เป็นวัยรุ่น...ใครว่าสบาย?
posted on 06 Mar 2008 22:19 by bongtao in etc
เป็นวัยรุ่น
ใครว่าสบาย?
ปกติผมจะหยิบไทยรัฐเข้าไปเปิดซิงอ่านในห้องน้ำตอนเช้าๆ
เพราะไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ข่าวที่สร้างสรรค์จรรโลงสังคมไทย
เต็มไปด้วยเนื้อหาที่มีประโยชน์ และอ่านแล้วทำให้จิตใจปลอดโปร่ง
อาทิเช่น ข่าวพระเล่น Hi5
หรือโฆษณาคอร์สลดน้ำหนัก คอร์สเสริมสวย
แต่วันนี้ดันไม่ปกติเหมือนทุกๆวัน...
ผมเหลือบไปเห็นรูปเจ๊ฮิลลารี่ คลินตันที่กำลังดีใจน้ำตาไหลพรากอยู่ใน
Bangkok Post
หลังจากที่เธอฟื้นออกมาจากหลุมด้วยการชนะในสังเวียนเลือกตั้งที่โอไฮโอ และเท็กซัส
ซึ่งแน่นอนว่าหนังสือพิมพ์จรรโลงสังคมไทยอย่างไทยรัฐคงไม่มีข่าวนี้ให้อ่าน
วันนี้ ผมเลยนั่งขี้แบบสร้างภาพเล็กน้อย ด้วยการถือ Bangkok post เข้าห้องน้ำ
ผมเลยได้อ่านข่าวแถมมาอีกข่าวนึงใน Bangkok Post
Watches banned at A-net exam
หรือแปลเป็นไทยว่า
จับตามองการแบนข้อสอบตาข่ายหนึ่งอัน ...
(นานๆจะเล่นมุขต่ำๆไร้การศึกษาสักดอก โฮะๆ)
ป่าวครับ ...มันแปลว่า นาฬิกาข้อมือถูกสั่งห้ามนำเข้าห้องสอบเอเน็ต
สำหรับคนที่ไม่รู้ข่าวนี้, เรื่องนี้มันสืบเนื่องมาจากข่าวสองวันก่อน
ซึ่งมีคณะกรรมการคุมสอบจับได้ว่า มีเด็กเอานาฬิกาที่เป็นมือถือได้
ยี่ห้อ PhoneOne
เข้าไปในห้องสอบเอเน็ต แล้วก็ทุจริตด้วยการส่ง SMS
ถาม-ตอบคำตอบกันกับเพื่อนผ่านหน้าจอเล็กๆบนข้อมือ...
ข่าวว่า ณ ตอนนั้นยังไม่มีกรรมการคนไหนรู้เลยว่า...
ในวินาทีนี้ ได้มีโทรศัพท์มือถือที่หน้าตาเหมือนนาฬิกาเกิดขึ้นบนโลกแล้ว
พอเริ่มเป็นข่าวดัง ก็เริ่มเกิดการตีฟองข่าวนี้ออกไปเป็นวงกว้าง
เมื่อวานก็มีข่าวต่อเนื่องว่า คณะกรรมการได้ทำการส่งรูปมือถือนาฬิกานี้
ไปให้กรรมการทุกสนามสอบได้ตรัสรู้ว่าห้ามเด็กที่ใส่นาฬิกาแบบนี้เข้าห้องสอบ
ซึ่งผมว่ามันก็เป็นการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว
แค่ใครที่ใส่นาฬิการุ่นนี้เข้าห้องสอบก็ควรจะถอดออกเพื่อแสดงเจตนาสุจริต
ซึ่งมันคงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นนัก กับการตรวคเช็คก่อนเข้าห้องสอบ
ผมเชื่อว่า ไอ้นาฬิการุ่นนี้มันไม่มีทางขายดีเป็นเทน้ำเทท่าใส่กันทั้งบ้านทั้งเมืองหรอกครับ
เพราะคงมีแต่เด็ก ป.3 ที่คลั่งไคล้ขบวนการห้าสีแปลงร่างเท่านั้นแหละ
ที่คิดว่าการยกข้อมือ และพูดใส่นาฬิกาเล็กๆอันนั้นเป็นกริยาที่เท่บาดใจเหลือเกิน
พอมาวันนี้ กลายเป็นว่า นักเรียนใส่นาฬิกาข้อมือเข้าสอบไม่ได้แล้ว!!!
ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำเพ็งสามเข่งร้อย หรือ Tag Heuer
จากสวิสก็ล้วนไม่มีการยกเว้นทั้งนั้น
ในเนื้อข่าววันนี้บอกไว้ชัดเจนว่า ผู้เข้าสอบจะดูเวลาได้จากนาฬิกาบนผนังเท่านั้น
จริงอยู่, มันก็ไม่ลำบากอะไรหรอก กับการแหงนหน้าขึ้นดูเวลาบนผนัง
แต่ผมไม่เข้าใจว่า ผู้ใหญ่เมืองไทยเขาใช้ตรรกะอะไรในการแก้ปัญหา...
มันให้ความรู้สึกเดียวกับ การทำภาพเบลอบุหรี่หรือขวดเหล้าในหนังนั่นแหละครับ
แทนที่จะมาแก้ปัญหาหยุมหยิมที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อเยาวชนของชาติ
ลองไปแก้ปัญหาระบบ ซ่อมแซมความขาดๆเกินๆ และความโปร่งใสในการตรวจข้อสอบ
ซึ่งมันได้สร้างความลำบากกับผู้เข้าสอบมาหลายรุ่นแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยแก้ไขได้
ผมว่ามันฟังดูสร้างสรรค์จรรโลงสังคมมากกว่าเยอะเลยนะครับ
ผู้ใหญ่ทึนทึกพวกนี้จะรู้มั้ยว่าการเป็นเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ก็เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว
กระเป๋านักเรียน ก็โดนสังคมบีบบังคับให้ใช้ของจาคอปส์ ...
ใช้ของบาจาแล้วเพื่อนไม่คบ
ไอฟงไอโฟน ไอผ่งไอพอด ก็ต้องหามาประดับ ... ใช้ไม่เป็นก็หัดเอาทีหลัง
โรงเรียนเลิกแล้วแทนที่จะได้พักผ่อนเต็มที่ ตอนเย็นก็ต้องถ่อไปเรียนพิเศษแถวๆสยาม
เรียนเสร็จอยากกินกาแฟสตาร์บักส์เก๋ๆให้หายเหนื่อย ที่นั่งโซฟาก็ดันเต็มอีก
วันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องตื่นเช้าเดินสายเรียนพิเศษ เสาร์เช้าเรียนเคมีเจ๊อุ๊
เสาร์บ่ายเรียนเลขกับไอ้เจี๋ย
อาทิตย์เช้า ไปเรียนที่แอปเปิ้ลฟิสิกส์กับ อ.ประกิตเผ่า (เขาหายป่วยแล้วใช่มั้ย)
เรียนเสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับบ้าน เพราะมีเรียนเปียโนกับไวโอลินกับครูส่วนตัว
แค่นี้ก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว คิดว่าเป็นวัยรุ่นมันสะดวกสบายนักรึไง!
ทำไมต้องมาเพิ่มกฎเกณฑ์ในชีวิตวัยรุ่นอีกข้อด้วยวะเนี่ย
เข้าใจบ้างสิวะ ...เป็นวัยรุ่นมันก็เหนื่อยนะเว้ย ...
สมมติว่าพรุ่งนี้ คณะกรรมการคุมสอบพบว่า
มีนักเรียนหญิงแอบจดโพยเหน็บไว้ที่สายยกทรง
ลองคิดดูเล่นๆสิครับ ว่าวัยรุ่นสมัยนี้จะต้องเจอกับเหตุการณ์ใด
1. ผู้เข้าสอบห้ามใส่ยกทรง (ทุกสี ทุกคัพ ทุกยี่ห้อ) เข้าห้องสอบ
2. ผู้เข้าสอบทุกคนจะต้องผ่านการ “ตรวจนม” ก่อนเข้าห้องสอบ
3. เป็นไปได้ทั้งสองข้อ
ถ้าวันที่ผมต้องสอบโดยไม่มีนาฬิกามาถึงผมจะทำไงดีเนี่ย
ที่คิดว่าการยกข้อมือ และพูดใส่นาฬิกาเล็กๆอันนั้นเป็นกริยาที่เท่บาดใจเหลือเกิน
ผมโตแล้วก็ยังคิดว่ามันเท่ห์อยู่นะครับ
#1 By จิปาถะ on 2008-03-06 22:23