วันเด็กผีประจำปี 2551
posted on 11 Jan 2008 16:02 by bongtao in etc
1.
วันนี้ตอนนั่งรถมาออฟฟิศช่วงเช้า
นั่งอยู่ดีๆก็มีความคิดอะไรไม่รู้วิ่งเข้ามาในหัว
“เฮ้ย ...พรุ่งนี้วันเด็กแล้วนี่หว่า” ...
วันเด็กแล้วไงวะ ...
วันเด็กแล้วชั้นได้หยุดงานเรอะ ...ป๊าว ... ก็ยังทำงานงกๆต่อไป 
วันเด็กแล้วชั้นจะมีลูกเรอะ ...ป๊าว ... แม่ของเด็กยังหาไม่ได้เลย
วันเด็กแล้วชั้นจะทำตัวแอ๊บแบ๊วเป็นเด็กเรอะ ...ก็ป่าวนี่หว่า
แถมตอนนี้ยังอยู่เขมร วันเด็กเขมรนี่วันไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
สรุปว่า วันเด็กปีนี้ ไม่ได้มีความสำคัญกับผมแม้แต่นิดเดียว
เพราะไม่ได้เป็นเด็กแล้ว ลูกก็ไม่มี เด็กก็ไม่มี ...
(อ้อ ... ถ้าหมายถึง “เด็ก” แบบนั้น
ผมไม่นิยมอ่ะครับ งี่เง่า น่ารำคาญเป็นส่วนมาก
ผมนิยมคนแก่รวยๆ ใครจะมาเลี้ยง “เด็ก”อย่างผม
ก็ติดต่อมาได้นะครับ
)
และที่สำคัญคือ
เด็กเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมเกลี๊ยดเกลียดเลยว่ะครับ
โดยเฉพาะอีเด็กที่ชอบวิ่งแหกปากไปในห้างสรรพสินค้า
ร้องไห้บนเครื่องบิน อาละวาดในร้านอาหาร หรือลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นแผนกของเล่น
เห็นแล้วต้องเดินไปตบกบาล เพราะไอ้เด็กพวกนี้มีสวิตช์อยู่ที่ท้ายทอยครับ
ตบทีนึงแล้วมันจะหยุดร้องครับ... แต่ตบแรงไป พ่อแม่มันจะร้องแทนนะ
แต่จะว่าไป ... ปีนี้อยู่ดีๆเหมือนจะได้เลือดนางงามมานิดนึงครับ
เริ่มรู้สึกมีความรักเด็กกำซาบเข้ามาในกระแสเลือดเย็นๆของผมบ้าง
แต่ก็เป็นเฉพาะน้องหนูที่เมืองดาลัต ซึ่งเด็กน่ากินทั้งเมือง
และน้องหนูที่เดินสวนกันบนกำแพงเมืองจีน น่ารักจนอยากอุ้มกลับไทย
แต่เด็กไทยส่วนมาก ก็ยังน่าตบกบาลเช่นเดิม 
2.
เมื่อวันก่อน ผมกับพี่ๆที่ทำงานด้วยกันคุยกันบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น
เราคุยกันว่า เด็กสมัยนี้เป็นเด็ก Gen Y ที่ถูกเลี้ยงอย่างตามใจ
เกิดมาก็อาบน้ำอุ่น นอนห้องแอร์ อยากได้อะไรก็มีจัดเตรียมไว้ให้
ทำให้มีภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ต่ำ ยอมรับความผิดหวังได้ยาก
ในขณะที่เด็กรุ่นพ่อแม่เรา (ผมเดาว่าน่าจะหมายถึงคนวัย 30 อัพ)
เป็นเด็ก Gen X คือพวกเด็กสู้ชีวิต เป็นอารมณ์พวกโอชิน
หรือเด็กหญิงวัลลี
ซึ่งต้องต่อสู้ชีวิตประหนึ่งอองซานซูจีผนึกกำลังกับแม่ชีเทเรซ่า
เป็นเด็กที่เติบโตมาด้วยความยากลำบาก เจอความผิดหวังมานับไม่ถ้วน
...บลาๆ ...
แล้วคิดดูสิครับ ว่าบนโต๊ะอาหารนั่นน่ะ มีผมที่อายุเลขสองนำอยู่คนเดียว
ผมเลยโดนผู้ใหญ่รุมเหมาว่า ไอ้เต่าแม่งเป็นเด็ก Gen Y ซึ่งกูเถียงขาดใจครับ
ผู้ใหญ่พวกนี้รุมกันนี่หว่า ถึงผมจะเป็นเด็กยุคใหม่ อาบน้ำร้อน นอนห้องแอร์
แต่กูก็ไม่ใช่เด็กสปอยล์ หรือสก๊อย หรืออะไรทั้งนั้นนะเว้ย...
ชีวิตนี้เจอความผิดหวังแบบเชี่ยๆมาไม่น้อยกว่ากันแหละ
เทียบกับเด็กสมัยนี้ พ่อแม่แทบจะเคี้ยวข้าวแทนให้แล้ว ผมไม่ใช่ Gen Y แน่ๆ
สรุปว่าวันนั้น พี่เขายอมให้ผมเป็นเด็ก Gen XY ครับ
หยวนๆเจอกันครึ่งทาง 
3.
ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้กิจกรรมวันเด็กในเมืองไทยมีอะไรบ้าง
แต่กิจกรรมวันเด็กในอดีตของผม มันเป็นความทรงจำที่เจือจางและเบาบางมาก
จำได้ว่า วันเด็กที่โรงเรียน จะมีจัดเป็นซุ้มขายหนังสือครับ
ซึ่งหนอนหนังสืออย่างผมนี่ปลื้มสุดใจ ผมเลยรู้ตัวว่าเป็นคนชอบซื้อหนังสือแต่เด็ก
ตอนนั้นนี่จะมีหนังสือเนื้อเพลงเล่มเล็กๆ เล่มละ 2 บาทครับ
เป็นหนังสือแนวนอนขนาดเท่าฝ่ามือ พิมพ์สีเดียวบนกระดาษปรุ๊ฟห่วยๆ
ในนั้นมีทั้งเนื้อเพลงโคตรฮิตสมัยนั้น เช่น พริกขี้หนู ของพี่เบิร์ด
ไปจนถึงสูตรคูณ บทสวดมนต์ และอะไรอีกมากมายจุอยู่ในเล่มเดียว
เป็นหนังสือที่โคตรคุ้มเลยครับ ได้ทั้งพระธรรม ความรู้ และบันเทิงในเล่มเดียวกัน 
ถ้าเป็นสมัยอนุบาล โรงเรียนก็พาไปเที่ยวฟาร์มจระเข้สามพราน
ฟังดูเหมือนจะไกลและน่าตื่นเต้นนะครับ แต่จริงๆแล้วมันอยู่ตรงข้ามโรงเรียนผมเอง
คือเดินข้ามถนนกันไปได้เลยว่างั้นเถอะ ...
พูดแล้วก็คิดถึงนะครับ ฟาร์มจระเข้สามพรานเนี่ย ...
เพราะเมื่อเทียบบารมีกับฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการแล้วเทียบไม่ได้เลย
ทั้งชีวิตก็เข้าไปแค่ครั้งสองครั้ง ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างแล้วเนี่ย
จระเข้ยังอยู่ดีมีสุขกันอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้
ส่วนที่บ้าน ก็เคยพาไปเที่ยวเขาดินทีนึงครับ ปีอื่นๆจำไม่ได้แล้ว
ที่จำได้เพราะมันยังมีภาพถ่ายอันใหญ่เป้งติดอยู่บนฝาบ้าน
ตอนนั้นประมาณ 5-6 ขวบ (18 ปีมาแล้วสินะ) หม่าม๊ายังเอ๊าะๆใสเด้งอยู่เลยแหละ
เวลามีเพื่อนมาเที่ยวบ้าน ต้องแอบเอารูปนี้ไปซ่อนเอาไว้ครับ
กูอายว่ะ ...รับสภาพอดีตตัวเองไม่ได้
คือแม่ผมนี่ก็เป็นเซียนเย็บปักถักร้อยขั้นเทพ พ่อผมก็ทำงานโรงงานทอผ้า
ดังนั้น สมัยเด็กๆนี่ เสื้อผ้าที่ผมใส่นี่แม่เย็บเองล้วนๆครับ ไม่ต้องซื้อเลย
เอาผ้าจากโรงงานทอผ้าที่ป๊าขยันขนมาให้เป็นม้วนๆมาเย็บเองนี่แหละ
(ยิ่งถ้าเป็นชุดที่ใส่ในบ้าน
เช่นชุดนอนนี่ผมใส่ชุดฝีมือแม่จนโตเลยครับ)
ไอ้ชุดที่ใส่ไปเขาดินนี่ กูรับไม่ได้อย่างแรงครับ ... ไม่รู้แม่คิดอะไรอยู่ตอนเย็บ
กางเกงนี่เป็นผ้าวูลสีดำ ลายจุด polka dot สีขาว
อุบาทว์สุดใจ
เห็นแล้วนึกถึงกางเกงวอร์มที่อาซิ่มใส่ไปเต้นแอโรบิกหน้าโลตัสบางแค
เสื้องี้ก็แดงแป๊ด หยั่งกะคลอดออกมาจากตู้ไปรษณีย์ ...
คือตอนแรกๆผมก็เฉยๆกะรูปนี้ครับ ก็แหม ...มันรูปตัวเองนี่หว่า
จนมีอยู่วันนึง ไอ้วินไอ้เอี่ยวมานอนค้างบ้านผมอ่านหนังสือสอบเป็นอาทิตย์
อยู่ดีๆมันเดินผ่านแล้วก็หยุดดูรูปนี้ แล้วก็หยิบมาเม้าธ์กะแม่ผมซะงั้นครับ
ยิ่งสมัยเด็กๆ หน้าตาผมกะเหรี่ยงมาก ไม่ได้หน้าหล่อใสเด้งเหมือนปัจจุบัน
แม่ผมก็พาซื่อร่วมวงเม้าธ์ สนุกปากกันทั้งบ้าน ...โอว แม่ฉัน ...
3.
ที่จำได้อีกอย่างคือ วันเด็กนี่เด็กขึ้นรถเมล์ฟรีใช่มั้ยครับ?
ผมไม่เคยใช้สิทธิ์นี้หรอก เพราะกว่าจะถึงวัยที่ขึ้นรถเมล์เป็นกิจวัตร
อายุผมก็เลยวัยที่จะใช้สิทธิ์นี้ไปแล้ว (บ้านรวยว่างั้น โฮะๆ)
ที่จำได้เพราะเคยนั่งรถเมล์จากราชดำเนินไปปิ่นเกล้าในวันเด็ก
เห็นน้องผู้หญิงคนนึง คงอยู่ราวๆ ป.6 จูงน้องชายที่เล็กกว่ากันไม่มาก
ขึ้นมานั่งรถเมล์เบาะหน้าถัดจากผมไปที่นึง ...
ไอ้เราก็นึก “เออ ...อีน้องนี่มันเก่งเว้ย
ตัวเล็กนิดเดียวพาน้องชายขึ้นรถเมล์ละ”
สักพักกระเป๋าก็เดินมาเก็บตังค์ ผมก็จ่ายไปตามปกติ นั่งไปเรียนพิเศษที่ปิ่นเกล้า
ตอนนั้นอยู่ ม.4 จะมาอ้างว่าวันนี้วันเด็ก กูไม่จ่าย ...กูเป็นเด็ก
ยังไม่มีบัตรประชาชน
ก็เกรงว่ากระเป๋ามันจะเอากระบอกเก็บตังค์ตบกะโหลกเตือนสติ
(ผมเรียนเร็วกว่าคนอื่น 1 ปี ทำบัตรประชาชนตอน ม.4 ครับ
)
แต่พอกระเป๋ามันเดินไปเก็บที่น้องผู้หญิงคนนั้น
น้องเค้าพูดด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “วันนี้วันเด็ก
เด็กขึ้นรถเมล์ฟรีไม่ใช่เหรอคะ”
เล่นเอากระเป๋าหน้าเสีย เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปเลยครับ
อีหนูนั่นก็นั่งพยักเพยิดเชิดในชัยชนะของตัวเองสุดริด
พร้อมด้วยสายตาชื่นชมจากน้องชายมัน
ผมงี้แทบจะเอาสายสะพาย “เทพีชะนีเหล็ก” ไปคล้องให้น้องเค้าทีเดียว
4.
แล้ววันเด็ก ผมควรทำอะไรครับ?
คำตอบคือ “ควรนอนอยู่บ้าน”
อยู่แล้วครับ
เพราะวันเด็ก จะเป็นวันที่ทั้งเมืองมีเด็กผีเพ่นพ่านเต็มเมืองไปหมด
ทั้งสวนสนุก โรงหนัง ร้านอาหาร (โดยเฉพาะ McDonald's, MK, KFC, Fuji, Swensen’s)
ลองคิดภาพดูครับ ว่าขณะที่เรากำลังจกจ้วงหม้อสุกี้ MK ของเราอย่างเมามันส์
ก็มีเด็กผีโต๊ะข้างๆ ปีนรั้วขึ้นมาจ๊ะเอ๋อยากกินสุกี้หม้อของเราซะงั้น
เป็นภาพสยดสยองที่ทำเอากินไม่ลงไปเลยครับ
ยิ่งถ้าคิดจะไปดูหนังในวันเด็กนี่ก็เลิกคิดไปได้เลย
เพราะเด็กจะยั้วเยี้ยเต็มโรงหนังทุกเรื่องทุกโรง
ไม่ว่าจะหนังการ์ตูน หนังรักคอมเมดี้ หรือหนังแอ๊กชั่นฟันแหลกลาญ
...มันน่ากลัวขนาดไหนที่ไอ้เด็กพวกนี้จะวิ่งเลื้อยไถลเต็มโรง
บางคนก็อีลูกช่างถาม ถามมันทุกนาที ทุกฉาก ทุกตอน
“แม่คะ ...พระเอกจูบนางเอก แล้วนางเอกจะท้องมั้ยคะ”
ซึ่งแม่ก็ต้องใจดีให้สมกับที่เป็นวันเด็ก ตอบมันทุกคำถาม
“อ๋อ ...ท้องสิจ๊ะ ... พ่อกะแม่ก็จูบกัน
ถึงมีหนูออกมานี่ไงคะ”
5.
อีกอย่างที่คู่บ้านคู่เมืองไทยในวันเด็กมานาน ก็คือคำขวัญวันเด็ก
ตอนเรียนชั้นประถมนี่ปีใหม่ทีไร ต้องโดนครูถามทุกทีไป ...
“ไหนมีใครรู้คำขวัญวันเด็กปีนี้บ้างค้า….”
ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่เคยเสาะหาให้รู้ก่อนชาวบ้านหรอกนะ แต่ก็เดาได้ไม่ยาก ...
เพราะมันจะมี pattern คำอยู่ไม่กี่คำ
คล้ายๆคำขวัญโรงเรียนประจำหมู่บ้าน
อารมณ์ประมาณ ประพฤติดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม กล้าหาญ ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน
เอี้ย!
คือก็วนๆอยู่แถวนี้แหละ ปีนี้เอาเรื่องการเรียนขึ้นก่อน ปีนู้นเอาซื่อสัตย์มาก่อน
โดยเฉพาะท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย หนึ่งคำขวัญใช้มันสองปีซ้อนแน่ะ เล่นง่ายมาก
แต่ต้องยอมรับครับ ว่าท่านทักกี้เป็นนายกที่แต่งคำขวัญวันเด็กได้โดดเด้งโดนใจผมมาก
พ.ศ. 2546 – เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้
สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2547 – รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน
รักสิ่งดีๆอนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548 – เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด
กล้าพูด
พ.ศ. 2549 – อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
คือลองสังเกตดูนะครับ ว่าคำขวัญแต่ละปีของแก ไม่ได้คล้องจองกันเล้ย
แต่มันมีความหมาย และดูใกล้ตัว มีชีวิตกว่าคำขวัญของนายกท่านอื่นๆ
ที่ทำหยั่งกะจะแต่งคำขวัญไปประกวดกัน เน้นคล้องจองทำนองเสนาะกันสุดริด
ไหนๆก็ไหนๆแล้วนินะ ก็เลยขอเอามาอัพเดทกันให้ทราบถ้วนหน้าว่า
คำขวัญวันเด็กประจำปี 2551 โดย พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ คือ
“สามัคคี
มีวินัย ใฝ่ความรู้ เชิดชูคุณธรรม”
...กลับมาอีหรอบเดิมอีกแระ ...
-----------------------------------------------------------------------
คำขวัญวันเด็กผีประจำปี 2551 โดย บองเต่า ณ กัมพูชา
“กล้าแสดงออก
แต่ไม่นอกกฏเกณฑ์ เด็กหญิงอย่าแอ๊บแบ๊ว เด็กแต๋วอย่าแอ๊บแมน”
หน้าที่เด็กดี 10 ประการ ฉบับปรับปรุงปี 2551 โดย บองเต่า ณ กัมพูชา
1. นั่งรถเมล์ไปโรงเรียน ไม่ต้องให้พ่อแม่ไปส่งทุกวัน
2. กินขนมถุง ฟาสต์ฟู้ด และน้ำอัดลมให้มันน้อยๆหน่อย
3. เลิกเกรียนเวลาเล่นเกมส์ออนไลน์
4. หัดอ่านวรรณกรรมเด็กที่นอกเหนือจากแฮรี่ พอตเตอร์
5. รักษาศีล 5 (แค่ 5 ข้อก็พอแล้ว)
6. รู้จักเถียงครูห่วยๆ ที่ไม่เตรียมการสอนมาก่อน
7. มีความรู้รอบตัว เลิกทำตัวเป็นพวกรู้ลึก แต่โง่กว้าง
8. สนใจเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอนาคตของชาติ
9. กล้าเลือกเรียนในสิ่งที่อยากเรียน ไม่ตามเพื่อน หรือตามความฝันของพ่อแม่
10. มีเซ็กส์แบบป้องกัน มันส์ให้ถึงใจ ในวัยที่เหมาะสม
#51 By TheDoctorWearsPrada on 2008-01-12 13:19