บล๊อคงงๆ

posted on 29 Mar 2008 09:53 by bongtao  in office

1.
สาเหตุที่ผมหายไปเกือบสิบวัน
มีอยู่สองสาเหตุหลักๆ คือ
หนึ่ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมยุ่งจนแทบไม่ได้หายใจ
ยุ่งถึงขนาดโทรศัพท์มือถือทั้งสองเครื่องแบตหมดแทบทุกสิ้นวัน
สอง
ผมไม่มีอินเตอร์เนทให้ใช้ในห้องนอนแล้ว
เพราะตอนนี้ผมเป็นผีตองเหลือง ระหกระเหินไปมาระหว่างไทยกับเขมร
ผมจึงไม่มีห้องนอนที่เขมรเป็นแหล่งหลักปักฐานอีกต่อไป

สองสามวันที่ผ่านมา ผมถึงห้องนอนแล้วก็สลบเหมือดไปแทบจะทันทีที่ถึงเตียง
นี่อาจจะเป็นข้อดีข้อนึงของการไม่มีอินเตอร์เนทให้ใช้ตอนดึกๆ
พอกลับถึงห้อง อาบน้ำ ผมก็แค่นั่งอ่านหนังสืออีกสักยี่สิบหน้า
แล้วก็นอนตั้งแต่สี่ห้าทุ่ม...ไม่มีการแชท ไม่อัพบล๊อค และไม่ทำงาน

วันนี้ช่วงสี่ห้าโมงเย็น ผมเหนื่อยจนเข้าสู่โหมด
“critical low battery”
ซึ่งผมไม่ได้เข้าโหมดนี้มานานหลายเดือนมากแล้ว...
อาการของผมคือ สมาธิสั้น ความสามารถในการคิดวิเคราะห์กลายเป็นศูนย์
พูดไม่รู้เรื่อง พูดติดๆขัดๆ วนไปวนมา จับความไม่ได้ศัพท์ ...
คือถ้ายังเหนื่อยต่อไปอีก ผมคง
shut down ตัวเองแล้วสลบอยู่ตรงนั้นเลย

ดังนั้น วันนี้ผมคงจะเขียนบล๊อคแบบมั่วๆ วนไปวนมาครับ
ผมขอทำงานคืนนี้ให้เสร็จ แล้วเข้านอน พรุ่งนี้คงได้กลับเข้าสภาพปกติ

ทำใจไม่ได้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปเดินเลือกซื้อแว่นกันแดดที่สยาม
เพราะการงานของผมตอนนี้ จะต้องกรำแดดกรำฝนกันบ้างพอสมควร
เวลาที่ผมนั่งรถ ผมก็จะนั่งข้างคนขับ ผมเลยคิดว่าแว่นกันแดดเริ่มเป็นสิ่งจำเป็น
เพราะมันคงจะป้องกันแสงแดด และแสงสะท้อนจากกระจกต่างได้พอสมควร
ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ผมเป็นคนที่ไม่เคย
accessorize ตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ผมไม่ใส่แหวน ไม่ใส่กำไล ไม่ใส่สร้อย ไม่ใส่
wristband ใส่แค่นาฬิกาข้อมือเท่านั้น

ผมพบว่า แว่นกันแดดเป็นของที่แพงกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก
ผมเคยเข้าใจว่า ผมน่าจะหาแว่นดีๆราคาประมาณ
2000 บาทได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
แต่กลายเป็นว่า ราคามันเริ่มต้นที่ประมาณ
4000 กว่าบาทไปจนถึงเป็นหมื่นบาท
ด้วยความมีรสนิยมของผม ก็มักทำให้สายตามันไปสะดุดที่รุ่นแพงๆเฉียดๆหมื่นทั้งนั้น
สรุปว่า วันนั้นผมทำใจไม่ได้ ที่จะควักเงินซื้อแว่นกันแดดอันละหลายพัน

กลับบ้านตัวเปล่า ... ส่วนบัตรเครดิตและบัตร
ATM ยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าตังค์

ผมรวบรวมความกล้า ไปเดินดูแว่นกันแดดอีกครั้งที่
duty free ในสุวรรณภูมิก่อนขึ้นเครื่อง
ถึงมันจะมีรุ่นที่ราคาประมาณ
5,000-6,000 บาทที่ผมค่อนข้างถูกใจ
ผมก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ที่จะซื้อของชิ้นเล็กๆก๊อกแก๊กๆพวกนี้ด้วยราคาขนาดนี้

จนถึงทุกวันนี้ ผมยังกรำแดดด้วยการใส่หมวกแก๊ปกันแดดแยงตาต่อไป...

พลาด!

ผมเกือบไม่ได้บินมาเขมรครั้งนี้ตามกำหนดที่ตั้งใจไว้
เพราะผมเพิ่งรู้ตัวก่อนเดินทางแค่
10 ชั่วโมงว่าผมลืมโทรแจ้งเลื่อนวันเดินทางในตั๋ว
(ผมซื้อตั๋วเครื่องบินที่เขมร ดังนั้น ไฟลท์ กรุงเทพฯ
พนมเปญ จะเป็นขากลับ
ซึ่งผมจะลงวันที่กลับไว้คร่าวๆ ถ้ารู้วันเดินทางแล้วจึงจะโทรไปเปลี่ยนหรือคอนเฟิร์มอีกที)
ซึ่งตอนนั้นมันเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว ผมนึกไม่ออกในแวบแรกว่าจะทำยังไงดี
เพราะตอนนั้นมันไม่ใช่
business hour แล้ว โทรไปที่ ticket office ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
จนสุดท้าย ผมจำได้ว่าผมมีเบอร์ของเคาน์เตอร์บางกอกแอร์เวย์ที่สุวรรณภูมิอยู่ ...
ผมลองโทรไป ... ครั้งแรก ...ไม่มีคนรับ ครั้งที่สอง... ไม่มีคนรับ
จบกัน สามสี่ทุ่มแล้ว บางกอกแอร์เวย์คงไม่มีไฟลท์บินดึกๆ เคาน์เตอร์คงปิดไปแล้ว

ผมคงต้องไปวัดดวงขึ้น
waiting list ที่สนามบินตอนเช้าแล้วสินะ
ก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจ ผมลองเปิดตารางเวลาของบางกอกแอร์เวย์ทั้งหมด
... เฮ้ย มันมีไฟลท์บินไปฟุกุโอกะตอนตีหนึ่ง
!!!! เคาน์เตอร์ต้องยังไม่ปิด !!!
ผมจึงลองกระหน่ำโทรอีกครั้ง จนในที่สุดก็มีคนรับสายและผมก็เลื่อนวันเดินทางได้

ขอบคุณความพยายามของตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ขอบคุณบางกอกแอร์เวย์ที่ยอมเปลี่ยนวันเดินทางได้อย่างง่ายดาย
...ต่อไปผมคงจะไม่พลาดง่ายๆแบบนี้อีกแล้ว

จะแพงไปถึงไหน

ตอนนี้ที่เขมรกำลังประสบภาวะข้าวของแพงอย่างน่าสะพรึงกลัวมากๆ
ราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มตอนนี้ ลิตรละ
49 บาทเข้าไปแล้วครับ
แก๊สหุงต้มขนาดถัง
15 kg. ที่บ้านเราขายประมาณถังละ 300 กว่าบาท
ราคาที่นี่ตอนนี้คือ
30-35 US$ หรือประมาณหนึ่งพันบาทเข้าไปแล้ว
เนื่องจากตอนนี้ ทางเมืองไทยบ้านเราสั่งงดส่งออกแก๊สหุงต้มอยู่ครับ
และตอนนี้ ก็เกิดภาวะข้าวสารขาดแคลน ราคาพุ่งพรวดจนเกิดการกักตุน
ล่าสุดก็มีนโยบายห้ามส่งออกข้าวเป็นเวลาสองเดือนเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว
ราคาเนื้อหมูที่นี่ กิโลละ
180 บาท (บ้านเรากิโลละ 120 บาทก็บ่นจะเป็นจะตายแล้ว)
ราคาเนื้อวัว ทะลุเข้าไปกิโลละ
200 บาทแล้ว ...น่ากลัวไหมครับ ?

ตอนนี้ร้านอาหารไทยที่ผมไปอุดหนุนถึงกับเครียดกันทุกร้านเลยล่ะ
เพราะต้นทุนต่างๆพากันพุ่งทะยาน จนต้องปรับราคาขึ้นตามไปด้วย
ผู้บริโภคอย่างเราก็ได้แต่รับกรรมกันไป ...

เขมรไม่ร้อนอย่างที่คิด

ถึงตามหลักภูมิศาสตร์ พนมเปญจะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่ากรุงเทพฯ
ผมเลยคาดการณ์ตอนอยู่กรุงเทพฯว่า พนมเปญมันคงเดือด+ร้อนกว่าแน่ๆ
แต่ผมก็พบว่า อากาศของพนมเปญตอนนี้ยังไม่ร้อนทารุณเท่าอากาศกรุงเทพฯ
แถมคืนก่อนนู้น ยังมีฝนตกลงมาให้เย็นฉ่ำใจด้วย นับว่าน่าแปลกมาก
ตอนนี้ผมเห็นเพื่อนๆที่กรุงเทพฯ พากันก่นด่าสาปแช่งอากาศที่กรุงเทพฯกัน
ผมพอเข้าใจดี เพราะอาทิตย์ที่แล้วผมแทบไม่สามารถฝ่าไอแดดกรุงเทพฯ
เพื่อออกไปกินข้าวที่แผงหน้าสำนักงานใหญ่ได้เลยด้วยซ้ำ

ผมกำลังจะย้ายบ้าน

ผมหมายถึงโรงแรมที่ผมอยู่ตอนนี้นี่ล่ะ ...
ตอนนี้ผมหาห้องพักที่เป็น
serviced apartment ในราคาที่รับได้แล้ว
(ราคาที่รับได้ที่ว่า ก็พอๆกับเงินเดือนที่เมืองไทยของผมทั้งเดือนเลยล่ะ)
เพราะผมค่อนข้างหงุดหงิดกับการแพ๊คกระเป๋าเดินทางกลับไปกลับมา
รวมถึงการพักในโรงแรม ซึ่งผมต้องจ่ายค่าซักรีดในราคามหาโหดด้วย

ไว้ผมย้ายบ้านแล้วจะถ่ายรูปเคหาสน์หลังใหม่มาให้ดูกันครับ

ไปพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าแม่มมม..แทนได้มั้ย?

สิ่งนึงที่ทำให้ผมหงุดหงิดได้เวลาอันสั้นคือ ควันบุหรี่
สองสามวันที่ผ่านมา ผมต้องรับแขกท่านนึงที่เป็นสิงห์อมควันขั้นเทพ
ท่านสูบบุหรี่ชนิดมวนต่อมวน สูบแบบไม่เลือกที่ สูบแบบไม่ไว้หน้า
ซึ่งเขมรคงเป็นสวรรค์ของท่าน เพราะที่นี่ไม่มีกฏห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร
ท่านสูบจัดชนิดที่ว่า ท่านลงเครื่องปั๊บท่านก็ขอสูบมวนนึงก่อนเลย
ผมเลยถูกรมควันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะประชุม กินข้าว ออกไซท์งาน
ถ้าบุหรี่มันเคี้ยวได้ แกคงเคี้ยวแทนหมากฝรั่งไปแล้วละ

ผมไม่เคยรังเกียจคนสูบบุหรี่แม้แต่น้อย ตราบเท่าที่คุณไม่ส่งควันมารังควานผม
แต่ไอ้การสูบบุหรี่กลางโต๊ะอาหารแบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมโต๊ะแบบนี้
ผมรับไม่ได้ว่ะ ...

ซวย 3 เด้งใน 3 นาที

จริงๆผมเขียนหัวข้อนี้ที่ออฟฟิศตอนเช้าวันเสาร์ครับ
เมื่อคืนรู้สึกเสียดายนิดๆที่ไม่ได้ไปคาราโอเกะกับพี่ๆแก๊งจุฬา
เพราะผมยังมีภาระต้องทำตัวเลขให้เสร็จและส่งกลับไทยตอนเช้าวันนี้
และผมเองก็เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไงแล้ว เลยขอตัวกลับโรงแรมก่อน

ปรากฏว่า เช้าวันนี้มาออฟฟิศตั้งใจจะมาส่งเมล์กลับไทยเป็นอย่างแรก
พอตั้งโน้ตบุ้ก เสียบปลั๊กปุ๊บ ...ไฟดับ
!!! ห่านจิก !!!
แล้วกูรีบทำตัวเลขให้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนเพื่ออะไรวะเนี่ย มาออฟฟิศก็ส่งเมล์ไม่ได้...

สาด....


ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูร้อนแล้วครับ ไฟฟ้าในพนมเปญจะเริ่มดับบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งถ้าออฟฟิศผมไฟดับ ก็จะไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะส่งอีเมล์หรือโทรศัพท์

ไฟดับยังไม่ทันไร คุณลูกค้าที่ผมนัดคุยงานตอน 10 โมงเช้าก็โทรเข้ามือถือ
ถามผมว่าตอนนี้อยู่ไหน ผมก็บอกไปว่าวันนี้ผมทำงาน ตอนนี้ผมอยู่ออฟฟิศแล้ว ...
คุณลูกค้าเลยบอกว่า ว้า...แย่จัง ผมกะจะเลี้ยง
Intercontinental Breakfast
ที่โรงแรม
Intercontinental ซะหน่อย ผมเห็นคุณพักโรงแรมตรงข้ามกัน
เผื่อเราจะได้นั่งคุยกันสบายๆ ...อาหารเช้าที่นี่อร่อยมากด้วย

สาดดดดดด....อดแดกกกกกก

วางหูไปไม่ถึงนาที ก็มีสายจากเมืองไทยโทรเข้ามาอีกเบอร์ ไม่โชว์ชื่อ
สงสัยจะเป็นฝ่ายวางแผนโทรมาทวงตัวเลขแหงๆ เอาวะ ...รับหน่อยก็ได้
 
สวัสดีค่ะ ร้านข้าวต้มบางรักใช่มั้ยคะ จะสั่งอาหารค่ะ

สาดดดดดดดดดด ...กูอดแดกอาหารเช้าแล้วมึงจะมาเอาข้าวต้มจากกูอีกเรอะ
แล้วเอ็งรู้มั้ย ว่ากูกดรับสายทีนึงเนี่ย ต้องเสียเงินค่ารับสายนาทีละ 107 บาทน่ะ

...จบข่าวครับ ... ตอนนี้ไฟฟ้ากลับมาแล้ว
ขอตัวทำงานต่อ ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวัสดีครับ ผมก้ไปทำงานที่เขมรบ่อยๆเหมือนกันคระบอิๆquestion

#1 By ทอม on 2008-03-29 10:11

เอนทรี่นี้เหมือนอัดอั้น เอาสิ่งที่อยากจะอัพมายิงเป็นชุดๆเลยครับ

ดูเหมือนว่าพี่บองเต่าจะรีบ เลยมีแต่เลข1 กับ หัวข้อย่อยอีกหลายๆหัวข้อ big smile

แล้วก็ท่าทางจะเหนื่อยมาก สู้ๆนะครับ

ปล.ค่าที่พักที่เขมร ราคาพอๆกับเงินเดือนทั้งเดือน sad smile

#2 By SkyKiD on 2008-03-29 10:12

55555 อุ้ย ขอโทษที่ขำค่ะ sad smile เสียค่ารับตั้ง 107 บาทเลยเหรอ open-mounthed smile
แพงซะจนน่ากลัวเลยนะที่นั่น ต่อไปคงต้องกักตุนอาหารแห้งไว้กินกันแล้ว
พี่ครับ กลับมาเมื่อไหร่ ทำบุญบ้างก็ดีนะครับ (หมาว่าเงินเดือนออกเมื่อไหร่ จะไปทำบุญโลงศพ... รู้สึกช่วงนี้เริ่มซวยๆ ยังไงพิกล)

รับโทรศัพท์เสียตังค์ด้วย เอิ้ก...

เรื่องอาหาร สงสัยต้องเน้นอาหารกระป๋องแล้วมั้งครับ แต่จะว่าไป เรื่องกินนี่ค่อนข้างสำคัญ (นะ) เอาเป็นว่าเลือกทานของมีประโยชน์ให้ครบก็แล้วกันนะครับ ไม่สบายไปจะแย่เอา

(ด้วยความปรารถนาดีจากหมา)

#5 By cosmoguy on 2008-03-29 10:54

ข้าวต้มบางรัก...sad smile

#6 By Chubby Chocobo on 2008-03-29 11:07

สบายใจขึ้นบ้างแล้วสินะครับ big smile

#7 By azlaz on 2008-03-29 11:39

เห๊ออออ ค่ารับสาย 107 บาท ฟังแล้วขนลุก cry

#8 By นายตุ้ย on 2008-03-29 11:41

confused smile confused smile โอ้ มีเรื่องน่าปวดหัวเยอะแยะเลย...สู้ๆนะคะ...confused smile confused smile confused smile เครียดก็มาระยบายค่ะรออ่านๆconfused smile

#9 By (^_^)/nana on 2008-03-29 11:51

นั้นสิบ้านเราบ่นกันข้าวยากหมากแพง ประเทศอื่นแพงกว่าเราตั้งเยอะ ค่าแรงก็น้อย อย่างลาว เขมร ของแพงกว่าเราเยอะเลย รักประเทศนี้เถอะครับพี่น้องครับ
รับสายนาทีละ 107 บาท แม่เจ้า ไม่เคยรู้เลยน่ะเนีย
พนมเปญของแพงขนาดนั้นเลยเหรอ โห !!!

ปล.หาซื้อแว่น 199 สิ มีเย่อะน่ะบ้านเราอะ

#11 By sjtree on 2008-03-29 12:13

ดีจังที่อยู่ไทย ของแพงเจงๆ

รักษาสุขภาพนะคะ เหนื่อยนักก็อัด M150 ค่ะ ไม่มีลิมิตชีวิตเกิน 100

#12 By General เบ๊ on 2008-03-29 12:18

แพงขนาด



ยังดีที่ไม่ร้อนมากนะครับ

#13 By Zairen_Bibliophobia on 2008-03-29 12:45

เอาหน่ะ ชั่ว 7 ที ดี 7 หน

#14 By ta_THINK_nhong on 2008-03-29 13:00

ข้าวต้มข้ามชาติ ราคาแพงดีจริงๆ - -''

#15 By on 2008-03-29 13:11

ชีวิตทำงานท่าทางหนักดี ยังไงก็สู้ๆนะครับ(แต่คงคุ้มกับรายได้อยู่หรอกเนอะ)
แต่ผมแอบขำเรื่องโทรทวงข้าวต้มแฮะ อิอิ

ปล.พวกแว่น 199 นี่ ไม่แนะนำครับ ใส่แล้ว ตาจะบอดเอา

#16 By @ri on 2008-03-29 13:29

มีข้อ
1.

แต่ไม่มีข้อ
2.
เลยนะท่านบองเต่าsad smile
เอ่อ.....ซวยซ้ำ ซวยซ้อนจริงๆ

เอาเถอะค่ะ ยังไงๆคนเราก็ไ่ม่โชคร้ายตลอดแน่ๆ
อี สาย สุดท้าย นี่ น่าตบมากๆ

#19 By riddler on 2008-03-29 15:50

สู้ต่อไป ไอ้เต่า(มด)แดงsad smile

#20 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-03-29 15:58

เป็นเอนทรีีระบาย sad smile
แต่หลังจากลองอ่านไปอ่านมา 2-3 เอนทรี
เอ...เหมือนคุณกะเราจะอยู่ออฟฟิศเดียวกันยังไงอยู่
(อยู่แถวบางซื่อรึเปล่าคะ เหอๆ)

#21 By W★G on 2008-03-29 17:01

เอ่ออออ อยู่เขมรดีๆ

ไงกลายเป็น ข้าวต้มบางรักหว่า

ปล. ขอแนะนำ รัฐบาลเขมร ให้เอาวิธีแก้ปัญหาของบ้านเราไปใช้

คือ หมูแพง ก็ไปกอนไก่สิครับ ถูกดี

#22 By ~ wanwizaa ~ on 2008-03-29 17:25

อืมม์ ยังเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เรื่องประท้วง
เพราะได้ข่าวจากพนมเปญไม่ค่อยสู้จะดีนัก
มาถึงตอนนี้ คงไม่มีอะไรแล้วนะ

#23 By กมลหนุ่ม on 2008-03-29 17:32

พี่ ๆ

สายจากเมืงไทยไปโผล่เขมรได้ไงงงงงง๊

#24 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-03-29 19:24

กดรับสายทีนึง ต้องเสียเงินค่ารับสายนาทีละ 107 บาท

โอ้ววว...แพงสาดดดดดดดดดด จิงๆ

Hot!

#25 By THE NERD on 2008-03-29 21:23

โถๆๆ อ่านมาแล้วรู้สึกเสียดายอาหารเช้ามากสุดเลยอ่ะ (เห็นแก่กิน??)

#26 By gsawa on 2008-03-29 21:48

นาทีละ ร้อยเจ็ด? แพงแสดดดดดดดดด

แต่อินเตอร์คอนเบรกฟาสต์ กับ ข้าวต้มยามเช้า มันก็น่าหม่ำนะเนี่ย .. พลาดไปซ้า

ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ .. ซัมเมอร์นี้ อย่าลืมหาวันว่าง เว้นจากการทำงาน ไปหามุมสงบ ๆ บรรยากาศดี ๆ พักผ่อน คลายอารมณ์บ้างนะคะ surprised smile
โหหหห ! ไอ้ซวยสามเด้ง นี่น่าโมโหแทนจริง ๆ =_=
ประสบการณ์ชีวิตพี่นี่เต็มสตรีมมาก ๆ ถ้าเปรียบกับความจุคอม ความจุประสบการณ์ของพี่คงทะลุ 200 GB ไปแล้ว

สึโก่ยยยยย !! cry

#28 By {CODE;4079} on 2008-03-29 22:35

ยังเขียนเป็นหัวข้อเรียบเรียงได้แบบนี้ แสดงว่ายังโอเคนิดๆ ยังไงก็เอาใจช่วย :D~

#29 By Unakite on 2008-03-30 16:03

14f5b1a84f8af0fe74e553ee11df0c0d

#30 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-06-09 14:26