แล้วจะเชื่อใครดีละเนี่ย ...
posted on 01 Feb 2008 07:29 by bongtao in etc
1.
สวัสดีผู้ชมทางบ้านและผู้ชมทางห้องส่งครับ
คุณกำลังชม รายการแฉชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เซี้ยวที่สุดในกัมพูชา ภาคสองครับ...
วันนี้เราย้ายห้องส่งจากห้อง 402 โรงแรม La Parranda มาที่ห้อง 504 แทนครับ
2.
เมื่อวานผมออกจากออฟฟิศเร็วกว่าปกติ
เพราะว่าต้องกลับบ้านมาจัดกระเป๋าเดินทางใบยักษ์
และต้องไปหาหมอ ที่โรงพยาบาล หู ตา คอ จมูก ตูด ...
ผมเริ่มมีอาการไอกะด๊อกกะแด๊กตั้งแต่ช่วงที่กลับไปเมืองไทยใหม่ๆ
จนอาการเริ่มทรุดหนัก เพราะไอมากจนช่องท้องเกร็ง ปวดท้องเหมือนโดนต่อยจนจุก
ผมก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หู ตา คอ จมูด ตูดนี่แหละ ฟังชื่อแล้วมันตรงกับอาการที่สุดละ
(เคยสงสัยว่า เขาเคยคิดจะตั้งชื่อโรงพยาบาลให้มันฟังดูดีหรือเท่กว่านี้ไหม
...แต่ถ้าตั้งออกมาแล้วเป็นชื่อ โรงพยาบาล กรรณ เนตร ศอ นาสิก ...ก็อย่าเลย
ลำบากคนไข้ต้องไปรื้อฟื้นความจำวิชาภาษาไทย ป.3 ...)
ไปหาหมอครั้งนั้น หมอเป็นหมอตี๋อายุประมาณสามสิบ หน้าตาเบื่อโลกมากๆ
เอาแท่งเหล็กแบนๆแหย่จะให้เราอยากอ้วก (โคตรเกลียดเลยครับ การตรวจแบบนี้)
ส่องหู ส่องจมูกอีกนิดนึง ก็ลงความเห็นว่าเป็นหลอดลมอักเสบ
จ่ายยามาให้กินหนึ่งอาทิตย์ มีทั้งยาเม็ดยักษ์ขนาด 1000 มิลลิกรัม
ไปจนถึงยาขยายหลอดลม ขนาด 25 มิลลิกรัมที่ยังต้องกินครึ่งเม็ดทั้งๆที่มันเม็ดเล็กมาก
หมอกำชับว่า “พยายามพูดให้น้อยๆ ใช้เสียงน้อยๆ กินน้ำเยอะๆ
งดกินของเย็น น้ำเย็น”
ผมจึงทำตามคำสั่งหมอด้วยการไปร้องคาราโอเกะเมื่อวันเสาร์ 4 ชั่วโมงรวด
เนื่องจากเพื่อนๆมันดันไปจองห้องแบบเหมาคืน เราก็กลัวจะไม่คุ้ม ...เลยซัดซะขนาดนั้น
ไฮไลท์ของค่ำคืนนั้นคือเพลง “เกรงใจ”
ของแรพเตอร์พร้อมท่าโหนรถเมล์สาย 8 ที่ฝึกมาอย่างชำนาญ
เลยได้อาการน่องเคล็ดแถมมาอีกสองวัน เดินลงบันไดไม่ได้ คล้ายๆเพิ่งไปปีนภูกระดึงมา
...
ยัง ยังไม่พอ ... วันอังคาร ยังไปซัดไอติมสเวนเซ่นมาอีกรอบนึง ...
แต่ก็ยังกระมิดกระเมี้ยน กินแค่ลูกเดียวทั้งๆที่ใจอยากกินสักสามสี่ลูก
แถมตอนทำงานที่ กทม. ก็แทบไม่ได้หยุดพูด เพราะมีทั้งประชุมและรับโทรศัพท์ทั้งวัน
จนสุดท้ายวันพุธก่อนเดินทาง อาการแทบจะเรียกได้ว่า “ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย” ...
3.
เย็นวันพุธ ผมกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง ...
แต่คราวนี้ได้หมอคนใหม่ หน้าตาเหมือนหมอตี๋อายุสี่สิบ คุยสนุกมากมาย
พอรู้ว่าผมจะไปทำงานที่เขมร ก็เม้าธ์เรื่องคดีเขาพระวิหารกันเมามันส์มากครับ
ตรวจครั้งนี้โดนเอาแท่งเหล็กแหย่อีกแล้ว สรุปว่ายังคงเป็นโรคหลอดลมอักเสบเหมือนเดิม
แต่หมอบอกว่า “น้ำเย็นกินได้เลย ไอติมก็กินได้
ไอ้ที่เขาห้ามนี่มันมั่วมานานหลายปีแล้ว
ไม่ได้เกี่ยวกันสักหน่อย ...”
อ้าว ... แล้วกรูจะเชื่อใครดีวะครับเนี่ย ?
แถมจ่ายยามาก็ไม่เหมือนกับหมอคนแรกสักกะตัวเลยครับ ผมละงงจริงๆ
นี่ถ้าหมอสองคนนี้วินิจฉัยเคสยากๆ สมมติว่าเจอจุดดำๆแถวๆปอดในฟิล์ม X-ray
หมอคนแรกคงจะบอกว่าเป็นก้อนมะเร็ง ส่วนอีกคนอาจจะบอกว่าเป็นเงาของหัวนมก็ได้...
เรื่องของเย็นนี่ผมไม่รู้จริงๆครับ ว่าตกลงแล้วมันควรจะยังไงกันแน่
เพราะผมก็ได้รับการเสี้ยมสอนมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นหวัดห้ามแล้วห้ามกินน้ำเย็น
อยู่ที่นี่ ผมสามารถกินน้ำอุ่นทั้งวันได้สบายมากๆ
เพราะพยายามเลี่ยงน้ำแข็งอยู่แล้ว
แต่ถ้ากินได้จริงๆ พรุ่งนี้จะรีบไปซัด Swensen’s ที่ห้างโสรยาชดเชยวันก่อนให้สะใจเลยครับ
4.
แอบบ่นเรื่องงานนิดนึงเถอะ...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...
วันนี้เจอเรื่องปวดกบาลตั้งแต่เข้าออฟฟิศเลยครับ
ตอนเช้าผมนั่งเขียน to do list 7-8 รายการลงในกระดาษทิชชู่บนเครื่องบิน
กะว่าถึงออฟฟิศจะแบ่งงานให้ลูกน้องทั้งสองทำให้เสร็จภายในวันนี้
ปรากฏว่าพอถึงออฟฟิศแล้วจึงรู้ว่า ลูกน้องทั้งสองของผมลาวันนี้ครับ
เป็นการลาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งๆที่จริงแค่ text หรือเมล์มาบอกก่อนก็ได้
งานที่เขียนไว้เลยต้องทำเองทั้งหมด ...
วันแรกก็ต้องท่องคาถาม “เลทส์โก ซะระริมัง!” ซะแล้วสิครับเนี่ย ...
ที่คณะฯพวกเอกขับร้องกินเหล้ากันประจำ แต่กินกนแล้วเงียบ ไม่ค่อยพูด (เดี๋ยวเสียงพัง)
#1 By iMase on 2008-02-01 08:19