Part Three: Bon Appetite in Hong Kong
posted on 08 Nov 2007 11:21 by bongtao in move
0.
คำเตือนจากเจ้าของบล๊อค
โปรดอย่าอ่าน entry นี้ขณะท้องว่างเด็ดขาด
1.
นี่คือตอนที่เป็น hilight สุดๆของทริปฮ่องกงของผมแล้วครับ
ไปทริปนี้คนเดียว ไม่มีรูปแรงๆ มาอวด เพราะไม่มีคนถ่ายให้
แถมไปแบบยาจก นอน hostel รูหนูธรรมดาสามัญสุดๆ
จะมาอวดเตียงขนาดคิงไซส์ หรืออ่างน้ำจากุซซี่ก็ไม่มี
นั่งเครื่องก็สายการบินเล็กๆ economic class
จะมาทำเก๋ อวดความอลังการของอาหารดีๆก็ไม่มีอีก

เดินทางก็ออกจากพนมเปญ lounge ก็เล็กกะจิ๋วเดียว
ไม่รู้จะถ่ายมุมไหนมาอวด เสียแรงมีบัตร premiere class
ที่เข้า lounge ในสุวรรณภูมิแล้วแทบจะกลายเป็นพระเจ้า
มีข้าทาสบริวารคลานเข่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟขนม
(ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกรงใจมากๆ ...จริงๆแค่อยากเข้าไปนอน)
เชี่ย ... ไม่มีอะไรจะอวดเลย ...อุตส่าห์ไปเที่ยวต่างประเทศแท้ๆ
ไม่ได้ละ ... ยอมไม่ได้ ... ตอนไปดาลัตยังมีดอกไม้
สีสันตอแหลอลังการมาอวด ...ไปฮ่องกงต้องงัดของกินมาอวด
เพราะงานนี้ อยู่ห้องรูหนู แต่กินอย่างราชา ...
จริงๆงานนี้ซัดไปประมาณ 30 กว่ารายการ ...
ขอคัดเฉพาะอันที่เป็นสาระไว้เท่านั้นพอ
โดยจะรีวิวโดยไม่เรียงลำดับคะแนน ไม่เรียงอะไรทั้งนั้น
นึกอะไรได้ก็จะใส่มาก่อน
เกณฑ์การให้คะแนนความอร่อย
(หมายเหตุ: ทั้งนี้เกณฑ์การให้คะแนนเป็นไปตามรสนิยมและลิ้นนิยม
ของเจ้าของบล๊อค ผู้อ่านไม่มีสิทธิ์เถียงหรือแก้ไขคะแนนความอร่อย
ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ขอให้นั่งอ่านด้วยความสงบ)
– ให้กินฟรีแถมตังค์ ยังมีโกรธ

– อืม ...ก็งั้นๆแหละ ...สั่งมาแล้วไม่กินก็กระไร


– อร่อยแท้แม้ไม่ทาอะไรเลย



– อร่อยเลิศล้ำโอชารส เชลล์ไม่ต้องชิม
แม่ช้อยไม่ต้องรำ ...




+ - อร่อยขั้นเทพสวรรค์ชั้นฟ้า ยอมขายตัวเพียงเพื่อลองชิม
เอาล่ะ... พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย
รายการที่ 1 – in-flight meal FT825 PNH > HKG

จานหลักคือ ไก่ผัดขิง ไก่ชิ้นใหญ่มาก เหมือนไก่โดนอัดสเตอรอยด์
รสชาติจืดชืดตามมาตรฐาน in-flight meal แห่งสากลโลก
ต้องอาศัยเอาปากฟาดกับขอบหน้าต่างเพื่อเพิ่มรสชาติความเผ็ดร้อน
จานรองเป็นสลัดเพนเน่ หน้าตาน่ากลัว ไม่กล้ากิน ....
ของหวาน เป็นมูสคาปูชิโน่ รสชาตินวลเนียน ละมุนลิ้น
เป็นของหวานที่อร่อยที่สุดของบางกอกแอร์เวย์ นับตั้งแต่
ใช้บริการมาประมาณเกือบ 50 flight
ไปกินได้ที่: Flight FT825 PNH – HKG / Siem Reap Airways
International
คะแนนความอร่อย: 
งั้นๆแหละ
จ่ายตังค์ค่าตั๋วไปแล้ว จะไม่กินเหรอ
ราคา: 23,460 บาท แถมฟรี! ตั๋วไปกลับ พนมเปญ-ฮ่องกง 1 ที่นั่ง
รายการที่ 2 – ชุดข้าวหน้าไก่ Yoshinoya

ด้วยความเกรงกลัวต่อบาป และความผิดต่อตัวเองที่ไม่กินเนื้อ
จึงจำเป็นต้องสั่งอาหารชุดข้าวหน้าไก่ เพราะเห็นว่าหน้าตาน่ากินดี
เนื้อไก่นุ่มแต่แห้งไปหน่อย แถมงกน้ำราดยังไงไม่รู้
จานนี้ให้ข้าวเยอะมาก จานเดียวอิ่มแน่นอน ผักคลุกเกรวี่ยืดๆ
รสชาติจืดๆ ชืดๆ เอามาตัดเลี่ยนของซอสเทริยากิได้ดี
ด้วยความหิวจนตาลาย เลยสั่งไปแบบชุด ได้ซุปมิโสะมาอีกถ้วย
ซึ่งไม่ชอบกิน และเยลลี่หน้าตาบ้านๆ มี particle
หนึบๆคล้ายไข่กบ
รสลิ้นจี่มาให้อีกถ้วยนึง สรุปว่าโคตรไม่คุ้มที่สั่งเป็นชุด
แต่ขอคารวะที่ soft drink มี coke light ให้เลือกด้วย เก๋มาก
ไปกินได้ที่: ร้าน Yoshinoya ทุกสาขาในฮ่องกง
คะแนนความอร่อย: 

อย่างน้อยก็อร่อยและมีชีวิตกว่าฟูจิ
ราคา: 34 HKD สำหรับเซ็ท
และ 27 HKD สำหรับ a la carte
รายการที่ 3 – Noir – Nestle Dark Chocolate Milk

การกินนมก่อนนอนทำให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น
ผมเลยเดินเข้า 7-11 สาขาตรงข้ามตึกที่พักเพื่อหาอะไรกิน
พบนมกล่องหน้าตาสวยหรู พะชื่อ Noir (แปลว่า สีดำ)
เลยหยิบขึ้นมาพิจารณาสรรพคุณ พบว่าเป็นนมรสชาติ dark choc
ดูแล้วน่าจะเป็นความอร่อยแบบผู้ใหญ่ๆหน่อย เลยลองซื้อมาชิม
รสชาติกลมกล่อม และเข้มข้นกว่านมบ้านเรามาก
เสียอย่างเดียวที่แพงไปหน่อย ...ซื้อนมบ้านเราได้ครึ่งลิตร
ซื้อกินได้ที่: convenient store ทั่วไปในฮ่องกง
คะแนนความอร่อย: 

ราคา: กล่องละ 6 HKD
ที่ 7-11 / 4.8 HKD ที่ K circle
รายการที่ 4 – KitKat Melon (Limited Edition)

หากจำไม่ผิด รู้สึกว่า KitKat Melon จะเป็น limited
edition
ซึ่งมีขายที่เกาะฮอกไกโดเท่านั้น บังเอิญไปเจอที่ร้าน K circle
ซึ่งจะมีขนมหลอกเด็กจากญี่ปุ่นเข้ามามากมาย เลยต้องขอลอง
รสชาติโดยรวมไม่ต่างจากเวอร์ชั่นปกติ แต่มีกลิ่นและรสเมล่อน
พอเป็นธรรมเนียม ใครที่ชอบชอคโกแลตที่ไม่เข้มข้นเกิน
น่าจะหามาลองชิม (นอกจากอันนี้ ยังมีรสเกาลัดด้วยนะ)
ซื้อกินได้ที่: K circle ทุกสาขา
คะแนนความอร่อย: 

ราคา: กล่องละ 9.8 HKD มี
4 ชิ้น (แพงกว่าปกติ 2 เท่า)
รายการที่ 5 – บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง เสิร์ฟพร้อมเก๊กฮวยน้ำผึ้ง



เป็นภารกิจแรกหลังตื่นเช้า คือต้องหาอะไรยัดใส่ท้อง
เดินไปเดินมาในย่าน mongkok จนไปเจอร้านอาหารร้านนึง
หน้าตาดูน่ากิน แถมเมนูภาพมากมาย น่าจะสั่งช่วยชีวิตได้
เลยสั่งเมนูพื้นบ้าน หวั่นตั๊นหมี่ ส่วนเครื่องดื่ม ไม่รู้จะสั่งอะไร
เห็นสีมันออกชาๆไปหมด เลยจิ้มมั่วไปที่แก้วที่มีรูปผึ้งน้อยน่ารัก
อนุมานว่าเป็นชารสน้ำผึ้ง ... แต่ดันได้เก๊กฮวยรสน้ำผึ้ง
ที่มีดอกเก๊กฮวยลอยฟ่องทั้งแก้ว ยืนยันว่า เก๊กฮวยจริงๆนะคะ
เส้นบะหมี่ทำได้ดี ผมปลื้มมาก เพราะเส้นเล็กเหมือนกินซ่าหริ่ม
น้ำซุปก็จัดว่าใช้ได้ ที่เด็ดสุดคือเกี๊ยวกุ้งที่ใส่มา 4 ลูกยักษ์
หนึ่งลูกจะมีกุ้งน้อยนอนตายกอดกันอยู่ 3-4 ตัว ...
อนุมานว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงนอนกอดกันแน่น
ที่สำคัญคือกุ้งเป็นกุ้ง ไม่ใช่วิญญาณกุ้งแต่อย่างใด
ไปกินได้ที่: ร้านอาหารไม่ทราบชื่อ
มีสองสาขาใน mongkok
คะแนนความอร่อย: 


ถือว่าเด็ด!
ราคา: บะหมี่เกี๊ยวกุ้งชามละ 22 HKD เก๊กฮวย แก้วละ 9 HKD
รายการที่ 6 – Krispy Kreme Original Glazed Donut

เห็นพักหลังในห้องอาการการกินเริ่มมีกระแส Krispy Kreme
ผมเองก็เคยกินมาก่อน โดยสั่งพี่ๆซื้อจากอินโดนีเซีย
พบว่าหวานจัด ... หวานจนกินแล้วลิ้นชา รับรสหวานไม่ได้ทั้งวัน
ตอนนั้นปลอบใจตัวเองว่า ที่ไม่ประทับใจเพราะมันไม่สดใหม่
แถมไม่ใช่รสชาติ signature ของร้านนี้
ไหนๆคราวนี้ มันมาเปิดที่ Mongkok แล้วก็ต้องลองชิมหน่อย
ผมว่ามันก็ยังหวานอยู่ดีแหละ ... แต่เนื้อแป้งจะเหนียวและนุ่มกว่า
โดนัทบ้านเราเยอะเหมือนกัน
ซื้อกินได้ที่: ร้าน Krispy Kreme มีอยู่ประมาณ 3-4 สาขา
ที่ Causeway Bay, Central, Mongkok, และสนามบินฮ่องกง
คะแนนความอร่อย: 

สัมผัสนุ่มลิ้น
ติดตรงที่หวานถึงตาย
ราคา: ชิ้นละ 10 HKD โหลละ
88 HKD สำหรับ original glazed
รายการที่ 7 – Godiva’s Ivory Chocolate Chip ice
cream


Godiva เป็นช๊อคโกแลตสัญชาติเบลเยี่ยมที่ผมไม่กล้าซื้อกิน
เพราะแม้แต่ใน duty free บ้านเรา กล่องนึงไม่ต่ำกว่าพันบาท
ที่ถูกสุดคือ บิสกิต 15 ชิ้นเท่าจิ๋มมด ประมาณ 400 บาท รับไม่ได้ ...
แต่เคยมีคนไปเที่ยวโตเกียว บอกว่าถ้าได้ไป อย่าพลาดไอติมของ Godiva
ผมเดินไปเดินมาใน Harbour City เห็นร้านของ Godiva เลยลองเข้าไปดู
พบตู้แช่ตู้เย็นขนาดย่อมๆ มี 3 รสชาติให้เลือกชิม
คือ Dark Chocolate, Milk Chocolate และ Ivory
Chocolate Chip
ผมเลือกรสสุดท้ายเพราะไม่ชอบกินไอติมรสเข้มๆ
แค่ packaging ก็กินขาดแล้วด้วยถ้วยสีทองอร่อย
เนื้อไอติมเหนียว แน่น หนึบ ...รสชาติ white chocolate
เข้มข้นมากๆ
ชิ้น chocolate chip แผ่นแบนๆหนาๆ เคี้ยวกรุบกระจายเต็มถ้วย
ในที่สุดก็เจอไอติมที่อร่อยกว่า Macademia Nut ของ Haagen
Dazs เสียที
เป็นไอติมที่ต้องละเลียดกินอย่างช้าๆ เพราะกลัวมันหมดเร็ว
อารมณ์เดียวกับตอนกินยาคูลท์ในวัยเด็ก ขวดละ 88 cc
กินได้สองชั่วโมง
ใครเป็นพวก choco lover ยังมีเครื่องดื่ม
choco-elixir ด้วยครับ
แต่ดูแล้วท่าทางจะเข้มข้นมาก ไม่กล้าลองครับ
ซื้อกินได้ที่: Godiva Chocolatier Shop ที่
Harbor city, IFC
และ Sogo สาขา Causeway Bay
(สาขาอื่นอาจไม่มีไอติมขาย)
คะแนนความอร่อย: 








ยกให้เป็นนางเอกของทริปนี้
ราคา: ถ้วยละ 39 HKD (แทบไม่ต่างจากราคาที่ญี่ปุ่น ประมาณ 600 เยน)
รายการที่ 8 – ข้าวหมูแดงหมูกรอบ (1)


เป็นอาหารที่พลาดไม่ได้เลยนะครับ สำหรับข้าวหมูแดงหมูกรอบ
ใครที่ชอบกินแบบที่น้ำราดใสๆ ไม่ใช่ข้นๆแดงๆเหมือนบ้านเราต้องปลื้ม
ร้านนี้ผมเดินไปเจอที่ถนน Ashley Road
เห็นเป็ดย่างมันน่ากินดี
เลยลองเข้าไปกิน ตอนแรกตั้งใจจะสั่งแบบที่มันโปะข้าวมาเลย
แต่ดันได้แบบนี้ ก็พอหยวนๆ เพราะตอนนั้นก็หิวจนจะกินวัวทั้งตัวได้แล้ว
รสชาติไม่น่าผิดหวังครับ หมูกรอบหนังกรอบมากๆ
หมูแดงรสชาติก็เข้มข้น ไม่ใช่แบบที่เนื้อแห้งๆด้านๆแบบบ้านเรา
ไปกินที่ได้ที่: ร้านอะไรไม่รู้ อยู่ที่
Ashley Road, Tsim Sha Tsui
คะแนนความอร่อย: 


ราคา: ทั้งหมดในรูป 38 HKD แถมชาร้อนแก้วนึง
รายการที่ 9 – ข้าวเหนียวดำในซอสวานิลลา

ชาวนาปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เห็นเมนูนี้แล้วต้องกรี๊ด
เพราะสินค้า OTOP บ้านเรา ... ข้าวเหนียวดำธรรมดาๆ
สามารถอัพเกรดตัวเองขึ้นมาเป็นของกินสุดหรูที่ฮ่องกงได้ไงเนี่ย
ในเมนูบอกไว้ชัดเจนว่าเป็นข้าวเหนียวดำจากไทยนะครับ
เอามาปั้นเป็นก้อนๆ แหยะๆ น่าจะใส่กะทิลงไปด้วย
เสิร์ฟในซอสรสวานิลลา เป็นเกล็ดน้ำแข็งคล้ายๆ smoothie
อร่อยลงตัวมากๆ กินแล้วลืมไปว่าทำกินเองที่บ้านก็ได้
ไปกินได้ที่: ร้าน Honeymoon Sweets ที่ Langham Place
มีสองสาขา ที่ชั้น 4 และชั้น 10 (ชั้น 10 ร้านใหญ่กว่า)
คะแนนความอร่อย: 



อร่อยมากๆ
ราคา: ถ้วยละ 19 HKD
(หน้าบ้านผมขายข้าวเหนียวดำกะทิถ้วยละ 10 บาท)
รายการที่ 10 – ข้าวหน้าเนื้อใจเสือ Yoshinoya

ในที่สุดความเกรงกลัวต่อบาปทั้งหมดก็พังทลายลงไป
ต้องยอมชิมข้าวหน้าเนื้อในตำนานซะหน่อยเถอะ ...
กว่าครึ่งของคนในร้านสั่งเมนูนี้กันทั้งนั้นเชียวนะเอ้อ
ได้บทเรียนจากครั้งแรกว่า มึงอย่าสั่งแบบชุดเด็ดขาด
เพราะซุปมิโสะมึงก็ไม่กิน เยลลี่ก็ติงต๊องไก่ก่าสามัญมากๆ
สั่งแบบ a la carte จานเดียวไปดีกว่า ...อิ่มสบายท้อง
แถมเมนูนี้เป็นเมนูเดียวที่อัพเกรดเพิ่มขนาดได้ด้วยนะครับ
กลายเป็นไซส์ซูโม่ ... มีเหรอผมจะพลาด...
ได้มาถ้วยใหญ่เบ้อเริ่ม ข้าวเยอะโคตร (ผมชอบกินข้าวมากๆเลยละ)
เนื้อสไลด์บางเจี๊ยบ นุ่มกำลังดี หัวหอมใหญ่ก็นิ่มละลายในปาก
โอ้ว... บาปเบิบอะไร้ ... ช่างแม่ง ...
ไปกินได้ที่: ร้าน Yoshinoya ทุกสาขา
คะแนนความอร่อย: 





แถมมีฤทธิ์ทำลายหิริโอตตัปปะจนหมดสิ้น
ราคา: 27 HKD สำหรับขนาดปกติ
31 HKD สำหรับซูโม่ไซส์
รายการที่ 11 – ทาโกยากิ Gindako


นี่ก็อีกรายการที่มีขายในไทย แต่ผมไม่เคยกิน
ร้านนี้มาเปิดสาขาที่เอสปาหนาด (ซึ่งผมไม่เคยไปแหะ)
ได้ข่าวว่าอร่อยและราคาโหดเอาการอยู่เหมือนกัน
พอดีผมเดินผ่านเจอแล้วมันน่ากินดี ก็เลยลองแวะดู
ที่นี่เขาทำกันทีเป็นสิบกะทะพร้อมกันเลยครับ ดูแล้วน่าสนุกมาก
แถมมีซอสให้เลือกหลายแบบด้วยครับ ทั้งซอสเผ็ด
ซอสเทริยากิ ...ผมเล่น play safe ด้วยซอสแบบธรรมดานี่แหละ
สะใจไอ้ตรงปลาป่นที่ให้มาเยอะมาก มายองเนสก็อร่อยมากครับ
ซื้อเสร็จก็ยืนกินที่เคาน์เตอร์ด้านขวาได้เลย (ยืนกินจริงๆครับ)
รสชาติสมกับที่เป็นที่ร่ำลือครับ กรอบนอกนุ่มใน
ไส้ปลาหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่กรุบกริบ ... เซ็ทละ 6 ลูกยังไม่พอเลย
ไปกินได้ที่: ร้าน Gindako สาขา Mong Kok และ Causeway Bay
คะแนนความอร่อย: 



สมกับคำร่ำลือ
กินแล้วอยากไปเผาร้านฟูจิ
ราคา: เซ็ท 6 ลูก 25 HKD (ถูกกว่าเมืองไทยนิดนึงมั้ง)
รายการที่ 12 – ข้าวหมูแดงหมูกรอบ (2)

ร้านนี้ผมค้นพบเมื่อตอน business trip เมื่อปีที่แล้วครับ
เนื่องจากทั้งทริปได้กินแต่อาหารดีๆ ซีฟู้ดโต๊ะละเกือบครึ่งแสน
แต่ดันไม่มีข้าวหมูแดงหมูกรอบอร่อยๆให้กิน วันสุดท้ายแทบลงแดง
ผมเลยต้องเดินทั้งเกาะ หาร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบอร่อยๆกิน
จนมาลงเอยที่ร้านนี้แหละ พอมาคราวนี้ผมจำทางได้ ก็ลุยเลยครับ
นั่ง MTR เดินแป๊บเดียวถึง
ร้านนี้เทียบแล้วอร่อยกว่าร้านแรกครับ
เพราะน้ำราดจะออกเข้มข้นกว่าเล็กน้อยครับ
ไปกินได้ที่: ร้านอะไรไม่รู้ ออกจาก MTR
สถานี Tsim Sha Tsui
ทางออก A แล้วเลี้ยวซ้ายที่ร้าน Giordano Concept
เดินไป 50 เมตร ร้านอยู่ด้านขวามือ มีเมนูภาษาไทยด้วย
คะแนนความอร่อย: 


สมกับที่มุ่งหน้ามากินอย่างตั้งใจ
ราคา: จานละ 42 HKD ซึ่งแพงไปนิดครับ
...
รายการที่ 13 – Mont Blanc / Chestnut Mango Cake

จริงๆเค้ก Mont Blanc นี่ในไทยหากินยากมากเลยนะครับ
เพราะไม่มีใครลงทุนเอาเกาลัดแท้ๆมาทำกันเท่าไร
ที่เห็นอยู่ก็ของ Sun Moulin ซึ่งชิ้นนึงประมาณเกือบร้อย
แล้วรสชาติก็ไม่ได้เข้มข้นมาก แต่ที่ฮ่องกงนี่หากินง่ายมากเลย
ชิ้นนี้เป็นของร้าน Maxim’s Cake ครับ รสชาติเข้มข้นทีเดียว
ตัวครีมได้รสและกลิ่นของเกาลัดเต็มๆ เนื้อเค้กด้านในเป็นรสมะม่วง
ตัดกับรสหวานนิดๆของตัวครีมได้ดีครับ
ซื้อกินได้ที่: ร้าน Maxim’s Cake เกือบทุกสถานี MTR
คะแนนความอร่อย: 


เป็นความอร่อยแบบ simply
the best
ราคา: ชิ้นละ 10 HKD ถูกโคตรๆๆๆ
รายการที่ 14 – เยลลี่งาดำ

ผมชอบกินงาดำมากครับ รู้สึกเป็นของที่มีประโยชน์
และรสชาติกำลังดี ไม่ต้องขัดขืนตัวเองมากนักในการกระเดือก
ที่ปลื้มมากๆคือไอติมงาดำของ The Oriental ที่เข้มข้นสุดๆ
พอมาเจอเยลลี่งาดำ ก็เลยไม่พลาดต้องขอลิ้มลองดูครับ
ผลที่ได้คือ ไม่อร่อยครับ ... แข็งและกระด้างเกินไปหน่อย
แล้วก็ไม่หวานด้วย กลืนลำบาก ... ถ้วยนี้กินจนเหนื่อยเลย
ไปกินได้ที่: ร้าน Sweet Spoon ที่ Citygate Outlet สถานี MTR Tung Chung
คะแนนความอร่อย:
ไม่อร่อยอะ
ไม่ชอบ
ราคา: ถ้วยละ 13 HKD
รายการที่ 15 – ต่านทัต Disneyland

ของกินใน Disneyland ที่ราคาไม่น่าคบเท่าไรเลยครับ
เพราะ maindish จะอยู่ที่ราวๆชุดละ 200 กว่าบาทครับ
พอดีผมไปรอบดึก ร้านอาหารพวกนี้ก็จะปิดหมดแล้วละ
เลยลองเดินเข้าไปในร้าน bakery ดูว่ามีอะไรกินบ้าง
ก็พอจะมีเจ้าพายไข่นี่แหละ ที่ราคาพอเป็นเพื่อนกันได้บ้าง
รสชาติพายไข่ที่นี่จะค่อนข้างจืดครับ แป้ง crust จะร่วนๆ
ไม่ใช่แบบพายเหมือนร้าน kanom บ้านเรานะครับ
แต่โดยรวมผมว่าอร่อยมากเลยละ ...มาเห็นตอนเดินออกจากร้าน
ว่าร้านนี้เป็นร้านที่ contract กับเครือ Maxim เจ้าเก่านี่เอง
ไปกินได้ที่: ร้าน bakery ที่โซน USA main street ใน Disneyland
คะแนนความอร่อย: 


สมน้ำสมเนื้อ
ราคา: ชิ้นละ 8 HKD
รายการที่ 16 – ข้าวหมูกรอบเป็ดย่าง (1)

ร้านนี้ผมไปค้นพบโดยบังเอิญในห้างใหญ่เลยละครับ
ตอนนั้นหิวซมซานออกมาจาก ocean park เพราะไม่อยากกินในนั้น
เลยนั่งรถกลับมาที่ central มาเดินห้างหาอะไรกิน
ก็มาเจอร้าน fastfood ในนั้นที่คล้ายๆกับ food court
เห็นมีเมนูน่ากินก็เลยลองดู เป็ดย่างชิ้นใหญ่บึ้มเลยครับ
แถมน้ำราดก็รสชาติเข้มข้นมาก ข้าวก็เยอะ (ถูกใจมาก)
ไปกินได้ที่: ร้าน canteen ในห้าง IFC
คะแนนความอร่อย: 



ให้ไปสุดใจเลยครับ
ชอบมาก
ราคา: ชามละ 32 HKD
ถูกกว่าร้านข้างถนนอีกแหะ
รายการที่ 17 – โจ๊กหมูสับ กับปาท่องโก๋

อยู่ดีๆก็อยากกินโจ๊กร้อนๆขึ้นมาครับ นึกถึงโจ๊กเจ้าประจำ
ที่ป๊าพาไปกินทุกครั้ง อยู่ในซอยข้างโรงแรมมาเจสติก
ร้านนี้คนขายพูดไทยได้ มีเมนูภาษาไทยติดข้างฝาพร้อมตราไม่ลองไม่รู้
ผมสั่งโจ๊กง่ายๆ คือ โจ๊กหมูสับ (เค้ามีโจ๊กกบด้วยนะ)
พร้อมปาท่องโก๋อีกจาน ชอบตรงที่มันร้อนมากๆเลยละ
แบบว่ามาเสิร์ฟตอนเดือดปุดๆเลย แต่รสชาติโดยรวม
ผมว่าไม่ได้อร่อยไปกว่าโจ๊กบ้านเราเท่าไรครับ
ไปกินได้ที่: ร้านอยู่ในซอยข้างโรงแรมมาเจสติก
ใช้ทางออก MTR สถานี Yau Ma Tei ทางออก
E2 จะใกล้สุด
คะแนนความอร่อย: 
ไม่ได้ประทับใจอะไร
ราคา: 29 HKD รวมปาท่องโก๋
2 ตัวยักษ์ๆ
รายการที่ 18 – ต่านทัตยามเช้า กับชามะนาวอีกแก้ว


จริงๆร้านนี้ผมไม่ได้ตั้งใจเข้ามากินพายไข่หรอกครับ
ผมตั้งใจมากินอย่างอื่น แต่เพิ่งรู้ว่าเขาจะไม่ขายเมนูหลัก
จนกว่าจะ 11 โมงเช้า ซึ่งช่วงเช้าจะมีเมนูอาหารเช้าโดยเฉพาะ
ไอ้ผมก็ไม่อยากจะกินแซนวิชธรรมดา เลยสั่งพายไข่มากิน 2 ชิ้น
แต่ในร้านแม่งก็มี minimum charge ที่ 11 HKD อีกแหะ
เลยจำต้องสั่งชามะนาวมาอีกแก้ว
โดยรวมผมว่าก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่สู้ของ Disneyland ไม่ได้
แต่ก็ถือว่าเป็นมื้อเช้าที่ดีครับ ไม่หนักและไม่เบาเกินไป
ไปกินได้ที่: ร้านอะไรไม่รู้ อยู่ต้นถนน
golden fish market
คะแนนความอร่อย: 

กำลังดี
ไม่มากน้อยเกินไป
ราคา: รวมชามะนาวแล้วทั้งหมด 19 HKD
รายการที่ 19 – Heavy Cheesecake Stick


ผมนี่เป็น cheesecake lover ตัวยงคนนึงเลยละครับ
เจ้าชิ้นนี้ผมไปเจอที่ชั้นใต้ดินห้าง sogo ที่
causeway bay
เห็นเป็นแท่งๆน่ารักแบบนี้คงกินง่าย ไม่ต้องหิ้วไปมา
ก็เลยลองสอยมา เอารส heavy cheese ครับ ...
รสชาติเข้มข้นมากกกกกกกก ได้รสของชีสเต็มๆ
เค้กจะ rich และเหนียวหนึบมากๆ แท่งเดียวไม่พอหรอกครับ
ที่น่ารักคือ ผมซื้อแค่แท่งเดียว แต่พนักงานก็บรรจงใส่ถุงหิ้ว
ใบเล็กน่ารัก สมกับที่เป็นของในห้างญี่ปุ่นจริงๆครับ
ไปกินได้ที่: ร้าน Italian Tomato ที่ supermarket
ชั้นใต้ดิน Sogo Causeway Bay
คะแนนความอร่อย: 



สำหรับความเข้มข้นสุดปลายลิ้น
ราคา: แท่งละ 12 HKD แพงไปนิด เพราะกิน
3 คำก็หมดแล้ว
รายการที่ 20 – Chestnut Cheaux Cream



ร้าน Beard Papa ที่นี่อลังการมากๆครับ
เพราะของกินเยอะมาก
แค่ชูครีมก็มีให้เลือกเกือบสิบอย่างแล้วครับ ละลานตาโคตรๆ
นี่ยังไม่รวมพุดดิ้ง และ Cheesecake stick อีกเพียบครับ
เจ้าชิ้นนี้กินยากหน่อยครับ ต้องเปิดฝาบนออกมาก่อน
จะพบกับครีมเกาลัดเหมือน mont blanc ชั้นล่างเป็นครีมสด
และรองพื้นด้วยคัสตาร์ดอีกชั้นครับ มีเม็ดเกาลัดสดๆอีก 4-5 เม็ด
กินคำใหญ่ๆพร้อมกันแล้วได้รสชาติกลมกล่อม หวานกำลังดี
ตัวแป้งก็กรอบและเย็นมากครับ ผมชอบมากๆเลย
ไปกินได้ที่: ร้าน Beard Papa Sweets ที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต Sogo Causeway Bay
คะแนนความอร่อย: 



เมืองไทยควรเอาเข้ามาขายอย่างด่วน!
ราคา: 18 HKD แพงกว่าบ้านเราพอสมควรครับ
แบบปกติอยู่ที่ 13 HKD
รายการที่ 21 – ข้าวหมูกรอบเป็ดย่าง (2)

แหม... ก็มันติดใจนิครับ เลยต้องกินอีกรอบ ...
แต่คราวนี้ไปกินที่ร้าน Café De coral ซึ่งเป็น chain
fastfood อีกเจ้า
ชามนี้ได้ข้าวเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ ร้อนๆ ชอบมากๆ
หมูแดงอร่อยขั้นเทพมากๆ เป็ดย่างก็หนังกรอบเชียว
อูย กินชามนี้พร้อมกับโค้กแล้วมีความสุขโคตรๆเลยครับ
ไม่รู้จะบรรยายอะไรอีกแล้ว ...
ไปกินได้ที่: ร้าน Café de Coral ทุกสาขาหลัง 11 โมงเช้า
คะแนนความอร่อย: 





อร่อยมากๆ ยังไม่เบื่อเลยครับ
ราคา: ชามละ 30 HKD
พร้อม soft drink อีกแก้วครับ
รายการที่ 22 – Stirred Noodle with King Prawn and
Shrimp Roe in XO Sauce


ไอ้จานนี้นี่เป็นจานที่ผมหมายปองมาตอนเช้าครับ ...
มันคือร้านเดียวกับที่ผมกินพายไข่ เพราะมันไม่ขายจานนี้ก่อน 11 โมง
ป้ายเมนูนี้มันยั่วยวนผมมากกกกก กุ้งตัวใหญ่โคตรรรรร
แน่นอนครับ ... แค้นนี้ต้องชำระ ผมเดินกลับมาร้านนี้อีกครั้งตอนดึก
คราวนี้ไม่พลาดแล้วครับ ได้กินแล้วววว ...
เส้นบะหมี่ผัดเรียวเล็กเหมือนเส้นซ่าหริ่ม เยอะมากๆๆๆ
ได้กุ้งตัวใหญ่โคตรมาอีก 4 ตัว โรยด้วยไข่กุ้งเม็ดเล็กๆอีกเพียบ
(ที่เห็นเป็นจุดสีน้ำตาลบนตัวกุ้งนั่นแหละ) พร้อมกับซอส XO
คลุกๆๆๆๆให้เข้ากัน จะได้รสชาติเผ็ดร้อนสะใจมากๆ
กุ้งนี่กรอบมากๆ แล้วกรอบแบบธรรมชาติกว่ากุ้ง MK ครับ
เป็นมื้อใหญ่ที่ปิดท้ายทริปผมได้อย่างสมศักดิ์ศรีมากๆ
ไปกินได้ที่: ร้านเดียวกับรายการที่ 18 แต่ขายหลัง
11 โมง
คะแนนความอร่อย: 








ยกเป็นพระเอกของทริปนี้
ราคา: ชามละ 30 HKD เทียบกับขนาดกุ้งแล้วก้อคุ้ม
รายการที่ 23 – Deluxe Dim Sum set

เพิ่งนึกได้ครับ ว่ามาเที่ยวครั้งนี้ยังไม่ได้กินติมซำเลย
มื้อสุดท้ายบนเกาะฮ่องกง ผมเลยต้องหาติมซำมาปิดทริป
แต่ก็นะ ...มาคนเดียว จะให้กินร้านดีๆ ก็คงไม่มีตังค์
ก็เลยไปกินที่ร้าน MX (ร้านในเครือ Maxim’s อีกแล้วจ้ะ)
รสชาติผมว่าเฉยๆครับ สำหรับฮะเก๋ากับฝั่นโก๋
แต่ซาลาเปาหมูแดงนี่เด็ดมากๆ ...
กินพร้อมกับชานมรสชาติเข้มข้นสูตร super smooth ครับ
เขาแช่เย็นแบบไม่ใส่น้ำแข็งด้วยล่ะ อร่อยมากๆๆๆๆ
เป็นมื้อปิดทริปแบบเบาๆครับ
ไปกินได้ที่: ร้าน MX ทุกสาขาก่อน
11 โมงเช้า
คะแนนความอร่อย: 

สำหรับ dimsum และ 



สำหรับชานม
ราคา: 14 HKD สำหรับชุด dimsum และ
12 HKD สำหรับชานม
รายการที่ 24 – in-flight meal FT 826 HKG – PNH

ปิดท้ายด้วยอาหารบนเครื่องบินขากลับครับ
จานหลักเป็นแกงเขียวหวานไก่สเตอรอยด์อีกครั้ง
จานรองคือสลัดผัก (อี๋....) และของหวานคือมูสวานิลลา
ผมว่าไม่ค่อยต่างจากมื้อขาไปเท่าไรเลยครับ ...
แต่เอาน่ะ ...กินๆไป ... ไม่ต้องคิดอะไรมาก
กินได้ที่: Flight FT826 HKG > PNH Siem Reap
International Airline
คะแนนความอร่อย:
ไม่ต่างจากขาไปเลย
ราคา: 23,460 บาท แถมฟรี! ตั๋วไปกลับ พนมเปญ-ฮ่องกง 1 ที่นั่ง
2.
ชอบเมนูไหนก็ส่งเสียงบอกมากันได้ครับ
หลายๆเมนู ผมเก็บภาพชนิด คำต่อคำ เลยล่ะ ...แบบว่าดื่มด่ำมากๆ
แต่ผมก็แอบตัดออกไปประมาณ 5 เมนู เพราะมันธรรมดาไปครับ
ขี้เกียจเอามารีวิว ...
อ้อ ... ถ้าสังเกตดีๆ ทริปนี้ผมแทบไม่ได้กินผักเลยครับ
กลับมาท้องผูกเลย แต่ก็ถือว่าคุ้มครับ แหะๆ
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งน่ากินน่ะครับ.. แต่ทำไมน้ำซุปมันเป็นสีขาวหรอครับคุณเต่า
แล้วอีกอันนึงที่เป็นบะหมีผัดซอสเอ็กซ์โอกับกุ้งตัวใหญ่น่ะน่ากินมาก
\"
-- เห็นหลายเมนูหน้าตาน่ารับทานมากๆ เลยค่ะ
-- ส่วนโดนัท Krispy Kream เนี้ย
-- อยากบอกว่าของโปรดเลยนะคะ
-- ฝากที่ออฟฟิศซื้อประจำเลย เวลากลับมาก็ต้องเข้าเวฟ
-- ประมาณครึ่งนาที กำลังดีคะ นุ่มใช้ได้เลยค่ะ
-- ว่าแต่เมื่อจะมีโอกาสไปฮ่องกงกับเค้ามั่งฟร่ะ เราเนี่ย
#1 By Evil-minded Angel on 2007-11-08 12:08