มนุษย์เงินเดือนภูมิใจเสนอ "ชุดสังฆทาน DIY"
posted on 22 Feb 2008 07:54 by bongtao in etc
1.
ผมกลับมากรุงเทพฯเมื่อดึกๆของวันอังคารครับ
เพราะมีภารกิจประชุมทั้งหมด 5 session ภายในสองวัน
(วันศุกร์วันเดียว 3 session ตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่ต้องทำงานกันพอดี)
ก่อนที่ผมจะต้องบินกลับไปเขมรเช้าวันจันทร์อีกรอบ 
ครั้งนี้เป็นการกลับมาเมืองไทยแบบเงียบๆ ไม่มีความเอิกเกริกเหมือนครั้งก่อน
เพราะพ่อแม่ผมก็แอบหนีไปเที่ยวเมืองลาวกันเบิกบานสองตายาย
พี่ชายผมจะบินไปดูไบพรุ่งนี้ น้องชายก็ไปฝึกงานซะไกลบ้าน
ไอ้วินก็ไปทริปลูกค้าที่ปักกิ่ง ...น้องๆที่ยังเรียนก็มุ่งมั่นอ่านหนังสือสอบ
คือ ไม่มีใครที่พร้อมจะออกมาพบปะสังสรรค์กะผมเลย ว่างั้นเถอะ...
สรุปว่า ครั้งนี้กลับมาเพื่อใช้ชีวิตเงียบๆ พักผ่อนแบบชิวๆ เรื่อยๆ
น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ
2.
วันนี้วันมาฆบูชาครับ
ตื่นมาตอนสายโด่ง แล้วก็ขับรถด้วยความเร็วเอื่อยๆออกไปนครปฐม
เพราะรู้สึกว่าวันนี้ไม่ต้องการชีวิตเมืองกรุงสักเท่าไร
ผมไปหาไอ้เอี่ยว เพื่อนสนิทที่ทำงานในบริษัทเครือเดียวกันที่นั่น
ผมบอกมันไว้เมื่อวานว่าจะไปหามัน พร้อมความต้องการสองอย่าง
1. อยากกินอาหารอร่อยๆ
2. อยากเวียนเทียน
ผมกลับมาเมืองไทยพร้อมความอยากกินนู่นกินนี่หลายอย่างที่เขมรไม่มีให้กิน
พอผมเจอหน้ามัน ผมระบุอย่างชัดเจนว่า “กูอยากกินข้าวมันไก่ทอดว่ะ”
แล้วมันก็ปรายตามามองผมอย่างหยามเหยียด แล้วบอกว่า “ต่ำ ...”
มันบอกว่านครปฐมไม่มีข้าวมันไก่อร่อยๆ มันจะพาผมไปกินอาหารเวียดนามครับ...
ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่ตรงใจผมดี เพราะที่พนมเปญไม่มีร้านอาหารเวียดนามดีๆเลย
มีอยู่ร้านนึง รสชาติก็พอรับได้ แต่ราคาแพงสัดหมาโคตรๆ เฝอชามละ 180 บาทงี้
หรือถ้าไปกินเฝอร้านอื่น ก็จะเป็นเฝอฝรั่งที่เหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กบ้านเรา
ผักเผิกเครื่องเคียงอลังการนี่ไม่มีสักอย่าง ไม่รู้ว่าเรียกว่าเฝอได้ยังไงกัน
เอ้า...โอเค ...เวียดนามก็เวียดนาม
ผมค่อยๆขับลัดเลาะไปตามซอกซอยในอำเภอเมืองนครปฐม
จนมาเจอร้านอาหารเวียดนามที่ชื่อ “ไฮฟอง” ซึ่งเป็นแค่ห้องแถวห้องเดียว
หน้าตาก็ธรรมดา ไม่ติดแอร์ สภาพดูออกจะเป็นตึกสูงอายุเก่าแก่เอาการ
ข้างในมีโต๊ะอยู่ประมาณ 7-8 โต๊ะ ...สภาพผิดจากที่ผมคิดไว้มากๆเลยละ
เพราะนึกถึงอาหารเวียดนามบ้านเราทีไร มันต้องไฮโซ ติดแอร์ หรูหรา
ผมถึงร้านตอนเกือบบ่ายสอง ซึ่งความหิวกำลังอาละวาดอย่างรุนแรง
ผมเปิดเมนูแล้วสั่งไม่ยั้งเลยครับ กินสองคน พ่อสั่งไปประมาณ 5-6 อย่าง
ไม่สนใจครับว่าจะกินหมดหรือเปล่า รู้แต่ว่าหิวมากๆ เอามาก่อน

เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษๆ ผมขอยกนิ้วโป้งทั้งสี่ในร่างกายให้กับร้านนี้เลยว่ะครับ
เพราะมันอร่อยล้ำโอชารสสุดๆ อร่อยกว่าทุกร้านอาหารเวียดนามที่เคยกินมา
อันที่จริง, มันอร่อยกว่าแผงอาหารเวียดนามตลาดโต้รุ่งที่โฮจิมินห์ซะอีก
กินไปก็น้ำตาไหลพรากด้วยความอภิเชษฐ์ (appreciate) ในรสชาติ
กินกันแทบอ้วก คิดเงินออกมาแค่ 375 บาทหรือคนละ 190 บาท
โอ้ว...มายสิตธัตถะ ... ผมรักนครปฐม ผมรักเมืองไทย
2.
หลังจาก mission แรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความอิ่มสบายท้อง
ก็ถึงเวลาปฏิบัติภารกิจต่อไป นั่นคือการปฏิบัติธรรมและเวียนเทียน
ผมกับเอี่ยวเห็นพ้องต้องกันว่าวันนี้เราควรจะทำปฏิบัติธรรมแบบ full course
คือเริ่มตั้งแต่ถวายสังฆทาน ทำบุญ ฟังเทศน์ เวียนเทียน...
ผมเห็นคนกรุงฯสมัยนี้ เวลาถวายสังฆทานก็ไม่ต่างจากการถวายปัจจัย
เพราะเป็นแค่การเอาเงินใส่ซอง แล้วทางวัดจะมีสังฆทานสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้
ซึ่งก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนสมัยนี้ที่ดูเข้าท่า
หรือบางคนอย่างมากก็ไปซื้อ “ถังเหลือง” ที่เค้าจัดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว
ผมเคยมายืนพิจารณาของใน “ถังเหลือง” อย่างใกล้ชิดแล้วก็อดสงสัยไม่ได้
ว่าของพวกนั้นเนี่ย พระท่านได้ใช้จริงเหรอวะ แล้วมันคุณภาพดีจริงเหรอวะ
เห็นผงซักฟอกตรา “คิวปิด” เงี้ย ... หรือแปรงสีฟันยี่ห้อเชี่ยอะไรไม่รู้
ของบางอย่างนี่ไม่เคยเห็นในท้องตลาด บางอย่างดูหน้าตาไม่น่าเชื่อถือเอาเลย
คือดูแล้วรู้สึกว่า คนให้สะดวกสบายก็จริง แต่คนรับเขาจะได้ใช้หรือเปล่าเนี่ย
ถ้าเป็นกล่องยา, ผมเห็นยาแต่ละอย่างที่จัดลงไปแล้วรู้สึกอึ้งว่ะ
เพราะผมไม่รู้จักไอ้พวกยาขวดเล็กๆที่เรียงรายกันเป็นระเบียบในกล่องนั้นสักอย่าง
ไม่เคยเห็นใครใช้ ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร มีสรรพคุณยังไงเลยซะด้วยซ้ำไป
ผมดูแล้วสรุปง่ายๆเลยครับ ว่าของใน “ถังเหลือง” หรือชุดสังฆทานสำเร็จรูปเนี่ย
ล้วนแล้วแต่เป็นของคุณภาพห่วยๆทั้งนั้น ซึ่งเราก็ไม่รู้อีกว่าพระท่านต้องการของพวกนี้จริงมั้ย
ไอ้เจ้าของกิจการจัดชุดสังฆทานพวกนี้มันเคยบวชเป็นเณรเป็นพระมาก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้
อย่ามาอ้างเลยว่านิมนต์พระมาเป็นที่ปรึกษาทางการตลาด หรือไปจ้างศูนย์วิจัย
ทำการสำรวจหา customer insight --- ไม่เชื่อหรอกเว้ย
วันนี้ผมเลยขอเสนอให้ชาวไทยทุกท่านหยุดซื้อ “ถังเหลือง”
หรือชุดสังฆทานสำเร็จรูปที่จัดไว้แล้ว แล้วหันมาจัด “สังฆทาน DIY” กันดีกว่าครับ
เป็นกิจกรรมที่เหมาะมากสำหรับพวกเด็กแนว ที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง
มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง เหมือนที่สมัยก่อนเค้าฮิตไอ้พวกหนังสือทำมือกันน่ะ
วันนี้ผมกับไอ้เอี่ยวเลี้ยวเข้าเทสโก้ โลตัสสาขานครปฐมเลยครับ
อย่างแรกคือไปซื้อกล่องพลาสติก ขนาดแบบกำลังดี
แล้วก็เดินไปแผนกยา ซื้อยาสามัญประจำบ้านยี่ห้อดีๆดังๆที่เราๆรู้จักกัน
เช่น พาราเซตามอล ผมก็ซื้อของ Tylinol 500 ไปสองแผง
พลาสเตอร์ก็ต้องซื้อของเทนโซพลาสต์ ยาหม่องตราถ้วยทอง
ยาทาแผลแมลงกัดต่อยของแซมบัค สำลี คอตตอนบัตตรารถพยาบาล
ลูกอมของสเตรปซิล 4 รสชาติ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อตราอีโน วิควาโปรัป
ยาสีฟันและแปรงสีฟันของซิสเตมม่า ...
สิริรวมทั้งหมด เป็นเงิน 480 บาท แพงนิดนึง แต่รับรองว่าถูกใจคนใช้แน่นอน
เพราะผมแอบเห็นพระท่านที่รับสังฆทานของผมยิ้มอย่างพออกพอใจเลยทีเดียว

นี่ผมกะว่าคราวหน้า ผมจะไม่จัดสังฆทาน DIY ใส่กล่องหรือถังพลาสติกแล้วครับ
แต่จะจัดใส่ถุงผ้าดิบพิมพ์ลายเก๋ๆฮิปๆแทน เพราะมันช่วยไม่ให้โลกร้อนครับ
เห็นมั้ยว่าการใฝ่พระธรรมก็สามารถอยู่ในกระแสอินเทรนด์กิ๊บเก๋ได้เหมือนกัน
ใครที่คิดว่าพระธรรมเป็นเรื่องล้าสมัย น่าเบื่อ เชย บ้านนอก --- ลองคิดใหม่นะครับ
ที่เล่ามาวันนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆของการจัดสังฆทานที่เป็นชุดยาเท่านั้น
ซึ่งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้จัดสังฆทาน DIY ได้อีกหลายแบบตามจินตนาการ
ทั้งข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้ง และอื่นๆอีกมากมายเท่าที่จะคิดได้
ยิ่งถ้าเรารู้จักพระท่านเป็นการส่วนตัว จะทำให้การจัดสังฆทาน DIY ถูกใจท่านมากขึ้น
เช่น เรารู้มาว่าพระท่านตอนก่อนบวชเคยเป็น metrosexual ที่ดูแลตัวเองมาก่อน
ก็ลองไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางในห้าง แล้วจัดสังฆทานตามรายการต่อไปนี้
- cleansing gel ของ Shiseido for Men
- ครีมโกนหนวดของ Biotherm Homme
- อาฟเตอร์เชฟของ Clinique for Men
- sunblock SPF 50 ของ Nivea for Men
- night cream ของ L’oreal Men Expert
- ครีมทารอบดวงตาของ Clarins Men
- โคโลญจน์ของ Ck one
บรรจุรวมอยู่ใน Toiletry Bag กันน้ำสุดเท่ สามารถเอาเข้าห้องน้ำได้
มูลค่ารวมทั้งสิ้น 8,900 บาท รับรองว่าพระท่านตาลุกวาวเป็นประกาย
(… กรณีนี้เหมาะสำหรับญาติโยมที่มีทุนทรัพย์หนาเท่านั้น)
หรือถ้าพระท่านมาแนวรักษาสุขภาพ health conscious กันสุดใจ
ก็ต้องจัดเครื่องดื่มธัญญาหาร ซีเรียลบาร์ ชาขาว ข้าวกล้อง
และแพคอาหารชีวจิตของดอยคำ ...เห็นมะ ดูดีจะตาย...
ดังนั้น วันนี้ใครยังถวายถังเหลืองเห่ยๆเชยๆอยู่ ผมไม่ว่ากันครับ...
แต่นัดหน้า วันวิสาขบูชาขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ขอให้ลองจัดสังฆทาน DIY ดูครับ
อาจจะต้องลงทุนมากขึ้นนิดนึง แต่รับรองว่าสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับแน่นอน
สาเหตุส่วนใหญ่ ที่พระท่านอาพาต ก็เพราะสังฆทานหมดอายุ,ไม่ได้คุณภาพ ที่คนเอาไปถวายกันนั่นแหละครับ
#1 By จิปาถะ on 2008-02-22 08:26