Warning: entry นี้ยาวโคตรๆครับ
ผมขี้เกียจแบ่งเป็นหลายๆตอน ขอเขียนรวดเดียวจบ
ใช้เวลาอ่านประมาณ 20-30 นาทีครับ

1.
สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย
หลังจากอดหลับอดนอนอยู่เมืองจีนหลายคืน
ในที่สุดก็กลับมาสู่อ้อมกอดของอากาศร้อนๆของกรุงเทพฯแล้ว
รู้สึกว่าเป็นทริปที่ยาวนานแบบไม่รู้วันรู้คืนมากๆเลย
นี่ผมเข้าออฟฟิศวันนี้แบบว่ากะเหรี่ยงมาก ใส่เสื้อเหลืองมาเลย
เพราะยังนึกว่าเป็นวันจันทร์อยู่ ชาวบ้านเค้าใส่
uniform กันทุกคน
อายจัง ...

2.
ผมว่าใครๆหลายคนคงรู้สึกว่าบริษัทที่ผมทำงานอยู่มีจุดเด่นอย่างนึงคือ
เป็นบริษัทที่มีสวัสดิการเลิศหรูเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย
มีทั้งเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าทำคลอด ค่าทำฟัน
เดินทางก็สามารถเบิกค่าแท๊กซี่ ค่าจิปาถะได้ทั้งหมด
ขนาดเดินทางต่างประเทศ ยังสามารถเบิกค่า
เครื่องนุ่งห่ม
ได้ตั้ง 8,000 บาทในทุกๆ 3 ปีด้วยนะ ล้ำมากๆ

อย่างนึงที่ถือว่าเป็นสวัสดิการสุดหรูรอยัลเดอลุกซ์ก็คือ ทริปลูกค้า
ซึ่งก็คือการพาคุณลูกค้า (ที่ในประเทศจะเรียกว่า เอเย่นต์
หรือที่ผมเรียกว่า ดีลเลอร์) อันเป็นผู้มีพระคุณของบริษัท
ไปเที่ยวเป็นการขอบคุณและให้กำลังใจกันปีละครั้งครับ

ถ้าพวกเอเย่นต์ระดับสูงที่รวยกันเป็นพันล้าน ขายกันระเบิดเถิดเทิง
ก็จะเป็นทริปไฮโซที่
exclusive มากๆ หัวนึงเป็นแสนๆเชียวล่ะ
แต่สำหรับทริปลูกค้าเขมรของผม ตอนนี้ยังวนไปเวียนมาในเอเชีย
เริ่มต้นจากไทย มาเลเซีย กุ้ยหลิน ...จนปีที่แล้วไปฮ่องกง
และปีนี้ไป เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งครับ

ถ้าพูดกันตรงๆ ผมค่อนข้างเฉยๆกับทริปนี้มาตั้งนานแล้ว
ไม่ถึงขนาดตั้งหน้าตั้งนมรอคอย แต่เขาให้ไปก็ไม่ปฏิเสธสิ
ได้ก็ดี ฟรีก็เอา ...แถมยังไม่เคยไปซะด้วย

3.
ทริปนี้ช่วงเดินทางแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มลูกค้า
ซึ่งเดินทางจากพนมเปญ และกลุ่มของผมที่เดินทางจาก กทม.
เดินทางด้วยการบินไทย รักคุณเท่าฟ้า ตอนตีหนึ่งของวันอังคาร
ไปถึงปักกิ่งตอนหกโมงครึ่งด้วยสภาพกึ่งผีกึ่งศพ

คือกำลังนอนเคลิ้มๆอยู่ คุณแอร์ก็จะปลุกขึ้นมากินของว่าง
อันได้แก่
เค้กกล้วยหอม จำนวน 1 ชิ้นถ้วน ...
อยากจะเอาเค้กเขวี้ยงใส่จริงๆ ... คนกำลังนอนมันส์ๆ
เอาวะ ไหนๆก็ตื่นแล้ว ก็กินครับ นอนหลับอีกทีประมาณตีสาม
กะว่าได้ยิงยาวแน่ๆ ตีสี่ครึ่งเสิร์ฟอาหารเช้าครับ ...กร๊าซซซซ
สรุปว่าอยู่บนเครื่องนี่ไม่ได้นอนเลยจริงๆ

ผมเคยเห็นในสายการบิน
emirates เขาจะมีสติ๊กเกอร์ให้นะครับ
มันจะมีสองสามอัน ให้ติดไว้ที่ตรงเหนือพนักพิง (จะติดหน้าผากก็ไม่ว่ากัน)
สีชมพูคือ
กูจะนอน ... มึงอย่าปลุก
สีเขียวคือ กูจะนอน แต่กูหิว ...ปลุกกูขึ้นมากินด้วย
แล้วมีอะไรอีกไม่รู้ จำไม่ได้ ...

แต่ผมเอาสีเขียวมาติดไว้ที่โต๊ะทำงานผมอยู่แป๊บนึง เป็นนัยว่า
 
กูจะนอน ...แต่กูหิว พักเที่ยงแล้วปลุกกูด้วยนะ
จนมีใครสักคนทนไม่ได้ แอบฉีกออกไปซะงั้น

ถึงสนามบินตอน 6 โมงครึ่ง ก็ไปนั่งกินอาหารเช้าใน
terminal
เพื่อรอกรุ๊ปลูกค้าจากเขมรที่จะตามมา ซึ่งต้องไป
via ที่เซี่ยงไฮ้
แถมต้องแบ่งออกเป็นสองไฟลท์ เพราะคนเยอะมากๆ เกือบ
70 คน
หาตั๋วไฟลท์เดียวกันไม่ได้

แล้วความซวยก็บังเกิดขึ้นทันทีที่แตะเท้าลงสนามบินครับ

พี่
GM ที่เดินทางมากับผมกระเป๋าหาย!  ทั้งๆที่เช็คอินด้วยกันเลยนะ
แถมอากาศที่ปักกิ่งตอนนั้นก็หนาวเจี๊ยวแข็งกันเลยทีเดียวด้วย
ผมเลยต้องแบ่งลองจอนกับหมวกให้แกก่อนจะหนาวตาย
สืบไปสืบมา เลยรู้ว่ากระเป๋าตกค้างอยู่ที่สุวรรณภูมิ ไม่ได้มาด้วย
นี่ขนาดมีบัตรทองของเจ้าจำปีนะเนี่ย โฮ่ๆ ...

ส่วนความซวยเด้งที่สองคือ ไฟลท์ของลูกค้าดีเลย์ไปหนึ่งลำ
แถมดีเลย์ไปตั้งสองชั่วโมง ก็เลยต้องมีการปรับผังกันหน่อย
คือให้ลูกค้าที่ถึงแล้วไปกินข้าวกันก่อน แล้วไปเจอกันที่พระราชวังฤดูร้อน

ทริปนี้จัดว่าเป็นทริปเดินทนทีเดียวครับ เดินกันเป็นกิโล
แบกเสื้อหนาวๆตัวควายๆ เหนื่อยเป็นบ้าเลย ...
ไอ้ตอนลงรถ อากาศผมว่ายังไม่หนาวมากนะ
แต่พอเริ่มตกเย็น มันจะหนาวขึ้นๆแบบไม่รู้ตัวเลย

คุณไกด์สาวของเรานี่แต่งตัวเซ็กส์มากๆเลยละ ใส่กระโปรงสั้นกับถุงน่องหนาๆ
ผมถามเขาว่าไม่หนาวเหรอ เขาบอกว่านี่ถือว่าธรรมดามากๆ
เพราะเดือนหน้าที่ทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง อันนั้นถือว่าของจริง

จริงๆผมไม่ค่อย
appreciate ทริปพวก sightseeing เท่าไรนะ
คือจะรู้สึกว่า
เออ ...สวยนะ แต่ก็นั้นอะครับ ไม่ได้อะไรมาก
ซึ่งถ้ามากับทัวร์ มันก็ดีอย่างนึง ตรงที่มีคนเล่าอะไรให้ฟัง
อย่างเช่น มีหินก้อนนึง ใหญ่มากๆ อยู่ในวังนี่แหละ เป็นหินอัปมงคล
ใครได้เป็นเจ้าของต้องชิบหายวายวอดไปตามๆกัน
เขาเลยห้ามไม่ให้ถ่ายรูปด้วยครับ ถ้าผมไปเองคงวิ่งรี่เข้าไปถ่าย
จนอาจซวยเครื่องบินขากลับตกตายห่าไปก็เป็นได้


ที่วังมีคุณลุงคนนึง เอาพู่กันยักษ์มาเขียนอักษรจีนด้วยครับ
ใช้น้ำเปล่าเขียนนี่แหละ เห็นเขาบอกว่า เป็นการออกกำลังกายอย่างนึง
แกเขียนสวยมากๆ เหมือนตัวพิมพ์เลย คนยืนดูกันเต็มเลย


แดดวันนี้ครึ้มๆ เมฆเยอะ ถ่ายภาพเป็น silhouette ก็สวยไปอีกแบบเนอะ


ตอนที่ผมไปนี่เป็นฤดูใบไม้ร่วงครับ ยังไม่หนาวจริงจังเท่าไร แต่ต้นไม้โกร๋นหมดแล้ว


ถ่ายคู่กับพี่ยา เลขาใจดีของผมเองครับ ...


ส่วนนี่เป็น staff เขมรครับ น่ารักดีเนอะ พูดภาษาไทยได้ด้วยล่ะ เป็นล่ามให้ลูกค้าได้ดีมากเลย

มื้อเย็นไปกินที่ร้านหรูๆในตัวเมือง มีพระกระโดดกำแพงด้วย
ไฮไลท์อยู่ตรงที่ ร้านนี้มันมีให้แต่งตัวเป็นฮ่องเต้ถ่ายรูปด้วยครับ
พวกคนเขมรนี่ก็บ้าดีครับ ถ่ายกันตรึม ฮากันกระจาย ...
นี่ขนาดลูกค้าเริ่มเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว ผมว่าก็โอเคนะ
ลูกค้าเขมรโดยรวมผมถือว่าน่ารักเลยละ ไม่ค่อยเรื่องมากหรืองี่เง่า
ไม่ค่อยบ่นอะไรเท่าไรด้วย ...

กินเสร็จก็ไปเช็คอินเข้าที่พักโรงแรม
Marcopolo Parkside
ก็ถือว่าห้าดาวเลยละครับ
amenities ต่างๆถือว่าหรูหรามากๆ
ห้องน้ำเป็นแบบกำแพงกระจกด้วยล่ะ ไปกะแฟนคงสยิวกิ้วน่าดู

ด้วยความเหนื่อย ผมแม่งหลับยาวจนตื่นเป็นห้องสุดท้าย
อดไปตะลุย
ABF ที่ห้องอาหารเช้าเลย แค่แอบเห็นแว้บเดียว อลังการมากๆ
แค่
8 โมงก็ต้องเริ่มเดินทางไปเที่ยวต่อแล้วครับ เวลามีน้อย
วันนี้ไปที่พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง (อาม่าไม่มีเงินครับ ต้องกู้กง)
เป็นวังที่ใหญ่โคตรรรรรร เห็นแล้วนึกถึงการ์ตูนมู่หลานเลยละครับ
เดินกันจากด้านหลัง จนไปทะลุด้านหน้าที่จตุรัสเทียนอันเหมิน
อากาศหนาวสะใจมากๆ กะเหรี่ยงไทยอย่างผมชอบมาก


ไปกวนตีนทหารแถวๆวังกู้กง กลัวมันลุกขึ้นมาเตะผมเหมือนกัน


ไส้กรอกอะไรไม่รู้ เลี่ยนๆหวานๆ ไกด์ซื้อให้กิน กินแล้วรู้สึกอุ่นขึ้นเยอะเลย

หลังจากเดินกันประหนึ่งจะไปแสวงบุญที่ชมพูทวีปกันแล้ว
ก็นั่งรถออกนอกเมืองไปกำแพงเมืองจีน แวะกินสุกี้เนื้อแพะด้วย
ไอ้ตอนกินนี่เฉยๆนะครับ แต่พอซุปเริ่มเย็น กลิ่นสาบมันจะแรงมากๆ
เป็นมื้อที่กินลำบากครับ เพราะโต๊ะค่อนข้างเล็ก ทุกคนมีหม้อของตัวเอง
แทบจะขยับขยายอะไรไม่ได้เลย แต่ร้านนี้ผักอร่อยมาก หวานกรอบสุดๆ

เวลาผมบรรยายความอร่อยของผักเมืองจีนทีไร
จะต้องมีคนโรคจิตบอกว่า ผักเมืองจีนเค้าใช้อุจจี้อุจจี้ของคนเป็นปุ๋ย
ฟังแล้วก็อยากเอาอุจจี้ปาใส่หน้าครับ ...คนกำลังกินขี้ ดันมาพูดเรื่องข้าว
เอ้ย ... สลับกัน ...

ช่วงบ่าย เป็นโปรแกรมเดินขึ้นกำแพงเมืองจีนครับ
ไอ้ตอนเห็นในรูป ผมว่ามันคงง่ายๆธรรมดา เด็กๆชิวๆสิวๆจิ๊บๆ
แต่จริงๆมันเหนื่อยมากกก ... เดินไปแค่ป้อมเดียวก็รากเลือดแล้ว
อาจจะเพราะอากาศหนาว ออกซิเจนเบาบาง และใส่เสื้อโคตรหนักครับ
ตอนเดินไปถึงป้อมแรกนี่หัวใจเต้นแรงตึบๆๆๆๆเหมือนจะหลุดออกมาเลย

แต่ระหว่างทาง เห็นพวกเด็กฝรั่งมันเดินขึ้นกันสบายมากๆ
เป็นน้องผมทองตาสีฟ้า น่ารักมากเลย ... บ้านมันต้องอยู่บนเอเวอเรสต์แน่ๆ
เดินขึ้นลงกันสบายใจมาก ...อาม่งอาม่าก็เดินขึ้นกันเพียบครับ


กินเด็ก กินเด็ก กินเด็ก เด็กคนนี้น่ารักมากๆครับ พ่อพาขึ้นกำแพงเมืองจีน

รวมตัวกันเสร็จ ก็ไปแวะซื้อบัวหิมะ ของดีชื่อดังของที่นี่
ใครที่ไปเที่ยวต่างประเทศกับกรุ๊ปทัวร์น่าจะเข้าใจสภาพนะฮะ
ที่จะมีการพาเข้าไปซื้อของแบบไฟลท์บังคับ นี่ก็ไม่ต่างกัน
แต่อันนี้ผมทึ่งมากเลยล่ะ แบบว่า ไม่ธรรมดา อะฮ้า
~ ไม่ธรรมดา...
คือ ไอ้บัวหิมะเนี่ย มันขึ้นชื่อในการรักษาแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้
อาเจ้ที่มาพูดเชิญชวน (เจ๊แกมีชื่อไทยด้วย ชื่อ
ลีลาวดี)
ตอนแรกก็อธิบายสรรพคุณไปเรื่อย แล้วก็มีลูกสมุนเดินไปที่ถังหน้าห้อง
เอาคีมคีบลงไปในถัง เป็นโซ่เส้นควายๆที่เอาไว้ล่ามช้างน่ะ
ตรงกลางเผาไฟจนเหล็กแดงแจ๋เลยนะ ลูกสมุนสองคนนี้ก็ขึงโซ่ให้ตึง
แล้วอาเจ๊ลีลาวดี ก็สาธิตสินค้าด้วยการเอามือลูบไปที่โซ่แดงๆนั่นแหละ

สองครั้ง
!!! ...ควันขึ้นเป็นหมูกะทะเลยละพี่น้อง ...

เสร็จแล้วเจ๊แกก็วิ่งไปควักครีมมาโปะหน้า ..เอ้ย...โปะมือ
แล้วทำหน้าเหยแก เป่ามือไปด้วย ต้องการสื่อสารประมาณว่า

ร้อนค่ะ ... แสบจริงๆนะคะ ...เชื่อเถอะค่ะ
...เชื่อแล้วซื้อด้วยนะคะ กระปุกละสามร้อยหยวนค่ะ
....
หูย ...แต่อันนี้ต้องยอมรับนะ แบบว่า ดราม่าควีนมากๆ ...
ขอบอกว่า
impact โคตรๆอ่ะพี่น้อง คนเขมรคนไทยอึ้งแดกไปตามๆกัน
นี่ทำไมมึงต้องลงทุนขนาดนี้ด้วย ถ้าวันนึงทัวร์ลง
18 กรุ๊ปนี่ ...
มือเจ้แกจะเป็นยังไงวะเนี่ย

ด้วยความลงทุนของเจ๊แก ผมเห็นลูกค้าเขมรซื้อกันเพียบเลย
แต่ผมไม่ซื้อครับ เหมือนมาดูละครฟรี สนุกดี ฮี่ๆ

มื้อเย็นวันนี้เป็นเป็ดปักกิ่ง อร่อยดี
แต่อาหารจานอื่นๆเริ่มเหมือนกับมื้อที่ผ่านมาจนแยกไม่ออกละ
ไม่ค่อยได้ละเลียดเท่าไร เพราะต้องรีบไปดูโชว์อีกที่นึง


นี่มาแล่เป็ดกันกลางห้องเลย กลัวไม่รู้ว่าเป็นเป็ดจริงๆ

ลูกค้าเขมรนี่เขาชอบดูโชว์นะครับ ปีที่แล้วพาไปดูที่เสิ่นเจิ้น ชอบมากๆ
อาแปะ อาอึ้มแกปลื้มสุดๆ แต่ของปักกิ่งนี่ไม่ค่อยอลังการเท่าไร
ดูแล้วง่วงๆยังไงไม่รู้ครับ ดูแล้วจะหลับ ...

กลับที่พัก รีบนอน แพ๊คกระเป๋าตื่นตีสี่ครึ่ง เพื่อไปขึ้นเครื่องไปเซี่ยงไฮ้
เหมือนไม่ได้นอนเลย ที่เจ็บใจคือ มันเช้าจนไม่ได้กิน
ABF ฮือๆ
ต้องมากินอาหารเช้าแบบเป็นกล่องที่โรงแรมจัดให้แทน เศร้ามาก

เดินทางมาเซี่ยงไฮ้ ก็ต้องแบ่งเป็นสองไฟลท์ครับ
ผมมาไฟลท์แรก ถึงก่อนครึ่งชั่วโมง กลัวลูกค้าหิวก็พาไปกิน
KFC ในสนามบิน
ตอนแรกๆก็ไม่อยากกินเยอะ เพราะว่าจะเที่ยงแล้ว แต่ตอดไปตอดมา อิ่มเลย ...

มื้อเที่ยงที่เซี่ยงไฮ้วันแรกอร่อยมาก ผมนั่งโต๊ะเดียวกะพี่สรณ์
แกพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยอารมณ์เบื่ออาหารเค็มๆเลี่ยนๆที่ผ่านมา
 
กูอยากกินโจ๊กร้อนๆ ... กูอยากกินฮะเก๋า ...
แล้วอยู่ดีๆก็มีโจ๊กไข่เยี่ยวม้ามาเสิร์ฟ พร้อมกับฮะเก๋าอีกสามเข่ง !!!

 
เฮ้ย ...พี่ ... มีจริงๆด้วยว่ะ อยากกินอะไรอีกๆๆ ...พูดออกมาๆ
พี่สรณ์แกก็งงๆครับ อึ้งไปเหมือนกันที่อยู่ดีๆก็มีของที่อยากกิน
 
กูอยากกินขนมจีบ อยากกินซาลาเปาไส้ครีม

แล้วขนมจีบไข่กุ้ง กับซาลาเปาทอดไส้ครีมก็มาจริงๆด้วย ...
กร๊าซซซ ...วาจาสิทธิ์มากๆ  มื้อนี้นี่อร่อยจริงๆ
ร้านนี้ดังด้วยแหละ เห็นมีรูปเฉินหลง เจย์โชว์ มากินด้วย

ช่วงบ่ายไปที่วัดหยกขาว ก็อารมณ์ไหว้พระล่ะนะครับ
แต่ดูเหมือนจุดประสงค์หลัก คือจะพาไปซื้อของมากกว่า
เพราะเดินไปนิดนึง ก็มีร้านขายไข่มุก ซึ่งไม่ธรรมดา อะฮ่า
~ อีกแล้ว

ทางร้านจะแบ่งคนออกมาเป็นโต๊ะเล็กๆ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะ
บนโต๊ะจะมีถาดวางหอยมุกตัวเป็นๆอยู่ตัวนึง
พนักงานจะให้ทายว่า ในหอยตัวนี้มีมุกอยู่กี่เม็ด
ใครถายถูกได้ของรางวัลเป็นครีมไข่มุกไปทากันให้หน้าเด้งฟรีๆ
1 กระปุก
แหม ...เดี๋ยวนี้นี่ อะไรๆก็มีลูกเล่นกันไปหมดจริงๆ

แต่สุดท้าย ผมไม่เห็นลูกค้าซื้อกันเลยแหะ หรือเพราะมันแพงวะ?
เส้นนึงนี่เป็นหมื่นๆเชียว? จะว่าลูกค้าเขมรมันบ้าแบรนด์เนม
จะซื้อไข่มุกต้องซื้อของมิกิโมโต้เท่านั้น ... ก็ไม่น่าใช่นะ ...
สุดท้าย มารู้ความจริง ตอนที่อาเฮียคนนึงแกบอกว่า
 
ไข่มุกมันธรรมดาเกินไป ...ต้องนี่สิ ... ค่อยน่าสนหน่อย
แล้วแกก็ชูแหวนเพชรเม็ดบักเอ้กขึ้นมา ...

ผมก็แหะๆ ...ครับๆ ... งั้นไปกันเถอะครับเฮีย


ที่วัดหยกขาว จะมีคนมาผูกชื่อสะเดาะเคราะห์ขอพรกันเพียบเลย


มาแง้มหอยกันเถอะ ... ตัวนี้ถ้าจำไม่ผิด มีมุกอยู่ 7-8 เม็ด

วันนี้เราปิดท้ายที่ตลาดร้อยปี หรือตลาดอี้หยวน
ผมชอบตลาดนี้มากเลย เพราะมันตกแต่งสวยมากๆ
ถึงตัวสินค้าจะดูไม่ค่อยมีอะไร แต่ก็น่าเดินกินบรรยากาศดีครับ
นี่ก่อนผมมาที่นี่ไม่กี่วัน ปารีส ฮิลตัน ก็เพิ่งมาเดินที่นี่เหมือนกัน


สตาร์บักส์สาขานี้ล้ำเดิ้นมากๆ เก๋โคตรครับ ที่เมืองจีนนี่สตาร์บักส์ทุกมุมถนนเลย
แถมได้ทำเลดีๆทุกสาขาด้วยนะ ส่วนราคาและรสชาติก็ไม่ต่างจากไทยเท่าไร


ส่วนมื้อเย็น ผมคงไม่บรรยายอาหารแล้วครับ
มันเหมือนกันไปหมดเลย แต่มื้อนี้ ลูกค้าดื่มกันหนักมาก ชนแก้วตลอด
แล้วไอ้ผมก็กินไม่ค่อยแข็งเท่าไร ผมกินแล้วจะหน้าแดงมากๆๆๆๆๆ
ประมาณ
2 แก้วก็จะเริ่มละ มื้อนี้โดนชนแก้วไปสิบกว่ารอบ
เป็นกวนอูองค์ลงเลยครับ ลูกค้าเห็นแม่งหัวเราะชอบใจ มาถ่ายรูปกูอีก
นี่มึงเห็นกูเป็นไอ้ตัว
huan huan มาสคอต โอลิมปิก 2008 หรือไง

แต่ก็นะ ... การ
entertain ลูกค้าเป็นสิ่งที่ต้องกระทำในทริปนี้ครับ
การแดกเหล้าจนหน้าแดง ทำให้ลูกค้ามีความสุข ผมถือว่าเป็นหน้าที่ละกัน

กินเสร็จก็ไปดูกายกรรมเซี่ยงไฮ้ อันนี้ตื่นตาตื่นใจมาก ผมโคตรชอบเลย
มีทั้งแบบพวก
acrobatics ห้อยโหนโจนทะยาน กระโดดเด้งหน้าเด้งหลังลอดห่วง
ยอมรับว่าเก่งมากๆ มาดูแล้วจะรู้ว่า
practice makes perfection จริงๆ

ผมว่าเกือบทุกคนชอบโชว์สุดท้าย คือมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง
แต่อันนี้เป็นเวอร์ชั่นถังทรงกลมคล้ายลูกโลกน่ะ ...
คือ ไอ้ตอนแรกเนี่ย มันก็มีมอเตอร์ไซค์ออกมา
6 คัน
แต่วิ่งเข้าไปในลูกนั้นแค่คันเดียว ... คนดูก็ เออ ... ก็โอน่ะ
ที่เหลืออีกห้าคันก็วิ่งกลับเข้าไปหลังเวที

แต่อยู่ดีๆมันก็กลับเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆครับ จนในสุดท้ายเนี่ย
ในลูกกลมๆนั่นมีมอเตอร์ไซค์วิ่งวนอยู่ในนั้น
8 คันครับพี่น้อง
ตื่นเต้นเร้าใจจริงๆ น่าเสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้ครับ

อ้อ ...นักแสดงที่นี่ หุ่นดี หน้าตาดีมากครับ
ผู้หญิงนี่อย่างอึ๋ม ผู้ชายนี่
six pack กันเป็นลอนๆ
ได้อาหารตาเป็นของแถมอีก อันนี้ถือว่าคุ้มค่าตั๋วครับ

3.
คืนนี้เรานอนที่โรงแรม four points by Sheraton
ซึ่งก็อารมณ์ประมาณห้าดาวเหมือนกัน แต่ผมชอบที่ปักกิ่งมากกว่า
นี่มาเที่ยวครั้งนี้ ผมต้องเอาคอมพิวเตอร์มาทำงานด้วยนะครับ
เพราะยังมีตัวเลขที่ต้องส่งให้ทางบัญชีที่เมืองไทย


เตียงนอนที่ผมได้เอาแผ่นหลังลงไปนาบไม่ถึง 2 ชั่วโมง ฮือๆ

คืนนี้นี่ผมแทบไม่ได้นอนเลย ทำงานจนเกือบถึงตีสาม
แล้วปลุกให้พี่ตุ่ยลุกขึ้นมาทำต่อถึงเช้า ได้นอนกันคนละสองชั่วโมง
แถมค่าเนทก็แพง เหมาวันละ
120 หยวน ต้องจ่ายเองอีก กร๊าซซซ
ผมรู้สึกเหมือนได้หลับตานอนไม่กี่นาที นาฬิกาปลุกก็ดังแล้ว
เป็นอีกครั้งที่ผมกับพี่ตุ่ยไม่ได้กินอาหารเช้า แถมลงมาคนสุดท้าย
จนพี่ๆในทัวร์เริ่มสงสัยแล้ว ...

 
ไอ้สองคนนี้มันทำอะไรกันทั้งคืนวะ ไม่หลับไม่นอน
ลงมาก็เบลอๆอย่างนี้อีกแล้ว ...มึงเอากันแน่ๆ กูว่า
ใครเสียตัวละมึง

 เสียตัว เสียเตออะไรละพี่ ...
...
...
... งานนี้มีแต่ได้กับได้
ฮ่าๆ โดนไปดอกนึง
 
แล้วใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนรับ? แน่ะ ... เล่นไม่เลิก
 
ก็ผลัดกันทำพี่ ผลัดกันรับ ทำกันถึงเช้า ไม่ได้นอนเลยพี่
ผมหมายถึง ผลัดกันทำงาน ผลัดกันรับเมล์น่ะ ...
 เสียวละสิมึง ...
 เสียวดิพี่ ...นั่งเกร็งตูดถึงเช้าเลย
เอ่อ ... ผมหมายถึง เสียวงานจะไม่เสร็จครับ เลยเกร็งน่าดู

วันนั้นนี่ผมหลับบนรถทัวร์ตลอดเลยครับ
ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย ง่วงมากๆ
ใครที่คิดว่าผมใช้ชีวิตแบบ
jetsetter เดินทางหรูหราไปมา
ขอให้คิดใหม่นะครับ จริงๆแม่งเหนื่อยชิบหายเลย

4.
โปรแกรมวันนี้ ไปเที่ยวที่เมืองโจวจวง
ซึ่งเป็นเมืองโบราณมีตลาดน้ำด้วย ผมว่าวันนี้อารมณ์มันเหมือนกับฝรั่ง
มาเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วนั่งรถออกไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกเลย
เมืองนี้สวยมากๆ ยังคงความโบราณไว้ได้เยอะจริงๆ
เห็นแล้วผมอยากมีกล้อง
DLSR ดีๆสักตัวเลย เพราะมุมถ่ายรูปมันเยอะมาก


มุมสวยๆที่โจวจวง


ลุงแก่ๆที่โจวจวง


อาหมวยนั่งทำของที่ระลึกครับ เป็นเม็ดข้าวสลักชื่อใส่ลงไปในคริสตัล

ของขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ
ขาหมูโจวจวง
หน้าตามันเป็นขาหมูตุ๋นข้นๆมันๆ วางขายกันทั้งเมืองเลย
ขานึงประมาณ
30-50 หยวน แล้วแต่ร้านและฝีมือการต่อราคา
พอดีผมเห็นร้านนึงไม่แพง น่ากิน แถมมี
seal สุญญากาศอย่างดี
ก็เลยซื้อกลับมาให้ที่บ้านสองขาครับ ...

นี่ถือว่าเป็นโชคดีของผมมากๆเลย เพราะมาเที่ยวโจวจวงวันนี้
ทำให้ผมได้นอนบนรถเกือบสามชั่วโมงไปกลับ ...
ช่วงบ่ายกลับเข้าเมืองเซี่ยงไฮ้อีกรอบ ไปชมหอไข่มุก
นั่งรถรางอุโมงค์เลเซอร์ข้ามแม่น้ำ เข้าใจหาจุดขายหลอกนักท่องเที่ยว
ที่ริมน้ำย่ายไว่ธานนี่ลมเย็นมากเลย คล้ายๆ
avenue of star ที่ฮ่องกง
จริงๆผมไม่ค่อยอยากขึ้นหอไข่มุกเท่าไร อยากไปเดินห้างมากกว่า
แถวนั้นมีห้างดังๆ อยากจะแว้บไปจริงๆ แต่ต้องข่มใจไว้ ต้องดูแลลูกค้าๆๆ


หอไข่มุกยามเย็น สวยดีนะครับ เป็นไอคอนของเซี่ยงไฮ้เลย

5.
เป็นธรรมเนียมของทริปลูกค้า ที่มื้อเย็นในคืนสุดท้าย
จะเป็น
grand dinner party ซึ่งอาหารจะอลังการเป็นพิเศษ
มีการจับฉลากให้รางวัลกันด้วย ปีนี้เรามี
theme เป็น red night
คือทุกคนต้องใส่ชุดแดงในวันนี้ ใครที่มี
ของแดง มากที่สุดจะได้รางวัลด้วย
มีอาเจ๊ลงทุนใส่กางเกงในสีแดงมาด้วย แถมเปิดโชว์อีกแน่ะ
เจ๊แกไม่ได้รางวัลชนะเลิศ จนผมต้องยอมให้รางวัลขวัญใจกรรมการเพิ่มเป็นพิเศษ
โคตรขำเลย ... แต่ปีนี้ผมว่าอาหารค่อนข้างธรรมดาจริงๆ
ถ้าเทียบกับกองทัพ
seafood ที่ลียูมุน ที่ฮ่องกงปีที่แล้ว จัดว่าธรรมดามากๆ
แต่ลูกค้ายังดื่มหนักเหมือนเดิม ผมก็ต้องดื่มไปด้วย แต่ก็สนุกดี
เพราะลูกค้าที่นั่งด้วย จังหวะการดื่ม จังหวะการชนแก้วมันกำลังดี
ไม่รีบร้อน ไม่เร่งเร้า ไม่บังคับ ... ผมชอบดื่มแบบนี้ครับ

6.
คืนนี้ ผมตกลงกับพี่ๆว่า จะไปเที่ยวต่อที่ Xin Tien Di
ซึ่งเป็นแหล่งกินดื่มชื่อดังในเซี่ยงไฮ้ เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นเลยแหละ
ร้านรวงนี่เก๋ไก๋มาก อากาศก็ดี อูย ...ประทับใจมาก

กลุ่มผมไปจับที่ผับเปิดใหม่ชื่อ
sugar
เปิดเพลงแนว
hiphop R&B ผมละปลื้มครับ
แต่พี่ๆที่ไปด้วยดูจะไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะถ้าพวกผู้ใหญ่ๆ
คงจะชอบแนว
เข้าผับจับไก่ มากกว่า ไอ้ผมไปเที่ยวครั้งนี้
ก็ต้องเตรียมตัวพกหมากฝรั่งไปด้วย เพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ครับ

ไอ้โต๊ะข้างๆผม เป็นกลุ่มผู้หญิงมีจัด
bachelor party กันครับ
ว่าที่เจ้าสาวใส่วิกผมสีบลอนด์ ใส่ชุดเจ้าสาวมาเลยนะ ฮามากๆ
แล้วพวกเพื่อนๆจะเขียนกระดาษใส่ให้จับฉลากขึ้นมา
จับได้อะไร ก็ต้องทำตามที่เขียนไว้ในกระดาษ มีทั้งไปจูบคนแปลกหน้า
ไปถ่ายรูปกับโต๊ะข้างๆ และอีกหลายๆอย่าง ฮาดีครับ

เห็นแล้วต้องถามพวกพี่ๆที่แต่งงานกันแล้ว ว่ามี
bachelor party กันบ้างมั้ย
บางคนก็มี บางคนก็ไม่มี ...
ไอ้ผู้ชายมี
bachelor party นี่ไม่น่าแปลกเท่าไร แต่ไอ้ที่น่ากลัวนี่สิ ...
มาเห็นอย่างนี้แล้วเมียพี่เขาอาจจะมีของเขาด้วยก็ได้นะ

อ้อ ...ที่เมืองจีนนี่โซดาแพงมากนะครับ กระป๋องนึงเกือบ
50 บาท
ทัวร์ผมต้องเอาโซดากระป๋องจากเมืองไทยไปเป็นลังๆเลยละ
กินเหล้านี่แพงค่ามิกซ์สุดๆ ตอนแรกก็กะว่าจะไปต่ออีกที่นึง
แต่พี่ๆเริ่มหิว สุดท้ายก็ไปซัดติมซำกันตอนตีสอง แล้วแยกย้ายกัน
ผมนี่อาบน้ำไม่ไหวแล้ว ถึงห้องปุ๊บ กระโดดขึ้นเตียงเลย

7.
วันสุดท้ายของทริปนี้ ผมก็ตื่นสายไม่ได้กิน ABF อีกตามเคย
จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ช่วงเช้าไปดูผังเมืองเซี่ยงไฮ้
ซึ่งรัฐบาลเขาจะวางแผนล่วงหน้ากัน
10-20 ปีกันเลย
เห็นแล้วก็น่าทึ่งที่เมืองนี้มันเติบโตได้เร็วมากๆ
ยิ่งจะมีงาน
expo 2010 ผมว่าช่วงนี้คงได้เห็นตึกสูงๆผุดขึ้นอีกเพียบ
นี่ผมก็กะว่าจะไปเหมือนกัน น่าจะถูกกว่าไปญี่ปุ่นนะ

เราปิดทริปนี้ด้วยการช้อปปิ้งที่ตลาดของก๊อปปี้ครับ
อารมณ์คล้ายๆมาบุญครองน่ะ ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไร
เพราะผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรด้วยละมั้ง
เดินวนเวียนอยู่ในนั้นประมาณ
3 ชั่วโมง ได้แค่กระเป๋าลากใบเดียว
ตั้งแต่ชีวิตผมกลายเป็นมนุษย์เดินทาง ผมก็ซื้อกระเป๋าอีกหลายใบ
ตอนนี้เรียกได้ว่ามีกระเป๋าครบทั้งคอลเลกชั่นแล้วละ
ใบที่ซื้อมาสำหรับ
business trip 1-2 วันครับ
แล้วที่บ้านก็มีแบบ
3-5 วัน ไปจนถึง 7 วันขึ้นไป
มีทั้งแบบ
backpack แบบลาก แบบหิ้ว ... เลือกใช้ได้ตามลักษณะการเดินทาง

เท่าที่สังเกต รู้สึกว่า ลูกค้าไม่ค่อยช้อปปิ้งกันเท่าไรครับ
ไอ้พวกที่ได้ของนี่คนไทยทั้งน้านนน ...
ผมว่าตลาดที่นี่ต่อราคาไม่สนุกเท่าไร บางร้านแม่ค้าแม่งไล่ด้วย
ไร้สาระมากๆ ... แต่บางร้านก็สนุกดีครับ ต่อกันชิงไหวชิงพริบ
คือตอนนี้ แม่ค้ามันก็รู้แหละ ว่าลูกค้ามันต่อเหลือ
20% กันทั้งนั้น
แต่ก็เปิดราคาผ่านไว้เยอะๆ เผื่อฟันได้ ซึ่งก้อยังพอมีหมูมาให้ฟัน
แต่ผมว่า ต่อเยอะๆก็เริ่มเหนื่อยว่ะ ทำไมไม่บอก
final price ให้มันจบๆไปวะ?
ผมต่อราคาที่นี่ได้เยอะ ยังไม่มันส์เท่าต่อราคาที่
JJ ได้ 20% เล้ย

ช้อปเสร็จก็พาลูกค้าขึ้นรถไฟแม่เหล็กไปสนามบิน
ตื่นเต้นตระการตาดีนะ ได้นั่งรถไฟที่ความเร็ว
300 km/hr
เป็นการปิดท้ายทริปที่สมบูรณ์แบบครับ

ส่วนนึงของทริปนี้ที่ผมชอบมากๆ คือการส่งลูกค้าขึ้นเครื่องครับ
เพราะผมบินกลับไทยในเช้าวันรุ่งขึ้น ผมยังต้องนอนต่ออีกคืน
ก็เลยได้มีโอกาสส่งลูกค้า ก็ขอบคุณ ไหว้ประหลกๆพร้อมหน้าตายิ้มแย้ม
อาเจ้อาเฮียหลายคนได้คุยกัน ได้นั่งโต๊ะอาหารเดียวกัน
ได้เทน้ำ ตักข้าว ชนแก้วให้หลายครั้ง ก็ยิ้มแย้มให้กันก่อนจากกันครับ

พอลูกค้าขึ้นเครื่อง เราชาวไทยที่เหลือก็ไปเช็คอินนอนโรงแรมแถวสนามบิน
(นอนห้าดาวมาหลายคืน เงินหมดครับ โดนลดเกรดไปนอน 3 ดาวแทน)

8.
เขียนมานาน ... จริงๆผมสนิทกับลูกๆหลานๆดีลเลอร์หลายคนเลยครับ
ส่วนนึงเพราะปีนี้ ผมพูดเขมรได้เยอะกว่าเดิมมากๆ เลยพอคุยกันรู้เรื่อง
คนแรกคือ ไอ้ตี้ ... คนนี้ไฮโซมาก เป็นหลานของดีลเลอร์
ซึ่งพ่อแม่มันเป็นคนเขมรที่รวยโคตรๆ ไอ้ตี้เกิดและโตที่สวีเดน
เพิ่งย้ายมาที่เอเชียไม่ถึงปี ตอนนี้เรียนภาษาจีนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
ก็เลยติดสอยห้อยตามมาในทริปนี้ด้วย ...

หน้าตาไอ้ตี้เหมือนภราดรเวอร์ชั่นผิวขาวครับ สูง
183 cm.
ด้วยความที่อายุใกล้เคียงกัน ก็เลยคุยถูกคอกันพอสมควร
ตอนที่ไป
Xin Tien Di ก็ได้ไอ้ตี้นี่แหละครับ พาไปร้านเด็ดๆ
เพราะมันเป็นคนปาร์ตี้มากๆ สนุกดีสมกับที่โตในยุโรป

พอเราส่งลูกค้าเสร็จหมดแล้ว ผมกับไอ้ตี้ขอตัวไม่ร่วมวงมื้อเย็น
นั่งรถเมล์เข้าเมืองเซี่ยงไฮ้อีกรอบ ไปเดินเล่นกันครับ
จริงๆผมอยากไปดูร้าน
H&M ที่หวงไห่ลู่ แต่ไปถึงมันเกือบปิดแล้ว
แล้วโดยรวมก้อยังเป็น
collection เดียวกับที่ฮ่องกงเมื่อเดือนที่แล้ว
ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาครับ เพราะมันไม่มีเวลาแม้แต่จะลอง
ผมก็เลยชวนมันเดินเล่นไปจนถึงนานกิงลู่ แล้วเรียก
taxi ไปที่พักมัน
ตอนนี้มันเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่กับเพื่อนสวีเดนอีกคน
ก็ซื้อเบียร์ขึ้นไปกินกัน แล้วมันก็เอาโน้ตบุ้กมาเปิดรูปให้ดู

ชีวิตไอ้ตี้นี่สุดยอดมากๆ
msn มัน sort group เพื่อนด้วยชนชาตินะครับ
มีกลุ่ม
Asian กลุ่ม Swedish กลุ่ม European ...ชีวิตแม่งสุดๆดีเนอะ
แฟนมันคนล่าสุดเป็นคนไต้หวัน น่ารักมากๆ ...
เห็นมีรูปปาร์ตี้เพียบเลย บ้าดี ...

เดี๋ยวปีหน้ามันจะย้ายไปเรียนที่ญี่ปุ่นต่อที่โอซาก้า
ผมบอกมันว่า ผมอยากไปญี่ปุ่นมาก มันบอกว่าถ้าไปให้บอกมัน
ไปพักที่เดียวกับมัน ... โหย ...เข้าแผนเลยครับพี่น้อง
นี่เพิ่มความเป็นไปได้ให้ทริปนี้ขึ้นมาอีกเยอะเลย

ผมออกจากห้องไอ้ตี้เที่ยงคืนกว่าๆ แล้วนั่งแท๊กซี่กลับโรงแรมคนเดียว
ซึ่งแม่งไกลมากๆ ประมาณ
40 km จากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้
ตอนนั้นเป็นส่วนผสมความรู้สึกที่มึนมากๆครับ
เพราะทั้งปวดฉี่ มึน เมา (อ้อ ...ผมซัดว้อดก้าไปอีกสอง แรงสุดๆ)
ง่วง และกลัวนิดๆ เพราะมันดึกมากแล้ว แถมไม่รู้จักทาง
พูดจีนก็ไม่ได้ เชี่ยมาก ... บางทีเห็นป้ายมันชี้ไปสนามบินทางซ้าย
แต่รถไปทางขวา ก็เริ่มเสียวๆ มันจะจับกูไปทำอะไรป่าววะเนี่ย
แล้วถนนไปสนามบินก็เปลี่ยวมาก ทั้งถนนในวิสัยที่มองเห็น
แม่งไม่มีรถสักกะคันเดียว ตายแน่กู ตายแน่กู ...

สุดท้ายก็มาถึงโรงแรมอย่างปลอดภัยตอนเกือบตีสอง
หมดเงินค่าแท๊กซี่
170 หยวน (850 บาท) แพงชิบหาย ไม่มีคนหารด้วย
แต่ได้เพื่อนมันส์ๆมาอีกคน ผมว่าคุ้มครับ ...

แล้วทริปนี้ก็ได้ร็จักกับลูกสาวดีลเลอร์อีกหลายคนที่น่ารักมากๆ
โดยเฉพาะสองพี่น้อง เคียน
&มารีน่า ที่พูดได้ตั้ง 5 ภาษา (ไอ้ตี้พูดได้ 7 ภาษา!!)
จนกลายมาเป็นล่ามภาษาจีนกลางให้เรา มารีน่านี่ตลกมากครับ
ทำให้ทริปนี้มีสีสันขึ้นมาเยอะมากๆเลย

แล้วก็ยังมีลูกสาวเฮียที่ไปเรียนสิงคโปร์ คนนี้ก็น่ารัก
พูดภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อ ... สนุกดีครับ
ในเมืองไทยนี่ก็มีดีลเลอร์หลายเจ้านะครับ ที่ลูกสาวน่ารัก
ก็เพิ่งรู้ว่าดีลเลอร์เขมรก็ไม่ยกเว้น ผมว่าส่วนนึงที่เค้าน่ารัก
เพราะเค้ามีเชื้อจีนค่อนข้างเยอะ ทำให้ดูขาวๆ หมวยๆน่ะ


9.
อ้อ ... แล้วทริปนี้ ผมก็ค่อนข้างสนิทกับหัวหน้าไกด์คือ
คุณหมี
จริงๆแกอายุ 27 เองนะ ถือว่าเป็นไกด์ที่เด็กมากๆ แกรั่วดี
ผมอายุ 23 แต่แกเรียกผมว่า
พี่เต่า ตลอด ผมเลยเรียกแกว่า น้าหมี
ฟังดูน่ารักตอแหลดีครับ

ผมได้คุยกับน้าหมีเยอะมาก ทั้งตอนนั่งเครื่องจากปักกิ่งมาเซี่ยงไฮ้
และหลายๆจังหวะระหว่างทริป ทำให้เข้าใจธุรกิจทัวร์ขึ้นอีกเยอะ
จริงๆผมค่อนข้างแอนตี้การเที่ยวแบบทัวร์เลยละ เพราะไม่ชอบเสียเวลา
เพื่อไปเข้าร้านซื้อของที่เราไม่อยากไป (ทริปนี้นี่โดนไป 4-5 ร้าน)
แต่เวลาเห็นพวกไกด์ต้องไล่ต้อนลูกค้าขึ้นรถ โดยเฉพาะโซนช้อปปิ้ง
ซึ่งลูกค้ามักจะโดนดูดเข้าร้านโน้นร้านนี้ไปแบบไม่รู้ตัว
ไกด์ก็จะเหนื่อยเหมือนกันครับ อันนี้ถือว่าน่าเห็นใจ
ยิ่งถ้าเจอลูกค้างี่เง่าเอาแต่ใจ ปัญหามันจะเยอะมากจริงๆ

ยังไงทริปนี้ต้องขอบคุณน้าหมีของผมครับ ทำให้รู้สึกดีกับทัวร์ขึ้นเยอะ
หวังว่าปีหน้าจะได้ร่วมงานกันอีกครั้งครับ

10.
moment ที่ผมประทับใจที่สุดในทริปนี้ น่าจะเป็นตอนที่ไอ้ตี้
มันลงมาส่งผมขึ้นแท๊กซี่ที่หน้าอพาร์ทเมนต์ของมันตอนเที่ยงคืนครึ่ง

 
“hey man! Keep in touch. Be ready to get back to work.”
 ผมยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า
 
“Thanks man! I’m not back to work. I’m back to reality.
See you in Osaka!”


ปิดท้ายด้วยรูปคู่ไอ้ตี้ครับ จริงๆมีอีกรูป ถ่ายตอน red night party
แต่ดูแล้วเหมือนคู่เกย์มาก เพราะใส่เสื้อแดงเหมือนกัน แถมมาเกาะไหล่ผม
ผมก็หน้าแดงๆกรึ่มๆ ... ไม่ดีครับ เสียภาพพจน์ เอารูปธรรมดาๆดีกว่า

 

ปล. ไว้ว่างๆจะเอารูปของกินมาโพสให้ดูครับ
เยอะมากจริงๆ รวมกันแล้วเกือบ 100 รายการได้เลยนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกสุดๆเลยนะเนี่ย
ทำงานด้วยเที่ยวด้วย question




ปล.
งานนี้มีแต่ได้กับได้ ฮา

#1 By เจ้าโต on 2007-11-27 13:53

โฮกกก ยาว มาก แต่ก่อนอ่านจนจบ

เป็น ทริปที่เหนื่อยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย
sad smile

#2 By riddler on 2007-11-27 15:07

โอ้ ยาวมาก เขียนเก่งจังค่ะ อ่านไปส่วนหนึ่งแล้ว สนุกดีค่ะ ไว้จะมาอ่านต่อนะคะ

#3 By General เบ๊ on 2007-11-27 16:23

ซัวซะได...
อดอ่านจนจบไม่ได้ ใช้เวลามากกว่าที่บอกไว้ อ่านไปนึกบรรยากาศไปจนลืมตัว สนุกมากครับ ประสบการณ์ชีวิตที่ดี
เป็นลูกค้าประจำแล้ว ขอบัตรลดด้วยครับ confused smile

#4 By -Press F5- on 2007-11-27 18:31

ถึง คุณเต่า

ขอกดโหวตให้นะครับ เป็นเอนทรี่ที่สนุกและยาวมากครับ ขอสารภาพเลยนะครับว่า พอได้มีโอกาสมาอ่านเอนทรี่ต่าง ๆ ในบล็อคของ คุณเต่า แล้วทัศนะคติของผมต่อเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ดีขึ้นเยอะเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อว่า คุณเต่า อายุแค่นี้แต่ว่าจะมีประสบการณ์และความคิดได้มากขนาดนี้ครับ ยิ่งถ้าเทียบกับเจ้าน้องชาย(บังเกิดเกล้า)สองคนของผมแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยครับว่าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน

sad smile

#5 By Old Mustang on 2007-11-27 20:19

ป.ล. ขออนุญาตมากดโหวตนะครับ Hot!

#6 By Old Mustang on 2007-11-27 20:20

ทริปไปเซี่ยงไฮ้คล้ายๆตอนผมไปเลย วัดหยกขาว ไข่มุก หอคอย ตลาด เหอๆ มันช่างเป็นอะไรที่ฮิตจริงๆ

#7 By ฟิวส์ on 2007-11-27 20:48

แปะไว้ก่อนนะครับ..เดี๋ยวมีสติแล้วมาอ่านต่อแน่นอน..อ่านไปได้สามย่อหน้าแล้วครับdouble wink

#8 By ปอนปอน on 2007-11-27 20:50

คิดถูกจริงๆ ที่ถ่างตาอ่านเกือบครึ่งชั่วโมง (อย่างที่บอกไว้ล่วงหน้าจริงๆ)

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเป็นลูกทัวร์กับเขายังไงไม่รู้ สนุกดีครับ ภาพถ่ายสวย ชวนหิวมากๆด้วย เห็นแต่ละอย่างที่พี่เต่าได้ไปกินนี่ แทบกลืนน้ำลายลงคอไม่ทัน

สงสัยกลับมาพี่เต่าคงจะนอนยาวเลยนะนั่น Hot!

#9 By บอมเบย์ on 2007-11-27 20:52

- -*
เมื่อกลางวันอ่านจาก feed ไม่เห็นรูป
กลับห้องมาดูอีกทีรูปเพียบ cry


รูปหล่อ เอ๊ยรูปสวย

#10 By เจ้าโต on 2007-11-27 21:27

ที่คุ้มค่าตั๋วนี่อึ๋มหรือ six pack วะ?
ฮิฮิ

#11 By yammmm on 2007-11-27 23:20

พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก แต่คงไปไม่ไหวเพราะเกลียดอากาศหนาวสุดๆ จะรอดูรูปอาหารนะคะbig smile

#12 By มะเหมี่ยว on 2007-11-28 08:31

ยาวจริงๆครับ อ่านถึงข้อ 4แล้วจะกลับมาอ่านใหม่นะครับ
น่ารักมากเลยนะคะ

#14 By นานา (222.123.236.19) on 2007-11-28 13:01

อ่านแล้วไม่ผิดหวังเล้ย ... เมื่อไหร่จะเขียนหนังสือค่ะ จะตามไปเป็นสาวก ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสนุก ๆ ที่ทำให้เหมือนเราเป็นส่วนนึงของ trip ขอบคุณค่ะopen-mounthed smile

#15 By offyyy (203.155.201.131) on 2007-11-28 23:58

ไส้กรอกหวานๆเลี่ยนๆ เขาเรียกว่ากุนเชียงหรือเปล่าครับ :)

#16 By ลุงอ้วน (124.121.115.152) on 2007-11-30 10:00

โหยอิจฉาอ่าพี่เต่า...
ไปเที่ยวบ่อยจังเลยน้าช่วงนี้อิอิ...
โอจาจม หนังสือตายและเนี่ย 555+
มี บล๊อกแล้วน้าพี่เต่า
อย่าลืมมาเยี่ยมมั้งน้าคับ...big smile

#17 By OH~ OF ~TFC on 2007-11-30 22:10

น่าอิจฉาอะ ใช้ชีวิตได้สุดคุ้ม

#18 By mamy (210.4.151.13) on 2008-01-18 11:51

อารมณ์ตอนอ่านเหมือนนั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องเลยค่ะ สนุก และ ขำ ขำbig smile

#19 By 6monkey on 2008-03-07 15:59

รน

#20 By (58.10.33.69) on 2008-08-07 16:06

อยากรู้ที่ขายของแบบสำเพ็งบ้านเรานะ

#21 By บีช (202.91.18.205) on 2008-09-24 10:53

ส่งมาบอกด้วย srisuda_collection@h0tmail.com

#22 By บีช (202.91.18.205) on 2008-09-24 10:58

อ่านแล้วก็สนุกดี เหมือนไปเที่ยวด้วยเลย

#23 By tuaaon (115.67.124.133) on 2009-02-10 13:33

อยากทราบว่าไปเที่ยวเมืองจีนแบบทัวร์แพคเกจประหยัดประมาณเท่าไหร่คะ แบบ 3 วัน 2 คืน
รบกวนแนะนำหน่อยค่ะ
ขอบคุณค่ะ

#24 By (222.123.247.42) on 2009-03-04 11:51

ชอบอ่านตอนไปเที่ยว สนุกดีครับ

#25 By เอเสาชิงช้า (202.91.23.4) on 2009-03-20 15:02

โอ้วว ยาวมากเลยย

น่าไปจังเลย อยากไปบ้างๆ confused smile

#26 By MM on 2009-05-19 20:09

อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย
แต่อยากเห็นหน้าคุณตี้ ชัดๆกว่านี้
เห็นว่าเป็นภราดรเวอร์ชั่นผิวขาวconfused smile

#27 By พริ๊ตตี้เอ (203.149.47.182) on 2009-05-20 09:45

จบจนได้
อ่านจนง่วงเลย

#28 By nunsi (118.175.76.17) on 2009-05-20 15:02

ชอบค่ะ พี่เต่าเขียนได้อารมณ์มากๆ ซื้อหนังสือมาอ่านด้วย สนุกดีค่ะ จะเป็นกำลังใจเขียนต่อไปเรื่อยๆนะค่ะ

#29 By un937084 (117.47.32.131) on 2009-06-01 20:44

อ่านแล้วสนุกดีนะ.. ขำดี
อยากไปอารมณ์แบบนี้บ้าง..
เดือนหน้าเราไปทัวร์วัดจีน.. เหอๆๆ หวังว่าจะสนุก sad smile

#30 By แตงกวา (61.90.189.134) on 2009-06-08 11:57

#31 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 14:39

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเที่ยวจีนด้วยตนเอง
บริการจองซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศจีน
ราคาถูก
เที่ยวทั่วจีน เดินทางโดยเครื่องบิน สะดวก ประหยัดเวลาและราคาไม่แพง

http://www.knowchinese.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=528139

#32 By knowchinese (124.121.95.25) on 2009-07-13 08:46