Hula girls: สู้ต่อไป ทาเคชิ!
posted on 01 Jul 2007 23:24 by bongtao in life, movie
กลับมาแล้วคร้าบบบ!!!
ไดอารี่ review หนังหลังจากที่ห่างหายไปนาน
จริงๆที่ผ่านมาก็ได้ดูหนังหลายเรื่องนะัครับ
แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังฟอร์มยักษ์ตลาดๆ
จนบางครั้งก็ไม่รู้จะหยิบประเด็นอะไรขึ้นมาพูดดี
จริงๆวันนี้อยากไปดู transformer ครับ
ตอนมันฉายใน cartoon network น้องผมบ้ามาก
(ไม่ใช่แนวผมครับ แนวผมต้อง powerpuff girls
กะ dexter's laboratory เท่านั้นครับ)
เห็นเทคนิค effect ตระการตาขนาดนั้น ไม่น่าผิดหวัง
แต่คนแน่นทุกโรงเลยครับ เลยอดไปตามระเบียบ
ก็เลยเปลี่ยนใจเดินไป lido แทน...
วันก่อนเห็นไอ้ยูบอกว่า มีหนังญี่ปุ่นแนวอุ่นๆ
(ประมาณ be with you, swing girls, always)
ฉายอยู่เรื่องนึง ชื่อแปลกดี "hula girls"
ชื่อไทยเก๋มาก "สาวฮูล่า หัวใจฮีโร่" ...
ไม่เคยดูหนังตัวอย่างมาก่อน ไม่รู้เนื้อเรื่องย่อด้วย
แต่ด้วยความว่าหนังมันเข้าแนว ก็ยอมเสียตังค์ดู
(สองคน แถมส่วนลด จ่ายไปแค่ 180 บาท
เกือบจะเท่าตั๋วโรงสยามภาวลัยคนเดียวเลยนะเนี่ย)
หนังเกี่ยวกับจังหวัดบ้านนอกๆแถวอีสานของญี่ปุ่น
ที่ทั้งหมู่บ้านถูกหล่อเลี้ยงด้วยการทำเหมืองถ่านหิน
มาชั่วนาตาปี แต่อยู่ดีๆก็เกิดมีตาลุงคนนึง
อยากจะเนรมิต "ฮาวายเอี้ยน เซ็นเตอร์"
(พูดชื่อแล้วกูนึกถึงพิซซ่าบางกรอบขอบชีสขึ้นมาทันที)
ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวบ้านว่าไปไม่รอดหรอก
เพราะจังหวัดนี้หนาวเหน็บถึงตะเข็บกางเกงใน
มึงจะมาฮาวาย หรือซูเปอร์สุพรีมอะไรแถวนี้ ...
ณ ตอนนั้นเอง เจ้าของโปรเจกต์ก็เริ่มรับสมัคร
สาวเต้นระบำชาวเกาะ (ภาษาญี่ปุ่นใน soundtrack
ออกเสียงชัดแจ๋วว่า ฮา-ไว-แดน-สะ)
ก็มีหนูน้อยสองคนสนใจจะไปสมัครเป็นสาวฮาวาย
(โทษทีที่ผมจำชื่อน้องทั้งสองไม่ได้ แต่น้องน่ารักมาก)
สักพักก็มีเพื่อนหญิงอีกคนชื่อ ซายูริ ตัวเท่านักมวยปล้ำ
(ขัดกับภาพของซายูริใน memoirs of geisha เป็นที่สุด)
หน้าตาเธอเหมือนเอาหน้าป้าดา - ดารุณี กฤตบุญญาลัีย
มาตัดใส่ส่วนตัวของ the rock ภาคสตรี...
เจ้าของโปรเจกต์ถึงขนาดจ้างนัดเต้นมืออาชีพจากโตเกียว
เพื่อมาสอนเต้นโดยเฉพาะ (ครูชื่อมาโดกะ ...จำได้เพราะว่า
ชื่อเหมือนนางเอกหนังโป๊) ช่วงแรกเธอก็ยังสวยเริ่ดเชิ่ด
ดูแคลนน้องๆที่ฝันจะเป็นนักเต้นว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางทำได้
แต่ด้วยความตั้งใจของน้องสุดสวย ก็สามารถละลายน้ำแข็ง
ให้เธอยอมใจอ่อนสอนให้ด้วยเงื่อนไขว่าต้องตั้งใจสุดชีวิต
และห้ามร้องไห้ ห้ามบ่น ห้ามเถียงเป็นอันขาด
ยังไม่ทันไร ...เจ้าของเหมืองถ่านหินก็เริ่มไล่พนักงานบางส่วนออก
ลูกสาวของหลายๆครอบครัวก็เลยมาขอเรียนเต้นฮาวายด้วย
ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น ...
แต่ ...
หนึ่งในน้องสาวสวยสองคนที่มาสมัครตั้งแต่แรก
กลับถูกพ่อกีดกันเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองมาเรียนเต้นอะไรก็ไม่รู้
ถึงขนาดทำร้ายร่างกาย เฉือนผมทิ้ง แล้วย้ายครอบครัว
ไปอยู่ที่ฮอกไกโดกันเลยทีเดียว
วันที่เธอต้องจากเมืองนี้ ทุกคนก็มาส่งกันพร้อมหน้า
ก็มีแต่ครูมาโดกะนี่แหละ ที่ถึงจะไปส่งก็ไม่มาพูดคุยอะไร
สุดท้ายก็แอ๊บแตก ร้องห่มร้องไห้แถมมอบแว่นกันแดด
สุดเก๋ประจำตัวให้น้องเอาไว้แก้คิดถึง ...
ทำให้รู้ว่า จริงๆเธอเองก็ไม่ได้รังเกียจสังคมบ้านนอก
แห่งนี้เหมือนตอนแรกที่เธอย่างเข้ามาแล้ว
การฝึกซ้อมถูกเคี่ยวกรำไปตามกำหนดเปิดของ
ฮาวายเอี้ยนเซ็นเตอร์ แม้ว่าช่วงแรกจะขลุกขลักไปบ้าง
มีการไปโชว์ตัวที่พื้นที่ใกล้เคียง แต่ก็เละเทะไม่เป็นท่า
แถมยังทะเลาะโทษกันไป โทษกันมาอีก ...
ทำเอาครูมาโดกะวีนแตก ลงจากรถบัสระหว่างขากลับ
จนเด็กทั้งรถต้องขอโทษกันแทบไม่ทัน ...
จนมาถึงไคลแมกซ์ตรงที่เกิดอุบัติเหตุหินถล่มในเหมือง
ทำให้พ่อของซายูริบาดเจ็บหนัก เจ้าของโปรเจกต์
เมื่อทราบข่าวก็รีบมาบอกข่าวร้าย ซึ่งในขณะนั้น
ทีมสาวแดนเซอร์กำลังจะขึ้นแสดงอยู่พอดี ...
ครูมาโดกะเห็นว่า ควรจะยกเลิกการแสดงแล้วกลับไปดูใจ
แต่ซายูริยืนยันว่า ยังไงก็จะขอเต้นวันนี้ให้ได้
สุดท้ายเธอก็ได้เต้นระบำชาวเกาะสมใจ
แต่นั่นก็สายเกินไปที่จะมาดูใจพ่อของเธอ
จนเหล่าชาวเหมืองพากันเกรี้ยวกราดใส่ครูมาโดกะ
ว่าเธอไม่เคยเข้าใจอะไรในเมืองนี้เลย
ทำไมถึงเห็นการเต้นแร้งเต้นกาสำคัญกว่าการมาดูใจ
ของพ่อเด็ก ...
ซึ่ง ณ ตอนนั้น เธอกลับพูดเองว่า คนที่ยืนกราน
ให้ the show must go on นั้นคือเธอ ...ไม่ใช่ซายูริ
ซึ่งสุดท้าย เรื่องจบลงด้วยว่าเธอจะจากเมืองนี้ไป
โดยมีเงื่อนไขข้อเดียวคือ พ่อแม่ของเด็กทุกคน
ต้องไปดูลูกสาวเต้นฮาวายในวันเปิดงาน
ในวันที่ครูมาโดกะจะกลับโตเกียว เด็กๆก็แห่กันมา
แล้วทำ body language ท่าเต้นฮาวายให้ครูดูอยู่ที่สถานีรถไฟ
ตอนแรกก็ดูเหมือนจะใจแข็ง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น กูจะกลับ ...
แต่สุดท้ายก็แอ๊บแตก ยอมลงจากรถในวินาทีสุดท้าย
เพื่อมากำกับการแสดงในวันเปิดงานนี่แหละ
และสุดท้าย ฮาวายเอี้ยนก็เปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จ
เพราะชาวบ้านเริ่มเปิดใจมากขึ้น หลังจากเห็นความตั้งใจ
ของเด็กผู้หญิงกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึง ที่พยายามทุกอย่าง
ให้ความฝันไม่พังสลายไปกับความดื้อดึงหัวแข็งของคนรุ่นเก่า
เรื่องนี้ขอเล่ารายละเอียดคร่่าวๆนะครับ
จริงๆยังมีอีกหลายตัวละครที่ไม่ได้กล่าวถึงในนี้
ทั้งหมดของหนัง ทำออกมาได้แบบเรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวา
ไม่มีมุกฮากระจาย และบทเศร้าบีบน้ำตาเลยสักฉาก
ทำให้หนังดูง่วงๆเรียบๆไปนิดนึง ไม่อิ่มและไม่อุ่นอย่างที่คิด
แต่ถ้าใครจะไปดู ก็ไม่นับว่าน่าเสียดายตังค์นะครับ
------------------------------------------------------------------
จริงๆวันนี้ตื่นแต่เช้า ขับรถไปสามย่านเพื่อไปตัดผมก่อน
ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตัดทรงอ๊อฟ ปองศักดิ์ ...
ปรากฎว่าได้ทรงผมที่สั้นกว่าภาพที่ print ไปให้ดูเยอะทีเดียว
แต่ก็เหมาะกับคนที่จะไปอยู่เขมรหลายเดือนล่ะเนอะ
ไม่กล้าวัดใจให้ช่างเขมรตัดว่ะ กลัวมันจะตัดหัวกูแทน
หลังจากได้ทรงผมหล่อเด้งมาแล้ว ก็ข้ามมางานรับปริญญา
วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของคณะเรา น้องๆก็ถ่ายรูปกันสุดริด
วันนี้ผมถือคติ "คบคนพาล คนพาลพาไปหาผิด
...พบบัณฑิต ไม่ต้องคิด... แล้ววิ่งไปถ่ายรูปด้วย"
ก็ไปตัวเปล่าๆนี่แหละ เดี๋ยวของขวัญค่อยให้กิฟท์เอาไปให้วันจริง
ผมเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเรื่องการให้ของขวัญ
ในทุกๆวาระโอกาส คือไม่ชอบให้แบบ อ่ะๆๆ ...กูให้ละนะ
มันดู meaningless มากๆ ดังนั้นผมไม่เคยซื้อของใน loft
เป็นของขวัญให้ใครเลย มันดูไร้รสนิยมและขาดความคิดสร้างสรรค์ที่สุด
ใครที่ได้ของขวัญวันเกิดเราไปหลายๆคน มันอาจจะน่าเขวี้ยง
ใส่กบาลคนให้ทันทีที่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมก็รู้อยู่ลึกๆนะ
ว่าเขาชอบ และมันมีความหมายพอที่จะเก็บและจำได้ว่าใครเป็นคนให้
เห็นสภาพบัณฑิตวันนี้แล้วก็นึกถึงเมื่อปีที่แล้ว
วันซ้อมก็ไม่ได้เหนื่อยน้อยไปกว่าวันจริงเลยครับ
วันๆต้องรับโทรศัพท์แล้วพูดคำว่า "มึงอยู่ไหน" เป็นร้อยๆรอบ
แล้วก็วิ่งไปวิ่งมา เหงื่อแตกพลั่กตลอดทั้งวัน ...
ในฐานะที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ย่อมเข้าใจดีว่า เราไม่ควรจะใช้เวลากับบัณฑิตคนนึง
เกิน 5 นาที หน้าที่เราวันนี้คือ วิ่งเข้าไปถ่ายรูป ยิ้มกว้าง
แล้วก็อวยพรแสดงความยินดี แล้วก็ชิ่งออกมาเลย ฮ่าๆ
ไปนอนแล้วครับ เดี๋ยวต้องลุกขึ้นมากินยาตอนตีสอง
ปล.1 ดูหนังวันนี้ ผมชอบคุณครูมาโดกะมากเลยครับ
เพราะเธอแต่งตัวสวยมาก ให้อารมณ์แบบ sex and the city มากๆ
ปล.2 ชอบมากเลยครับที่เมื่อวานผมเรียกให้ขาประจำโชว์ตัว
จะได้คุยกันได้ง่ายขึ้น ไว้วันหลังผมจะตั้งประเด็นให้ตอบดีกว่า
ไดอารี่ review หนังหลังจากที่ห่างหายไปนาน
จริงๆที่ผ่านมาก็ได้ดูหนังหลายเรื่องนะัครับ
แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังฟอร์มยักษ์ตลาดๆ
จนบางครั้งก็ไม่รู้จะหยิบประเด็นอะไรขึ้นมาพูดดี
จริงๆวันนี้อยากไปดู transformer ครับ
ตอนมันฉายใน cartoon network น้องผมบ้ามาก
(ไม่ใช่แนวผมครับ แนวผมต้อง powerpuff girls
กะ dexter's laboratory เท่านั้นครับ)
เห็นเทคนิค effect ตระการตาขนาดนั้น ไม่น่าผิดหวัง
แต่คนแน่นทุกโรงเลยครับ เลยอดไปตามระเบียบ
ก็เลยเปลี่ยนใจเดินไป lido แทน...
วันก่อนเห็นไอ้ยูบอกว่า มีหนังญี่ปุ่นแนวอุ่นๆ
(ประมาณ be with you, swing girls, always)
ฉายอยู่เรื่องนึง ชื่อแปลกดี "hula girls"
ชื่อไทยเก๋มาก "สาวฮูล่า หัวใจฮีโร่" ...
ไม่เคยดูหนังตัวอย่างมาก่อน ไม่รู้เนื้อเรื่องย่อด้วย
แต่ด้วยความว่าหนังมันเข้าแนว ก็ยอมเสียตังค์ดู
(สองคน แถมส่วนลด จ่ายไปแค่ 180 บาท
เกือบจะเท่าตั๋วโรงสยามภาวลัยคนเดียวเลยนะเนี่ย)
หนังเกี่ยวกับจังหวัดบ้านนอกๆแถวอีสานของญี่ปุ่น
ที่ทั้งหมู่บ้านถูกหล่อเลี้ยงด้วยการทำเหมืองถ่านหิน
มาชั่วนาตาปี แต่อยู่ดีๆก็เกิดมีตาลุงคนนึง
อยากจะเนรมิต "ฮาวายเอี้ยน เซ็นเตอร์"
(พูดชื่อแล้วกูนึกถึงพิซซ่าบางกรอบขอบชีสขึ้นมาทันที)
ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวบ้านว่าไปไม่รอดหรอก
เพราะจังหวัดนี้หนาวเหน็บถึงตะเข็บกางเกงใน
มึงจะมาฮาวาย หรือซูเปอร์สุพรีมอะไรแถวนี้ ...
ณ ตอนนั้นเอง เจ้าของโปรเจกต์ก็เริ่มรับสมัคร
สาวเต้นระบำชาวเกาะ (ภาษาญี่ปุ่นใน soundtrack
ออกเสียงชัดแจ๋วว่า ฮา-ไว-แดน-สะ)
ก็มีหนูน้อยสองคนสนใจจะไปสมัครเป็นสาวฮาวาย
(โทษทีที่ผมจำชื่อน้องทั้งสองไม่ได้ แต่น้องน่ารักมาก)
สักพักก็มีเพื่อนหญิงอีกคนชื่อ ซายูริ ตัวเท่านักมวยปล้ำ
(ขัดกับภาพของซายูริใน memoirs of geisha เป็นที่สุด)
หน้าตาเธอเหมือนเอาหน้าป้าดา - ดารุณี กฤตบุญญาลัีย
มาตัดใส่ส่วนตัวของ the rock ภาคสตรี...
เจ้าของโปรเจกต์ถึงขนาดจ้างนัดเต้นมืออาชีพจากโตเกียว
เพื่อมาสอนเต้นโดยเฉพาะ (ครูชื่อมาโดกะ ...จำได้เพราะว่า
ชื่อเหมือนนางเอกหนังโป๊) ช่วงแรกเธอก็ยังสวยเริ่ดเชิ่ด
ดูแคลนน้องๆที่ฝันจะเป็นนักเต้นว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางทำได้
แต่ด้วยความตั้งใจของน้องสุดสวย ก็สามารถละลายน้ำแข็ง
ให้เธอยอมใจอ่อนสอนให้ด้วยเงื่อนไขว่าต้องตั้งใจสุดชีวิต
และห้ามร้องไห้ ห้ามบ่น ห้ามเถียงเป็นอันขาด
ยังไม่ทันไร ...เจ้าของเหมืองถ่านหินก็เริ่มไล่พนักงานบางส่วนออก
ลูกสาวของหลายๆครอบครัวก็เลยมาขอเรียนเต้นฮาวายด้วย
ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น ...
แต่ ...
หนึ่งในน้องสาวสวยสองคนที่มาสมัครตั้งแต่แรก
กลับถูกพ่อกีดกันเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองมาเรียนเต้นอะไรก็ไม่รู้
ถึงขนาดทำร้ายร่างกาย เฉือนผมทิ้ง แล้วย้ายครอบครัว
ไปอยู่ที่ฮอกไกโดกันเลยทีเดียว
วันที่เธอต้องจากเมืองนี้ ทุกคนก็มาส่งกันพร้อมหน้า
ก็มีแต่ครูมาโดกะนี่แหละ ที่ถึงจะไปส่งก็ไม่มาพูดคุยอะไร
สุดท้ายก็แอ๊บแตก ร้องห่มร้องไห้แถมมอบแว่นกันแดด
สุดเก๋ประจำตัวให้น้องเอาไว้แก้คิดถึง ...
ทำให้รู้ว่า จริงๆเธอเองก็ไม่ได้รังเกียจสังคมบ้านนอก
แห่งนี้เหมือนตอนแรกที่เธอย่างเข้ามาแล้ว
การฝึกซ้อมถูกเคี่ยวกรำไปตามกำหนดเปิดของ
ฮาวายเอี้ยนเซ็นเตอร์ แม้ว่าช่วงแรกจะขลุกขลักไปบ้าง
มีการไปโชว์ตัวที่พื้นที่ใกล้เคียง แต่ก็เละเทะไม่เป็นท่า
แถมยังทะเลาะโทษกันไป โทษกันมาอีก ...
ทำเอาครูมาโดกะวีนแตก ลงจากรถบัสระหว่างขากลับ
จนเด็กทั้งรถต้องขอโทษกันแทบไม่ทัน ...
จนมาถึงไคลแมกซ์ตรงที่เกิดอุบัติเหตุหินถล่มในเหมือง
ทำให้พ่อของซายูริบาดเจ็บหนัก เจ้าของโปรเจกต์
เมื่อทราบข่าวก็รีบมาบอกข่าวร้าย ซึ่งในขณะนั้น
ทีมสาวแดนเซอร์กำลังจะขึ้นแสดงอยู่พอดี ...
ครูมาโดกะเห็นว่า ควรจะยกเลิกการแสดงแล้วกลับไปดูใจ
แต่ซายูริยืนยันว่า ยังไงก็จะขอเต้นวันนี้ให้ได้
สุดท้ายเธอก็ได้เต้นระบำชาวเกาะสมใจ
แต่นั่นก็สายเกินไปที่จะมาดูใจพ่อของเธอ
จนเหล่าชาวเหมืองพากันเกรี้ยวกราดใส่ครูมาโดกะ
ว่าเธอไม่เคยเข้าใจอะไรในเมืองนี้เลย
ทำไมถึงเห็นการเต้นแร้งเต้นกาสำคัญกว่าการมาดูใจ
ของพ่อเด็ก ...
ซึ่ง ณ ตอนนั้น เธอกลับพูดเองว่า คนที่ยืนกราน
ให้ the show must go on นั้นคือเธอ ...ไม่ใช่ซายูริ
ซึ่งสุดท้าย เรื่องจบลงด้วยว่าเธอจะจากเมืองนี้ไป
โดยมีเงื่อนไขข้อเดียวคือ พ่อแม่ของเด็กทุกคน
ต้องไปดูลูกสาวเต้นฮาวายในวันเปิดงาน
ในวันที่ครูมาโดกะจะกลับโตเกียว เด็กๆก็แห่กันมา
แล้วทำ body language ท่าเต้นฮาวายให้ครูดูอยู่ที่สถานีรถไฟ
ตอนแรกก็ดูเหมือนจะใจแข็ง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น กูจะกลับ ...
แต่สุดท้ายก็แอ๊บแตก ยอมลงจากรถในวินาทีสุดท้าย
เพื่อมากำกับการแสดงในวันเปิดงานนี่แหละ
และสุดท้าย ฮาวายเอี้ยนก็เปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จ
เพราะชาวบ้านเริ่มเปิดใจมากขึ้น หลังจากเห็นความตั้งใจ
ของเด็กผู้หญิงกลุ่มเล็กๆกลุ่มนึง ที่พยายามทุกอย่าง
ให้ความฝันไม่พังสลายไปกับความดื้อดึงหัวแข็งของคนรุ่นเก่า
เรื่องนี้ขอเล่ารายละเอียดคร่่าวๆนะครับ
จริงๆยังมีอีกหลายตัวละครที่ไม่ได้กล่าวถึงในนี้
ทั้งหมดของหนัง ทำออกมาได้แบบเรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวา
ไม่มีมุกฮากระจาย และบทเศร้าบีบน้ำตาเลยสักฉาก
ทำให้หนังดูง่วงๆเรียบๆไปนิดนึง ไม่อิ่มและไม่อุ่นอย่างที่คิด
แต่ถ้าใครจะไปดู ก็ไม่นับว่าน่าเสียดายตังค์นะครับ
------------------------------------------------------------------
จริงๆวันนี้ตื่นแต่เช้า ขับรถไปสามย่านเพื่อไปตัดผมก่อน
ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตัดทรงอ๊อฟ ปองศักดิ์ ...
ปรากฎว่าได้ทรงผมที่สั้นกว่าภาพที่ print ไปให้ดูเยอะทีเดียว
แต่ก็เหมาะกับคนที่จะไปอยู่เขมรหลายเดือนล่ะเนอะ
ไม่กล้าวัดใจให้ช่างเขมรตัดว่ะ กลัวมันจะตัดหัวกูแทน
หลังจากได้ทรงผมหล่อเด้งมาแล้ว ก็ข้ามมางานรับปริญญา
วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของคณะเรา น้องๆก็ถ่ายรูปกันสุดริด
วันนี้ผมถือคติ "คบคนพาล คนพาลพาไปหาผิด
...พบบัณฑิต ไม่ต้องคิด... แล้ววิ่งไปถ่ายรูปด้วย"
ก็ไปตัวเปล่าๆนี่แหละ เดี๋ยวของขวัญค่อยให้กิฟท์เอาไปให้วันจริง
ผมเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเรื่องการให้ของขวัญ
ในทุกๆวาระโอกาส คือไม่ชอบให้แบบ อ่ะๆๆ ...กูให้ละนะ
มันดู meaningless มากๆ ดังนั้นผมไม่เคยซื้อของใน loft
เป็นของขวัญให้ใครเลย มันดูไร้รสนิยมและขาดความคิดสร้างสรรค์ที่สุด
ใครที่ได้ของขวัญวันเกิดเราไปหลายๆคน มันอาจจะน่าเขวี้ยง
ใส่กบาลคนให้ทันทีที่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมก็รู้อยู่ลึกๆนะ
ว่าเขาชอบ และมันมีความหมายพอที่จะเก็บและจำได้ว่าใครเป็นคนให้
เห็นสภาพบัณฑิตวันนี้แล้วก็นึกถึงเมื่อปีที่แล้ว
วันซ้อมก็ไม่ได้เหนื่อยน้อยไปกว่าวันจริงเลยครับ
วันๆต้องรับโทรศัพท์แล้วพูดคำว่า "มึงอยู่ไหน" เป็นร้อยๆรอบ
แล้วก็วิ่งไปวิ่งมา เหงื่อแตกพลั่กตลอดทั้งวัน ...
ในฐานะที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ย่อมเข้าใจดีว่า เราไม่ควรจะใช้เวลากับบัณฑิตคนนึง
เกิน 5 นาที หน้าที่เราวันนี้คือ วิ่งเข้าไปถ่ายรูป ยิ้มกว้าง
แล้วก็อวยพรแสดงความยินดี แล้วก็ชิ่งออกมาเลย ฮ่าๆ
ไปนอนแล้วครับ เดี๋ยวต้องลุกขึ้นมากินยาตอนตีสอง
ปล.1 ดูหนังวันนี้ ผมชอบคุณครูมาโดกะมากเลยครับ
เพราะเธอแต่งตัวสวยมาก ให้อารมณ์แบบ sex and the city มากๆ
ปล.2 ชอบมากเลยครับที่เมื่อวานผมเรียกให้ขาประจำโชว์ตัว
จะได้คุยกันได้ง่ายขึ้น ไว้วันหลังผมจะตั้งประเด็นให้ตอบดีกว่า
ผมไม่ชอบงานรับปริญญาเลยครับ ร้อน คนเยอะ มีตากล้องเดินเพ่นพาน ในจำนวนพอๆกับนักศึกษา
ผมเคยบอกช่างตัดผม ว่าให้ตัดแล้วเหมือรดาราคนโน้น คนนี้ ล่าสุด บอกให้ตัดออกมาแล้วผมกลายเป็น เคนธีรเดช มันตัดออกมาหน้าผมเป็น ไอ้บ๊วยเลยครับ
#1 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 12:43