มาดูงานแต่งงานของคนเขมรกัน
posted on 14 Nov 2007 16:48 by bongtao in cambodia
เขียนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2550
1.
หลังจากได้รับคำเชิญด้วยปากเปล่าตั้งแต่หลายเดือนก่อน
ในที่สุด ซองการ์ดสีแดงสดพิมพ์อักษรสีทองเป็นชื่อผมอยู่ตรงกลาง
ก็มาวางไว้เงียบๆอยู่บนคีย์บอร์ดโน้ตบุ้กของผมในเที่ยงวันหนึ่ง
ผมได้รับบัตรเชิญจากลูกน้องคนเขมรของผมไปงานแต่งงาน...
...ใช่ครับ ...งานแต่งงานของเธอเอง
เธอเป็นเจ้าสาววัย 23 ในงานวันนี้ครับ
2.
วันนี้เป็นวันที่ผมยุ่งมากๆ ตามประสาวันจันทร์ครับ
กว่าจะได้เงยหน้าอีกที ก็เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว
ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับไปโรงแรมเพื่อล้างหน้า แปรงฟัน 
ก็เลยยิงตรงจากออฟฟิศไปที่งานแต่งตอนหกโมงกว่า
นี่เป็นการร่วมงานแต่งงานของคนเขมรครั้งแรกของผม
แต่ผมก็เคยได้ยินมาเยอะครับ ว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญ
กับงานแต่งงานมากๆๆๆๆ มากกว่างานใดในชีวิตครับ
เจ้าสาวยื่นใบลา 5 วันรวด นับตั้งแต่วันนี้ครับ
ผมไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในบริษัทไทยหรือไม่นะครับ
แต่ที่นี่มันเกิดขึ้นได้ และเกิดขึ้นแล้วครับ ...
ถ้ามองในแง่ของบริษัทและชีวิตการทำงาน
การลาหยุด 5 วันติดต่อกัน ย่อมทำให้โดนนายเขม่นได้ง่ายๆ
แถมระหว่างที่ไม่อยู่ อาจโดนกล่าวหาต่างๆนานา
กลายเป็นเป้านิ่งที่หันหลังอยู่ไปในทันที
แต่ถ้ามองในแง่ของการใช้ชีวิตแล้ว,
ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมนะครับ ที่เรายังไม่เคร่งเครียด
กับชีวิตการทำงานจนมากเกินไป ...
งานแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตนะครับ
ถ้าเทียบกับการใช้ชีวิตกับใครสักคนตลอดทั้งชีวิตแล้ว
การลาเพียง 5 วันเป็นเรื่องที่เล็กมากๆ 
3.
งานแต่งงานของคนเขมร ไม่ค่อยจัดในโรงแรม
ยกเว้นแต่เป็นลูกสาวคนใหญ่คนโตที่มีหน้าตา
ส่วนมากเขาจัดตั้งเต๊นท์ที่หน้าบ้านนี่แหละครับ
ถ้าบ้านอยู่ริมถนนใหญ่ ก็ตั้งกินถนนใหญ่ไปเลนนึงเลยครับ
แปลกแต่จริงครับ ... ตั้งเต๊นท์บนถนนใหญ่นั่นแหละ
รถผ่านไปผ่านมาก็ต้องเบี่ยงทางให้

นี่แหละครับ ... ตั้งเต้นท์หน้าตาแขมร์ๆอย่างนี้ละ งานแต่งงานมาตรฐานของที่นี่

นี่ก็บรรยากาศโต๊ะจีนครับ ... สีสันฉูดฉาดกว่าบ้านเราเยอะเลยเนาะ
วันที่เขียนอยู่นี้ เทศกาลทอดกฐินกำลังนิยม
ก็จะเห็นเต็นท์พวกนี้ล้ำยื่นกลืนพื้นถนนอยู่เป็นระยะครับ
งานของลูกน้องผมคนนี้ก็เช่นกัน
จัดงานที่หน้าบ้าน แต่ไม่ต้องยื่นเข้ามาในถนน
(ผมละกลัวจริงๆ นั่งกินโต๊ะจีนอยู่ดีๆ ...
แล้วมีรถสิบล้อหลับในเสยไปทั้งเตนท์ น่าเหวอมากๆ)
เขาให้เหตุผลที่คนนิยมจัดงานที่บ้านเพราะว่า
งานแต่งงานมักจะจัดยาวตั้งแต่เช้ายันค่ำครับ
ถ้าจัดในโรงแรม จะเสียค่าใช้จ่ายแพงมากๆ
และไม่ถึง 3-4 ทุ่มก็ต้องเริ่มเก็บงานแล้ว
แถมยังมีข้อจำกัดอีกมากมายครับ ...
การจัดที่บ้านเลยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
ทั้งเจ้าภาพและแขกก็สามารถเต็มที่ได้มากกว่าที่โรงแรม
4.
สิ่งนึงที่น่าสนใจมากๆ คือการแต่งกายครับ
ในวันงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องเปลี่ยนชุดเยอะมาก
อย่างต่ำก็ 5-6 ชุด แปรตามจำนวนพิธีในวันงานครับ
พิธีนึงก็ชุดนึง ...
ในขณะที่เทรนด์ชุดเจ้าสาวในสากลโลกคือ สีขาว
แต่ที่นี่ไม่นิยมครับ เค้านิยมชุดสีแรงๆเปล่งแสงสเปรกตรัม
ทั้งสีส้ม สีบานเย็น สีฟ้าเทอคอยซ์ สีม่วงสุดตอแหล
แสบตาไม่เกรงใจแขกเลยครับ

สเปรคตรัมครับ ... นี่ยังขาดอีกหลายสีครับ

นี่ครับ ... เปิดเผยโฉมครั้งแรกของ "ไอ้เย็น" ลูกน้องผมเอง ...
ที่ใส่ชุดสีน้ำตาลนั่นแหละครับ ...เผลอทีไร โผล่ไปอยู่บนเวทีทุกทีเลย

ผมถ่ายแล้วดูหมองไปเลยอ่ะครับ ชุดทำงานจืดโคตรเนอะ
ไม่มีหรอก เนคไทใส่สูท ...ไม่มี๊
แขกผู้หญิงก็ไม่แพ้กันครับ จะนิยมชุดสีแรงๆกันทุกคน
แต่งกันมาแบบสุดฤทธิ์สุดเดช แถวบ้านเรียก dress to kill
พวกก๊วนเดียวกัน ผมว่าต้องมีการเตี๊ยมก่อนตัดชุดแน่ๆครับ
ไม่ให้สีซ้ำกัน ... เพราะงานนี้มีครบ 16 ล้านสี CMYK สุดๆ
ประมาณว่างานนั้นชั้นแพ้ไม่ด๊ายยยยยยย
เจ้าสาวก็เจ้าสาวเถอะ กูไม่ยอม ...
วันนี้สาวๆในออฟฟิศขอลาตั้งแต่บ่ายสามแทบทุกคน
เพราะต้องไปแต่งหน้าทำผมเสริมสวยครับ ...
งานเริ่มทุ่มนึง บ่ายสามก็เริ่มลุยแล้ว ...
ผลที่ออกมา ผมแทบจำไม่ได้เลยครับว่าใครเป็นใคร
เพราะยำใหญ่ใส่ไม่ยั้งกันจริงๆแหะ ...
ขนตางอนเด้ง สโม้กกี้อายตาหวานฉ่ำ
ไดร์ผมตรงจัดทรงฉีดสเปรย์แข็งโป๊ก
จนทำให้ผมเริ่มรู้สึกผิดอยู่เล็กๆนะครับ ...
ดูเขาตั้งใจในการมางานมากๆ แต่ผมหน้ามัน หัวยุ่ง
และยังอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเชยๆ กางเกงสแลคสีดำธรรมดาๆ
...เหมือนมาผิดงานว่ะ
เป็นไงครับ ...เห็นรูปสาวเขมรกันเต็มๆครับงานนี้
บ่อยมากเลยนะครับ ที่ผมกลับไทยแล้วคนมักจะถามว่า “สาวเขมรสวยมั้ย”
ซึ่งผมก็มักจะอ้ำๆอึ้งๆ เลี่ยงที่จะไม่ตอบ หรือเปลี่ยนคำถามไปเลย
จนบางคนคงคิดว่าอยู่เขมรผมคงเป็นตุ๊ด เดินสวยไปสวยมาในแคว้นเขมร ไม่สนใจผู้หญิง
หรือว่า เป็นมนุษย์เก็บกด ขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืน ไม่พบปะโลกภายนอก
ไม่ช่ายนะคร้าบบบ ... ม่ายช่ายยยย ...
ที่ไม่อยากตอบ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีน่ะครับ
หวังว่าภาพใน entry นี้พอจะคลายความสงสัยของหลายๆคนไปได้บ้างนะครับ
5.
แขกที่มาร่วมงาน มีหน้าที่กินครับ กินไปเรื่อยๆ
ส่วนพิธีก็ดำเนินงานไปครับ ซึ่งผมว่ามันน่ารักและมีสีสันดี
สมัยนี้ งานแต่งงานที่ผมไปในกรุงเทพฯ มันจืดชืดมากเลยครับ
ภาพถ่าย wedding photo ก็จัดท่าแบบไม่เป็นธรรมชาติ
ยิ้มแบบฝืนๆ ในฉากที่ดูเฟคมากๆๆๆๆ ... ผมไม่ชอบเลย
พิธีการในงานก็เป็น step เป๊ะๆ มีการเชิญพ่อแม่ขึ้นมาพูด
แสดงความยินดีที่ลูกสาวขายออกแล้ว ...
ดื่มยินดีอีกนิดหน่อย เป็นอันจบงานครับ...
สรุปว่า ระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาวและผู้ร่วมงาน
แทบไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรเลย นอกจากการถ่ายรูปร่วมกันแห้งๆ

kiss scene แบบจั๋งๆครับ ไม่ต้องอายม้วนต้วนแบบงานบ้านเรา
กะอ๊างๆ บิดตัวหามุมกล้องอยู่ได้ รำคาญ ... จูบเลย! จูบเลย!

ช่วงพิธี ตอนกำลังส่งตัวไปตัดเค้กครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจิกกล้องสุดๆ

มียิง confetti ด้วยครับ ผมละงงจริงๆ เพราะดันยิงก่อนตัดเค้ก
ไอ้เศษๆมันก็ปลิวลงเค้กหมด ...แล้วจะกินกันยังไงละนี่
งานแต่งงานของที่นี่สนุกกว่าเยอะครับ พิธีการสั้นมาก
พอจบปั๊บก็เปิดฟลอร์รำวงกันทันที ม่วนสะเดิดเด้อค่ะเด้อ ...
แขกเหรื่อแห่กันลงมาเต้นกันสวิงสวาย มีส่วนร่วมมากกว่างานบ้านเราเยอะ
อย่างที่ผมเคยบอกแหละ ว่าคนที่นี่เขาต้นทุนความสุขต่ำกว่าเรามาก
ผมเห็นทุกคนยิ้มแย้มมากในงานครับ นี่เป็นข้อดีของคนเขมรครับ
คือเขามีความสุขง่ายๆในการใช้ชีวิต ...
และการเป็น expat ที่ดี ก็ควรจะปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของที่ทำงาน
ผมก็เลยลงไปม่วนสอนมวยรำวงไทยจนเด็กๆมันอึ้งไปพักใหญ่
ไอ้คนขับรถของผมนี่เผลอแป๊บเดียว ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีแล้ว
ตอนแรกผมกะว่าสักสามทุ่มผมก็จะกลับแล้ว แต่เผลออีกที
มันกำลังรำวงเมามันมาก ผมเลยยอมกลับสักสี่ทุ่ม
ไม่อยากไปขัดความสนุกของคนขับรถครับ นานๆทีก็หยวนๆกันไป
พูดกันโดยรวม ... ผมชอบงานแต่งงานที่ฉูดฉาดของเขมร
มากกว่างานแต่งงานที่แข็งทื่อและจืดชืดในไทยครับ
นี่กะว่า งานแต่งงานของตัวเอง จะต้องมีรำวงครับ สนุกดี
6.
เอ้อ ...ผมรบกวนอย่างนึงดิ ...
ขอให้งดคอมเมนต์เชิงดูถูกรสนิยมของคนเขมรนะครับ ผมขอร้อง
รู้นะครับ ว่ามันไม่ได้สวยหรูดีเลิศเหมือนงานบ้านเรา
แต่ก็ไม่อยากให้ไปว่าเค้า ว่ามันเสร่อ หรืออะไรนะครับ อย่าเลย
ดูน่าสนุกดีนะครับ ออกจะคล้าย ๆ งานแต่งงานทางบ้านนอกของเรานะครับ แต่คนไทยโดยเฉพาะแขกฝ่ายชาย ชอบตั้งวงกินเหล้ากันเสียมากกว่า ครึกครื้นเหมือนกัน
อยากบอกว่าเจ้าสาวเขียนอายไลน์เนอร์ "จิก" มากๆค่ะ ตาเฉี่ยวดี ชอบๆ
#1 By Cheshire_XxX on 2007-11-14 17:47