Day 7: U R what U eat
posted on 13 Jul 2007 22:26 by bongtao in cambodia, life1.
การมาทำงานที่เขมรนี่ได้อะไรหลายอย่างครับ
แต่มันก็แลกด้วยอะไรหลายอย่างเช่นกันครับ
ไอ้เรื่องได้ๆนี่คงไม่พูดถึงครับ
พยายามพูด(ปลอบใจตัวเอง)ไปหลายรอบแล้วครับ
วันนี้มาพูดเรื่องเสียๆดีกว่าครับ เรียกคะแนนสงสาร
โฮะๆ ...
จากเหตุการณ์บ้าบอวันก่อน ก็เสียสติไปแล้วครับ
กว่าจะกอบกู้สติที่กระจัดกระจายไปได้ก็นานพอควร
สิ่งนึงที่เสียแน่ๆ ก็คือสุขภาพครับ ...
ทำงานที่นี่ ผมเห็นสุขภาพเสียกันแทบทั้งนั้น
ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกาย เล่นฟิตเนสอะไรขนาดไหน
เพราะอาหารการกินที่กระเดือกลงไปทุกวันนั้น
ต่อให้มันเป็นภัตตาคารที่มันอร่อยล้ำโอชารสขนาดไหน
สุขอนามัยมันก็สู้บ้านเราไม่ได้ครับ
เพราะอะไรน่ะเหรอ ?
1. MSG หรือ ผงชูรส พี่ท่านใส่กันเป็นทัพพี
คำคำนึงที่ผมต้องรีบเรียนรู้คือคำว่า "ผงชูรส" ครับ
ทุกครั้งที่สั่งอาหารจะต้องพูดว่า "อ๊อดดะหมี่เจง"
แปลว่า "ไม่ใส่ผงชูรส" แต่มันก็ไม่ค่อยได้ผลครับ
เพราะพี่ท่านใส่มาตั้งแต่ตัววัตถุดิบแล้วครับ
ถ้าร้านไหนใส่เกินมาตรฐาน ร่างกายผมจะตอบสนองทันที
ด้วยการลุกขึ้นบนเก้าอี้แล้วเต้นบัลเล่ต์สวอนเลคครับ ...
เชื่อก็บ้าละ ... มันจะคันครับ (จริงๆอยู่ กทม. นั่งเฉยๆ
ก็มีคันบ้างเวลาเจอคนถูกสเปคครับ) คันหัวยิกๆงิกๆเลย
อยากรู้ว่าที่ฝรั่งเศสเขาใส่ MSG กันในอาหารหรือเปล่าครับ
เพราะ 3 ประเทศอินโดจีน ลาว เขมร เวียดนามมันเหมือนกัน
คือกินผงชูรสเยอะมากครับ
พวกของทอดที่นี่ เขาไม่มีน้ำจิ้มเปรี้ยวๆหวานๆแบบบ้านเรา
แต่มันจะเป็นผงมาม่าบีบมะนาวใส่ครับ ชูรสทั้งน้านนนน
เมื่อวานไปกินหมูจุ่ม พี่แกให้ผงชูรสมาเป็นถ้วยเลยครับ
ผมเคยถามคนที่นี่ว่าทำไมถึงต้องใส่ผงชูรส
ปรากฏว่า มันเป็นความเชื่อที่ฝังลึกและเป็น generic preception ไปแล้ว
ว่าถ้าใส่มันจะทำให้อาหารอร่อยครับ ...
2. น้ำมัน น้ำมัน น้ำมัน
ผมคิดว่ากว่าครึ่งหนึ่งของอาหารที่ผมกินที่นี่
เป็นอาหารไทยและจีนครับ อาหารจีนที่นี่น้ำมันเยอะมาก
ชนิดที่ว่าคุณกินอาหารจนหมดจานแล้ว คุณจะเห็นน้ำมัน
ที่มันกองอยู่ก้นจานอีกเพียบเลยละครับ
3. อาหารที่มีกากใยน้อยมาก
ปกติเวลาผมอยู่ กทม. แทบทุกวันหลังมื้อเที่ยง
ผมมักจะซื้อผลไม้มากินตอนบ่ายครับ
สับปะรด ฝรั่ง มะม่วง ชมพู่ หมุนเวียนกันไปครับ
แต่ที่นี่ผลไม้รสชาติแย่กว่าบ้านเรา ทั้งๆที่ชนิดเดียวกัน
และก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้กินครับ ทุกครั้งที่มีโอกาส
ไปเดินซื้อของใน supermarket ผมเลยต้องซื้อผลไม้
มากองตุนไว้ในตู้เย็นครับ ผลไม้ที่นี่ก็แพงใช้ได้
ชมพู่แดง ที่นี่ต้องนำเข้า 3 ลูกราคาประมาณ 1 US$
วันนี้ผมซื้อองุ่นเขียวไม่มีเมล็ด 1 พวง 2.20 US$ ครับ
ความย่ำแย่ของร่างกายมันแสดงออกมาได้ชัด
และสามารถสังเกตได้ทุกวัน คือขี้ครับ ...
ไม่ต้องถึงขนาดควักขึ้นมาบี้ขยี้ดูมวลสาร
หรือว่าก้มหน้าลงไปดมหรอกครับ
ผมมาอยู่ที่นี่อาทิตย์นึง พบว่า ขี้ยากขึ้น
สีออกค่อนข้างเข้มกว่าเดิม และเหม็นชิบหายครับ
ทุกครั้งที่เสร็จธุระยามเช้า ผมต้องเปิดประตูห้องน้ำ
เพราะกลัวว่าถ้าปิดประตูขังกลิ่นเอาไว้
เดี๋ยวแม่บ้านมาทำความสะอาด อาจจะหมดสติตายไปได้
อากาศที่นี่ก็ค่อนข้างแย่ครับ ฝุ่นเยอะมากเลย
ทำให้อาการแพ้อากาศของผมหายช้ากว่าที่ กทม. มากๆ
ทุกวันนี้รู้สึกว่าสุขภาพตัวเองเสีย เพราะวันนึงกินยา 9 เม็ด
(แก้ไอ แก้แพ้ และโรคผิวหนังของตัวเอง) รู้สึกไม่ดีเลยครับ
นี่ยังไม่รวมวิตามิน Blackmore กับ Centrum A to Zinc
อีกอย่างละเม็ดทุกคืนนะครับ ...
นี่กลัวว่าต่อไป เสียสติจนร่างกายควบคุมฮอร์โมนไม่อยู่
อาจจะต้องลุกขึ้นมากินยาคุมเรียงตามวันกันเลยทีเดียว ...
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ด้วยความปรารถนาดีครับ
2.
อีกปัญหาที่พนมเปญคือ ไฟดับบ่อยชิบหายเลยครับ
บางทีแม่งดับกันทีละ 2-3 ชั่วโมง ... ไม่ต้องทำงานกันเลย
ช่วงนี้ดับบ่อยเป็นพิเศษครับ แถมชอบดับกลางคืน
เมื่อวานมันดับทั้งเมืองเลยครับ ไฟส่องถนน
ไฟจราจร ดับแม่งทั้งเมืองจริงๆ ...นี่วันนี้ไปกินข้าว
กินอยู่ดับซะงั้น เลยได้กินข้าวใต้แสงเทียน โรแมนติกสัดๆ
พวกโรงแรม ร้านอาหารใหญ่ๆจึงจำเป็นต้องมี generator
เป็นของตัวเองครับ นี่วันนี้โรงแรมผมมันยังดับไปสองรอบ
มันจะดับไป 5 วิ แล้ว generator มันจะทำงานครับ
3.
วันนี้คณะผมรับปริญญา เป็นอีกวันที่รอคอย
และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมต้องเสียไปกับการทำงานที่นี่
เพราะผมถึงขนาด design ดอกไม้สำหรับน้องรหัสที่รัก
เป็นคฑายาว 1 เมตรให้ถือไปฟาดหัวบัณฑิตเพื่อนๆได้
แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้ทำ ...
แอบผิดหวังครับ ที่ได้เห็นน้องรหัสที่รักของผม
อยู่ในชุดครุยแค่วันซ้อมเท่านั้น ... เสียดายมาก
แต่ยังไงก็แสดงความยินดีกับน้องๆทุกคนนะครับ
4.
การทำงาน IMC ทำให้ผมชอบดูโฆษณามากขึ้นครับ
ตอนนี้ผมชอบโฆษณาของ KTC cash revolve มากๆครับ
ให้แง่คิดเรื่องการใช้เงินอย่างพอเพียง (ซึ่งดูจะขัดๆกับเป้าหมายสินค้า)
และการถ่ายทำ ทำออกมาได้น่ารักมากเลยครับ
ผมว่าคุณผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่น่ารักแบบจับต้องได้
กริยาการแสดงออก การยิ้มมันน่ารักตอแหลแบบธรรมชาติ
แถมใช้เพลงประกอบดีมากเลยครับ (ได้ข่าวมาว่าเป็นเพลงแต่งขึ้นมา
เพื่อใช้ในโฆษณาชิ้นนี้โดยเฉพาะเลย)
KTC เป็นอีกองค์กรที่ผมอยากทำงานด้วยครับ
ถ้าใครทำ KTC แล้วมาอ่านเจอ ช่วยมา head-hunt ผมด้วย
แต่โฆษณาห่วยๆเห่ยๆ ในเมืองไทยก็มีไม่น้อยครับ
ผมเบื่อโฆษณาประเภท hard sale มากๆครับ ไร้หัวคิดไปหน่อย
ถ้าไม่ใช่โฆษณาประเภท promotion ก็น่าจะคิดอะไรหน่อยนะ
ล่าสุดที่รำคาญคือ Coke Zero ครับ ตัวแรกเป็น spot 15 วิ
มีแค่กราฟฟิควูบวาบ กับตัวสินค้า ปิดท้ายด้วยตาราง nutrition
ตอกย้ำว่ากู 0 แคลอรี่จริงๆ (แต่เสือกมีสารให้ความหวาน
ที่เค้าวิจัยว่าเป็นสารต้นประกอบของผงชูรสที่อาจก่อมะเร็ง)
นี่เห็นตัวล่าสุดเป็นวัยรุ่น(ตอนปลาย) มานั่งคุยกัน
ว่าซื้อ Coke Zero มาจากเซเว่น ไม่นึกเลยว่าจะมีของแบบนี้บนโลก
แล้วก็พูดคำว่า ซีโร่ๆๆๆๆๆๆๆๆ ย้ำๆไปจนจบโฆษณา ...
เฮ้อ ... คิดได้แค่นี้จริงๆเหรอเนี่ย
ปล. ไหนๆก็วกเข้าเรื่องน้ำอัดลมแล้ว ขอเล่าต่ออีกหน่อย
ที่นี่ผมสามารถหา low-carb soft drink ได้ง่ายมากเลยครับ
Coke ที่นี่เป็น Coke Lite (โกกาไล้) มีขายเยอะมากครับ
ราคาแพงกว่า Coka ปกติประมาณ 0.2 US$ ครับ
ถ้าตามร้านไฮโซ จะได้เห็นน้ำอัดลม low-carb อีกเยอะครับ
เช่น Coke Light Lime หรือแม้แต่ Sprite Zero ครับ
อ้อ ... ที่นี่ pepsi ไม่ค่อยบุกตลาดเท่าไรครับ หากินยากเลยแหละ
โค้กน่าจะได้ market share ประมาณ 70% เป็นอย่างต่ำครับ
...โอย นี่ว่าจะเขียนสั้นๆ เขียนยาวอีกละ
...เขียนสั้นเขียนยาว แม่งก็ยังป่าช้าเหมือนเดิม
สงสัยวันหลังต้องแก้ผ้าถ่ายรูปโชว์เจี๊ยวเรียกเรตติ้งละมั้งครับ
อย่าโชว์เลยนะพลีส*
บางทีรู้สึกเหมือนแกไม่ได้ไปไหนไกลเลยว่ะ
ยังเห็นออนmsnอยู่ทุกค่ำคืน
เกรท!
#1 By แยมมมม* on 2007-07-13 23:11