ผมถูกยึดทรัพย์เพราะหมูแผ่น!!!
posted on 25 Feb 2008 10:50 by bongtao in etc
1.
อ๊ากกกกกก ...หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิด
มีเรื่องให้หงุดหงิดแต่เช้าครับ ...
แทนที่จะได้หลับบนเครื่องบินอย่างสบายใจ
ต้องมานั่งเซ็งกับความผิดพลาดโง่ๆของตัวเอง...
เป็นปกติที่เวลาผมกลับมาทำงานที่เขมร
คืนก่อนเดินทาง ผมจะแวะเข้าซุปเปอร์ฯซื้อขนมนมเนยมาฝากเด็กๆที่ออฟฟิศ
เงินแค่ส่วนนึงของเบี้ยเลี้ยงของผม สามารถซื้อใจเด็กๆได้เยอะทีเดียว
ผมก็จะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อย บางทีก็สารพัดกูลิโกะ บางทีก็โดนัท เด็กๆชอบมาก
ยิ่งถ้ามีเวลา ผมจะซื้อพวกหมูแผ่น หมูทุบ มาฝากพี่ๆคนไทยด้วย
ครั้งนี้ ผมซื้อหมูแผ่นห่อเบ้อเร่อมาจากองค์พระปฐมเจดีย์
ส่วนของเด็กๆ เมื่อคืนผมแวะซื้อพวกกล้วย เผือก มันอบกรอบจากเลม่อนฟาร์ม
ซึ่งดูๆแล้วไม่มีของชิ้นไหนที่ทนทานต่อการแตกเสียหายได้สักอย่างเลยแหะ
แล้วก็เป็นความพอดีโคตรๆ ที่พี่ชายผมมันดันมีทริปไปดูไบชนกับทริปของผม
พี่ผมเลยขอเอากระเป๋าเดินทางที่เป็นเคสแข็งใบประจำของผมไปใช้แทน
ซึ่งผมก็ไม่ได้หวงอะไร เพราะคิดว่าทริปนี้ผมคงอยู่เขมรไม่กี่คืนอยู่แล้ว
คงไม่จำเป็นจะต้องใช้กระเป๋าใบควายๆขนาดนั้นอยู่แล้ว ใช้ใบเล็กแทนก็ได้
แล้วก็เป็นความพอดีโคตรๆอีกครั้ง...
ที่มีพี่ฝ่ายโฆษณาฝากของมาให้ช่วยหิ้วมาเขมร
น้ำหนักรวมประมาณ 8 กิโลซึ่งก็ไม่หนักหนาเกินความสามารถของบัตรทองที่ผมมี
เพียงแต่ว่า กระเป๋าเดินทางใบน้อยๆใบเดียวของผมมันจะจุได้ไม่พอนั่นเอง ...
เมื่อคืน ผมก็เลยนั่งแพ๊คของใส่ 2 กระเป๋า
ใบแรกใส่แต่ของที่เขาฝากให้หิ้วมา เพราะกะว่าใบนี้โหลดลง cargo แน่นอนอยู่แล้ว
ส่วนอีกใบ ก็ใส่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และหมูแผ่น กะว่าจะ carry on ขึ้นเครื่องเอง
เพราะกลัวว่าถ้าโหลดลง cargo หมูแผ่นอาจจะกลายสภาพเป็นหมูผงที่ปลายทาง
เช็คอินตอนเช้าวันนี้ ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหา ...
ผมโหลดกระเป๋าหนึ่งใบ และ carry on กระเป๋าลากอีกหนึ่งใบตามแผน
แวะซื้อครีมที่ duty free อีกสองกระปุกเล็ก เพราะของเก่ากำลังจะหมด
แล้วก็เอาครีมสองกระปุกนี้ยัดใส่กระเป๋าลากใบนั้นอีกที เพราะขี้เกียจหิ้วหลายมือ
พอไปผ่านด่านเอ็กซเรย์กระเป๋าก่อนเข้าเกทขึ้นเครื่อง
ผมก็จัดการแยกส่วนคอมพิวเตอร์ตามปกติ เอากระเป๋าลากเข้าสายพาน
ปรากฏว่า คอมพิวเตอร์ไม่มีปัญหาอะไร
...แต่กระเป๋าลากสิที่มีปัญหา ...
เจ้าหน้าที่สามคน เดินเข้ามามุงดูจอคอมพิวเตอร์แล้วชี้ๆที่หน้าจอกันใหญ่
และเจ้าหน้าที่ก็เชิญผมไปที่ปลายสายพาน ขอเปิดกระเป๋าลาก ...
ตอนแรกผมนึกว่า หมูแผ่นผมมีปัญหาแน่ๆ ...หรือตอนนี้เค้าไม่อนุญาต
ให้เราเอาอาหารแห้งขึ้นเครื่องแล้วหรือไง ???
“เราสแกนเจอของเป็นขวดๆอยู่ค่ะ
ขอเปิดดูหน่อยนะคะ”
“อ๋อ ... คงเป็นของที่ซื้อที่
duty free เมื่อกี้น่ะครับ”
แล้วผมก็หยิบครีมสองกระปุกที่อยู่ในถุงซีลขึ้นมาให้ดู ...
“คิดว่าไม่ใช่อันนี้ค่ะ
... เพราะในจอเห็นอยู่หลายขวดเลยค่ะ”
ณ วินาทีนั้น ใจผมไม่ได้ตกไปถึงแค่ตาตุ่มหรอกครับ
แต่มันตกทะลุไปจนถึงพื้นสนามบินขาเข้าชั้นสองเลยละครับ
เพราะในกระเป๋าลากใบนี้ ผมเสือกแพ๊คกระเป๋า toiletry ของผมไว้ด้วย
ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยของเหลวมากมายหลายประเภทโคตรๆ
พนักงานเจ้าหน้าที่คนนั้น หยิบถุงมือยางสีขาวนวลขึ้นมาใส่
แถมยังทำท่าดึงให้ตึงเปรี๊ยะๆเหมือนกับคุณหมอในห้องผ่าตัด
พี่ท่านจัดการเปิดซิป แล้วเอาของทุกอย่างมาวางไว้บนโต๊ะเหล็ก
ตอนนั้นกูใช้ของอะไรบ้าง คนทั้งสนามบินแม่งรู้หมดครับ ...
“ตายห่าแล้วกู
ตายห่าแล้วกู” ผมบ่นเป็นเสียงเล็กๆลอดออกมาตามไรฟัน
“เราอนุญาตให้เอาขึ้นเครื่องเฉพาะขวดที่ปริมาตรไม่เกิน
100 cc นะคะ”
แล้วคุณพนักงานก็จัดแจงแยกของออกเป็นสองกอง ...
กองแรก คือกองที่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่
- ยาสีฟันรสแอปเปิ้ล กับรสโยเกิร์ตที่ซื้อมาจากฮ่องกง หลอดละ 30 cc
- แชมพูยาขวดใหม่ ที่บรรจุ 100 cc พอดีเป๊ะ
- sunblock ขวดละ 50 cc ที่เพิ่งซื้อจาก
duty free เมื่อครั้งที่แล้ว
กองที่สอง คือกองที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่
- โฟมล้างหน้าของ Clarins Men ขนาด 125 cc.
- แชมพูของ Clinique ขนาด 200 cc.
- สบู่เหลวยี่ห้อโพรเทค ขนาด 200 cc. ที่เพิ่งมาซิงๆซื้อเมื่อวานนี้
- สเปรย์ deodorant ของ Nivea ขวดใหม่เอี่ยมยังไม่เคยใช้
- ยาสีฟันคอลเกตที่ใช้เกือบหมดแล้ว
... พี่แกจัดการเอาของกองแรกใส่ถุงพลาสติกซีลให้อย่างดี
แล้วใส่กลับเข้าไปใน toiletry bag ของผมเหมือนเดิม ...
ส่วนกองที่สอง แกหอบใส่มือแล้วโยนทิ้งถังขยะแบบไม่ใยดี ...
ชีวิตแม่งเชี่ยมากครับ แค่ไอ้โฟมล้างหน้ากับแชมพูนั่นสองอย่าง
รวมกันแม่งเกือบสองพันบาท ... โดนโยนทิ้งลงถังไปซะดื้อๆ
เพราะความผิดพลาดโง่ๆในการแพ๊คกระเป๋าของผมเอง ...
2.
ผมรู้ดีครับ ว่ามันไม่ใช่ความผิดใคร ...
มันเป็นกฏของสนามบินสุวรรณภูมิที่ผมเองก็เคารพและไม่เคยพลาด
แต่ในใจลึกๆ แม่งก็โคตรเสียดายของ และอยากจะโทษใครสักคน
ผมคงไม่โทษพี่ชายที่เสือกเอากระเป๋าใบใหญ่ของผมไป
ซึ่งถ้าใช้กระเป๋าใบนั้น ผมคงโหลดของทุกอย่างลง cargo
อย่างสบายใจ
หรือผมควรจะโทษบรรดาผู้ก่อการร้าย
ที่มันทำให้สนามบินทั้งโลกต้องคิดกฏห้ามเอาของเหลวขึ้นเครื่องวะ?
เชี่ย ...หงุดหงิดว่ะ ...โทษใครดีเนี่ย ...
เออ รู้แล้ว! ...เป็นความผิดของหมูแผ่น !!! ถ้าผมไม่ซื้อหมูแผ่น
ผมก็จะโหลดกระเป๋าทั้งสองใบลง cargo ได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
นี่เห็นว่าเอ็งเป็นของกินที่บอบบาง กูเลยยอมหิ้วเอ็งขึ้นเครื่องด้วยความทะนุถนอม
แล้วเป็นไง ... สิ่งที่มึงทำกับกู ...กูโดนยึดทรัพย์ต่อหน้าธารกำนัลแต่เช้าเลย ...
...เพราะเอ็งคนเดียว ...ไอ้หมูแผ่น !!!
#1 By azlaz on 2008-02-25 11:01