เมนูสิ้นคิด
posted on 03 Jan 2008 06:57 by bongtao in etcพอดีว่าปีใหม่ปีนี้ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย…
นอกจากนอนตื่นสาย หาของอร่อยๆกิน แล้วก็อ่านหนังสือ

ถือเป็นวาระที่ดีในการเริ่มเคลียร์สต๊อกหนังสือ
ที่ผมตั้งหน้าตั้งตาดองมากว่าครึ่งปี
หลังจากสามสี่วันที่ผ่านมาที่ตระเวณเที่ยวตามห้าง
และหาของอร่อยๆกินในกรุงเทพฯจนอิ่มท้องทุกมื้อ
ก็เพิ่งมีมื้อเย็นของวันสุดท้ายละครับ มื้อสุดท้ายของความเปรมปรีดิ์
ก่อนที่พรุ่งนี้จะต้องทรมานสังขารตื่นแต่เช้าไปทำงาน
...ไม่รู้ว่าจะกินอะไรว่ะครับ ...

ร้านอาหารแถวบ้าน และรถเข็นต่างๆก็ปิดทำการกันหมด
ผมเลยเปิด UBC magazine ซึ่งเป็นคัมภีร์อัน-กู-จะ-อ่านแห่งอาหารเดลิเวอรี่
เพราะขี้เกียจออกไปไหนทั้งนั้น ซึ่งก็พบว่าราคาโคตรแพงทุกเจ้า
หน้าบ้านผมนี่เอาเงินออกไปแค่ 100 บาท อิ่มได้เช้ายันเย็น
แต่เห็นราคาของแต่ละเจ้าในคัมภีร์แล้วต้องอึ้งครับ
เพราะแต่ละ set ที่จัดโปรโมชั่น ไม่ต่ำกว่า 200-400 บาท
ผมเลยตัดใจขี่น้องฟีโน่ ออกไปสำรวจร้านหน้าหมู่บ้าน
ว่ายังพอมีอะไรให้ผมกินบ้าง ก็เลยเสร็จไก่ย่างห้าดาว
ซื้อไก่ย่างสูตรต้นตำรับครึ่งตัว กับไก่จ๊อ 1 ไม้
...กินอิ่มหยั่งกะปอบลง ราคาแค่ 70 บาทเท่านั้น โอ้ว ...
70 บาทนี่ไปกินในห้าง บางทีได้แค่ชาเขียวสองแก้วเองนะเนี่ย
ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า เวลาเราไปห้าง เราก็กินวนๆซ้ำๆซากๆ
ร้านที่ดูเหมือนจะเยอะเรียงรายเต็มห้าง จริงๆมันก็มีแค่ร้านแฟรนไชส์เดิมๆ
สั่งแต่เมนูเดิมๆ ไม่ค่อยกล้าลองสั่งอะไรใหม่ๆเท่าไรหรอก
และนี่คือ เมนูประจำตัว หรือ signature dish ในรายการร้านสิ้นคิดของผมครับ
MK Suki
บ้านผมชอบกินเป็ดย่างเอ็มเคมากๆ ยอมรับว่าอร่อยจริงๆ
กินกันทั้งบ้าน เหมือนเป็นครอบครัวปอบ ต้องกินเป็ดย่างจานใหญ่สองจาน
ไม่เน้นสุกี้เท่าไร เพราะพักหลังราคาแพงแบบเสียสติเกินไปหน่อย
ผักบุ้งแกร็นๆไม่กี่ก้าน พี่ท่านล่อเข้าไปเกือบจะยี่สิบบาท
ลูกชิ้นลูกนึงเกือบสิบบาท แถมกินไม่อยู่ท้อง ไม่กี่ชั่วโมงก็หิวอีก
จานเด็ดในหม้อสุกี้ของบ้านผมคือ สาหร่ายทรงเครื่อง
ต้องเบิ้ลสองหรือสามถาดทุกครั้ง ส่วนอย่างอื่นก็สั่งมาแค่พอสร้างสีสันในหม้อ
เอ้อ ...ผมดูหนังเรื่องแก๊งชะนีกะอีแอบ เห็นไอ้ตุ๊ดพระเอกนั่น
ตอนลวกสาหร่ายต้องเอาไปจิ้มไข่ดิบก่อน บอกว่าจะทำให้สาหร่ายไม่ลุ่ย
มันจริงเหรอวะครับ ??? แล้วมีใครทำบ้างครับ ??? ผมว่ามันดูกระแดะมากเลย
บ้านผมนี่ได้คอนโดอาหารมา ก็สาดๆๆๆๆ แล้วปิดหม้อรอแดก เป็นอันจบพิธี...
ที่สำคัญ ผมกินหมดก่อนที่สาหร่ายมันจะลุ่ยอีกครับ
แต่พักหลัง ผมว่าเอ็มเคเริ่มขึ้นราคาแบบเสียสติ ความคุ้มราคานี่ต่ำมาก
กลายเป็นว่าขึ้นราคาแทนที่จะไปพัฒนาอาหารให้มันดูมีคุณค่ามากขึ้น
ดันเอาไปจ้างครูฝึกสอนเต้นให้พนักงานในร้านแทนซะงั้นนิ
ราคาต่อหัวของบ้านผมคือประมาณ 230-260 บาทต่อคนหลังหักส่วนลด
ผมว่าแพงเกินไปนะ ก็เลยเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่ได้กินบ่อยเหมือนเดิม
พูดถึงเอ็มเค พูดถึงโฆษณาหน่อยก็ดี ตัวล่าสุดนี่หยั่งกะหนัง GTH
คือยัดเยียดให้กูดูแล้วฟีลกู๊ดดดดดดด เว่อร์มากๆ
ผมไม่เคยดูหรอก ไอ้โนดาเมะอะไรนั่น เห็นเขาว่าลอกกันมา...
casting ยัยแว่นนั่นเฉิ่มได้ใจมาก แต่ดูก็รู้ว่าตัวจริงน่ารักแน่ๆ
สงสัยอย่างเดียว ว่าหนังมันเกี่ยวอะไรกับเอ็มเควะ ???
อยากให้สาระแนเอาโฆษณาไปล้อเลียนจัง
แต่เปลี่ยนฉากสุดท้าย หลังจากที่หัวหน้าวงขอโทษยัยแว่น แล้วบอกว่า
“ยัยแว่น ... ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเหอะ”
แทนที่จะจะตัดภาพไปเป็นฉากในร้าน MK ให้เปลี่ยนไปเป็นเพิงส้มตำเจ๊นิด
แล้วนั่งปูเสื่อล้อมงจกตำปูปลาร้า คอหมูย่าง ไส้กรอกอีสาน
... น่ารักอบอุ่นดีเหมือนกันครับ
KFC
จริงๆผมก็แอบนิยมไก่ KFC อยู่เล็กๆนะครับ
ถึงแม้ว่าตอนนี้ราคาจะแพงมหาโหด ชิ้นนึงตั้ง 34 บาท เลือกชิ้นก็ไม่ได้
(ไก่ KFC นี่เขาจะมี pattern นะครับ ว่าหนึ่งชิ้นได้ชิ้นไหน
ชิ้นที่สองจะเป็นชิ้นไหน เรียงไปเรื่อยๆ แล้ววนกลับมาอีกรอบนึงถ้าสั่งเยอะ)
ไก่ป๊อบไม่มีเชี่ยอะไร กล่องละตั้ง 49 บาท หยั่งกะแดกแป้งทอด
เมนูที่ผมปลื้มสุดใจ คือ ทูน่าคอร์นสลัด ดูแล้วไม่มีอะไร แต่ก็อร่อยครับ
เอาไว้กินนานๆที เวลาเสี้ยนฟาสต์ฟู้ดหลังจากกลับมาเขมรครับ
อีกเมนูที่ผมชอบก็คือ ข้าวยำไก่แซ่บ อร่อยฟิวชั่นราคากำลังดี
รสชาติเผ็ดร้อนเร้าใจ แถมมีข้าวมีผัก ดูเป็นเมนูที่มีชีวิตขึ้นมาหน่อย
เวลาไปห้าง เห็น KFC จะเต็มไปด้วยครอบครัวที่พาเด็กเล็กๆมากินครับ
เข้าใจว่าเป็นการรบเร้าของคุณลูกมากกว่าการเชิญชวนของพ่อแม่นะ
ตอนเด็กๆ พ่อแม่ผมก็ไม่ค่อยพาผมไปกิน ผมเองก็ไม่ค่อยเรียกร้องอยากกินด้วยนะ
หรือว่าเดี๋ยวนี้ KFC มันพัฒนาสารฟีโรโมนสูตรพิเศษไว้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าเด็กวะ?
อารมณ์คล้ายๆกับที่ starbucks มันพัฒนากลิ่นกาแฟออกมาได้แล้วนะ
ชีวิตนี้ผมว่าผมกิน KFC ยังไม่ถึง 20 ครั้งเลยมั้ง กินบ่อยๆก็ช่วงไข้หวัดนกน่ะ
เพราะมันลดราคาเหลือแค่ชิ้นละ 20 บาท สั่งมากินกันทั้งบ้านบ่อยมากเลย
แต่เห็นราคาสมัยนี้ ผมว่าไม่น่าคบเลย บ้านผมนี่กินกัน 2 bucket ยังไม่พอเล้ย
เอาเงินมาซื้อไก่ทอดหาดใหญ่แถวตลาดนัดบ้านผม น่องบักเอ้กแค่ 20 บาท
เคยได้ยินมาครับ ว่า CP คือซัพพลายเออร์ไก่ให้ KFC
ซึ่งตอนนี้ไก่หนึ่งตัว สามารถชำแหละออกมาเป็นไก่ทอดได้ตั้ง 9 ชิ้น
ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง ก็ไม่แปลกใจละครับว่าทำไม KFC สมัยนี้ชิ้นมันเล็กจัง
McDonald’s
ผมไม่ถือว่าร้านนี้ขายอาหาร ขอผ่านครับ
Fuji และ Zen
Zen นี่ทั้งชีวิตผมเพิ่งเคยกินแค่ 3 รอบ ไม่มีคอมเมนต์
แต่ Fuji นี่ขอสาปส่ง และมอบรางวัลอาหารญี่ปุ่นชั้นสถุลให้โดยดุษณีย์
ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมมันถึงขายดีนักหนา ต้องไปต่อคิวรอกิน
โดยเฉพาะค่ำวันศุกร์วันเสาร์ คนมันล้นออกมาทุกสาขา ไม่เข้าใจจริงๆ
รสชาติอาหารแต่ละอย่างจัดได้ว่าอยู่ในขั้นเลวร้ายบัดซบ
จิตวิญญาณของอาหารญี่ปุ่นนี่แห้งแล้งมาก จะว่าปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทยก็ไม่ใช่
หาอร่อยไม่ได้สักอย่าง ชาเขียวก็แพง รีฟิลก็ไม่มี ขอน้ำจิ้มเพิ่มก็คิดเงิน
แถมราคายังต้อง ++ อีก 17.7% ตะหาก แม่งโคตรแพงจริงๆ
ไอ้ที่ข้องใจมาตลอดคือเรื่อง บัตรสมาชิก ...
ไอ้ร้านนี้มันวิเศษวิโสตรงไหนวะ ไอ้การจะได้บัตรสมาชิกมามันถึงยากเข็ญ
และโหดร้ายประหนึ่งการปีนภูเขาเถียนซานไปตามหาบัวหิมะ
เพราะต้องกินถึง 30,000 บาทถึงจะได้บัตรสมาชิก 10% มาครอบครอง
(ซึ่งจริงๆแล้วก็คือบัตรที่ใช้ waive 10% ของ service charge นั่นเอง)
และต้องกินถึง 60,000 บาทถึงจะได้บัตรสมาชิกลด 15% มาครอบครอง
(ซึ่งก็ประมาณว่า waive VAT 7% จนราคาในเมนูเป็นราคาเนท)
...เชี่ย ... 60,000 บาทนี่เงินเดือนผม 2-3 เดือนเลยนะโว้ย ...
ในขณะที่ร้านอื่นๆ เขาแค่จ่ายเงิน 100 บาทก็ได้บัตรสมาชิกทันที
สรุปว่าเขียนถึง Fuji เพราะอคติและไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงขายดีจังวะ
ผมเคยกิน กว่าจะอิ่มล่อเข้าไปเกือบ 350 บาทซึ่งแพงมากๆ ...
ถ้าจะกินอาหารญี่ปุ่น ยอมถ่อไปกินฮานายะที่บางรักดีกว่าครับ
ดูเป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีจิตวิญญาณและมีชีวิตมากกว่าเยอะเลยล่ะ
ในกรุงเทพฯ ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆ ที่ใช้ของคุณภาพอีกหลายร้าน
ซึ่งคำนวณราคาแล้ว ผมว่าแพงกว่าฟูจิไม่เท่าไรเลยด้วย
ถ้าอยากกินร้านในห้าง ผมแนะนำที่ Uta-andon ที่ Isetan และ Emporium นะ
ร้านนี้ญี่ปุ่นแท้ๆ แทบไม่มีคนไทยมานั่งกินเลย
Ootoya
นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมปลื้มที่สุดในประเทศสยาม ณ ขณะนี้
เพราะผมเป็นคนชอบกินข้าว และ Ootoya ก็เป็นเมนูข้าวเกือบทั้งนั้น
แถมสั่งอาหารเซ็ทแล้วยังเติมข้าวได้ไม่อั้น ข้าวก็เป็นข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ
แต่ละจานก็ขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้ม จานเดียวจอดจริงๆ
เมนูประจำตัวของผมคือ เซ็ทข้าวหน้าไก่ย่างถ่าน
และ เซ็ทข้าวหน้าหมูทอดในซุปไข่ ...
ราคาเนทๆแล้วอยู่ที่ราวๆ 220 บาท ถือว่ากำลังดีเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณ
ที่ปลื้มอีกอย่างคือ ชาเขียวร้านนี้เป็นกลิ่นข้าวคั่ว และเติมฟรี
ร้านนี้แค่เติมข้าวกับน้ำชาผมก็คุ้มแล้ว ...
สาขาประจำตัวของผมคือที่ CTW ครับ เพราะร้านใหญ่ไม่อึดอัด
กินที่สาขาพารากอน ผมนึกว่ากินอยู่ในสลัมคลองเตย คนเยอะและแคบเกินไป
Chester’s Grill
ร้านนี้ก็ร้านคู่บุญของผมมาตั้งแต่เด็กเลยละ
กินตั้งแต่ไก่ย่างชิ้นละ 21 บาทจนตอนนี้กี่บาทแล้วก็ไม่รู้
แต่ Chester’s Grill คือร้านที่เปิดเมนูข้าวเป็นเจ้าแรกในวงการ
จน KFC ต้องออกเมนูข้าวยำไก่แซ่บออกมาสู้ด้วย
ซึ่งมันเป็น insight ที่ตรงประเด็นมาก ว่าคนไทยชอบกินข้าว!
เมนูที่โปรดปรานคือ ข้าวไก่เผ็ด จานละ 59 บาท
โกลเด้นฟิช ชิ้นละ 79 บาท อันนั้นจัดได้ว่าอร่อยไร้เทียมทาน
ส่วนถ้าจะแดกด่วน ก็ฮอตดอกชิ้นละ 19 บาท ง่ายและสะดวกมาก
ถ้าวันไหนอยากอิ่มแต่งบน้อย ผมว่าเชสเตอร์เป็นทางเลือกที่ดี
แต่พักหลัง ผมว่าเมนูร้านนี้ออกจะเพี้ยนไปหน่อยนะ
มีทั้งปลา ทั้งเป็ด ทั้งเกี๊ยวกุ้ง ดูแล้วมันยิๆสินค้าของ CP ชอบกล
ไม่กล้าลองสักรายการเลยครับ นิยมไก่เพียงอย่างเดียว
เวลาอยู่เมืองไทย บางทีขับรถกลับบ้านอยู่ดีๆ ผมอยากกินเชสเตอร์ขึ้นมา
ก็เลี้ยวเข้าเดอะมอลล์ไปนั่งกินคนเดียว แดกด่วน อิ่มอร่อย ไม่แพงเกินไป
...ชอบครับ มันดูเป็นร้านที่กึ่งๆ fastfood และ dine-in กำลังดี
Pizza Company และ The Pizza
ผมแยกไม่ออกจริงๆว่า อันไหนคือเจ้าไหน
เพราะบ้านผมมันก็มีร้านแบบ delivery ทั้งสองเจ้าอยู่แทบจะติดกัน
แถมเวลาออกหน้าใหม่ๆมา ก็แทบจะไม่แตกต่างกันเท่าไร
แต่ผมเองก็ไม่ได้กิน Pizza ของสองเจ้านี้มานานมากแล้วละ
เพราะคุณภาพของสลัดบาร์ที่แย่ลงกว่าสมัยก่อนมากๆ
ตัว Pizza ก็ดูจะใส่ลูกเล่นสารพัดจนตอนนี้จะกลายเป็นจิ้มจุ่มไปแล้ว
เห็นมี dipping sauce มีอะไรให้เล่นเยอะแยะไปหมด
ราคาเดี๋ยวนี้ก็แพงมหาโหด พิซซ่าแบบขอบสอดไส้ใส้ไข่ใส่ชีส
ถาดนึงนี่เกิน 500 บาทเข้าไปแล้ว ชิ้นนึงเกิน 50 บาทเชียวนะโว้ย
กินข้าวมันไก่แถวบ้านได้สองจานแล้วนะเว้ย ...
ชีสที่ใช้ก็เป็นชีสสำเร็จรูปคุณภาพเลว โคตรไม่คุ้มราคาเอาซะเลย
ช่วงที่ผมอยู่เขมร ผมไปเสาะหาร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบ authentic
ซึ่งรสชาติและบรรยากาศดีมากๆ จนเป็นลูกค้าประจำอยู่สองร้านครับ
ซึ่งเขาจะทำ Pizza ในแบบอิตาเลี่ยนแท้ๆ คือแป้งบางเจี๊ยบ
และอบในเตาถ่าน ถ้าหิวจัดๆ สามารถกินคนเดียว 8 ชิ้นหมดถาดได้เลย
ซึ่งในอร่อยแบบเบาบางกว่าแป้งหนาๆสไตล์อเมริกันเยอะเลยครับ
น่าเสียดายว่า pizza แบบนี้หาค่อนข้างยากและแพงในบ้านเรา
หารราคาเฉลี่ยตัวหัวออกมา คนนึงประมาณ 10 US$ พร้อมของหวาน
ผมว่าไม่น่าต่างจากพิซซ่าบ้านเราเท่าไรครับ
บาร์บีคิวพลาซ่า
เพียงสิ่งเดียวที่ยังรั้งเหนี่ยวให้บ้านผมเป็นลูกค้าร้านนี้
ก็คือ “น้ำจิ้ม” สีน้ำตาลเข้มเหนียวข้นที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยนตลอดสิบกว่าปีนี่แหละ
ต้องยอมรับว่ารสชาติน้ำจิ้มมันคงที่มาก ในขณะที่น้ำจิ้ม MK
ตอนนี้ผมว่ามันเริ่มเปรี้ยวเกินไปหน่อยแล้วละ
ที่สำคัญ มันเป็นน้ำจิ้มที่ยากแก่การถอดรหัสว่ามันทำมาจากอะไร และทำยังไง
จนผมแทบจะยกให้มันเป็นปริศนาลี้ลับแห่งวงการอาหารไปเลยครับ
บ้านผมนี่กินน้ำจิ้มกันคนนึงต้องเติมไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบเลยละ
ส่วนเมนูที่สั่ง ก็แค่ชุดครอบครัวหมู แล้วตามด้วยชุดประหยัดหมู
แค่นี้ก็พอแล้วครับ กินกับกะหล่ำซอยต้มสุกๆ เติมน้ำจิ้มลงไปคลุกๆก็สุขแล้ว
ฮะจิบังราเมน
นี่เป็นร้านที่ผมค่อนข้างทึ่งว่าสามารถอยู่รอดและขายดีมากในเมืองไทย
ในขณะที่คู่แข่งอย่าง อาจิเซนราเม็ง ซึ่งมีสาขามากมายในฮ่องกง จีน สิงคโปร์
ทำเท่าไรก็ไม่ขึ้นเสียที ...ทั้งๆที่เมนูก็ดูมีสีสัน และหลากหลายมากกว่าด้วย
เมนูเด็ดร้านนี้คือ เกี๊ยวซ่า ซึ่งผมสามารถกินคนเดียวทั้ง 12 ชิ้นได้เลย
ขนาดตัวเล็กก็กำลังดี แป้งบาง ไส้เนื้อแน่นอร่อย ...
ส่วนราเมน ผมชอบแบบที่ง่ายที่สุด ชาชูราเมน แค่เส้นกับหมูห้าแผ่น
แค่นี้พอแล้วครับ ...
ผมมักจะเลือกกินฮาจิบังราเมนเวลาที่ผมไม่สบาย เพราะรสชาติมันเรียบๆ
แล้วก็เป็นอาหารที่ได้ซดซุปร้อนๆด้วย เหมาะเป็นอาหารคนป่วยเชียวล่ะ
Swensen’s
เมนูของหวานสิ้นคิดของผมเองครับ ...
อร่อยง่ายๆด้วยเงินไม่เกิน 69 บาทเท่านั้น
บ้านผมนี่แทบทุกคนจะมีบัตรสมาชิกของ Swensen’s ถือกันคนละใบ
เพราะว่าเป็นร้านที่กินบ่อยมากในหลายๆโอกาสครับ
เมนูประจำผมมีหลายขนาด แล้วแต่ว่าวันนั้นอยากกินขนาดไหน
ถ้าอยากกินมาก ก็สั่งแบบ heavy weight คือ Ebony&Ivory
เป็นไอติมแมคคาเดเมีย 3 ลูกเสิร์ฟกับบราวนี่ย์ กล้วย คาราเมล ช๊อคโกแลต
ราคาสุทธิแก้วละ 115 บาทถ้วน
ถ้าอยากกินเฉยๆ ผมจะสั่งตระกูล 69 promotion เท่านั้นละครับ
เพราะมันยังสามารถใช้บัตรลดได้ด้วย ...
ส่วนไอติมรสที่ผมชอบมีอยู่ 5 รส กินสลับๆกันไปคือ
1. Macademia
2. Strawberry Cheesecake
3. Cookie & Cream
4. Rock @ Heart
5. Almond Praline Delight
ผมกินไอติมพวกนี้ซ้ำวนไปวนมา แทบไม่ได้กินรสอื่นเลย
ยกเว้นแต่ว่าจะมีรสใหม่ๆออกมาเป็น seasonal ให้ลองบ้าง
จนผมจำรหัสตัวย่อของไอติมพวกนี้ได้เกือบหมดแล้ว
บางทีเจอเด็กเสิร์ฟหน้าอ่อนๆช่วงปิดเทอมก็แกล้งมันครับ
สั่งไอติมเป็นรหัสเลย เอา MAC 1 ลูก SCK 2 ลูกนะครับ
อึ้งครับน้อง ...อึ้งแดก...
Starbucks Coffee
จริงๆก็ไม่ใช่ลูกค้าประจำของ Starbucks นักหรอกครับ
นานๆจะกินทีนึงเสียด้วยซ้ำไป ส่วนมากจะใช้บริการเมื่อต้องรอใครสักคน
เพราะว่าเป็นร้านที่นั่งรอได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวใครมาไล่เท่าไร
หรือสาขาที่สุวรรณภูมิก็ใช้บริการประจำ เสียอย่างเดียวว่าแคบไปหน่อย
แต่ติดอยู่ที่บาริสต้าน่ารัก และ friendly มากกว่าสาขาอื่นครับ
ผมไม่ใช่ hardcore drinker ส่วนมากก็จะกินแค่แก้ว tall ก็เกือบจะไม่หมดแล้ว
เมนูประจำของผมคือ Coffee Jelly Frappucino with Extra Whipped Cream
ราคาตามร้านปกติไม่แน่ใจ แต่ที่สุวรรณภูมิแก้ว tall ราคา 145 บาทครับ
ส่วนวันไหนไม่อยากกินกาแฟ พวก non-coffee drink นี่อร่อยๆก็เยอะนะ
ผมชอบ Vanilla Frappucino ที่ใช้นมของเมจิ กับไซรัปวานิลลา
เอามาปั่นให้เนียน กินกับ whipped cream ก็สุดยอดแล้วครับ ...
ตอนนี้ได้ข่าวมาว่าเมนูใหม่ Toffee Nut Latte ก็อร่อยล้ำเช่นกัน
ไปสุวรรณภูมิครั้งหน้าท่าทางจะได้ลองแน่ๆครับ
--------------------------------------------------------
ใครที่มีเมนูประจำตัวในร้านสิ้นคิดเหล่านี้ก็มาแชร์บ้างครับ
เผื่อผมจะได้ลองเปลี่ยนเมนูกับเขาดูบ้าง
ลืมกดดดดดดดดด
แต่หลังๆ ผมไม่ค่อยนิยมกินแล้ว เพราะราคากับคุณภาพมันสวนทางกันจริงๆ KFC กับ แมคดอเน่านี่ ไม่แตะมานานมากแล้วครับ
พิซซ่าก็ไม่กินครับ รู้สึกว่ากินแล้วอ้วนๆอึนๆยังไงไม่รู้
ฟูจินี่ผมเห็นด้วยทุกประการ ไม่อร่อยซักนิด
เชสเตอร์ นี่ก็คู่บุญผมเหมือนกัน กินง่าย เมื่อก่อนนี้จะมีสาขาอยู่ไกล้มหาลัยผม เลยไปบ่อย เมื่อก่อนมีสลัดบาร์ด้วย แต่หลังๆไม่มีแล้ว คงเป็นเพราะตักกันทีกะกินเป็นอาทิด แต่ขอบอกว่าน้ำซุปที่แถมมากับข้าวนี่ ยังกะน้ำล้างจาน
เอ็มเคนี่ เป็นอะไรที่โดนมากครับ มันเบื่อยาก เมนูแนะนำของเอ็มเคที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย นี้คือเนื้อครับ พอลวกแล้วไม่รู้ทำไมอร่อยมาก เหมือนกับหมักมา แต่ตอนมาสดๆเหมือนกับไม่ได้ปรุงอะไรเลย ทานเนื้อหรือไม่ทานเนื้อผมก็คิดว่าเป็นอะไรที่ควรลอง
ฮะจิบัง ไปทีไรผมสั่งแต่หมี่เย็นครับ ทีเด็ดมันคือสามารถปรุงน้ำซุฟได้ บางครั้งปรุงอร่อยมากซะจนอยากจะเซฟเอาไว้กินคราวหน้าเลยทีเดียว
*โอโตยะที่คุณแนะนำนั้นผมไม่เคยกินเลย ไว้จะไปลองนะครับ การที่เติมข้าวได้นี่ อ่านแล้วได้อารมโรงอาหารสมัยเรียนจริงๆ
**ช่วงหลังๆปีที่ผ่านมานี่ผมนิยมการไปทานอาหารร้านที่มันเด็ดๆหายากๆน่ะครับ พวกข้างทาง ผมว่ามันมีคุณค่ากว่าอาหารในห้างเยอะ
#52 By meinside on 2008-01-09 13:35