Day 58: Season of Greeting
posted on 03 Sep 2007 00:02 by bongtao in cambodia, etc
1.
หากตามกำหนดการทำงานโดยปกติแล้ว
ตอนนี้ผมควรจะอยู่ที่พนมเปญตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้วครับ
แต่วันนี้เป็นวันสำคัญที่ผมรอคอยมานานครับ
วันซ้อมรับปริญญาของธรรมศาสตร์
ปีนี้ไอ้หมูวีรับคนเดียวเลยครับ ต้องไม่พลาดๆ
จำได้ว่าปีที่แล้วก็มางานนี้เหมือนกัน แต่มาวันจริง
ประหนึ่งงานเลี้ยงรุ่นคณะบัญชี จุฬาฯเลยว่ะครับ
เจอเพื่อนฝูงกรุ๊ปโน้นกรุ๊ปนี้มากมาย มากันไม่ได้นัดหมาย
ผมไปถึงประมาณบ่ายสาม
ตัดสินใจอยู่นานว่าจะจอดรถไว้ที่ไหนดี
สรุปว่าโชคดี ได้จอดที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า
แล้วนั่งเรือข้ามฟาก จากท่าปิ่นเกล้าไปท่าพระจันทร์
คนเยอะมากๆ และร้อนมากๆครับ
ไอ้หมูวีเป็นเพื่อนสนิทมากๆของผมช่วง ม.ปลายครับ
นั่งอยู่ติดกันกับผมตลอดสามปี มอสี่ถึงมอหกเลย
ตอนแรกๆ มันเป็นคนเงียบๆครับ ไม่ค่อยพูดจาหรือเฮฮาอะไร
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมอยู่ดีๆผมถึงไปสนิทกับมันได้
จำไม่ได้จริงๆครับ ... ตอนอยู่ม.ปลาย มันเป็นคนความลับเยอะมาก
เพื่อนๆแทบจะตั้งกลุ่มสืบสวนขึ้นมาสืบราชการลับว่าบ้านมันอยู่ไหน
ที่บ้านทำอะไร มันมีแฟนมีกิ๊กกี่คน ... คิดถึงสมัยก่อนก็ฮาดีครับ
จริงๆมันต้องจบปีเดียวกับผม แต่ว่ามันดรอปไปเรียนที่ญี่ปุ่นเทอมนึง
มันก็เลยมาจบปีนี้แทน แต่ก็ไม่นับว่าช้าเกินไปครับ เพราะยังมีเพื่อน
อีกหลายคนในรุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ และไม่มีทีท่าว่าจะจบครับ
ด้วยความที่มันเป็นคนที่ไม่ค่อยเฮฮาก๋ากั่นมากนัก
ผมก็กลัวว่าบรรยากาศอาจจะเงียบเหงาเฉาเหี่ยวจนเกินไป
ก็เลยต้องเตรียมตัวแผลงฤทธิ์ ด้วย costume เป็นเสื้อสีส้มกรวยจราจร
ชนิดที่ว่าผมยืนอยู่ท่าพระจันทร์ คนที่ท่าวังหลังก็ยังเห็นได้ครับ
(สีส้มเป็นสีของคณะศิลปศาสตร์ด้วยครับ ศึกษาหาข้อมูลมาแน่นครับ)

จะแดกโออิชิ ก็ต้องฝาส้มครับพี่น้อง
(อีพวกเพื่อนที่ไปด้วย ไม่มีใครเทคแคร์บัณฑิตเลยครับ
กูต้องซื้อหนมซื้อน้ำป้อน กลัวมันจะหมดแรงตายก่อนจะถ่ายรูปเสร็จ)

อันนี้เป็นพิธีอัญเชิญของขวัญครับ
เป็นสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะกับของสิ่งนี้ไปมากกว่าไอ้หมูวีอีกแล้ว
มันคือครีมนวดแก้ปวดเมื่อย (ไฟลัมเดียวกับ counterpain บ้านเรา)
ผมไปเจอตอนเดินอยู่ที่ซุปเปอร์ในเขมรครับ
ที่ผมซื้อมา ก็เพราะว่ามันชื่อยี่ห้อ MOOV ครับ
อ่านเป็นภาษาไทยได้ชัดเจนว่า "หมูวี"
แถมหลอดก็สีม่วงตอแหล เหมาะมากๆครับ

ไอ้หมูวีมัีนขนดอกไม้และ prop ทุกอย่างกลับบ้านหมดแล้ว
ผมไม่มีอะไรจะเล่นเลยครับ เลยต้องเอาเสื้อครุยมันมาเล่นแทน

ธีมการถ่ายรูปวันนี้คือ แอบแบ๊วครับ ...
พยายามยิ้มให้กว้างๆ ตอแหลๆเข้าไว้ครับ
บางรูปจะมีการทำตาโตๆโปนๆคล้ายออฟ ปองศักดิ์ด้วย
แต่ดูอุบาทว์ไป เลยไม่อยากเอามาโพสท์ครับ

ไอ้หมูวีมันยิ้มเป็นแบบเดียวครับ ไม่มีทำท่าทำทางอะไรเลย
ผมเลยจะพยายามเลียติ่งหูมัน เผื่อจะได้เห็นท่าท่าประหลาดๆของมันบ้าง
ผมละกลัวว่ามันจะลบทุกภาพที่มีผมอยู่ออกไปจนหมด
เพราะมีแต่ภาพอุบาทว์ๆครับ ที่คัดมานี่อุบาทว์น้อยสุดแล้ว
พอเสร็จงาน รถผมก็ขนเพื่อนพ้องทั้งหมดรวม 8 คนไปกินข้าวครับ
เป็นบรรยากาศที่สนุกดี 8 คนนั่งรถเบียดๆกันอยู่ในรถคันเดียว
ไอ้ลีนบอกว่า มันเคยนั่งรถแบบนี้กะเพื่อน จนเกิดอารมณ์คึก
ก็เลยเอากันในรถ เอ้ย ไม่ใช่ ... ก็เลยชวนกันไประยองซะงั้น
จริงๆผมก็อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นบ้างครับ
ก็หวังว่าสักวันนึงจะได้ไปเที่ยวแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนั้นบ้าง
คงสนุกดีเหมือนกัน ...
เอ้อ ... จริงๆแล้วผมลืมบอกไปว่า ทำไมมันถึงชื่อ "หมูวี"
คือจริงๆเพื่อนผมคนนี้มันชื่อ "วีรวัฒน์" แล้วตอนนั้นมันอ้วนครับ
ทุกคนเลยเรียกมันว่า "หมูวี" ซึ่งจริงๆมันชื่อเล่นว่า "ต้น" ครับ
แต่ไม่มีใครในห้องเรียกมันว่า "ต้น" เลยแม้แต่คนเดียว
แต่ไม่น่าเชื่อครัีบ ว่าตอนนี้ไอ้หมูวีมันผอมมากๆ
จากที่เคยเป็นคนตัวอ้วนพุงเผละ ตอนนี้แม่งหนักแค่ 60 kg.
น้อยกว่าผมกิโลนึงด้วยครับ พระเจ้าเหอะ ...
2.
เวลาผ่านไปไวเหมือนลิงตดครัีบ
เจ็ดวันที่เมืองไทยเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วครับ
เพิ่งจัดกระเป๋าเสร็จเมื่อกี้นี้เองครับ
ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่สละเวลามาเจอกันครับ
ยอมรับว่า flight กลับเมืองไทยครั้งต่อไป ผมยังไม่รู้เลยครับ
แต่ผมตีตั๋วไว้สิ้นเดือน ก็หวังว่าจะได้กลับมาตามที่ซื้อตั๋วไว้
จริงๆวันที่ 13-14 ตามกำหนดมีเรียนที่ออฟฟิศบางซื่อด้วย
แต่ไม่รู้ว่าจะมีเวลาบินกลับมาหรือเปล่าเนี่ยสิครับ
ขอให้บุญรักษา บุดด้าเบลสทุกท่านครับ
แล้วเจอกันอีกทีที่พนมเปญ
หากตามกำหนดการทำงานโดยปกติแล้ว
ตอนนี้ผมควรจะอยู่ที่พนมเปญตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้วครับ
แต่วันนี้เป็นวันสำคัญที่ผมรอคอยมานานครับ
วันซ้อมรับปริญญาของธรรมศาสตร์
ปีนี้ไอ้หมูวีรับคนเดียวเลยครับ ต้องไม่พลาดๆ
จำได้ว่าปีที่แล้วก็มางานนี้เหมือนกัน แต่มาวันจริง
ประหนึ่งงานเลี้ยงรุ่นคณะบัญชี จุฬาฯเลยว่ะครับ
เจอเพื่อนฝูงกรุ๊ปโน้นกรุ๊ปนี้มากมาย มากันไม่ได้นัดหมาย
ผมไปถึงประมาณบ่ายสาม
ตัดสินใจอยู่นานว่าจะจอดรถไว้ที่ไหนดี
สรุปว่าโชคดี ได้จอดที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า
แล้วนั่งเรือข้ามฟาก จากท่าปิ่นเกล้าไปท่าพระจันทร์
คนเยอะมากๆ และร้อนมากๆครับ
ไอ้หมูวีเป็นเพื่อนสนิทมากๆของผมช่วง ม.ปลายครับ
นั่งอยู่ติดกันกับผมตลอดสามปี มอสี่ถึงมอหกเลย
ตอนแรกๆ มันเป็นคนเงียบๆครับ ไม่ค่อยพูดจาหรือเฮฮาอะไร
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมอยู่ดีๆผมถึงไปสนิทกับมันได้
จำไม่ได้จริงๆครับ ... ตอนอยู่ม.ปลาย มันเป็นคนความลับเยอะมาก
เพื่อนๆแทบจะตั้งกลุ่มสืบสวนขึ้นมาสืบราชการลับว่าบ้านมันอยู่ไหน
ที่บ้านทำอะไร มันมีแฟนมีกิ๊กกี่คน ... คิดถึงสมัยก่อนก็ฮาดีครับ
จริงๆมันต้องจบปีเดียวกับผม แต่ว่ามันดรอปไปเรียนที่ญี่ปุ่นเทอมนึง
มันก็เลยมาจบปีนี้แทน แต่ก็ไม่นับว่าช้าเกินไปครับ เพราะยังมีเพื่อน
อีกหลายคนในรุ่นเดียวกันที่ยังไม่จบ และไม่มีทีท่าว่าจะจบครับ
ด้วยความที่มันเป็นคนที่ไม่ค่อยเฮฮาก๋ากั่นมากนัก
ผมก็กลัวว่าบรรยากาศอาจจะเงียบเหงาเฉาเหี่ยวจนเกินไป
ก็เลยต้องเตรียมตัวแผลงฤทธิ์ ด้วย costume เป็นเสื้อสีส้มกรวยจราจร
ชนิดที่ว่าผมยืนอยู่ท่าพระจันทร์ คนที่ท่าวังหลังก็ยังเห็นได้ครับ
(สีส้มเป็นสีของคณะศิลปศาสตร์ด้วยครับ ศึกษาหาข้อมูลมาแน่นครับ)
จะแดกโออิชิ ก็ต้องฝาส้มครับพี่น้อง
(อีพวกเพื่อนที่ไปด้วย ไม่มีใครเทคแคร์บัณฑิตเลยครับ
กูต้องซื้อหนมซื้อน้ำป้อน กลัวมันจะหมดแรงตายก่อนจะถ่ายรูปเสร็จ)
อันนี้เป็นพิธีอัญเชิญของขวัญครับ
เป็นสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะกับของสิ่งนี้ไปมากกว่าไอ้หมูวีอีกแล้ว
มันคือครีมนวดแก้ปวดเมื่อย (ไฟลัมเดียวกับ counterpain บ้านเรา)
ผมไปเจอตอนเดินอยู่ที่ซุปเปอร์ในเขมรครับ
ที่ผมซื้อมา ก็เพราะว่ามันชื่อยี่ห้อ MOOV ครับ
อ่านเป็นภาษาไทยได้ชัดเจนว่า "หมูวี"
แถมหลอดก็สีม่วงตอแหล เหมาะมากๆครับ
ไอ้หมูวีมัีนขนดอกไม้และ prop ทุกอย่างกลับบ้านหมดแล้ว
ผมไม่มีอะไรจะเล่นเลยครับ เลยต้องเอาเสื้อครุยมันมาเล่นแทน
ธีมการถ่ายรูปวันนี้คือ แอบแบ๊วครับ ...
พยายามยิ้มให้กว้างๆ ตอแหลๆเข้าไว้ครับ
บางรูปจะมีการทำตาโตๆโปนๆคล้ายออฟ ปองศักดิ์ด้วย
แต่ดูอุบาทว์ไป เลยไม่อยากเอามาโพสท์ครับ
ไอ้หมูวีมันยิ้มเป็นแบบเดียวครับ ไม่มีทำท่าทำทางอะไรเลย
ผมเลยจะพยายามเลียติ่งหูมัน เผื่อจะได้เห็นท่าท่าประหลาดๆของมันบ้าง
ผมละกลัวว่ามันจะลบทุกภาพที่มีผมอยู่ออกไปจนหมด
เพราะมีแต่ภาพอุบาทว์ๆครับ ที่คัดมานี่อุบาทว์น้อยสุดแล้ว
พอเสร็จงาน รถผมก็ขนเพื่อนพ้องทั้งหมดรวม 8 คนไปกินข้าวครับ
เป็นบรรยากาศที่สนุกดี 8 คนนั่งรถเบียดๆกันอยู่ในรถคันเดียว
ไอ้ลีนบอกว่า มันเคยนั่งรถแบบนี้กะเพื่อน จนเกิดอารมณ์คึก
ก็เลยเอากันในรถ เอ้ย ไม่ใช่ ... ก็เลยชวนกันไประยองซะงั้น
จริงๆผมก็อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นบ้างครับ
ก็หวังว่าสักวันนึงจะได้ไปเที่ยวแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนั้นบ้าง
คงสนุกดีเหมือนกัน ...
เอ้อ ... จริงๆแล้วผมลืมบอกไปว่า ทำไมมันถึงชื่อ "หมูวี"
คือจริงๆเพื่อนผมคนนี้มันชื่อ "วีรวัฒน์" แล้วตอนนั้นมันอ้วนครับ
ทุกคนเลยเรียกมันว่า "หมูวี" ซึ่งจริงๆมันชื่อเล่นว่า "ต้น" ครับ
แต่ไม่มีใครในห้องเรียกมันว่า "ต้น" เลยแม้แต่คนเดียว
แต่ไม่น่าเชื่อครัีบ ว่าตอนนี้ไอ้หมูวีมันผอมมากๆ
จากที่เคยเป็นคนตัวอ้วนพุงเผละ ตอนนี้แม่งหนักแค่ 60 kg.
น้อยกว่าผมกิโลนึงด้วยครับ พระเจ้าเหอะ ...
2.
เวลาผ่านไปไวเหมือนลิงตดครัีบ
เจ็ดวันที่เมืองไทยเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วครับ
เพิ่งจัดกระเป๋าเสร็จเมื่อกี้นี้เองครับ
ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่สละเวลามาเจอกันครับ
ยอมรับว่า flight กลับเมืองไทยครั้งต่อไป ผมยังไม่รู้เลยครับ
แต่ผมตีตั๋วไว้สิ้นเดือน ก็หวังว่าจะได้กลับมาตามที่ซื้อตั๋วไว้
จริงๆวันที่ 13-14 ตามกำหนดมีเรียนที่ออฟฟิศบางซื่อด้วย
แต่ไม่รู้ว่าจะมีเวลาบินกลับมาหรือเปล่าเนี่ยสิครับ
ขอให้บุญรักษา บุดด้าเบลสทุกท่านครับ
แล้วเจอกันอีกทีที่พนมเปญ
ก็เลยลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นมาจริงๆ คงจะใช้ละเบิดหลายกิโลอยู่มั้งครับ เพราะมันไกลแล้วมีคณะนิติขวางอยู่ด้วย..เฮ้อ..ทำเอาเราสบายไปไม่ต้องเรียน
#1 By ปอนปอน on 2007-09-03 00:42