มนุษย์เงินเดือน ออน เดอะ บีช
posted on 17 Feb 2008 23:03 by bongtao in cambodia
1.
ผมรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ยาวมากๆ
ถ้าเทียบกับวันอาทิตย์ที่แล้ว อาจจะยาวกว่าถึงสองเท่า
เพราะวันนี้พวกเราชาวมนุษย์เงินเดือนในบริษัทผมรวม 5 ชีวิต
และพี่ MD ธนาคารไทยพาณิชย์อีกหนึ่งท่านรวมเป็น
6 ชีวิต
อยู่ดีๆก็เกิดอยากไปทะเล กินอาหารทะเลอร่อยๆกัน
วันนี้ผมเลยตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง นั่งรถเดินทางไปทะเลเขมรกันครับ
ในขณะที่วันอาทิตย์ทั่วๆไป ผมจะนอนยาวถึงเกือบเที่ยง
กว่าจะกินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่าแล้วครับ
ผมเลยรู้สึกมาตลอดว่า วันอาทิตย์ของผมมันแสนสั้นเหลือเกิน
พอวันนี้ได้ตื่นเช้าก็เลยรู้สึกว่าจริงๆมันก็ไม่ได้สั้นกว่าวันทำงานเลยนะครับ
2.
จำได้ว่ามีเพื่อนหลายคนที่เข้าใจว่าเขมรไม่ติดทะเล
แต่จริงๆ เขมรมีจังหวัดที่ติดทะเลอยู่ประมาณ 3-4 จังหวัด
ซึ่งเป็นภาคใต้ของประเทศ เชื่อมต่อจากจังหวัดตราดของบ้านเรา
ทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขมร คือจังหวัดกัมปงโสม
หรือที่รู้จักกันในชื่อของ สีหนุวิลล์ (Sihanoukville) โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว
เพราะมีหาดทรายที่ขาวและทอดตัวยาว เหมาะแก่การเล่นน้ำมาก
สภาพตอนนี้ของสีหนุวิลล์ ก็คงไม่ต่างจากหาดบางแสนบ้านเราครับ
เพราะมีร้านอาหารยาวเป็นตับ มีบานาน่าโบ้ท มีสกู๊ตเตอร์ให้เล่นครบวงจร
และสีหนุวิลล์ก็เป็นท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญที่สุดของประเทศด้วยครับ
พวกเรือสินค้าส่วนมากจะมาเทียบที่ท่านี้เป็นหลัก
แต่... วันนี้เราไม่ได้ไปเที่ยวสีหนุวิลล์กันครับ
เราเลือกไปทะเลที่จังหวัด “แกป” หรือ “Kep”
ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ
ซึ่งแกปเป็นจุดที่ทหารฝรั่งเศสเคยใช้เทียบเรือขึ้นฝั่ง และเป็นที่ตากอากาศ
สมัยก่อน แกปก็จัดว่าเป็นทะเลที่คนเขมรนิยมมาเที่ยวกันเยอะ
แต่สมัยนี้ คนเขมรจะนิยมไปเที่ยวที่สีหนุวิลล์มากกว่า เพราะทะเลสวยกว่า
ร้านอาหารเยอะกว่า และเดินทางไปได้สะดวกกว่าด้วย
3.
เป้าหมายหลักของเรา ไม่ได้อยู่ที่ชายหาด แต่เราจะข้ามไปเกาะกัน
เกาะที่ว่าคือ “เกาะกระต่าย”
ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งไปประมาณ 15 นาที
ซึ่งเกาะกระต่ายเพิ่งเปิดเกาะมาไม่กี่ปี ยังไม่มีอุตสาหกรรมอะไรทั้งนั้น
สภาพแวดล้อมจึงเรียกได้ว่า “เวอร์จิ้น”
มากๆ เพราะไม่มีร้านอาหาร
ไม่มีบังกะโล ไม่มีเก้าอี้สีสายรุ้ง ไม่มีบานาน่าโบ้ท ไม่มีสกู๊ตเตอร์
มีแค่แคร่ไม้ไผ่ เปลยวน และเพิงขายของเล็กๆอีกสามสี่แห่ง
ส่วนใครจะนอนพักค้างคืน ก็สามารถกางเตนท์นอนที่ริมหาดได้
ในบรรดาแก๊งของเรา มีผมคนเดียวที่เตรียมตัวไปเล่นน้ำครับ
ซึ่งน้ำทะเลที่เกาะกระต่ายก็ใสตามคำบอกเล่า วันนี้แดดก็ไม่แรงจนเกินไป
แต่... ไม่มีใครเล่นด้วยครับ ผมเลยถลกกางเกงลงไปจุ่มๆ แตะๆพอให้เปียกก็พอ
แล้วกิจกรรมหลักของเราชาวไทยก็เริ่มต้นครับ ...
นั่นคือการเล่นไพ่ครับ โดยเราเลือกเอามุมที่สงบและห่างไกลที่สุดของเกาะ
เพราะเรารู้ว่า การเล่นไพ่มักจะต้องแหกปากโวยวายตลอดเวลา
เราจึงไม่อยากให้เสียงของเราไปรบกวนเจ๊ฝรั่งที่นอนอาบแดดอยู่แถวนั้น
หลังจากนั่งเล่นไปสองชั่วโมง คนที่กำไรที่สุดคือพี่ MD ของไทยพาณิชย์
ส่วนชาวปูนฯทั้ง 5 ท่านล้วนเจ๊งกันราบคาบ จะมีผมที่กำไรนิดหน่อยเท่านั้น
พอเล่นเสร็จ ก็นอนเปลญวนฟังเสียงคลื่นกัน ก่อนจะนั่งเรือกลับฝั่งกันตอนบ่ายๆ
ซึ่งทั้งทริป รวมค่าอาหาร ค่าเรือ ค่านู่นค่านี้แล้ว เราใช้เงินกันน้อยมากๆ
คนนึงตกประมาณแค่ 500 บาทเท่านั้นเองครับ เป็นการใช้วันอาทิตย์ที่คุ้มค่ามากๆ
ระหว่างนั่งเรือขากลับเข้าฝั่ง เราเริ่มปริปากคุยกันว่า เดือนหน้าเราน่าจะไปสีหนุวิลล์
แล้วไปค้างสักคืน กินปู กินกุ้ง เล่นบานาน่าโบ้ท ...และเล่นไพ่
... ไม่มีใครปฏิเสธครับ
4.
เหตุการณ์เหมือนจะราบรื่นจนจบ แต่จริงๆก็ไม่ซะทีเดียวครับ
ตอนเรือจะเทียบฝั่ง มันดันไม่เทียบตรงท่าให้เราครับ
มันเทียบห่างจากฝั่งประมาณ 20 เมตร แล้วให้เราเดินลุยน้ำขึ้นฝั่งเอง
ซึ่งก่อนเรือจะเทียบฝั่ง นายผมที่กรุงเทพฯดันโทรเข้ามือถือมาคุยงานด่วน
ซึ่งคุยแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว ผมเลยไม่กล้าวางหู
ก็คุยตั้งแต่อยู่บนเรือ จนถึงตอนที่กระโดดลงจากเรือมาลุยน้ำขึ้นฝั่ง
แต่ผมก็ไม่ได้บอกนายไปว่า ตอนที่ผมคุยอยู่เนี่ย มีน้ำทะเลท่วมถึงเข่าผมอยู่
แถมพื้นในน้ำก็เป็นดินโคลนเหลวๆหลวมๆ ทำให้รองเท้าผมจมลงไปมิดทั้งเท้า
พอจะออกแรงดึง โคลนก็ดูด ก็ดึงไม่ขึ้น ปรากฏว่า ตัวล๊อครองเท้าดันหลุดซะงั้น
ผมเลยต้องเอียงตัว ดึงเอารองเท้าที่จมโคลนขึ้นมาถือไว้ แล้วเดินเท้าเปล่าขึ้นฝั่ง
ซึ่งไอ้โคลนใต้น้ำก็ทั้งลื่น และให้ความรู้สึกสยิวกิ้วฝ่าเท้ามากๆครับ
ระหว่างนั้นก็ต้องคุยงานไปด้วย เป็นโมเม้นต์ที่บัดซบมากๆครับ
จนสุดท้ายนายผมเริ่มรู้สึกว่าผมคุยไม่รู้เรื่อง เลยถามว่า “นี่เธออยู่ไหนเนี่ย”
ผมเลยหัวเราะแหะๆ แล้วตอบว่า “อยู่ในทะเลครับพี่”
...พี่เขาเลยให้โทรกลับไปคุยกันต่อบนรถทีหลังแทนครับ
วันนี้ขอเขียนแบบชิวๆนะครับ ไม่เอะอะระรานใคร...
ปิดท้ายด้วยภาพ snapshot จากกล้องกิ๊กก๊อกของผมละกัน
แต่ว่า.. เพิ่งเห็นหน้าคุณบองเต่าชัดๆก็วันนี้แหละ
แต่เอาไว้สอบเสร็จก่อนละกัน
#1 By K on 2008-02-17 23:06