เกิดมาเพื่อสิ่งนี้
posted on 23 Feb 2008 23:32 by bongtao in etcเหตุเกิดวันนี้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของสยามพารากอน
หลังจากที่สำเร็จโทษบุฟเฟ่ต์ติมซำที่โรงแรมคอนราดเมื่อตอนเที่ยง
ผมอยากหาของหวานเนียนๆมาตบท้ายอีกสักหน่อย
ผมจึงขับรถไปที่พารากอน ซึ่งเป็นนครเมกกะแห่งของหวานในกรุงเทพฯ
อย่างแรกที่ผมนึกถึงวันนี้คือ ไอติมของ The Oriental Shop
ผมบอกเลิกกับไอติมของ iberry ไปนานแล้ว ...
ผมเคยหลงรักเธอตอนที่ค่าตัวของเธอคือสกู๊ปละ 35 บาท
ซึ่งทำให้ผมมักจะลงเอยด้วยการกินไอติมครั้งละ 3 ลูกเป็นประจำ
ตอนนี้เธอโก่งค่าตัวเป็นลูกละ 49 บาท !!!
ผมว่าเธอมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อย ...ซึ่งผมไม่ปลื้มนัก
ผมเลยหันหน้ามาซบกับไอติมไฮโซคุณภาพเยี่ยมของ The Oriental Shop
ด้วยสนนราคาลูกละ 65 บาท เสิร์ฟพร้อมกับโคนสดหอมกรอบ
ถ้าจะเปรียบ, เธอเป็นผู้หญิงไฮโซที่ไม่โอ้อวด แต่ใครได้ลองก็จะรู้ว่าเธอเด็ด!
วันนี้ผมกินไอติม plain vanilla ธรรมดาของ The Oriental Shop
...วานิลลาเป็นรสชาติไอศกรีมที่ธรรมดาสามัญที่สุดในโลก
แต่ความสามัญ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีได้โดยไม่ต้องมีอะไรพิสดารหฤหรรษ์มาปรุงแต่ง
แล้วผมก็นึกถึงซุ้ม ปุรินพุดดิ้ง ที่เป็นตู้กระจกเล็กๆในซุปเปอร์มาร์เก็ต
เพราะติดใจในรสชาติหวานนุ่มของคัสตาร์ดพุดดิ้ง กับรสชาติแบบผู้ใหญ่ๆ
ของพุดดิ้งงาดำ ...แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงไปสักหน่อยก็ตาม
ผมไปยืนหน้าตู้พุดดิ้งด้วยความตั้งใจลึกๆอยู่แล้วว่าจะซื้อเหมือนเดิม
แต่ดูท่าทางคุณคนขายวันนี้จะแอคทีฟเป็นพิเศษ
“สวัสดีครับ สนใจตัวไหนอยู่เหรอครับ ลองชิมดูก่อนได้นะครับ”
อืม ... จะว่าไปผมก็ไม่เคยกินรสอื่นนอกจากคัสตาร์ดกับงาดำ
วันนี้ลองชิมอย่างอื่นหน่อยก็ดีเหมือนกันเนอะ ...
“งั้นลองชาเขียวละกันครับ”
“ได้เลยครับ ชาเขียวของเราเป็นชาเขียวชั้นดีของชิสุโอกะครับ
ไม่มีการเจือรสปรุงแต่งเลย รับรองว่าเป็นพุดดิ้งที่อร่อยที่สุดในโลกครับ”
ระหว่างที่พูดไป พี่คนขายก็ตักพุดดิ้งสีเขียวหม่นลงในถ้วยเล็กๆให้ผมชิม
แต่รสชาติมันเข้มข้นจนผมหน้าเจื่อน ผมไม่อภิเชษฐ์ชาเขียวเข้มๆแบบนี้เท่าไร
“ไม่ชอบเหรอครับ งั้นต้องลองกินแบบที่แต่งหน้าด้วยวิปครีมและผลไม้
วิปครีมของเรา เป็นวิปครีมชั้นดีที่พ่อครัวของเราตีเองนะครับ
ถ้าวันไหนไอออนในอากาศมากไป วิปครีมเราจะไม่อร่อย วันนั้นเราจะไม่ทำเลยครับ
วันนี้คุณโชคดีมากๆ ไอออนในอากาศตอนเช้ากำลังดี เราเลยมีแบบแต่งหน้าด้วยวิปครีม
พุดดิ้งของเราถ้ากินกับวิปครีมและผลไม้ จะอร่อยขึ้นหนึ่งร้อยเท่าเลยนะครับ”
หา... ไอออน หนึ่งร้อยเท่า... อะไรนะ ? ...

“ถ้าชอบแบบติดหวานต้องตัวนี้ครับ แบล๊คชูการ์ เป็นพุดดิ้งน้ำตาลดำ
ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ ซึ่งเราใช้น้ำตาลที่มาจากเกาะโอกินาว่าเท่านั้น”
“ขออนุญาตตักใส่ถ้วยใบเดิมนะครับ”
แล้วพี่คนขายก็ตักพุดดิ้งใส่ถ้วยใบน้อยให้ผมอีก
พอผมจะตักเข้าปาก “อ๊ะๆ อย่าเพิ่งครับ จะให้อร่อยต้องกินกับนี่เลยครับ
แบล๊ค ชูการ์ ไซรัป ที่จะให้กลิ่นหอมหวานแบบธรรมชาติ กินแล้วสมองปลอดโปร่ง”
แล้วพี่คนขายก็จัดการบีบน้ำเชื่อมเหนียวๆสีดำๆหนืดๆลงไปให้สองหยด
...อืมมม ... อันนี้รสชาติดี แต่กลิ่นแปลกๆไปนิด
“ส่วนตัวนี้เป็นเยลลี่โมโมะสุเร่ะครับ โมโมะแปลว่าลูกพีช
กินแล้วจะรู้สึกดี เพราะเป็นการดีท๊อกซ์ขับเอาสารพิษออกมาด้วย
ลูกโมโมะของเราคัดเลือกเฉพาะโมโมะชั้นดีจากจังหวัดอาโอโมริเท่านั้น
ตัวนี้ เวลากินต้องกินคำใหญ่ๆนะครับ แล้วจะรู้สึกดีขึ้นอีกหนึ่งร้อยเท่า”
“ผมว่ามันจืดไปนิดนึงนะ”
“อ๋อ... เพราะเมื่อกี้น้องทานแบบหวานไปสามตัวติดต่อกัน
ลิ้นของน้องจะยังช๊อคอยู่ ผมแนะนำว่าต้องกินตอนเช้าที่ลิ้นยังไม่สัมผัสอะไร
จะได้รสชาติของโมโมะ และกลิ่นหอมจากภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่นได้ดีที่สุด”
...หา ... ภาคเหนือของญี่ปุ่น ?

“เออ ... ผมเคยกินรสงาดำแล้วติดใจ ผมเอางาดำสองถ้วยแล้วกัน”
“ได้ครับ ..” แล้วพี่คนขายก็จัดแจงเอาพุดดิ้งใส่ถุงกระดาษสีขาวให้
“ไม่ทราบว่าจะให้ติดสติ๊กเกอร์สีอะไรดีครับ”
หา???

“เอ่อ ...สีดำละกันครับ เข้ากับงาดำของผมดี”

ก่อนจะเอาสติ๊กเกอร์สีดำที่ผมเลือกแปะปิดฝาถุงให้เรียบร้อย
พี่คนขายก็หยิบขวดไซรัสจิ๋วกับช้อนพลาสติกที่มีถุงพลาสติกห่อปลายช้อนอย่างสวยงาม
จนผมอดจะกวนตีนพี่เขาไม่ได้
“แล้วช้อนนี้มาจากจังหวัดอะไรครับ”
พี่คนขายตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ก้มหน้าก้มตาแพ๊คถุงพุดดิ้งของผม
“อ๋อ ช้อนอันนี้ผลิตที่โอซาก้าครับ แต่เราส่งไปลวกในบ่อน้ำร้อนที่จังหวัดกิฟุก่อน
เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อและกำจัดสารเคมี และให้ช้อนซึมซาบแร่ธาตุในบ่อน้ำร้อนด้วยครับ
ส่วนไซรัปอันนี้ เราสกัดมาจากพืชจำพวกหัวใต้ดิน เช่น เผือก มันเทศ
กินแล้วจะให้ความรู้สึกหวานแบบธรรมชาติกว่าการปรุงด้วยน้ำตาล”
แล้วพี่คนขายก็ยื่นถุงพุดดิ้งให้ผมอย่างอารมณ์ดี
สรุปว่าวันนี้ ผมใช้เวลาในการซื้อพุดดิ้งงาดำของผมไป 15 นาที
ได้กินพุดดิ้งทุกอย่างที่มีขาย แม้ว่าจะสุดท้ายจะซื้ออย่างเดิมที่เคยกินก็ตาม
ผมไม่รู้หรอกว่า จริงๆไอ้ส่วนผสมของพุดดิ้งพวกนี้มันมาจากไหนบ้าง
แต่การอวดอ้างสรรพคุณของพี่เค้า กลับไม่ให้ความรู้สึกน่าหมั่นไส้
หรือเจือความคาดหวังจะให้เราต้องซื้อของเหมือนกับคนที่มาขายแอมเวย์
การซื้อพุดดิ้งวันนี้เลยสนุกสนานกว่าครั้งที่แล้วอย่างคาดไม่ถึง
และพุดดิ้งวันนี้ก็น่าจะอร่อยกว่าครั้งที่แล้วด้วยเช่นกัน
ผมไม่เชื่อหรอกครับ ว่าใครๆก็สามารถขายของได้
บางคนอาจจะขายของได้ แต่ก็ไม่มีความสุขกับงานขาย
แค่พี่คนขายวันนี้ แกขายของได้ แล้วแกก็ดูมีความสุขกับงานขายซะด้วยสิ
พี่เค้าคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ...
ปล. วันนี้เขียนถึง iberry แล้วทำให้จำขึ้นมาได้ว่า...
ผมมีความทรงจำดีๆในร้าน iberry สาขาสยามสแควร์มากมาย
ความสนิทซี้ปึ้กของผมกับไอ้วินมันเริ่มต้นที่ร้าน iberry สาขานี้
เพราะยังจำได้แม่นมากๆ ว่าวันนั้นผมจะกลับบ้านกับไอ้พฤติ
ซึ่งมันนั่งกินไอติมกับเพื่อนมันอยู่ ผมเลยไปหาและนั่งรอมันที่นั่น
ผมส่งเพื่อนผู้หญิงทุกคนกลับบ้านหมดแล้ว เหลือแค่ผมกับไอ้วิน
แต่มันบอกว่ายังไม่อยากกลับบ้าน มันเลยไปนั่งเป็นเพื่อนกับผมต่อ
ผมเลยได้นั่งกินไอติมและทำความรู้จักมันมากขึ้นตั้งแต่วันนั้น
ถ้าไม่มีวันนั้น, ตอนนี้ผมอาจจะไม่มีเพื่อนดีๆคนนี้อยู่ในชีวิตก็ได้
ผมยังจำได้ว่าแฟนคนแรกของผมชอบกินเชอร์เบทกระท้อนของ iberry ที่สุด
วันไหนที่เราไปเดินสยามด้วยกัน เราจะแวะเข้าไปชะเง้อที่หน้าตู้ไอติม
ว่าตอนนี้มีไอติมกระท้อนมาแล้วหรือยัง ...
อยากรู้เหมือนกัน ว่าตอนนี้เค้าจะยังจำได้มั้ย ว่าผมชอบกินไอติมรสงาดำที่สุด...
อยากได้พนักงานขายแบบนี้บ้างจัง
#1 By มนุษย์กล่อง on 2008-02-23 23:52