

#4 By Par'Sang'To (203.118.85.92) on 2007-03-29 20:06

...บนเครื่องบินอ่าน TIME
อยู่บ้านอ่านไทยรัฐ
เชื่อแล้วว่าสร้างภาพจริง

#5 By Dear (58.9.95.242) on 2007-04-01 10:23

แรดสมเต้า แต่ก็ได้ความรู้ดีแก

#6 By บัว (61.90.165.51 /10.10.6.68) on 2007-04-02 15:12

i've never known you smoke ?!?

#7 By sister (63.227.77.15) on 2007-04-06 04:07

สาดน้ำๆๆๆๆ
ฉีดน้ำๆๆๆๆๆ
เจ้าของบล็อกจ้า
สุขสันต์วันสงกรานต์นาจ้า
โดนซะ
ตูมมมม
ปิ้วๆๆๆๆ

#8 By ★ nU_Pl2eam ★ on 2007-04-14 00:36

เหอๆๆ ผู้ชายส่วนใหญ่ก็จะสบายกว่าผู้หญิง เวลาเดินทางกระเป๋าก็จะไม่บานเท่า ที่สำคัญผู้หญิงต้องมีเครื่องประทินโฉมอีกมากมายน่ะพี่

แล้วเวลาเดินทางเนี่ย เค้าต้องพกเงินกันเป็นUS dollarเลยเหรอ

#9 By Flying_dreamer on 2007-04-22 18:08

ผู้ชายอะไรของเยอะเชียว
แถมจัดกระเป๋าได้เก่งจริงๆ

#10 By MayaKniGht on 2007-10-05 14:25

ห้ามใส่เชิ้ตกับยีนส์เด็ดขาด
มันแสดงถึงความไม่สุภาพและไร้รสนิยม
ยังไงว่ะ.....ก็ใส่อยู่ทุกวัวนเนี้ย

อยากเห็นคนรสนิยมดี จิงๆๆๆๆ

#11 By นักออกแบบจนๆๆ (58.8.127.164) on 2008-04-11 16:31