ไม่รัก...แต่ก็ไม่ลืม

posted on 20 Mar 2008 14:01 by bongtao  in life
1.
เขียนบล๊อคที่นี่มาเกือบสองปี ...
ไม่เคยเขียนเรื่องความรักของตัวเองเลยสักครั้ง

วันนี้จะลองเขียนสักครั้ง ...
วันนี้ไม่ขำนะครับ ไม่ขำ
ใครสะเออะขำ กูตบหน้าหัน เดี๊ยะๆๆ

2.
ผมเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องความรักเอาซะเลย...นอกจากไม่เก่งยังเลวอีกตะหาก
ชีวิตนี้ผมเคยทำคนเสียใจไปถึง 2 ครั้งด้วยการ
รักแล้วทิ้ง
จนตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่า ผมคงยังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอ
ที่จะไปดูแลใคร เอาใจใส่ใคร มีเวลาให้ใครตลอดเวลา

หลังจากที่ผมเลิกรากับแฟนคนแรกไป เราก็แทบไม่ได้คุยกันอีก
อาจจะมีการสื่อสารผ่านตัวหนังสือและไอคอนดุ๊กดิ๊กๆใน
MSN กันบ้าง
แต่ถ้าพูดถึงโทรศัพท์, เราแทบไม่ได้รู้จักอะไรกันอีกต่อไปแล้ว

สองสามปีที่ผ่านมา เราคงยังเจ็บแผลกันอยู่
ซึ่งสำหรับผม การอยู่นิ่งๆเฉยๆ น่าจะทำให้ผมไม่เจ็บไปมากกว่านี้

เวลาผ่านไป, แผลพวกนั้นก็ดีขึ้นตามอาการ
เราเริ่มคุยผ่าน
MSN กันมากขึ้น และคุยโทรศัพท์บ้างในบางโอกาส
จนในวันนึง วันที่เราคิดว่าแผลของเรามันหายสนิทแล้ว
มันน่าจะถึงเวลาที่เราจะกลับมาเจอหน้ากัน เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้แล้ว

ผมพิมพ์ข้อความสั้นๆ ผ่าน
MSN ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

 
อาทิตย์หน้าเราอยู่กรุงเทพฯ มากินข้าวกันมั้ย
...
...
...
 
อืม ...เอาดิ เธอตอบมาสั้นๆ พร้อมกับไอคอนอมยิ้ม

3.
ผมนัดดี (ชื่อแฟนเก่าผม) ที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตของ
Isetan ซึ่งเราเคยมาเดินด้วยกันบ่อยๆ
ผมซื้อแผ่นเกี๊ยวซ่า กับพายมันเทศของร้าน
Sun Moulin ที่อยู่ข้างๆก่อนจะถึงเวลานัด

พอผมซื้อของเสร็จ ก็มานั่งรอดีอยู่ที่ม้านั่งหน้าซุปเปอร์จนดีมาตามเวลานัด
...สองปีผ่านไป ดีก็ยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กขนาดกะทัดรัดเหมือนเดิม
เวลาเรายืนข้างกัน ดีจะสูงกว่าไหล่ผมแค่นิดเดียว ทั้งๆที่ผมก็ไม่ใช่คนตัวสูง

ผมเดินเข้าไปทักเธอจากด้านหลัง แล้วยิ้มให้
 
ไหนๆก็มาซุปเปอร์แล้ว ขอซื้อขนมก่อนนะ หิวหรือยัง ดีถาม
 
หิวแล้ว แต่เดินก่อนได้ ไม่รีบ แล้วผมก็เดินเอาไปตะกร้ามาถือให้

เราเดินวนๆเวียนๆอยู่ในซุปเปอร์ที่เราคุ้นเคยกันทุกซอกมุมสักพักนึง
ดูเหมือนว่า วันนี้ดีคงไม่ได้ขนมอะไรติดไม้ติดมือกลับไป และกำลังจะวางตะกร้า
 
ปกติมาเดินซุปเปอร์ที่นี่ ดีต้องซื้อยาคูลท์ 4 ขวดไม่ใช่เหรอ ผมถามแบบยิ้มๆ
เธอหันมามองหน้าผม
จำได้ด้วยเหรอเนี่ย?
 
จำได้สิ ไม่ลืมหรอกผมตอบไปแบบลอยหน้าลอยตา
แล้วเราก็เดินไปที่ตู้แช่เครื่องดื่ม แล้วหยิบยาคูลท์ใส่ตะกร้า 4 ขวด

ตอนเราเป็นแฟนกัน, เราเคยคุยกันถึงความมหัศจรรย์ของซุปเปอร์ฯ Isetan
ว่ามันเป็นซุปเปอร์เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มียาคูลท์วางขายด้วย
ซึ่งดีก็จะซื้อกลับบ้านครั้งละ 4-5 ขวดทุกครั้ง ราวกับว่ามันเป็นสินค้าหายากมาก

4.
ผมกับดีนัดกันโดยไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนว่าจะกินอะไร
เพราะเราคิดว่าที่
Central World มีร้านอาหารมากพอให้เราเดินเลือกได้
และเมื่อวาน เราตกลงว่าเราน่าจะกินร้านอาหารใหม่ๆ ที่ไม่เคยลอง
เราเลยเลือกร้านซูชิร้านใหม่ที่ชั้น 7 ที่บรรยากาศโอเค และราคาเป็นมิตร

เรานั่งที่เคาเตอร์ ซูชิค่อยๆไหลผ่านหน้าเราไปทีละจานๆ ให้เราได้เลือกหยิบ
จานแรกที่ผมหยิบ คือซูชิไข่หวาน (ใครที่รู้จัก
nickname ของผมในพันทิป
น่าจะพอเดาออกว่าผมโปรดปรานซูชิหน้านี้ที่สุด)

 
ว่าแล้วเชียวว่าต้องหยิบจานนี้ ยังกินอาหารเด็กเหมือนเดิมเลยนะ
 ก็เรายังเป็นเด็กนิ
ผมตอบไปพร้อมกับคีบซูชิจิ้มโชยุแล้วยัดเข้าปากคำเดียวหมด

แล้วดีก็หยิบซูชิหน้ากุ้งหวาน แล้วคีบเข้าปากคำนึง เหลืออีกคำให้ผม
 
แหงะ ...เค้าใส่วาซาบินะ แล้วบี้จะกินได้เหรอเนี่ย ???
ผมเลยหยิบซูชิกุ้งหวานอีกคำมาพลิกๆดู ก็เห็นคราบเขียวๆบางๆซ่อนอยู่ใต้ตัวกุ้ง
 
เออ ..แค่นี้ก็พอไหว จริงๆกินได้แหละ แต่ไม่ชอบ แค่นั้นเอง
แต่ผมจัดการซูชิกุ้งหวานคำนั้นด้วยอาการพะอืดพะอมพอสมควร

ดีหยิบถั่วแระญี่ปุ่นที่จัดใส่ตะกร้าเล็กๆมากินแกล้มไปด้วย
ผมก็เลยหยิบมาใส่ปากด้วย ทั้งๆที่จริงๆก็ไม่ได้ปลาบปลื้มถั่วแระเท่าไร
 
อะไรเนี่ย ...เดี๋ยวนี้กินผักเป็นด้วยเหรอเนี่ย ดีถามอย่างตื่นเต้น
 
หู่ยย.. เดี๋ยวนี้เค้าแอดวานซ์แล้วนะ หัวหอมก็กินได้แล้ว ...
มาๆๆ ... ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวจะลองให้ดูเลย


แล้วผมก็หยิบซูชิหน้าปลาแซลมอนย่าง ซึ่งมีหัวหอมซอยโรยอยู่เพียบ
จัดการคีบจิ้มโชยุแล้วยัดเข้าปากคำเดียวหมดเหมือนเดิม ...
 
เห็นมั้ย ... เก่งใช่มั้ยล่ะ ผมพูดไปเคี้ยวไป
ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองคล้ายๆกับเด็กที่เพิ่งกินผักเป็นครั้งแรกในชีวิต
แล้วกำลังอวดแม่อย่างภาคภูมิใจว่าตอนนี้ผมโตแล้วนะ
! กินผักเป็นแล้ว!

เรานั่งกินซูชิหมดไป 12 จานอย่างไม่ยากเย็นเท่าไร
(ถึงจะเป็นจำนวนที่ดูแล้วไม่ยุติธรรมนักสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างดี)
น่าแปลก บางทีที่ผมนึกว่าจะคุยเรื่องอะไรต่อเงียบๆอยู่ในใจ
ดีก็จะพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาทันที โดยที่ผมยังไม่ได้เริ่มต้นเรื่อง ...
ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดจากอะไร ...มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือเปล่า
ถ้ามันบังเอิญ, เมื่อวานมีเรื่องบังเอิญแบบนี้เกิดขึ้นประมาณ 3-4 ครั้งเชียวละ

5.
หลังจากที่กินซูชิเสร็จ ผมก็ชวนดีกินไอติมกันต่อและให้ดีเป็นคนเลือกร้าน
 
อยากกินไอติมอ่ะ เอาร้านไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สเวนเซ่นส์นะ เพิ่งกินมาเมื่อวาน ผมบอก
ดีบอกว่าอยากกินไอติมของร้าน
New zealand Natural ในซุปเปอร์ของ CTW
ผมไม่เคยกินไอติมยี่ห้อนี้มาก่อน ถึงจะเดินผ่านหน้าตู้ไอติมร้านนี้ที่พารากอนอยู่บ่อยๆ
ระหว่างที่เดินไป ดีก็บอกว่ารสนั้นอร่อย รสนี้อร่อย ...ส่วนผมคงต้องไปลองชิมดูก่อน

ตอนที่เรายืนเลือกไอติมกัน ผมขอชิมไอติมเชอร์เบทมะม่วง ซึ่งรสชาติใช้ได้เลย
ส่วนดีมีรสชาติในใจตั้งแต่ก่อนจะถึงร้านแล้ว คือเชอร์เบทราสเบอรี่ ...
ผมยังขอชิมต่ออีก 2-3 รส แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกเชอร์เบทมะม่วงที่ชิมคำแรก

 
เปลี่ยนมากินไอติมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ดีถามผม
 
แบบนี้นี่แบบไหน ผมถามกลับ ไม่เข้าใจคำถาม
 
ก็ไอติมมะม่วงนี่ไง ปรกติเห็นชอบกินไอติมครีมๆข้นๆ ไม่ก็ไอติมงาดำ
ไม่เคยเห็นชอบกินเชอร์เบทผลไม้เปรี้ยวๆอย่างนี้เลยนิ
ดูเหมือนว่าที่ผมเคยตั้งคำถามให้ตัวเอง ว่าจะดีจะยังจำได้หรือเปล่า
ว่าผมชอบกินไอติมงาดำที่สุด --- วันนี้ผมได้คำตอบแล้ว ว่าดียังจำได้อยู่

6.
เรายังเดินเล่นใน
CTW แบบไม่ค่อยมีจุดหมายอยู่อีกเกือบชั่วโมง
เราเดินกันแบบไม่มีการจับมือถือแขน ไม่แตะเนื้อต้องตัว ไม่มีการหิ้วกระเป๋าให้กัน
ผมเดินโดยที่ผมไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่า ตอนนี้ดีมีแฟนใหม่แล้ว ...
ผมเดินด้วยความรู้สึกดีและสบายใจมากกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่ได้รู้สึกดีแบบถ่านไฟเก่า
เพราะผมรู้ดีว่า ผมจะทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้เสียใจเป็นครั้งที่สองไม่ได้
ผมรู้สึกดี ที่สุดท้ายผมกับดีก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีกครั้งแม้มันจะใช้เวลานานเป็นปี

ผมรู้สึกดี ที่การที่เรามาใช้เวลาด้วยกันทำให้รู้ว่า เรายังไม่ลืมกัน
เรายังจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ระหว่างที่เราเป็นแฟนกันได้เต็มไปหมด

ตอนนี้, ผมไม่ใช่
คนรักดี อีกต่อไปแล้ว
...ไม่รัก ... แต่ก็ไม่ลืม...


ปล.1 ดีเป็นคนเดียวในชีวิตของผม ที่ไม่ได้เรียกชื่อผมว่า
เต่า
แต่จะเรียกผมว่า
บี้ ซึ่งมีที่มาจากลิงที่ชื่อ บู้บี้ ในการ์ตูนเรื่องปาร์แมน
และก็ยังใช้เรียกแทนชื่อผมอยู่ในทุกโอกาสจนถึงทุกวันนี้
ปล.2 พิมพ์เอนทรี่นี้ พิมพ์ไปยิ้มไป ยิ้มกว้างกว่าตอนพิมพ์เอนทรี่ฮาๆซะอีก
ปล.3 อ่านจบแล้ว อนุญาตให้หมั่นไส้ได้ตามอัธยาศัย
แต่ใครอ่านแล้วขำ ...พ่อตาย ...บ้านบึ้ม!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Jay : อ่าว ดีนะไม่ขำ
แอบยิ้มไปด้วย รู้สึกดีค่ะ
อ่านเรื่องชื่อแล้วนึกถึงบี้เดอะสตาร์ เอ๊ะไม่เกี่ยวกัน

#1 By Jay on 2008-03-20 14:10


ชอบประโยคนี้น่ะ..
ไม่รัก..แต่ก็ไม่ลืม..
ซึมมมมม..
อ่านแล้วรู้สึก อบอุ่น Hot!x10 big smile

#3 By Eddy on 2008-03-20 14:17

อ่านแล้วยิ้มให้ ยิ้มนะ ไม่ได้ขำ แต่พ่อตายแล้วนี่จิ...

คิดถึงแฟนเก่ามั่ง confused smile

#4 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2008-03-20 14:18

ถึงกับแช่งไว้ตอนท้าย สงสัยเขินอะไรป่าวคร้าบบบบ confused smile

#5 By นายตุ้ย on 2008-03-20 14:20

เข้าใจฮะ confused smile

อบอุ่นออกนะฮะ

#6 By SanokI on 2008-03-20 14:27

ไม่ได้ขำนะค่ะ (นิดหน่อยนะ หยวนๆ)

แต่ยิ้มตลอดเลย
น่ารักจัง ^^…

#7 By a.while on 2008-03-20 14:33

big smile big smile big smile ไม่ขำหรอกรู้สึกดีออกค่ะconfused smile confused smile

#8 By (^_^)/nana on 2008-03-20 14:36

ชิส์ อีแบบนี้ผมก็เคยมีHot!

surprised smile
อ่านแล้วยิ้มตามค่ะbig smile
ฮิ๊ววววววววววววววววววว






ประเภทคนลืมยากรึเแล่าcry

#11 By simply? on 2008-03-20 14:50

คนอื่นเค้ายิ้มกัน แล้วทำไมผมดันเศร้าวะเนี่ย

#12 By zarawut on 2008-03-20 14:54

แหม ว่าจะหมั่นไส้ก็หมั่นไส้ไม่ลง
รู้สึกดีมากๆค่ะ
ดีจังนะคะที่กลับมาเป็นเพื่อนกันได้แบบนี้:)

#13 By mikan on 2008-03-20 15:00

แฮปปี้เอนดิ้งbig smile

น่ารักจนน่าหมั่นไส้ ฮึ่ยๆopen-mounthed smile

#14 By Lullaby-nocturne (ลู) on 2008-03-20 15:11

ฮาๆๆๆ มีบางคนไม่เชื่อว่าคนเคยเป็นแฟนกันถ้าเลิกกันแล้วจะเป็นเพื่อนกันได้ด้วยนะครับคุณเต่า บางครั้งเรื่องที่เป็นความทรงจำที่ดีระหว่างคนสองคนก็เป็นความสุขใจที่เราได้นึกถึงเสมอเนอะ... ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องเอาจุดดำๆ บางอย่างมาเป็นอุปสรรคระหว่างความสัมพันธ์ของคนสองคนเลย...

คุณเต่าทำได้ดีมากๆ ครับ แต่แหม...มันอดฮาไม่ได้นะ...

อุ๊ยตาย...กรี๊ดดดด บ้านปอนต้องบึ้มแน่ๆ เลยcry question

#15 By ปอนปอน on 2008-03-20 15:14

อ่านแล้วนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นหวานแหวว ที่แฟนที่เลิกกันมานั่งเล่าถึงอดีต แล้วตอนสุดท้ายก็ต้องร้องไห้โผกอดกลับมาเป็นแฟนอีกครั้ง

เพียงแต่ของคุณเต่ามันจบไม่เหมือนการ์ตูนเท่านั้นเอง รู้สึกถึงความเศร้าเล็กๆ ในระหว่างที่อ่าน

สรุปเศร้าหรือซึ้งอ่ะเนี่ย

แต่ไม่ขำค่ะ

#16 By General เบ๊ on 2008-03-20 15:20

กรี๊ด อิจฉา น้องบี้
เลิกแล้ว ยังเป็เพื่อนกันได้อยู่

อยากทำใจได้แบบนี้บ้างจัง

#17 By มนุษย์กล่อง on 2008-03-20 15:30

big smile
มันเป็นความสุขของ "เพื่อนสนิท" ไงครับ

#18 By AkE on 2008-03-20 15:32

อ่านแล้วยิ้มเลยครับ (ไม่ใช่ขำนะครับ -_-")big smile

#19 By Yashima on 2008-03-20 15:41

อ่านแล้ว อยากมีความรู้สึกแบบนี้บ้าง
ดูท่าทางจะอบอุ่นหัวใจ

#20 By บอมเบย์ on 2008-03-20 15:43

เหงาละสิคุณบองเต่า confused smile

#21 By Duoartists in phuket on 2008-03-20 15:47

มีช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกันค่ะ :) ต่างกันตรงที่เรากับเขาไม่เคยได้เป็นแฟนกัน แต่มีเรื่องทำให้มองหน้ากันไม่ได้ ตอนนี้ก็มีถามไถ่ .. ไอ้นั่นมั้ย เธอก็เป็นอย่างงี้อยู่เรื่อยหนิ อะไรแบบนั้น ให้ชุ่มชื่นหัวใจ :)

ยิ้มด้วยยย

#22 By gsawa on 2008-03-20 16:01

อ่านแล้ว
ก้ออดอมยิ้มตามไม่ได้

(แต่ไม่ได้ขำ นะ)

คนบางคนเหมาะที่จะ
เป็นเพื่อนที่ดี
มากกว่า
เป็นแฟนที่ดี

มันก้อเป็นความทรงจำ ดีดี
ส่วนหนึ่งของความทรงจำ
ไม่ลืม น่ะดีแล้ว ค่ะ

#23 By Nokontherock on 2008-03-20 16:06

อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเลยครับ big smile Hot!

#24 By SkyKiD on 2008-03-20 16:11

ชอบกินซูชิหน้าไข่หวานด้วยค่ะ

#25 By ฺJutatip on 2008-03-20 16:38

แต่ใครอ่านแล้วขำ ...พ่อตาย ...บ้านบึ้ม!!!
ขำตรงนี้แหล่ะ

เดี๋ยวกลับไปดูบ้านก่อนนะ ว่าบึ้มหรือยังHot!

#26 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-03-20 16:38

ไม่ัก แต่ไม่ลืม ซึ้ง
ว่าแต่เขียนได้ละเอียดมากๆเลยนะคะเนี่ย

อ่านแล้วรุ้สึกดีจังค่ะ แต่ทำไมรุสึกเศร้าพิลึกๆด้วยไงไม่รุ้ - -''

#27 By ★TIMO★ on 2008-03-20 16:39

น่ารักจังเลยค่ะ
x3

ปล. แอบหมั่นไส้อยู่หลายทีเหมือนกัน

Hot!

#28 By BLUE. on 2008-03-20 16:49

ตั้งชื่อให้ใหม่เอาป่ะ..

จะได้เป็นคนเดียวในชีวิตที่เรียกบองเต่าว่า " ลิ้ง "



ป.ล ย่อมาจาก " ดาร์ลิ้ง " ( อิอิ )

#29 By ChanCha on 2008-03-20 16:50

อ่านแล้วจะร้องไห้อ่ะ...ซึ้ง TTATT
ยะก็เป็นนะ...ไม่รัก...แต่ก็ไม่ลืม โทรนัดให้ไปกินข้าวด้วย ถ้าว่างก็จะไปให้แต่จะโทรบอกแฟนก่อน Hot! Hot!

#30 By YOSHINAKIs on 2008-03-20 16:53

ตอนอ่านนี้เราไม่ขำเลยนะ มาขำเอาตรงประโยคสุดท้ายนี้แหละ อ่านแล้วนึกถึงความรักครั้งแรก

#31 By AT1987 on 2008-03-20 16:54

รู้สึกว่า อ่านสบายใจดีนะ อ่านแล้ว เขิล ทำไมเนี้ยะเรา เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกembarrassed embarrassed embarrassed

#32 By 6monkey on 2008-03-20 17:20

อ่านแล้วอมยิ้มมากกว่า
ที่นี่ ได พี่บี้เหรอครับ


อิอิopen-mounthed smile

#34 By tozt (61.19.249.107) on 2008-03-20 17:28

อ่านไปยิ้มไปตลอดค่ะ
ดีจังเลยค่ะbig smile



ไม่รัก แต่ไม่ลืม
ก็มีเหมือนกันค่ะbig smile

#35 By baka91 on 2008-03-20 18:10

กร๊ากกกกกกกกกกกกก


บึ๊ม!!!!!! open-mounthed smile

#36 By azlaz on 2008-03-20 18:48

แอบยิ้มได้ไหมอ่ะ เขิน .. surprised smile มาอ่านความรักคนอื่นบ้าง

#37 By Bew on 2008-03-20 19:05

big smile

#38 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-20 19:23

อ่านแล้วอบอุ่นใจจังค่ะ

big smile

#39 By Cheshire_XxX on 2008-03-20 19:30

อ่านแล้วอมยิ้ม ไม่ขำๆ แต่รู้สึกดีสุดๆ

"ไม่รัก ... แต่ก็ไม่ลืม"

เหมาะกับใครหลายคนดีนะคะ
บอกให้ไม่ขำ ก็ไม่ขำแล้วกันครับ แต่ขออมยิ้มแืทนละกัน :D

เพิ่งรู้เหมือนกันว่าที่ isetan มียาคูลท์ขาย เดี๋ยววันหลัง
จะโฉบไปซื้อบ้าง

ว่าแต่คำถามนั้น ผมคุ้นๆว่าเพิ่งอ่านไปไม่เท่าไหร่เอง ได้คำตอบ
เร็วเหมือนกันเนอะ open-mounthed smile

#41 By @ri on 2008-03-20 20:26

big smile

#42 By FaCeEloN on 2008-03-20 20:39

กลับไปคืนดี(แย่งแฟน) ซะก็หมดเรื่องopen-mounthed smile

#43 By WhiteMapleS on 2008-03-20 20:40

ที่บอกว่าห้ามขำเนี่ยแหละ จะขำตาย....แต่ยังไม่ขำนะคะ...กลัวบ้านบึ้ม 555+

#44 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-03-20 20:41

ขอขำได้มั้ย
ชอบลองของ confused smile

ปล. แล้วตรงไหนมันน่าขำอ่ะ

#45 By ซูเนะโอะ on 2008-03-20 21:12

อืมๆๆ เข้าใจ นะ เข้าใจ

#46 By riddler on 2008-03-20 21:18

คาดว่าเอนทรี่นี้ฮือฮา

อืมม ทำให้นึกถึงเพลง "เวลาจะช่วยอะไร"

จริงๆมันก็ช่วยได้ แต่อยู่ที่ใจมากกว่า

ไม่ได้ขำนะ แต่แอบยิ้มตาม

คนบางคน เป็นเพื่อนกันจะดีที่สุดค่ะ

เพราะความเป็นเพื่อนจะอยู่กับเราตลอดไปนะ

#47 By ~ wanwizaa ~ on 2008-03-20 21:29

big smile big smile big smile big smile big smile
คบเขียน เขียนไป ยิ้มไป
คนอ่านก็ อ่านไป ยิ้มไป
เช่นกันครับ

#48 By -Press F5- on 2008-03-20 21:32

ขอพูดตรงๆนะคร้าบบบ
หมั่นไส้ชื่อเอนทรี่และป.ล.มากๆ

แค่นี้และคร้าบบบ
(พอดีประสบการณ์ความรักติดลบ เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร)question
รู้แต่มีคนเม้นเยอะมาก

#49 By -_- P.R. -_- on 2008-03-20 21:38

big smile

เข้าใจมากมาย

#50 By chinjung on 2008-03-20 22:25