บ๊ายบายคุณโทรเลข
posted on 11 Mar 2008 07:24 by bongtao in etcมีข่าวน่าสนใจมาฝากครับ ...
ขออนุญาตตัดมาให้อ่านเพียงบางส่วนจากคม ชัด ลึก
ใครที่สนใจเนื้อข่าวเต็มๆ ลองคลิกเข้าไปอ่านได้ครับ
1พ.ค.ปิดบริการโทรเลขมือถือ-อีเมลทำลูกค้าหายเกลี้ยง
บริษัทกสท โทรคมนาคม เตรียมยกเลิกบริการโทรเลขตั้งแต่ 1 พฤษภาคมนี้ แจ้งประชาชนทั่วประเทศรับทราบ เผยผลกระทบจากการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร ทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล อีเอ็มเอสและธนาณัติออนไลน์ แถมยังไม่สามารถหาซื้ออะไหล่ซ่อมบำรุงเครื่องรับส่งโทรเลขเหตุล้าสมัยสุดกู่
...
นอกจากนี้ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการโทรเลขเหลือเพียงเดือนละประมาณ 100 ฉบับ คิดเป็นรายได้ 5,000 บาทต่อเดือน ขณะที่มีต้นทุนจากการจ้างบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้มาดูแลการให้บริการโทรเลขถึงเดือนละ 25 ล้านบาท
...
จากเดิมที่บริการโทรเลขได้รับความนิยมสูงสุดโดยในเดือนมีนาคม 2538 มีผู้ใช้ บริการขาเข้าสูงถึง 487,984 ฉบับ และขาออกอีกกว่า 500,000 ฉบับ เมื่อเทียบสัดส่วนรายได้และรายจ่ายแล้ว ถือว่าไม่คุ้มค่าหากยังต้องให้บริการต่อไป
...
2.
มีใครเคยมีประสบการณ์ใช้บริการ “โทรเลข” กันบ้างไหมครับ
ผมเคยครับ! ตั้งหนึ่งครั้งแน่ะ!
เหตุเกิดตอนนั้น น่าจะเป็นช่วงสักสิบกว่าปีมาแล้วครับ
ผมน่าจะเรียนอยู่ ประถมปลาย หรือไม่ก็มัธยมต้น
อยู่ดีๆบ้านผมก็คิดอยากจะไปเยี่ยมพี่เลี้ยงของผมที่กลับบ้านที่สิงห์บุรีไปแล้ว
แต่ดูเหมือนจะเป็นทริปที่ค่อนข้างฉุกละหุก เพราะคิดจะไปก็จะไปวันพรุ่งนี้เลย
ถ้าส่งจดหมายไปบอก ก็ไม่มีทางทัน ...มือถือก็ไม่มี โทรศัพท์บ้านที่นั่นก็ไม่มี
เด็กชายเต่าในตอนนั้น นึกถึงวิชาภาษาไทย ท201 ขึ้นมาทันทีครับ
เพราะผมมีวิชาเขียนโทรเลข เขียนจดหมาย ในวิชาภาษาไทยด้วยในสมัยนั้น
ตอนนี้ผมยังจำได้เลย ว่าซองจดหมายมาตรฐานต้อง “กว้างเก้า ยาวสิบสี่”
ไม่รู้จะสอนกูทำม๊ายย ทำหยั่งกะโลกนี้มันไม่มีซองจดหมายสำเร็จรูปให้ใช้
ส่วนการเขียนโทรเลขนั้น ต้องฝึกเขียนให้ได้ข้อมูลกระชับโดยใช้คำให้น้อยที่สุด
เพราะค่าบริการจะคิดตามจำนวนคำ ...แต่ก็มีข้อดีคือ รวดเร็วและราคาไม่แพง
ดังนั้น ครอบครัวผมจึงเห็นดีด้วยที่จะเลือกใช้ “โทรเลข” ในการสื่อสาร
วันรุ่งขึ้น, ผมนั่งซ้อนท้ายจักรยานแม่ไปที่ไปรษณีย์ในตลาดแถวบ้าน
ระหว่างทาง ผมก็นั่งนึกไปด้วย ว่าเราจะโทรเลขไปบอกว่าอะไรดี
ผมจำไม่ได้ว่าแล้วโทรเลขหน้าตาเป็นยังไง และวันนั้นเราโทขเลรไปว่าอะไร
มันคงจะเป็นประโยคห้วนๆประมาณว่า “พรุ่งนี้ไปหา ถึงสิบโมงเช้า”
วันรุ่งขึ้น ครอบครัวเราเดินทางไปเยี่ยมพี่เลี้ยงที่สิงห์บุรี
แล้วเราก็พบว่า โทรเลขเดินทางไปถึงสิงห์บุรีก่อนเราจริงๆครับ
สำหรับเด็กชายเต่าแล้ว, โทรเลขเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆ
3.
อย่าว่าแต่ “โทรเลข” หรือ “ธนาณัติ” หรือบริการต่างๆของไปรษณีย์ไทยเลย
ตอนนี้ผมยังจำไม่ได้เลยครับ ว่าผมเขียน “จดหมาย” ส่งไปรษณีย์ครั้งล่าสุดเมื่อไร
ตอนมัธยม, ผมชอบเขียนจดหมายคุยกับเพื่อนมากๆเลยครับ
มี penfriend เขียนตอบโต้กันแบบเป็นจริงเป็นจัง เป็นวรรคเป็นเวรมากๆ
จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังเก็บจดหมายพวกนี้ไว้อยู่ในกรุสมบัติในห้องนอน
ซึ่งไม่ว่าจะเก็บของกี่ครั้ง ผมก็ให้สิทธิ์ในการ “อยู่ต่อ” ในห้องนอนผมทุกครั้งไป
ในชีวิตทำงานของผมตอนนี้, ผมมีอีเมล์เป็นเครื่องมือการสื่อสารหลัก
Microsoft Outlook เป็นโปรแกรมที่ผมเปิดเป็นอย่างแรกในทุกเช้าวันทำงาน
เฉลี่ยแล้ววันนึงจะมีอีเมล์เข้ามาใน inbox ผมประมาณ 70-100 ฉบับต่อวัน
หากคำนวณด้วยการตั้งสมการและแทนค่าตัวแปรง่ายๆ
ตั้งแต่ผมทำงานมา ผมน่าจะอ่านเมล์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 ฉบับ
ต้องยอมรับว่าอีเมล์เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่ “ทรงพลัง” มากๆ
...แต่คำว่า “ทรงพลัง” นั้นคนละความหมายกับคำว่า “มีประสิทธิภาพ” ครับ
อีเมล์เป็นวิธีการสื่อสารที่ “เร็ว”ที่สุด แต่ไม่ใช่วิธีที่ “ดี” ที่สุดสำหรับผม
อันที่จริง, มันแทบจะเป็นวิธีที่ห่วยที่สุดเลยด้วยซ้ำไป
จริงอยู่ ที่อีเมล์มันสามารถไป “ถึง” ผู้รับได้รวดเร็วในพริบตา
แต่มันก็ไม่ได้ไปแหกปากตะโกนโวยวายให้ผู้รับรีบมาเปิดอ่านซะหน่อย
เมล์ที่สำคัญๆ ผมมักจะตั้งระบบ tracking เพื่อเช็คว่าปลายทางเปิดอ่านหรือยัง
ก็เห็นอยู่บ่อยครั้ง ที่รอกันเป็นอาทิตย์ กว่าปลายทางเพิ่งจะเปิดอ่าน
...เรื่องที่ควรจะเร็ว สุดท้ายก็ไม่เห็นว่ามันจะเร็วตรงไหน
4.
บางคนคงรู้สึกว่า อีเมล์เป็นการสื่อสารที่รวดเร็วฉับไว
เวลาส่งอีเมล์กันทีนึง ก็เลยรู้สึกว่าต้องพิมพ์ให้เร็วส่งให้เร็วตามไปด้วยมั้งครับ
สุดท้าย, ไอ้ความเร็วพวกนี้แหละ ที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสารเป็นประจำ
วันนี้ขอยกตัวอย่างง่ายๆแค่สองเรื่องแล้วกัน
อันแรกคือ ลืมแนบ attachment ซึ่งไอ้แก๊งเด็กเขมรนี่อย่างบ่อยเลยครับ
ลำบากผมต้อง reply ไปทวงกันทุกที จนผมต้องสอนมันว่า เอ็งแนบไฟล์ก่อนเขียนเมล์เลย
เพราะช่อง attachment ใน outlook มันจะอยู่ต่อจากช่อง CC: เหนือเนื้อหาเมล์
พอเราพิมพ์เสร็จ บางทีก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้ว คว้าเม้าส์แล้วคลิก send ทันที ...
เคยมีอยู่ครั้งนึง ผมรอ market share จากเซลล์เพื่อทำสรุปรายงานประจำเดือน
มันบอกว่ามันจะส่งให้ผมตอนห้าโมง ผมก็โอเค กะว่าจะไปเช็คเมล์ที่โรงแรมตอนดึกๆ
แต่พอเปิดออกมา มันเสือกไม่มี attachment ติดมาด้วย และตอนนั้นก็เลยเวลาเลิกงานแล้ว
ลองนึกภาพความรู้สึกคนรับอย่างผมสิครับ, มันอารมณ์เดียวกับการรอพัสดุไปรษณีย์
แต่พอเปิดกล่องออกมา ไอ้คนส่งมันเสือกลืมเอาของใส่กล่องมาซะงั้นน่ะ...
ส่วนไอ้ตัวดี ป่านนั้นมันก็ขี่โมโตออกจากออฟฟิศไปหลั่นล้านั่งเล่นริมแม่น้ำไปแล้ว
สรุปว่า ผมต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าไปออฟฟิศเพื่อไปดึงข้อมูลในคอมของมัน
แล้วทำรายงานให้เสร็จสิ้นเวรสิ้นกรรมก่อนแปดโมงเช้า!
อีกอย่างก็คือ การพิมพ์ผิด.. ไอ้ที่ผิดเล็กผิดน้อยมันไม่ค่อยเท่าไรหรอกครับ
แต่เคยเจอมั้ยครับ ที่ผมส่งไฟล์ไปให้พี่ฝ่ายบัญชี แล้วเธอตอบกลับมาว่า...
“ได้รับไฟล์แล้ว ชอบคุณมากค่ะ” ...หา !!! ...ช..ช..ชอบบผมงั้นเหรอ
...ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับไป ก็มีสายโทรศัพท์ตรงมาถึงโต๊ะผม ...
“เอ่อ ...ขอโทษค่ะ เมื่อกี้พิมพ์ผิดแล้วเผลอกดส่งไปก่อน ห้ามไว้ไม่ทัน
จริงๆจะบอกว่า ขอบคุณค่ะ ...”
อืม ... นั่นสินะ ... ก็ปุ่ม ข.ไข่ กับ ช.ช้างมันอยู่ติดกันเลยนินะ...
เกือบจะได้เกิดนิยายรักไซเบอร์ในออฟฟิศแล้วมั้ยล่ะเนี่ย
ยิ่งพวกเด็กๆเขมรนี่ยิ่งสุดยอด เพราะพิมพ์เมล์แล้วไม่เคยตรวจทานกันเลย
ผมเคยนั่งสังเกตลูกน้องคนนึงนั่งพิมพ์เมล์อยู่ห่างๆ และเงียบๆ...
เธอตั้งใจพิมพ์ก๊อกแก๊กๆไปตามประสา พอพิมพ์เสร็จปั๊บ เธอก็กดปุ่ม send ทันที
คำว่า “ทันที” ของผมนี่คือ พอมือเธอละจากคีย์บอร์ด เธอก็จับเม้าส์แล้วคลิก send เลย
... นี่มันไม่คิดจะตรวจทานอะไรกันสักหน่อยเหรอวะเนี่ย?
ไอ้เยน - ลูกสมุนของผมเองก็ไม่ได้เก่งภาษาแบบเลิศหรูอะไร เวลาที่เธอส่งเมล์มาให้ผม
หรือส่งคุยกับคนอื่นแล้ว CC ผมไว้ด้วย ถ้าผมเจอคำที่สะกดผิด ผมจะ reply กลับไปให้เธอคนเดียว
แล้วแก้คำผิดให้ถูกอยู่เสมอ ผมบอกเยนเสมอว่า ผมไม่ได้ตำหนินะ แต่เราทำงานกับคนอื่น
เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราเองก็เป็นมืออาชีพ ความผิดพลาดพวกนี้ควรเกิดขึ้นน้อยที่สุด
แต่คำที่ไอ้เยนพิมพ์ผิดหลายๆครั้ง ก็ทำผมฮาอยู่เหมือนกันนะครับ
เช่น billboard ที่หมายถึงป้ายบิลบอร์ด เธอเขียนมาว่า build board
คำว่า attach ที่แปลว่า แนบมาด้วย เธอเขียนมาว่า attack ...นี่มึงส่งเมล์มาฆ่ากูเรอะ
คำว่า files ก็เขียนสลับเป็น flies ...นี่เอ็งส่งแมลงวันมาให้กูเป็นฝูงเลยสินะ
...จากคำว่า please find attached files ก็กลายเป็น please find attacked flies
... ผมไม่กล้าเปิดไฟล์แนบเลยครับ กลัวจะเจอซากแมงวันแบนแต๊ดแต๋อยู่ในนั้นแทน
5.
จริงๆผมอ่านข่าวด้านบนนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เท่าไร
ข่าวนี้เองก็ไม่ใช่ข่าวใหญ่โตระดับชาติเหมือนตอนปิดสนามบินดอนเมือง
ซึ่งมีผู้คนมากมายไปแสดงความอาลัยอาวรณ์กันอย่างล้นหลาม
ถ้าเกิดว่าผมรู้สึกอาลัยขึ้นมา อยากใช้บริการทิ้งท้ายสักครั้งนึงก่อนปิดบริการ
ผมก็แอบสงสัยอยู่นะครับ ว่าพนักงานที่ไปรษณีย์เขาจะยังใช้เครื่องโทรเลขเป็นมั้ย
เรายังมีเวลาอีกเกือบๆสองเดือนที่จะใช้บริการโทรเลขครับ
ขอตั้งโจทย์บริหารสมองกันเล่นๆดีกว่าครับ ว่าถ้าไปรษณีย์ไทย
เปิดโอกาสให้เราส่งโทรเลขไปไหนก็ได้ ฟรีหนึ่งครั้ง มีข้อแม้แค่ข้อเดียว
คือสามารถส่งไปได้ไม่เกิน 5 คำเท่านั้น
เพื่อนๆจะส่งไปให้ใคร และส่งไปว่าอะไรครับ?
ปล. ผมนั่งพิมพ์เอนทรี่นี้ใน lounge ของบางกอกแอร์เวย์ที่สุวรรณภูมิครับ
เมื่อกี้อยู่ดีๆ ก็มีพี่ผู้ชายร่างใหญ่ท่านนึงเดินมาทักผม “ใช่คุณบองเต่าใน exteen หรือเปล่า”
ผมก็งงๆ ...เอ่อ ... “ใช่ครับ” ... ก็เลยเกิดการแนะนำตัวทำความรู้จักกันครับ
ปรากฏว่าเป็นคุณกมลหนุ่ม ที่เข้ามาอ่านบล๊อคผมอยู่เรื่อยๆ (จำได้ครับ จำได้)
พี่กมลหนุ่มบอกว่า จำผมได้เพราะเห็นผมใส่นาฬิกา G-Shock สีแดงครับ!!! โอ้ว!!!
เคยพิมพ์ผิดเหมือนกัน.. ขอบคุณ แต่แก้ทัน โชคดีไป
....เอิ๊กกกกกก
เน่าดีเจงๆ
แอบสิงที่บลอคคุณมานาน วันนี้เปิดเผยตัวซะที สวัสดีค่ะ
#1 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2008-03-11 07:44