5 ข้ออ้างยอดนิยมที่ใช้ชิ่งทริป
posted on 02 Feb 2008 00:32 by bongtao in etcหลังจากบากบั่นไล่ล่าจองตั๋วเครื่องบินอยู่หลายวัน
ในที่สุดตอนนี้ผมก็มี booking ตั๋วในวันที่อยากไป
และเป็นราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์อยู่ในกำมือเสียที
ผมต้องจ่ายเงินเพื่อออกตั๋วภายในสี่โมงเย็นวันพรุ่งนี้
ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี ...
แต่ก็ไม่ครับ...
ผู้ร่วมทริปของผมเกิดปัญหาลังเล เนื่องจากตอนนี้พ่อป่วยหนัก
ใช่ครับ ... ตอนนี้นี่เดือนสอง แต่เราเดินทางกันเดือนสี่
แต่ผมก็เข้าใจนะครับ ผมมาทำงานที่นี่ ห่างครอบครัว นอนคนเดียวหกเดือน
ผมเข้าใจความสำคัญของคำว่า “ครอบครัว” มากกว่าเดิมเยอะ
การตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้เราเสียใจไปตลอดชีวิต
จริงๆช่วงสงกรานต์อาจจะเป็นเวลาที่เหมาะกับการอยู่กับครอบครัวมากกว่าครับ
... ผมจะได้ไปญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์หรือเปล่า พรุ่งนี้ก็รู้ครับ ฮะๆ
2.
ผมจัดทริปมาเยอะ ผ่านพ้นมาด้วยดีก็เยอะ ล่มเละเทะก็ไม่น้อย
ส่วนมากทริปที่ล้มไม่เป็นท่า มักจะมีปัญหาจากการเตรียมทริปล่วงหน้ามากไป
ไอ้ประเภทที่คุยกันล่วงหน้าสามสี่เดือนเนี่ย ล่มทั้งน้านนนน ...
อีกปัจจัยนึงที่ทำให้ทริปล่มก็คือ คนเดินทางเยอะเกินไปครับ
เรื่องการเดินทาง ผมไม่เคยเชื่อเรื่อง the more, the merrier ครับ
คนเยอะยิ่งเรื่องมากครับ พอคนนึงมันเกิดไปไม่ได้ มันจะเกิดปฏิกริยาลูกโซ่
ไอ้นั่นไม่ไป อีนี้ก็ไม่ไป ..สุดท้ายก็ไม่ไปกันหมด จบข่าวอาชญากรรมครับ ...
หรือพอไปกันเยอะๆ ก็จะมีการรอกันไป รอกันมา
ไอ้นี่ไม่คอนเฟิร์ม อีนั่นก็รออีโน่น กว่าจะได้ตกลงกันก็ที่พักเต็ม ตั๋วเต็มแล้ว...
ไม่ต้องไปกันพอดี นั่งแหง่กกันอยู่กรุงเทพฯนี่แหละ
อย่าแปลกใจครับ ที่ทุกวันนี้ ผมรู้สึกเฉยๆกับการไปไหนมาไหนคนเดียว
หรือถ้าไปเที่ยวกันจริงจัง ก็ไม่อยากให้ลูกทริปเกินห้าหกคน ...
ผมว่าเลข 4 และเลข 6 เป็นตัวเลขที่เหมาะกับการเที่ยวแบบกลุ่มที่สุดเลยล่ะ
เอาล่ะ ...เกริ่นมามากพอแล้ว ...
วันนี้เราจะมาพูดถึง 5 อันดับข้ออ้างยอดนิยมในการชิ่งทริป
หลังจากที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ อยู่ดีๆมันก็ชิ่งกันดื้อๆครับ น่าตบกบาลสุดๆ
...เจอมาเยอะครับ บางอันก็ฟังเข้าท่า บางอันก็ดูแถๆไถๆยังไงชอบกล
1. ไม่มีเงิน
ถ้าอยู่ดีๆ ลูกทัวร์เกิดมาอ้างกับผมว่า “ช่วงนี้เงินช๊อตว่ะ ขอบายดีกว่า”
ผมจะไม่ตื๊อ ไม่ง้อ ไม่อะไรทั้งนั้นครับ ... ข้อนี้เหตุผลค่อนข้างสมบูรณ์
ผมคงไม่แนะนำให้มันไปกู้เงินจากสหกรณ์หมู่บ้านเพื่อมาเที่ยวเกาะสมุย
มันดูเกินเหตุไปนิด ... เข้าใจครับว่าแต่ละคนมีกำลังทรัพย์ไม่เท่ากัน
สำหรับบางคน เงินไม่กี่พันบาทอาจมีผลให้ชีวิตหรือครอบครัวดีขึ้นเยอะ
แต่สำหรับบางคน อาจจะจ่ายเงินเป็นหมื่นๆบาทได้สบาย (เช่นผมในตอนนี้)
ทั้งนี้ทั้งนั้น จะอ้างทั้งที ก็ขอให้มันดูเป็นเหตุจำเป็นจริงๆนะ
ถ้ามาอ้างว่าไม่มีเงิน เพราะอาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปซื้อกระเป๋ากุชชี่ใบใหม่
ผมจะจิกหัวลากมันให้เอากระเป๋าไปตึ๊งที่โรงรับจำนำเอาเงินมาเที่ยวครับ
2. ป่วย เปื่อย เปื่อย
คนบางคน บทมันจะป่วย มันก็จะมาเจ็บป่วยล้มตายกันก่อนทริปสองสามวันครับ
ท้องเสีย เวียนหัว เจ็บคอ แพ้อากาศ ...สุดแล้วแต่ร่างกายจะป่วยได้ครับ
จริงๆเหตุผลนี้ถ้า fight นิดนึงก็ยังไปเที่ยวได้น่า ... รีบรักษาตัวดีๆ พักผ่อนเยอะๆ
ไม่ใช่ไปร้องคาราโอเกะสี่ชั่วโมง เต้นเพลงแรพเตอร์ ทั้งๆที่เป็นหลอดลมอักเสบอยู่
บางคนนี่แม่งล้มป่วยล่วงหน้าไปเป็นอาทิตย์ แต่ขอชิ่งทริปก่อนเลย
ทั้งๆที่ดูอาการยังไงก็หายทัน ...ถ้าใครจะใช้เหตุผลนี้ชิ่งทริปก็กะเวลาให้เนียนหน่อย
แล้วก็หาอาการที่มันดูโหดๆหน่อย เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ หรืออาหารเป็นพิษขั้นรุนแรง
อาการที่มันต้องใช้การรักษาแบบเข้มข้น ต้องพักตัวนานๆ จะได้ฟังดูมีน้ำหนัก
ไม่ใช่จะมาอ้างชิ่งทริปเพราะเป็นแผลร้อนในที่ริมฝีปาก กูตบหน้าหันครับ...
3. ติดธุระด่วน
ฟังดูดีไหมครับ ...ติดธุระด่วน...
ไอ้คำว่าธุระนี่มันเป็นอะไรก็ไม่รู้นะครับ แต่มันฟังดูยิ่งใหญ่และมีน้ำหนักมาก
ฟังดูราวกับเป็นภารกิจเพื่อชาติ ต้องไปกู้ระเบิด หรือเป็นตัวแทนแข่งเปตองทีมชาติ
ซึ่งส่วนมาก คนไทยเรามักไม่ค่อยไล่เค้นถามต่อหรอกครับ ว่าไอ้ “ธุระ” ที่มึงว่านี่คืออะไร
สำคัญขนาดไหน เลื่อนได้มั้ย ... ทั้งๆที่จริงๆมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ
เช่น ต้องพาน้องหมาที่บ้านไปฉีดยา หรือจริงๆมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้
แต่พอบอกว่า “มีธุระที่บ้าน” มันฟังดูดีจริงๆเนอะ... คนส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกว่า
เออ ... อย่าไปถามเลย เรื่องของครอบครัวเค้า ถามแล้วดูเสือกๆยังไงไม่รู้ว่ะ
จำเลยก็รอดพ้นคดีไปอย่างสบายใจน่ะสิทีนี้ ...
4. ที่บ้านไม่ให้ไป
โอ้ย ...กับพวกสาวๆนี่โดนมาเยอะครับ “ที่บ้านไม่ให้ไป”
ก็เข้าใจอีกแหละ ว่าผู้หญิงจะให้ไปห้อยโหนโจนทะยานเหมือนผู้ชายก็คงลำบาก
แต่ผมว่าบางบ้านก็ดูเกินไปหน่อยนะ ชนิดที่ออกจากกรุงเทพฯเกิน 50 กิโลก็ห้ามแล้ว
หรือพอบอกว่าไปเกาะเสม็ด ก็ห้ามเด็ดขาด เพราะกลัวเรือล่มกลางทะเล
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าสมัยนี้เรือพวกนี้มันอลังการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ...
เขาไม่ได้เอาเรือประมงเน่าๆติดเครื่องป่อดๆๆๆๆไปซะหน่อย รู้หรือเปล่า ...
ดังนั้น ก่อนจะรับปากทริปใคร ก็ลองประเมินความเป็นไปได้
ที่จะได้รับอนุมัติจากทางบ้านก่อนนะครับ เราคงรู้ดีอยู่แล้วว่าบ้านเรา
โอนอ่อนผ่อนผันให้เราได้มากน้อยขนาดไหน
5. ขี้เกียจ
เคยเจอมาแล้วครับ ... อยู่ดีๆก็เกิดขี้เกียจขึ้นมาซะงั้น...
แต่ตอนรับปากไปตอนนั้น แสดงความแอกทีฟสุดริด กูอยากไปสุดๆ
พ่อมึงตายครับ พ่อมึงตาย ... ขอด่าหน่อยเถอะ ...ขี้เกียจนักก็นอนอยู่บ้านไปเลย
ไม่ง้อครับ ...
ปล. พยายามพิมพ์ให้สั้นลง เพราะดึกมากแล้ว ขี้เกียจครับ
ปล.2 ถึงจะเข้าใจ, แต่ผมก็ยังอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์อยู่ดีครับ
ไอ้แพท..
)
แต่ว่ามันไม่ใช่ข้ออ้างสักหน่อยนิ
เหตุผลต่างๆนาๆที่พูดถึงบางอันก็ชวนเซ็งอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
#1 By watabo on 2008-02-02 00:46