ขอทิ้งทวนหนังเรื่องสุดท้ายก่อนไปเขมร
ด้วยหนังฟอร์มยักษ์อย่าง transformers
ซึ่งตอนที่มันฉายใน cartoon network
ผมไม่เคยดูเลยครับ ตอนนั้นบ้านผมเพิ่งติด UTV ใหม่ๆ
ตอนนั้นยังไม่เป็น merge กับ IBC เลยครับ
น้องชายผมมันนั่งดูทั้งวันทั้งคืน มันสนุกตรงไหนวะ?
ไอ้รถสิบล้อแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์เนี่ย ...

แต่หนังแม่งโคตรสนุกเลยครับพี่น้อง
คะแนนความสนุกเอาไปเลย 10 เต็ม
มอบพร้อมมงกุฎเพชรของมิกิโมโต้
และสายสะพายแก่ สปีลเบิร์ก และไมเคิล เบย์...

โครงเรื่องของหนังมันไม่มีอะไรเลยครับ
เรื่องคือ มีหุ่นยนต์ 2 กลุ่ม กลุ่มที่เป็นฝ่ายดีเรียกว่า ออโตบอท
ส่วนฝ่ายเชี่ยๆ (ซึ่งดูเท่และล้ำมากกว่าเยอะ) เรียกว่า ดิเซฟติคอน
ซึ่งมันเสือกมาสู้กันในโลกมนุษย์ เพราะแหล่งพลังงานขั้นสุดยอด
ที่เรียกว่า The Cube มันดันตกแหมะลงมาบนโลกเรา

มนุษย์เราก็ซวยสิครับ ...

ในหนังอัดแน่นไปด้วยการทำลายล้างผลาญฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
เปิดตัวหนังมาที่กองทัพสหรัฐฯในกาตาร์
ซึ่งโดนโจมตีจาก ดิเซปติคอนที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ (ชื่อ blackout)
ทั้งมิสไซล์ ทั้งโซนิกบูม ช๊อคเวฟห่าเหวอะไรแม่งมีหมด
เอาใจแฟนหนังซาดิสต์อย่างผมมากๆ เท่ไปเลย ...
สรุปคือ ไอ้กองทัพนั้นราบคาบไม่เหลือซาก
จะเหลือก็แค่ทหารไม่กี่คนที่รอดมาได้ (เดาได้เลยว่า
ไอ้พวกนี้มันต้องเป็นกุญแจสำคัญในท้ายๆเรื่องแน่ๆเลย)

จุดประสงค์ของการบุกโจมตีครั้งนี้ คือมันต้องการดึงข้อมูล
จากกองทัพของสหรัฐฯเพื่อหาอะไรสักอย่าง โดยที่มันสามารถ
ทะลุ firewall และระบบป้องกันได้โดยใช้เวลาไม่กี่วินาที
แถมฝังไวรัสลงไปได้พร้อมๆกัน โอ้ว ... หุ่นยนต์เทพมากๆ

ตัดกลับมาที่พระเอก (แซม วิทวิกกี้) เด็กหนุ่มที่ดูโก๊ะๆ
เหมือนจะหล่อ แต่ก็ไม่หล่อ ... เหมือนจะดูดี แต่ก็ไม่ดูดี ...
ได้ของขวัญจากพ่อเป็นรถคันแรกในชีวิต ซึ่งจริงๆแล้ว
ไอ้รถคันนี้ มันคือออโตบอท ชื่อ bumblebee (ชื่อน่ารักจังว่ะ)
ซึ่งอยู่ดีๆว่า ไอ้เจ้ารถคันนี้มันก็วิ่งออกจากบ้านไปซะดื้อๆ

พระเอกของเราก็ต้องตามไปเอารถ(ที่เข้าใจว่าถูกขโมย)
กลับมาให้ได้ ก็เลยทำให้รู้ในที่สุดว่า จริงๆไอ้รถคันนี้มันคือหุ่นยนต์
แล้วก็ได้รู้ว่า มันยังมีหุ่นยนต์อีกกลุ่มกำลังตามล่าของชิ้นนึงจากเขา

ไอ้เด็กนี่ก็เลยซวยอย่างช่วยไม่ได้ ที่ต้องมาเกี่ยวข้อง
กับการตบตีกันของหุ่นยนต์พวกนี้ แต่กระนั้น ไอ้เจ้า bumblebee นี่แหละ
ที่ช่วยแซมจีบมิเคลล่า(ที่หน้าตาเหมือนนาตาลี เกลโบลว่า) ได้สำเร็จ

แต่ทั้งเรื่องใช่ว่าจะมีหุ่นยนต์อยู่แค่ 2-3 ตัว
แค่ฝ่ายพระเอกก็มากันเป็นฝูงแล้ว แต่ดูเชยๆชอบกล
มีทั้งรถสิบล้อ รถฮัมเมอร์ ไปจนถึงเชฟวี่ ...
แต่ฝ่ายผู้ร้ายนี่แม่ง ... เครื่องบินรบเอย รถกวาดทุ่นระเบิดเอย ...

เรื่องมาเฉลยในช่วงท้ายๆว่า สิ่งที่ดิเซปติคอนต้องการ
คือ แว่นตาของทวดทวดของแซม ที่ได้บันทึกตำแหน่งของ
แหล่งพลังงานที่ดิเซปติคอนต้องการ เนื่องจากคุณเหล่ากงของแซม
ดันไปพบกับ "เมกกะตรอน" หุ่นยนต์ตัวพ่อของฝ่ายดิเซปติคอน
ซึ่งโดนแช่แข็งอยู่ในขั้วโลกโดยบังเอิญ (มากๆ ...)

ซึ่งไอ้มนุษย์ขี้เหม็นนี่แหละ ที่ดันเอาหุ่นเมกะตรอน
และก้อนพลังงาน The cube มาแช่แข็งอยู่ในฐานทัพใต้เขื่อน
เพื่อทำการศึกษาวิจัยกันอย่างลับๆ (ลับเตี่ยเอ็งสิ ...
คนแม่งทำงานในนั้นกันเป็นพัน มันลับตรงไหนวะเนี่ย)

แต่ถึงจะลับแค่ไหน ก็ไม่วายโดนดิเซปติคอน Frenzy
ซึ่งแอบปลอมตัวเป็นโทรศัพท์มือถือของนางเอกมาสืบราชการลับ
จนรู้สถานที่ซ่อนของ the cube ในที่สุด พวกดิเซปติคอน
ซึ่งซุ่มอยู่ในโลกเลยแห่มากันหมด แถมไอ้ตัวแสบนี่มันยัง
ไปทำลายระบบแช่แข็ง megatron ทำให้มันฟื้นขึ้นมา
ทีนี้ก็หายนะของจริงกันแล้วล่ะพี่น้อง..

(แต่ตอนนั้นรู้แล้วว่า กูจะได้ดูฉากต่อสู้กันแบบมาราธอนแน่ๆ)

ฉากไคลแมกซ์สุดท้าย มันดันเสือกมาสู้กันในเมือง
ระเบิด มิสไซล์ ขีปนาวุธ ช๊อคเวฟ หรืออะไรที่ดูไฮเทคๆ
พี่ท่านขนมากันหมดคลังแสง ยำใหญ่ใส่ไม่ยั้ง สนุกเป็นบ้า
แม้ว่ามันจะเร็วมาก และดูมึนๆคล้ายกองเหล็กกลิ้งหลุนๆไปมา
แต่ด้วยความเนียนของภาพที่ดูสมจริงเหลือเชื่อ
ทำให้ฉากตบตีกันของไอ้หุ่นยนต์พวกนี้มันดูเพลินจริงๆ

ดูๆแล้วฉากนี้คล้ายๆกับฉากมนุษย์ต่างดาวบุกเมือง
ในเรื่อง war of the world ชอบกล ... คือพระเอกแม่งวิ่งอย่างเดียว
ไอ้เรื่องนั้น ทอม ครูซก็วิ่งหอบลูกสาว (ซึ่งกรี๊ดแบบเสียสติมากๆ)
แต่เรื่องนี้ แซมก็วิ่งหอบไอ้ก้อน the cube หนีพวกดิเซปติคอน
จนในที่สุด ก็เป็นฉาก final showdown ระหว่าง megatron
กับพระเอก optimus prime(ซึ่งดูเหมือนหุ่นยนต์กิ๊กก๊อกตามแผนกของเล่นเด็ก)

พระเอกเราทำท่าเหมือนจะสู้ไม่ได้ (ก็แหงสิ ...แกเป็นรถสิบล้อ
ไอ้นั่นมันเครื่องบินรบนะเว้ยเฮ้ย) ก็เลยบอกแซมว่า ถ้าอย่างนั้น ...
เอ็งเอาไอ้ก้อน the cube มายัดใส่นมข้าดีกว่า ...แล้วข้าจะทำลายมันเอง
ไอ้พวกผู้ร้ายมันจะได้เอาพลังงานนี่ไปใช้ทางชั่วๆไม่ได้ ...

แต่ก็นั่นแหละ ... ถ้ายัดใส่นม optimus prime แล้วตายได้ ...
ทำไมมันจะยัดใส่นม megatron ไม่ได้วะ ??? มันก็ต้องตายเหมือนกันสิ
แซมก็เลยขับ the cube ยัดใส่นม megatron ให้อึ๋มสมใจมัน
...แล้วมันก็ตายจริงๆครับทั่น ... อ้าว ... ตายซะดื้อๆซะงั้นอะ

แล้วโลกก็กลับสู่ความสงบสุขครับ
ส่วนเหล่าออโตบอท ก็อาศัยซุ่มปกป้องมนุษย์โลก
กันอย่างเงียบๆต่อไป (แต่มึงสู้กันที บ้านเมืองพังไปกี่อำเภอวะเนี่ย)

อย่างที่บอกครับว่าหนังเรื่องนี้ มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย
แค่หุ่นยนต์สองเผ่ามันมาสู้กันแค่นั้นเอง ...
หนังเหมาะมากสำหรับกลุ่มวัยรุ่นผู้นิยมอะไรที่มันล้ำๆเดิ้นๆ
หนังเรื่องนี้เลยเป็นเครื่องมือการโฆษณา gadget คูลๆเต็มเรื่อง
ไหนจะหมวดรถยนต์ ที่เชฟวี่ (ยี่ห้อของ bumblebee) ได้โฆษณาไปเต็มๆ
นี่ยังไม่นับ mustang pontiac กะ hummer H2 ในกลุ่มพระเอกนะ
(แต่ละยี่ห้อ จะมีช๊อตที่ได้ซูมไปที่ตราสินค้าเต็มๆกันคนละ 1-2 ครั้ง)

แต่ฉากที่รับไม่ได้จริงๆ คือตอนที่สาวอัจฉริยะ
ที่ถูกเลือกมาให้ถอดรหัสเสียงของดิเซปติคอนตอนมันแฮคข้อมูล
มีอยู่ช๊อตนึง ที่เธอดึง memory card ของ panasonic ออกมา
มุมกล้องแม่งขายมากๆๆ ... กูรับไม่ได้ ...

หรือจะ nokia ที่ได้โชว์ทั้ง product (N series ที่ตัวใหญ่ๆอ่ะ)
แถมให้ตัวละครพูดชื่อแบรนด์ในเรื่องอีก 2-3 ครั้ง ...
มึงจ่ายไปกี่บาทวะเนี่ย ...

แต่อย่างนั้นก็เหอะ ...ผมว่ามันยังเนียนกว่าพวก sitcom บ้านเรานะ
ดูเป็นการโฆษณาอย่างมีชั้นเชิงจริงๆ

ถ้าดูอย่างไม่คิดมาก ก็ไปดูกันเถอะพี่น้อง ...
ภาพมันเนียนมากจนไม่รู้จะเนียนยังไงแล้ว ...
หนังเรื่องนี้ทำเอา jurassic park เมื่อ 10 กว่าปีนู้นนนนนนน
กลายเป็นไดโนเสาร์ยางเดินได้ไปซะงั้น ...

-------------------------------------------------------------------------------

ปล. Transformer ในวงการปูนซิเมนต์
แปลว่า "โรงหล่อ" ครับ ... คือโรงงานเล็กๆ (ใหญ่ก็ได้)
ที่เอาปูนซิเมนต์ไปทำท่อ เสาเข็ม บล๊อคมาขายต่อน่ะครับ

ปล.2 เมื่อวาน ผู้บริหารของปูนคู่แข่งฯให้สัมภาษณ์
ลงหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับนึง ในเชิงว่าถึงจะเป็นที่สอง
แต่ profitability ในปีที่ผ่านมานั้นดีกว่าบริษัทของผม
จะว่าไป ... มันก็จริงของเค้านะครับ... แต่เจ๊แกให้สัมภาษณ์
ได้ aggressive และพาดพิงเปรียบเทียบกันตรงๆเหลือเกิน
ไม่รู้นายๆแถวนี้อ่านแล้วรู้สึกไงกันบ้างเนอะ

ปล.3 จากวันนี้ไป ผมคิวเต็มแล้วนะครับ
วันนี้นายจะเลี้ยงข้าวเย็น (เปิดไวน์ด้วย ... ไฮโซวววววววว)
พรุ่งนี้มีนัดทำฟัน และวันสุดท้ายกินข้าวกับครอบครัว
(คำว่า "ครอบครัว" คำนี้รวมถึงไอ้วินและไอ้เอี่ยวด้วยครับ
มันบอกว่า ช่วงที่ผมไม่อยู่ เดี๋ยวมันจะมานอนบ้านผมด้วย
ไม่รู้ว่าหม่าม๊าได้ยินจะดีใจมั้ยเนี่ย ฮ่าๆ)

ปล.4 เมื่อวานมีข่าวดีให้สุดที่รักของผมครับ
คือ ผมคงจะได้กลับเมืองไทยประมาณเดือนละครั้ง
โดยที่ไม่ต้องออกค่าตั๋วเครื่องบินเอง เพราะนายผม
จะเรียกเข้ามาประชุมครับ ... เห็นมั้ย นายผมน่ารักมากๆเลย

ปล.5 ซึ่งนั่นจะทำให้ผมได้รับอานิสงส์จาก bangkok airways
ที่มีโปรโมชั่น 7UP! คือถ้าบินครบ 7 ไฟลท์ในช่วง Q3
จะได้รับแต้ม 150% ... ฮ่าๆ เสร็จกรูๆๆๆๆ

ปล.6 ตอนนี้เวลา 8.36 น. ผมยังมัวแต่เขียนไดอารี่
ยังไม่ได้เริ่มทำงานเลยครับ แหะๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยังไม่ได้ดูเลย

อยากดูแฮร์รี่ๆๆ อิอิ
อดดู วันนั้นเพื่อนมันเบี้ยวนัด

ขอให้มีความสุขกับการทำงานที่นั่นนะคะ
มาอัพบลอกให้อ่านกันบ้าง จะไดู้้รู้ว่าสบายดีมั้ย

#2 By *บลาสต์ on 2007-07-03 09:40

หูย...ตอนเป็นการ์ตูนนี้ติ๊ดติดนะแก
พอรู้ว่าจะเป็นหนังนี้เจ๊กรี๊ดกร๊าดมากๆ เลยค่า ดูแล้วไม่ผิดหวังแม่งทำดีชิบหาย แต่ก็นะ อีเมกกะตรอนตายง่ายไปหน่อย แถมโดนถ่วงน้ำอีก (โฮ...) แต่เดี๋ยวไว้รอดูภาคสองปี 2009 นะจ๊ะ หวังว่าคงมีตัวเจ๋งๆ ให้ยลเพียบๆ หน่อย

ปล. ชอบบัมเบิลบีกวนตี๊นกวนตีน ในฉบับการ์ตูนนี่เฮียแกเป็นรถเต่านะ ดีแล้วที่ในเวอร์ชั่นหนังเป็นเชฟวี่ เท่ขึ้นไปกอง
ปล. อีก...เต้า...ฉันคงคิดถึงแกนะ (พาร์ทจริงจัง) อยากกินไวน์ แวะมาบ้านฉันสิ 555

#3 By บัว (124.121.202.187) on 2007-07-03 20:57

1. กรี๊ด spoil ล้วนๆ ยังไม่ได้ดูหนังเลยนะเนี่ย
2. ไอ้ลวดที่ต้องดึงให้ตึงยืดๆก่อนแล้วโบกปูนทับลงไปนี่เขามือชื่อเรียกว่าอะไรครับ จำไม่แม่น
3. กลับบ้านเดือนละครั้งก็เศร้ามากแล้วนะครับ

#4 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-03 21:30

คุณพี่มนุษย์ในกล่องครับ
อันนั้นคือ เหล็กข้ออ้อย ใช่มั้ยครับ
จริงๆผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง cement application เท่าไรหรอกครับ

ทำ communication เป็นหลักน่ะ

#6 By เต่า (58.9.109.92) on 2007-07-03 23:14

พี่เต่าไปโน้น ละจะได้อัพบ่อยๆมั้ยอ่ะ

#7 By น้องแจ๊ค (58.64.102.3) on 2007-07-03 23:34

อัพบ่อยเชี่ยๆ
อ่านตามแทบไม่ทัน
แต่ก้อดี

#8 By Dear (58.8.196.27) on 2007-07-04 15:52

อีเต่า ดูหนังไม่ชวนเลย

กร๊ากกกกก

#9 By o_extreme (58.9.237.90) on 2007-07-04 21:54