1.
ผมละดีใจ๊ดีใจ ตื่นเต้นกระตู้วู้กับการกลับมาทำงานเมืองไทย
เพราะในที่สุด ผมก็ได้ชีวิต
คืนวันศุกร์ กลับมาเสียทีครับ
ชีวิตที่เวลา
11.00 น. ผมจะเริ่มคิดแล้วว่าคืนนี้จะไปทำอะไร
จะดูหนังเรื่องอะไร หรือจะไปเที่ยวไหนต่อ ...
คืนวันนี้ผมขอเลือกกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้พลังงานมาก ...ดูหนังคงเหมาะที่สุด


ผมไม่ได้ดูหนังโรงมา
2-3 เดือนแล้วละครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด เรื่องสุดท้ายที่ผมดูคือเรื่อง
Ratatouille
(ซึ่งผมซื้อ
DVD เถื่อนที่ตลาดในเขมรแล้วคุณภาพห่วยมาก
ผมเลยยอมซื้อตั๋วดูอีกรอบในโรงเพราะอยากดูความสวยงาม
ของกราฟฟิกตระการตาของหนังการ์ตูนสมัยนี้)


ยิ่งพูดถึงบล๊อคของผม หนังเรื่องล่าสุดที่ผมเขียนรีวิว
ก็คือเรื่อง
Transformers ที่เขียนทิ้งไว้ก่อนไปเขมรไม่กี่วัน
หลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้เขียนมาครึ่งปีแล้ว...
วันนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะมาปัดฝุ่นเอนทรี่รีวิวหนังกันซะหน่อย

2.
ผมเขียนอีเมล์ชักชวนกึ่งบังคับเพื่อนให้ไปดูหนังด้วยกัน
ผมอยากดูเรื่อง
Cloverfield มากหลังจากได้ดูตัวอย่างหนัง
และ
teaser ผ่านทางเว็บคุณหลอด ...

ก่อนจะเก็บกระเป๋าออกจากออฟฟิศ ผมไม่ลืมเปิดเว็บพันทิบ
เพื่ออ่าน
review คร่าวๆของคนที่ไปดูมาแล้ว ...
บางคนก็ชอบ บางคนก็เกลียด ...แต่ทุกคนเตือนให้เตรียมตัว
รับมือกับมุมกล้องที่ฉวัดเฉวียนเหมือนนั่งรถไฟเหาะไปถ่ายไป ...

ผมได้ตั๋วรอบ
21.30 น. เพราะอยากดูในโรงหนังใหญ่ๆให้สะใจ
ผมเลยระบุเอารอบที่ฉายในโรงสยามภาวลัย ที่สยามพารากอน
แม้จะต้องแลกมาด้วยเงินถึง
160 บาทต่อที่นั่งก็ตาม

เข้าไปในโรง ก็เจอเกรียนน่าตบกบาลตั้งแต่หนังยังไม่เริ่มฉาย
เพราะมีคนมานั่งที่ของผมแบบจงใจมาก ...
ผมไม่ว่าหรอกครับ ไอ้พฤติกรรมเปลี่ยนที่นั่งในรอบที่คนไม่เยอะ
แล้วค่อยย้ายที่นั่งทีหลังน่ะ ... แต่รอให้หนังฉายสักพักก่อน
ให้มั่นใจว่าไม่มีคนนั่งแล้วชัวร์ๆ ค่อยย้ายก็ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า
นี่พี่ท่านเล่นจองตั๋วทีนึง แต่นั่งอีกที่นึงเลย อันนี้น่าตบนะ

3.
เอาล่ะครับ ...ได้เวลาสปอยล์หนังแล้ว
ใครที่ยังไม่ได้ดู และคิดจะดูหนังเรื่อง
Cloverfield
ขอให้คิดให้ดีก่อนที่จะอ่านย่อหน้าต่อไปนะครับ

หนังเปิดเรื่องมาเป็นหัวเทปวิดิโอ
บอกว่า นี่คือ
footage หนังที่ได้มาจากกล้องที่เก็บได้
จากสถานที่ที่
เคย รู้จักในชื่อว่า Central Park

หนังเริ่มจากฉากที่เจสันกับลิลลี่เตรียมตัวจัดงาน
farewell party
ให้กับนายร๊อบ (พี่ชายของเจสัน) พระเอกของเราที่ได้รับตำแหน่ง
Vice President
ของบริษัทอะไรสักอย่างในประเทศญี่ปุ่น
(จริงๆ ไอ้บริษัทอะไรสักอย่างที่ว่า ผมก็รู้แหละว่ามันคือบริษัทอะไร
เพราะมันมีความลับและปมของหนังซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วย)


บรรยากาศในงานเลี้ยงทั้งหมด ถูกถ่ายโดยนายฮัด เพื่อนของร๊อบ
ที่โดนยัดกล้องใส่มือมาจากเจสัน แล้วบอกว่าให้เดินถ่าย
บรรยากาศของงาน และให้คนในงานอวยพรหน้ากล้องให้ร๊อบด้วย
ตอนแรกไอ้ฮัดก็ดูเหมือนจะอึกอักยึกยัก แต่พอเจสันบอกว่า
งานนี้มาเลน่า ผู้หญิงที่มันแอบชอบอยู่จะมางานด้วย
เอาผู้หญิงเข้าล่อทีเดียว มือพี่แกติดกล้องทั้งเรื่องเลยแฮะ

พอตาร๊อบเข้ามาในงาน ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะราบรื่นดี
แต่กลายเป็นว่า เบธ เพื่อนที่ร๊อบแอบกิ๊กๆกันอยู่
เสือกโผล่มาพร้อมกับผู้ชายชื่อ เทรวิส ...สืบไปสืบกันมา
เลยรู้ว่า เบธกะร๊อบได้เสียเป็นเมียผัวกันเมื่อเดือนที่แล้ว
แต่ไอ้ร๊อบคิดว่า เป็นแฟนคงไม่ไหวแน่ เพราะตัวเองก็ต้องไปญี่ปุ่น
ก็เลยตัดสินใจเฟดหายหัวไปซะงั้น ... เบธก็เลยควงผู้ชายมาเยาะเย้ย
พอเคลียร์กันไม่ลงตัว เบธก็ลากเทรวิสออกจากงานไปซะงั้น

ฮัดเห็นท่าไม่ดี ก็เลยลากร๊อบออกไปปลอบใจกันนอกงาน
ตอนนั้นผมก็แอบคิดแล้วแหละ ว่าตกลงกูซื้อตั๋วหนังสัตว์ประหลาด
แต่ได้มาดูหนังปาร์ตี้ขี้เมาวัยรุ่นแบบ
American pie หรือไงวะ
ทันใดนั้นก็ ตู้ม
!!! เสียงดังสนั่น ตึกสั่น ไฟดับไปครึ่งเมือง

มาแล้วๆๆ สัตว์ประหลาดมาแล้ว ...


ทุกคนแห่กันวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าดูว่าเกิดอะไรขึ้น
อยู่ดีๆก็มีตึกระเบิด ลูกไฟพุ่งตกลงมาเต็มเมือง ทีนี้ละมึ๊ง
แห่กันวิ่งหนีลงมาบนถนนหนีตายกันสุดชีวิต ...
ฉากตรงนี้เราจะเริ่มเห็นไอ้ตัวสัตว์ประหลาดนั่นแว้บไปแว้บมา
ทั้งจากมุมกล้องบุคคลที่หนึ่ง และรายงานข่าวในหนังแล้ว
(ในรายงานข่าว เราจะเห็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย
ที่ร่วงหล่นมาจากตัวใหญ่ วิ่งเข้ามาทำร้ายคนด้วย)


พอสัตว์ประหลาดมันเริ่มอาละวาดมากขึ้น ตึกถล่มตู้มต้าม
มันให้ความรู้สึกเหมือนเหตุการณ์
911 เลยอะ รู้สึกว่าเราเป็นคนบนถนนคนนึง
แล้วตึกสูงๆก็ถล่มลงมาทั้งตึก มีควันพุ่งไล่หลังตามเรามาติดๆ ...
พวกตัวเอกของเราวิ่งเข้ามาหลบในร้านริมทาง โผล่ออกมาอีกที
บ้านเมืองก็เละเทะไปหมด หัวเทพีเสรีภาพโดนเขวี้ยงมาบนถนนหยั่งกะของเล่น

เมื่อสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ ทหารก็สั่งให้คนทั้งหมดอพยพ
เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งนึง (ไม่แน่ใจว่าหมายถึงบรู๊คลินหรือเปล่า)
ระหว่างที่เดินๆอยู่ เบธก็โทรมาหาร๊อบ บอกว่าเธอติดอยู่ในห้อง
เพดานหล่นลงมาทับเธอ ขยับตัวไม่ได้ มาช่วยหน่อย ...
โอ้ อีนี่ ดราม่าควีนล่อผู้ชายสุดริด ...ร้ายมาก


ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดแม่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้
ถล่มสะพานพังครืนลงมา ไอ้เจสันตายห่าไปเพราะหลบไม่ทัน
ตอนนั้นร๊อบคิดอย่างเดียว คือต้องไปช่วยเบธออกมาให้ได้
เลยตัดสินใจกันลงไปในสถานี
subway เพราะข้างบนน่ากลัวมาก
พวกทหารยิงกันตู้มต้ามๆ รถถัง ปืนใหญ่ บาซูก้า อาก้า มากันหมด
นี่กูดูเรื่องนี้ เหมือนได้ดู
Saving Private Ryan แถมไปในตัว

เพราะฉากที่ผ่านมา มีแต่การวิ่งๆๆๆๆ วิ่งหนีเอาตัวรอดสุดตีน
มุมกล้องก็เลยเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ดูไม่รู้เรื่อง ปวดตาด้วย
สิ่งเดียวที่ไม่เหวี่ยงอยู่บนจอก็คือ ซับไตเติ้ลภาษาไทยตัวเล็กๆ
(ก็แหม ...ถ้าตัวหนังสือมันเหวี่ยงตามมุมกล้องไปด้วยก็จะอินไปหน่อยสินะ)

พอลงมาใน
subway ได้ ค่อยสบายตาขึ้นหน่อย
เพราะมุมกล้องจะออกแช่นิ่งๆ ให้คนพักสายตากันแป๊บนึง
ซึ่งตอนนี้ร๊อบเองก็เสียใจ เพราะน้องชายก็ตายห่านไปแล้ว
แถมคนรักก็โดนฝาบ้านตกลงมาทับ กลัวจะตายหงส์ตามไปอีก
ยังไงก็ต้องไปช่วยให้ได้ แต่บนถนนก็มีแต่ทหารเต็มถนนไปหมด
มีทางเดียวที่จะไปได้ก็คือ เดินตามอุโมงค์รถไฟโปโผล่สถานีข้างๆ

โอย ...ฉากนี้ แค่มันตัดสินใจว่าจะเดินในอุโมงค์จริงก็ลุ้นโคตรแล้ว
ให้อารมณ์
blair witch มากๆ เพราะมีแค่ไฟดวงเล็กๆที่ฉายจากกล้อง
ดูไปก็ขำไอ้สัด เอ้ย...ไอ้ฮัดไปเพราะมันพูดแต่ละอย่าง
ล้วนแล้วแต่เป็นมงคลชีวิตในยามคับขันเสียเหลือเกิน
เดินไปสักพัก เจ๊มาเลน่าก็อุทานตกใจอุ๊ยตายว้ายกรี๊ด
เพราะหนูบนพื้นวิ่งกันป่าแตกผ่านตีนเธอไปเป็นพันๆตัว ...


แต่มันไม่ได้วิ่งแบบแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง
มันดันวิ่งไปทางเดียวกันทุกตัว เหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่าง
ก็เลยเกิดฉลาดขึ้นมาว่า กล้องมันมี
night mode นี่หว่า
ไหนๆ ลองใช้ดูซิ จะได้เห็นอะไรชัดๆหน่อย ...


พอเปิดพรึ่บขึ้นมา ปรากฏว่าแม่งมีตัวเชี่ยไรไม่รู้
ไต่อยู่บนเพดานเพียบเลยครับพี่น้อง รู้แล้วก็วิ่งสิครับ จะรอให้มันจับแดกเรอะ
จริงๆมันคือตัวเหาหรือปรสิตที่มันร่วงลงมาจากไอ้ตัวใหญ่ครับ
ในรายงานข่าวมีภาพให้เห็นแว้บๆแล้วว่า ไอ้ตัวนี้มันร่วงลงมา
หน้าตาคล้ายๆแมงมุมยักษ์ เขี้ยวยาวๆเยอะๆ น่ากลัวโคตร
แถมมีเสียงงุ้งงิ้งๆ หลอนชิบเป้ง ...ขอตั้งชื่อไอ้ตัวนี้ให้ฟังแลดูน่ารัก
และน่าเอ็นดู เพื่อลดความตึงเครียดของบล๊อคนี้ว่า
ซูมิเระจัง

ฉากตรงนี้ผมว่าเป็นฉากที่หลอนที่สุดในหนังแล้วอะ
เพราะมันรู้สึกว่าเราอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ซูมิเระจังก็เข้ามารุมโต๊ะ
เห็นภาพแว้บไปแว้บมา ว่ามันเอาเขี้ยวจิ้มฉึกๆ ...
กว่าจะหนีรอดวิ่งเข้าไปหลบในห้องนึงในสถานีรถไฟได้
เจ๊มาเลน่าของเราโดนซูมิเระจังกัดเหวอะหวะน่ากลัวมากๆ
แต่ถ้าไม่ไปไหนต่อ ก็คงจะต้องอดตายหมู่อยู่ใต้ดินนี่แหละ
ทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินต่อไปจนเข้าไปในห้างที่อยู่ในชั้นใต้ดิน
มีแสงสว่างจ้า ตอนแรกผมนึกว่ามันเช้าแล้ว หรือไม่ก็...
หักมุมจบว่าไอ้พวกนี้โดนซูมิเระจังฆ่าตายหมด แต่ไม่รู้ตัวว่าขึ้นสวรรค์มาแล้ว

ปรากฏว่า... จริงๆเป็นศูนย์บัญชาการทหารแบบชั่วคราวครับ
โชคดียิ่งกว่าถูกหวย เจ๊มาเลน่าเลยไปรักษาปฐมพยาบาลก่อน
แต่ตาร๊อบบอกว่ายังไงก็ต้องไปช่วยเบธให้ได้ ...ยังไงก้อต้องไป
ยังไม่ทันไร เจ๊มาเลน่าก็เดินง่อยๆบอกว่า
กูไม่ไหวแล้ว ...
ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า มีเลือดไหลออกมาจากตาเป็นสาย
ทหารในนั้นพอเห็นเลือดก็แหกปาก
อีนี่โดนซูมิเระจังกัดๆๆๆๆ

ทหารก็วิ่งเข้ามาลากตัวเจ๊มาเลน่าเข้าไปในเตนท์ผ้า
อีนุงตุงนังกันสักพัก เจ๊ก็ตัวระเบิดโพละเป็นโป๊ะแตกอยู่ในเตนท์
เลือดสาดกระจายเต็มผ้าเตนท์ ผมงี้อึ้งแดกไปเลย ...หลอนมากๆ
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่
ตอนแรกผมนึกว่าทหารยิงเจ๊มาเลน่าตาย เพราะกลัวว่าจะแพร่เชื้อ
หรือจะมีตัวอะไรออกมา แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นว่าเจ๊แกท้องบวมมากๆ
อันนี้ต้องรอคนมาเฉลยกันต่อไป

กลับมาที่ตาร๊อบที่ยืนยันว่ายังไงก็ต้องไปหาเบธให้ได้
ขอร้องให้ทหารปล่อยตัวไปเถอะ ทหารก็แสนจะน่ารักใจดี
ยอมปล่อยไป แถมบอกว่าให้กลับมาขึ้น ฮ. ที่ไหนตอนกี่โมง
โอ้ว ...ทำไมมันง่ายงี้เนี่ย ผิดคาดมากๆ


พอโผล่ขึ้นมาบนภาคพื้นดิน ก็พบว่าอพาร์ทเมนต์ของเบธ
โดนไอ้ตัวยักษ์ถล่มเอียงกะเท่เร่ไปพิงกับอีกตึกนึงข้างๆ
ก็เลยต้องใช้วิธีวิ่งขึ้นจากไอ้ตึกข้างๆนั่นแหละ เดินปีนข้ามไปจากชั้นบน...
ฟังดูเท่มากๆ เหมือนดู
MI3 ไปในตัว ตอนแรกก็จะตัดบทขึ้นลิฟท์กันไปชั้นบนสุด
แต่สัตว์ประหลาดมันถล่มราบคาบซะขนาดนี้ ลิฟท์มันจะเหลือเรอะ
ก็เลยต้องเดินขึ้นบันได้กันประมาณ
60 ชั้นเห็นจะได้
(น่าจะจับไอ้พวกนี้ไปแข่งวิ่งขึ้นบันได
Vertical Marathon ที่โรงแรมบันยันทรี
เขาจัดแข่งกันอยู่ทุกปี รับรองว่าชนะได้ถ้วยแน่ๆ)


พอปีนไปชั้นบนสุด ก็ต้องข้ามไปตึกอพาร์ทเมนต์ของเบธ
แล้วเดินลงมาอีกรอบ แล้วค่อยพังประตูเข้าไป...
ปรากฏว่าเบธยังไม่ตายจริงๆด้วยครับ ทั้งๆที่โดนเหล็กเส้น
(ในวงการซิเมนต์ เขาเรียกว่า เหล็กข้ออ้อย นะครับ)
แทงข้างหลังทะลุถึงหัวนม ซิลิโคนทะลักซะ เว่อร์ได้ใจมาก
ตอนแรกผมนึกว่าตายไปแล้ว เพราะหลับตาพริ้มซะขนาดนั้น
เดาไปว่า ไอ้พระเอกมันต้องเสียใจ ตีอกชกนมที่มาช่วยไม่ทัน
แล้วก็ทำท่าเสียสติเอาร่างเธอขึ้นมากอด คล้ายๆโฆษณาไทยประกันชีวิต
ชุดน้องสอยดาว เอ้ย แสงดาวเป็นลูคิเมีย ...อะไรทำนองนั้น

แต่ไหนๆก็ไม่ตายละ ...ตรงนี้ก็เลยขอมีบทดราม่าจัดๆนิดนึง

 
โอว ..ร๊อบ ... นั่นเธอจริงๆเหรอ เธอมาช่วยฉันจริงๆด้วย

แหม... อีผักสด ... ก็ใช่น่ะสิครับ ก็แกไม่ใช่เรอะที่เรียกมันมา รีบๆหุบปากแล้วหนีเถอะ
คนดูเขาอยากดูสัตว์ประหลาด ไม่ใช่ผู้หญิงโดนเหล็กจิ้มนมเว้ย...

ก็แหงละครับ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น...
ต้องปฏิบัติการ
MI3 ปีนย้อนกลับไปที่ตึกข้างๆกันอีกรอบนึง
แถมตอนเดินลงยังเจอตัวซูมิเระจังอีกตัวด้วย...
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือต้องไปขึ้น ฮ. ให้ทัน
เพื่ออพยพหนีออกจากเมือง หลังจากที่สถานการณ์ควบคุมไม่ได้
ทางรัฐก็ออกมาตรการจะบอมบ์ปูพรมทำลายเมืองนี้ทั้งหมด
ถ้าไปขึ้น ฮ.ไม่ทัน ก็ต้องตายอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าจะตายแบบไหน
1. โดนระเบิดปูพรมตายห่า
2. โดนสัตว์ประหลาดยักษ์จับกิน
3. โดนซูมิเระจังรุมกินโต๊ะ
4. อื่นๆ ตามแล้วแต่จะคิด...

ก็นะ ...มาถึงขนาดนี้แล้ว จะไปไม่ถึง ฮ.ก็จะใจร้ายกันเกินไป
แต่พอจะขึ้น ฮ. ก็โดนจับแยก เจ๊ลิลลี่ แฟนของเจสันไปก่อนลำนึง
ส่วนร๊อบ เบธ และฮัด ไปอีกลำนึง ...

พอ ฮ.บินขึ้น เราก็ได้เห็นสัตว์ประหลาดในมุมที่ชัดเจนขึ้น
แต่ผมก็ไม่รู้จะบรรยายว่าหน้าตามันเป็นยังไงเหมือนกันแฮะ
ทันใดนั้น เครื่องบินรบก็โปรยระเบิดปูพรมใส่ไอ้ตัวยักษ์ตู้มๆๆๆๆ
จนมาล้มลงแผละจมกองฝุ่นไป ...โอ้ว มันล้มแล้วๆ
มันตายแล้วแน่ๆ จบแล้วๆ ...เย้ๆ


แต่ป่าวครับ ขณะที่คนใน ฮ. กำลังตื่นเต้นดีใจ
ไอ้ตัวยักษ์นี่ก็โผล่พุ่งขึ้นมางาบ ฮ. ของพระเอกเราจนเครื่องตกที่เซ็นทรัลพาร์ค
อะไรมันจะซวยได้ใจขนาดนี้วะเนี่ย ?

ภาพตัดมาอีกครั้ง ตอนที่ ฮ.ตกที่เซ็นทรัลพาร์คเป็นซากไปแล้ว
แต่ทุกคนยังอยู่รอดดี รวมทั้งกล้องวิดิโอบักอึ้ดด้วย
พอลากสังขารออกมาจากซากเครื่อง ไอ้ตัวยักษ์นั่นก็ตามมาอีกครับ
ตรงนี้เราจะได้เห็นหน้าไอ้ตัวร้ายนี่แบบเต็มใจใหญ่ยักษ์เลย
ใครที่สงสัยว่า เรื่องนี้เราจะได้เห็นตัวร้ายนี้ชัดๆหรือเปล่า
ขอบอกเลยครับ ว่าฉากนี้ชัดโคตรๆ เห็นแบบเต็มจอเลยเชียวละ
งานนี้ไอ้ฮัดหนีไม่ทัน โดนจับแดกตามระเบียบ ...ซวยที่สุด
ว่าจะรอดๆ ก็ไม่รอดแหะ


ร๊อบกับเบธเห็นท่าไม่ดี คว้ากล้องแล้ววิ่งไปหลบใต้สะพาน
แล้วถ่ายหน้าตัวเองบอกชื่อใส่กล้องไว้เป็นหลักจารึกเผื่อตัวเองตายไป
ยังไม่ทันจะได้ถ่ายเบธ สะพานก็โดนระเบิดถล่ม เห็นแต่ไฟพุ่งสีแดงๆ
...

ภาพตัดไปที่ภาพเก่าในเทป ตอนที่ร๊อบและเบธไปเที่ยวกัน
ที่ทะเลแห่งนึง หน้าตายิ้มแย้มและมีความสุข ...
(เทปม้วนที่ใช้ถ่ายเหตุการณ์ทั้งหมด เป็นเทปที่ค้างอยู่ในกล้องแล้ว
เลยมีภาพเก่าๆที่ยังไม่โดนอัดทับออกมาเป็นระยะๆ)


จบ...


แม้แต่
ending credit ก็เป็นเพียงตัวหนังสือนิ่งๆ
ไม่มีดนตรีอะไรเลยครับ หลอนได้ใจเหลือเกินหนังเรื่องนี้

4.
ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆครับ ให้คะแนนสัก
8.5/10
เพราะชอบในมุมมองการนำเสนอ ที่ให้ความรู้สึกอินโคตรๆ
โดยเฉพาะฉากซูมิเระรุมกินโต๊ะในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน

หนังอาจดูห้วนไปหน่อย เพราะไม่มีการบอกที่มาที่ไป
ว่าไอ้ตัวเชี่ยนั่นมาจากไหน (จริงๆมีบอกในหนังตอนจบ
ลองไปหาอ่านกันเองนะขอรับ)
แล้วก็ไม่ได้บอกอีก
ว่ามันจบยังไง มันตายไหม? พระเอกนางเอกตายไหม?
แล้วเจ๊ลิลลี่ที่ขึ้น ฮ. ไปก่อนรอดหรือเปล่า ...?
เกิดอะไรขึ้นกับเจ๊มาเลน่าถึงได้ระเบิดโพละโป๊ะแตกอย่างนั้น

ผมออกมาจากโรงหนังพร้อมกับคำถามที่ไม่มีคำตอบมากมาย
เหมือนกับว่าผู้กำกับให้การบ้านคนดูทุกคนให้ไปหาคำตอบ
เปิด
google เปิด Wikipedia แล้วเขียนเป็นรายงานส่งคุณครู
ซึ่งตอนนี้ก็มีแฟนหนังเริ่มรวบรวมข้อมูลมาปะติดปะต่อกันมากขึ้น

กลายเป็นว่าความสนุกมันไม่ได้จบตามหนังไปด้วยครับ
เรายังต้องมาสนุกนอกจอ กับการหาคำตอบของปริศนาในหนัง
ซึ่งการผูกเรื่องทั้งหมดนั้นล้ำลึกมากๆครับ

ส่วนที่ผมไม่ชอบในตัวหนังครั้งนี้คือ ซับไตเติ้ลครับ
ผมจำไม่ได้ว่าใครแปล เพราะกำลังอึ้งว่า
อ้าว...นี่มึงจบแล้วเรอะ
แต่ผมว่าแปลแล้วใช้คำไม่เข้ากับสถานการณ์เท่าไร
บางช่วงมันตึงเครียดจะตายห่า ดันมีศัพท์กะเหรี่ยงๆแบบ
ขอบอก
รู้สึกขัดอารมณ์มากๆเลยว่ะ ...

5.
อีกอย่างที่ผมชอบหนังเรื่องนี้ คือ การโปรโมตหนังที่พิสดารพันลึก
คือการใช้วิธี
Viral Marketing หรือการสร้างกระแสให้เกิดการบอกต่อ
คล้ายๆกับการแพร่เชื้อให้กระจายแทรกซึมไปในวงกว้างครับ

ใน
teaser และตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก่อนไม่ได้บอกเราชัดเจน
ว่าสัตว์ประหลาดนั้นคือตัวอะไรกันแน่ ... คนก็พากันเดาไปเรื่อย
มีการตั้งทฤษฎี และ
speculation กันไปต่างๆนานา
ในเว็บไซท์ของหนังเองก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรไว้มากมาย
แต่กลับมีเว็บไซท์หลอก ที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลแบบลับๆ
เช่น เว็บเครื่องดื่ม
slusho ที่เป็น product ของบริษัทญี่ปุ่น
ที่ร๊อบจะไปทำงานด้วย ซึ่งถ้าเปิดอ่านดีๆ จะได้ข้อมูลแปลกๆ
เป็นคำใบ้ของปริศนาในหนังให้มาปะติดปะต่อกันด้วย

หรือแม้แต่ตัวละครอย่างร๊อบ ฮัด เจสัน มาเลน่า
ก็ล้วนแล้วแต่มีบล๊อคอยู่ในอินเตอร์เนทจริงๆด้วยครับ
ให้ความรู้สึกว่าคนพวกนี้ มีตัวตนจริงมากขึ้นเยอะเลย

ผมว่าอีกไม่นาน เราน่าจะเข้าใจหนังเรื่องนี้มากขึ้นเยอะครับ
เพราะท่าทางน่าจะมีข้อมูลใหม่ๆถูกปล่อยออกมาเป็นระยะครับ

6.
คุณจะชอบหนังเรื่องนี้ถ้า:
- คุณเป็นแฟนของซีรี่ส์เรื่อง Lost
- คุณเคยดู Blair Witch Project แล้วทนดูมุมกล้องแบบนั้นได้จนจบ
- คุณไม่ต้องการตรรกะ เหตุผล หรือวิทยาศาสตร์จากหนังสัตว์ประหลาด
- คุณช่างสังเกต หาข้อมูล และคำตอบหลังจากดูหนังจบ
- คุณดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังขนาดใหญ่ ที่นั่งโซนด้านหลังไม่ต้องแหงนคอ

คุณจะเกลียดหนังเรื่องนี้ถ้า:
- คุณอยากรู้ว่าไอ้ตัวสัตว์ประหลาดนั่นคืออะไร มาจากไหน มาทำไม --- เพราะคุณจะไม่ได้รู้
- คุณชอบสัตว์ประหลาดที่แสดงอภินิหารปล่อยแสงแบบก๊อดซิลล่าได้ --- เพราะคุณจะไม่ได้เห็น
- คุณชอบหนังที่ภาพสวยๆนิ่งๆ มุมกล้องวิจิตรบรรจงงดงาม --- เพราะมันไม่ใช่
- คุณคาดหวังว่า หนังจะเต็มไปด้วยฉากแอคชั่นอันน่าตื่นตาตื่นใจ --- เพราะมันไม่มี

7.
คำถามที่ผมสงสัย (ไม่เกี่ยวกับหนัง):
อ้อ... ผมสงสัยว่ะครับ ... ว่าหนังทำลายล้างถล่มเมืองมันถ่ายทำได้ไง
ผมแยกไม่ออกจริงๆครับ ว่าอะไรคือ
CG และอะไรคือของจริง
เพราะว่าความรู้สึกตอนนั้น ทุกอย่างมันดูจริงไปหมด...
นึกภาพไม่ออกว่า ถ้าไอ้ตัวนี้มันมาบุกกรุงเทพฯบ้านเรา
ฉากที่มันถล่มสยามพารากอน หรือตึกใบหยกระเบิด มันทำยังไงครับ?

ผมดูเรื่องนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องอ้วกแตก เวียนหัวอะไรเท่าไร
ส่วนนึงเพราะผมนั่งค่อนข้างไกลจากจอด้วยละมั้งครับ
ผมล่ะสงสัยจัง ว่ามีคนที่อ้วกแตกเพราะดูหนังจริงๆเหรอครับ?
ไอ้ดูแล้วเวียนหัวนี่ไม่เท่าไรนะ แต่ถึงขนาดอ้วกนี่ดูจะเว่อร์ไปนิดเนอะ

ส่วนเรื่องกล้องวิดิโอบักอึ้ดที่ใช้ถ่ายเหตุการณ์ทั้งหมด อยากรู้ว่ายี่ห้ออะไรคับ?
ผมว่าน่าจะมีแบรนด์ไหนก็ได้ เข้ามาอ้างหน่อยนะว่าเป็นกล้องยี่ห้อของตัวเอง
จะได้มีจุดขายเรื่องความแข็งแรง ทนทาน แบตเตอรี่อึดทนนาน


ใครไปดูมาแล้ว ชอบไม่ชอบยังไงบอกด้วยนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่ได้ไปดู แต่คิดว่าจะไป

แต่รอหายหวัดก่อน แหะๆ
ข้อสุดท้ายผมก็สงสัยเหมือนกันopen-mounthed smile

#2 By UnknowPerson on 2008-01-19 21:44

ไม่เคยดูแฮะ
แบบว่าไม่ได้เข้าโรงหนังมานานนน...แล้วอะ

พี่เขียนรีวิวได้สนุกสุด ๆ

#3 By accel on 2008-01-19 21:57

ก็เหมือนคนที่เล่นเกม 3D ได้กับไม่ไ่ด้ นั่นแหละครับ
โชคดีที่คราวนี้ผมยังไม่ได้ทานอะไรก่อนเข้าไปดูหนัง
แต่ถึงกระนั้นก็เกือบลุกออกจากโรงแล้ว ทรมานมากๆ

#4 By Chubby Chocobo on 2008-01-19 22:01

เป็นหนึ่งใน "หนังดี" สำหรับผมประจำไตรมาสนี้ครับ big smile
ดูแล้วไม่ผิดหวัง จะผิดก็แต่น้อง ม.ปลายนั่งหน้าออกอาการเหมือนแพ้ท้อง
เดินเข้า-ออกนอกโรงบ่อยมาก (ประมาณ 3-4 รอบได้ึครับ)
ส่วนเรื่องกล้อง อันนี้ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันท่าน...
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6243544/A6243544.html
ปล. นี่ก็ตั้งชื่อซะน่ารักเชียว..."สุมิเระัจัง" sad smile
อยากดูฮะ เห็นมาหลายบล็อกแล้ว ท่าทางน่าสนุก confused smile

#6 By SanokI on 2008-01-19 22:03

เต็มอิ่ม 160
ไว้จะไปเสีย 160 ของตัวเองจริงจังอีกที
อ่านแล้วแอบนึกถึง I AM LEGEND sad smile

#7 By 【零-blUeFaKe-】 on 2008-01-19 22:08

เฮ้อ .... ห่างหายจากการดูหนังมานานเหลือเกินครับ
อ๊ะเปลี่ยน Description แล้วนี่
ไม่ใช่ "มนุษย์เงินเดือนที่เซี้ยวที่สุดในกัมพูชา"

(บองเค่า : เจือกอะไรฟร่ะ)sad smile
ละเอียดดีครับ ไว้รอ DVD ออกค่อยเช่ามาดู

แต่เรื่องเวียนหัวจนอ้วกนี่ เป็นได้จริงๆนะครับ บางคน
จะ sensitive กับมุมแบบนั้น ทำให้ปวดหัว คลื่นเหียน
ถ้ากินอะไรมาใหม่ๆก็ไม่รอด อ้วกแน่ๆ

#9 By @ri on 2008-01-19 22:12

#8 คุณแพนด้าช่้างสังเกตมากครับ กลายเป็นเวอร์ชั่นใหม่แล้ว (ฮา)cry
จําแม่นจริงๆ confused smile confused smile confused smile

#11 By riddler on 2008-01-19 23:09

ขยันมาจำเนาะ ว่าจะไปดูเหมือนกัน
วิจานถูกใจ cry Hot!

#12 By bellblog on 2008-01-19 23:48

ขอเม้นต์หน่อย ว่าสนุกมาก อ่านแล้วขำอ่ะ
ยังไม่ได้ดู แต่มาหาข้อมูล
เขียนได้ฮามาก 555ขอบจัยนะ

#13 By อ้อ (125.24.216.77) on 2008-01-20 01:06

โอ้ๆ หนังสนุกมากครับ แต่นี่เขียนละเอียดดีมากเลยครับ
(ในไดอะรี่ผมยังไม่ละเอียดเท่านี้เลย กลัวคนด่าว่าสปอยล์เละ - -")

แหม.. ซุมิเระจัง 555+

ป.ล. ผมดู 2 รอบแหล่ว กะไปรอบที่ 3 อีก ชอบๆ

#14 By korstudioXD on 2008-01-20 05:47

ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ไปดู เพราะตอนดู Blair Witch ไม่ชอบเอามากๆ ไม่เกี่ยวกับกล้อง แต่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เลยเหมาเอาว่า ไอ้นี่คงจะไม่มีเรื่องอะไรคือๆ กับแม่มดนั่น

แต่หลังจากผ่านมาอาทิตย์นึง มีคนบอกว่าสนุก (แต่เวียนหัว อันนี้พูดกันทุกคน) เลยสนใจ ยิ่งพอได้อ่านว่าต้องไปหาข้อมูลมาเพิ่มนี้ สุดยอดเลย อยากออกไปดูซะเดี๋ยวนี้เลยแฮะ

#15 By gsawa on 2008-01-20 13:23

คิดว่าจะไปดูหนังเรื่องนี้ เลยขออ่านผ่าน ๆ
เพื่ออรรถรสในการชมภาพยนตร์ confused smile

แต่ทำที่อ่านรีวิวแล้ว ... อืมมมม
ต้องทนกับมุมกล้องให้ได้ !!

ยิ่งอ่านสปอยล์ก็ยิ่งอยากดู !!
ไปแคะเงินในกระปุกก่อนค่ะ sad smile
Hot!

#16 By {CODE;4079} on 2008-01-20 15:09

เอ...จะไปดูดีป่ะเนี่ยะ..ถ้ามีคนเลี้ยงก็จะไปดูละกันดีกว่า... แต่ๆๆ ปอนก็สงสัยเรื่องกล้องเหมือนกันนะครับ ปอนนึกว่าตอนท้ายอาจมีอะไรทำให้เห็นยี่ห้อกล้อง เพราะมันน่าจะทำให้เกิดดังขึ้นมาเชียว...

ที่ปริศนามากมายขนาดนี้จะมีภาค 2 หรือเปล่าครับ..เนอะdouble wink confused smile

#17 By ปอนปอน on 2008-01-20 15:13

ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้แล้ววว

#18 By PERFECT WEDNESDAY on 2008-01-20 15:59

ท่าทางจะไม่แนวเรา
ขอบคุณที่เขียนซะ เห็นภาพชัดเชียว cry
ไปดูมาแล้ว ชอบเช่นกันครับ .. แทบจะตื่นเต้นอยู่ทั้งเรื่อง ..

ชอบอีกอย่างก็ตรงที่มันมีข้อมูลอีกมากมายให้เราคิดกันต่อนี่แหละครับ .. ต้องขอชมผู้สร้างจริง ๆ ว่าทำได้เจ๋งไปเลย .. big smile

#20 By anonymouz on 2008-01-20 20:08

กระแสแรงจริงๆเรื่องนี้
ตอนแรกไม่กะดูนะเนี่ย(เดาว่าคง ตู้มๆตายหมด)
อ่านรีวิวแล้วฮามั่กๆ
อยากดูเลย

#21 By flawas on 2008-01-20 20:57

ช๊อบชอบ เรื่องนี้
พระเอกก็หล่อ แถมตายตอนจบพร้อมกับชะนีสุดสวยเอ๊กซ์แตกหน้าเหมือน Jennifer Conelly อีก สม

มีหนังอีกเรื่อง ที่Sam Mandes ทำเรื่อง Jarhead อันนั้นก็เริ่ดคือใช้กล้องมือ วิ่งถ่าย ไม่ใช้โรลเลอร์ คือมันได้มุมดีกว่าการถ่ายแบบนั้น

ปล. แปลกมากที่ไม่ว่ากลุ่มตัวเอกของเรื่องนี้จะไปที่ไหน ไอ้ตัว ซูมิเระคุง มันก็จะตามไปที่นั่นด้วย ดังนั้นถ้ากทม เกิดเหตุการณ์ ตู้มๆแบบนี้ อยู่กับที่ดีที่สุดฮ่ะ โอกาสตามก็เท่ากัน

#22 By มนุษย์กล่อง on 2008-01-21 00:43

สวัสดีค่ะ มาแสดงตัวว่าเป็นแฟนคลับอีกคนน่ะค่ะ แอบเข้ามาอ่านบล๊อคนี้ซักพักแล้ว ซุ่มเงียบอยู่นาน วันนี้มาให้กำลังใจ แล้วก้อยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะคะ

#23 By Zephyr on 2008-01-21 12:13

ยังไม่ได้ดูแฮะ แต่วิจารณ์ได้ถูกใจ(และสะใจ)มาก cry รอแผ่นเอาแล้วอาจจะเก็บมารับชม open-mounthed smile

ข้อ 6 นั่น เรามีทุกข้อในส่วนข้อที่ไม่ควรไปดู แต่หนังแบบนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยิ่งพวกโอเพ่นเอนดิ้ง ปริศนาเยอะๆ ยิ่งชอบ กรั่กๆๆ -w-b

สงสัยข้อสุดท้ายเหมือนกัน กล้องอะไรอึดได้อึดดีเหลือเกิน open-mounthed smile

#24 By Tamichi / mhapia on 2008-01-21 19:21

อ้าว กลับมาแล้วหรือคะนี่(แปลกใจอยู่ เพราะเห็นไตเติ้ลบลอกเปลี๊ยนไป๋)

อ่านแล้วอยากดู เขาว่าคล้าย Blair witch ผสม Gozilla แต่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบหนังแนว Blair Witch(ไม่เกี่ยวกะมุมกล้อง)

ลังเลว่าจะไปดูดีมั้ยเนี่ย

ปล.555+ มีคนอ้วกจริง ๆ นะคะ เห็นเขาบอกมาเยอะ

#25 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-01-22 04:04

เหอๆ อ่านแล้วคงจะไม่ไปดูแน่เลย sad smile

#26 By ViRTuE on 2008-01-24 23:34