1.
อีกไม่กี่วันก็จะครบ
10 เดือนที่ผมทำงานที่เขมรแล้วละ

ผมยังจำวันที่นายเรียกผมเข้าไปคุยในห้องได้ดีครับ
ผมจะให้คุณไปช่วยงานที่เขมรสัก 3-4 เดือนนะ
ไปร่ำลาที่บ้าน เพื่อน แฟนให้เรียบร้อย พร้อมแล้วก็เก็บของไปได้เลย

...

แล้วไหนล่ะ สามสี่เดือน ...นี่ปาเข้าไปสิบเดือนแล้ว
นี่ถ้ามาอยู่แล้วมีเมียแต่แรก ตอนนี้ก็ได้ลูกมาอุ้มเล่นไปแล้ว...


ด้วยความที่ผมเชื่อสิ่งที่นายพูดว่า ผมจะทำงานที่นี่แค่สี่เดือน
ผมเลยคิดว่า การพักอยู่โรงแรมสี่เดือนก็คงไม่แย่อะไรนัก
ที่สำคัญคือ
serviced apartment ที่นี่ก็ค่อนข้างแพงเอาการ
และมักจะบังคับให้เราเซ็นสัญญากันเป็นอย่างต่ำปีนึง
การพักที่โรงแรมจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผม ...

ผ่านไปสี่เดือน ... ผมยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับ
เดือนที่ห้าผ่านไป ... งานก็ยังไม่เสร็จสิ้น...
เดือนที่หกผ่านไป ... เอ๊ะ ...ทำไมไม่เห็นมีใครพูดเรื่องให้ผมกลับ?
ทำไมไม่มีใครพูดเรื่องคนที่จะมาแทนผมอย่างถาวรที่นี่ล่ะ?


...จนสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มเข้าที่และชัดเจนมากขึ้น
เมื่อการ
rotate งานประจำปีนี้ ผมยังคงดูแลตลาดกัมพูชาเหมือนเดิม
แถมมีการบอกกลายๆว่า ท่าทางจะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกพักใหญ่
ผมก็รู้แล้วละ ว่าเดือนที่
11, 12, 13… ก็จะตามมาแน่นอน


... การนอนโรงแรมติดต่อกันถึง
7-8 เดือนไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ
เพราะผมไม่ได้รวยถึงขนาดไปเช่าห้อง
VIP penthouse อยู่นะครับ
มันก็แค่ห้องพักโรงแรมสามดาวที่มีแค่เตียง ทีวี โต๊ะทำงานและห้องน้ำ ...
ถึงสภาพมันจะไม่ได้แย่มาก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากในห้องนั้น
อยากทำอาหารง่ายๆกินก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีครัว ไม่มีเครื่องปรุง
วันไหนอยากจะสูดอากาศโปร่งๆ ก็ต้องออกไปหาร้านนั่งข้างนอก
เพราะห้องเป็นห้องแอร์เปิดหน้าต่างไม่ได้ และพื้นก็เป็นพรมเก่าๆที่เก็บฝุ่นสุดๆ
แถมแสงสว่างในห้องก็ไม่พอที่จะอ่านหนังสือโดยไม่ทำร้ายสายตาซะด้วยสิ

พอถึงเดือนที่
8 ผมก็เริ่มปริปากพูดถึงการ ย้ายบ้าน
เริ่มอิจฉาพี่ๆ
expat ที่อยู่อพาร์ทเมนต์ มีครัว มีห้องนั่งเล่น
ผมจึงเริ่มปฏิบัติการ
หาบ้านใหม่ โดยทันที

2.
สิ่งนึงที่สามารถยืนยันได้ว่า พนมเปญเป็นเมืองที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ
คงจะเป็นความจริงที่ว่า อพาร์ทเมนต์ใจกลางเมืองพนมเปญมันเต็มเกือบหมด
ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักของอพาร์ทเมนต์พวกนี้ก็คือ
expat ที่มาทำงานอย่างผมนี่แหละ

อพาร์ทเมนต์กลางเมืองที่นี่ไม่ใช่ถูกๆนะครับ ราคาเนทที่รวมทุกอย่าง
(ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซักรีด ค่าทำความสะอาด บวก
VAT อีก 10%)
สำหรับห้องนอนเดี่ยว ราคาเดือนละ
1,000 US$++ ถือเป็นราคามาตรฐาน
ถ้าเป็นห้องนอนคู่ หรือสามห้องนอน ก็จะแพงขึ้นไปตามลำดับ ...

จนในที่สุด ในวันหนึ่ง, ผมก็ได้โทรศัพท์แจ้งว่า มีห้องว่างหนึ่งห้อง
แถมราคาก็ถูกแสนถูก แค่เดือนละ
750US$ เท่านั้นเอง ...
ซึ่งราคานี้เท่ากับราคาค่าโรงแรมรายเดือนที่ผมเคยอยู่เลยนั่นแหละ
โอ้ว นี่มัน
sweet deal ชัดๆ แถมสัญญาก็สามารถเซ็นแค่ 6 เดือนได้ด้วย

ผมก็เลยจัดการจองห้องไว้ พอมาถึงพนมเปญเมื่อวาน
ก็จัดการเข้าเช็คอินโดยทันที...


3.
คือถ้าเป็นห้องพักราคาเดือนละ 1,000US$++ เนี่ย ...
ห้องพักมันจะเพรียบพร้อมทั้ง
facilities และ amenities
ชนิดที่เอามาแต่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวอีกหน่อย แล้วก็เข้าอยู่ได้ทันที ...

แต่ห้องผมราคาแบบผมนี่ มันออกจะแนวเป็นหอพักยังไงชอบกล
มันมี
facilities ที่พร้อมกว่าโรงแรมก็จริง...แต่มันไม่มี amenities เหมือนอยู่โรงแรมไง
พูดง่ายๆคือ มีแต่เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ...ส่วน
ที่เหลือ ต้องจัดการเอง ...
ส่วนบริการซักรีด ทำความสะอาดที่รวมเข้าไปในค่าเช่าแล้ว
ก็เป็นแค่
ค่าแรง เท่านั้น แต่ผมต้องไปจัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดให้
แล้วแม่บ้านจะเอาของของผมไปจัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อยเอง

ซึ่งผมพบว่า ไอ้คำว่า
ที่เหลือ ในย่อหน้าบนนี่มันก็เยอะเหมือนกันนะ
คงเป็นเพราะผมค่อนข้างชิน กับการมีน้ำดื่มสองขวดเติมให้ทุกวัน
มีแม่บ้านทำความสะอาด เก็บเตียง ทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน
มีผ้าขนหนู ผ้าเช็ดมืออย่างละ
2 ผืนเปลี่ยนใหม่ให้ทุกวัน ...
ซึ่งอพาร์ทเมนต์มันไม่มีอะไรพวกนี้ให้สักอย่าง...

หลังเลิกงาน ผมเลยพุ่งไปที่
Lucky Supermarket เจ้าประจำ
เพื่อปฏิบัติการ
ซื้อของเข้าบ้าน อย่างเป็นทางการเลยล่ะ

ถึงผมจะเป็นคนชอบเดิน
supermarket เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว
ผมก็จะเลือกเดินเฉพาะในส่วนของที่ผมต้องซื้อและใช้เอง
ซึ่งส่วนมากก็แค่พวกขนม ของกิน และสบู่ แชมพู อะไรพวกนี้

แต่มาวันนี้, ผมซึ่งไม่เคยซักผ้าเอง (ลูกคุณหนูมั้ยล่ะครับ)
กลับต้องมาเลือกผงซักฟอก ซึ่งมีประมาณแปดแสนยี่ห้อ
คือ ... ไม่รู้อ่ะครับ ว่าผงซักฟอกยี่ห้อไหนรุ่นไหนมันต่างกันยังไง
อย่างผมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน มันต้องใช้บรีสคัลเลอร์มั้ยวะเนี่ย?
เอ๊ะ บรีสเอ็กเซล กับ โอโม่ อันไหนมันดีกว่ากันละ ?

ตามมาด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มอีก ...มีกลิ่น มีสีอะไรให้เลือกเต็มไปหมด
ไม่เคยซื้อครับ ... ลูกคุณหนูอย่างผมกลายร่างเป็นเด็กมีปัญหาทันที
รู้สึกเคว้งคว้างอยู่ใน
supermarket อย่างบอกไม่ถูก
สุดท้ายก็ตัดปัญหา หยิบๆเอายี่ห้อที่พอจะจำได้นี่แหละ ...


ผมซึ่งไม่เคยรีดผ้าเอง (คุณหนูจริงๆกรู) ก็ต้องซื้อน้ำยารีดผ้าเรียบ
(จริงๆต้องซื้อเตารีด และที่รองรีดด้วยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปซื้อ)
นี่รวมถึงน้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ .. โอว ไม่เคยซื้อสักอย่าง
เวลาดูโฆษณาของใช้พวกนี้ ก็ไม่เคยสนใจจริงจัง เพราะไม่ได้ซื้อใช้เอง
จากนี้ไปผมคงต้องศึกษา
consumer product ให้จริงจังกว่านี้แล้วสิ

พอซื้อของใช้ครบแล้ว ก็ไปซื้อของหมวดอาหารการกินกันต่อ...
โหะๆ ขอโทษครับ ... มนุษย์เงินเดือนลูกคุณหนูอย่างผมเนี่ย
ทำอาหารเป็นนะครับ ขอบอก ... ที่สำคัญคือ ทำอร่อยด้วย
!

ห้องพักของผมมีห้องครัว มีเตาแก๊สด้วยละครับ นี่ละสิ่งที่ต้องการ
!
แต่ดันไม่มีหม้อไหจานชามอะไรเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปซื้ออีกละ
นี่ผมกะว่าทุกวันอาทิตย์จากนี้ไป ผมจะทำกับข้าวกินเองแล้วครับ
วันนี้ผมก็เลยจัดการซื้อเครื่องปรุงมาเตรียมไว้ก่อน ...

ต้องขอบคุณที่กัมพูชากับประเทศไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน
เพราะมันทำให้ผมสามารถหาซื้อสินค้าไทยได้ครบทุกอย่างที่ต้องการ
เช่น น้ำตาลมิตรผล ซอสภูเขาทอง ซีอี๊วขาวง่วนเชียง น้ำปลาทิพรส
หรือซอสหอยแมลงภู่ตราสามแม่ครัว (แต่สุดท้ายผมเลือกยี่ห้อลีกุมกี่แทน
เพราะว่าเป็นยี่ห้อที่ใช้ปรุงตอนเจียวไข่แล้วอร่อยเหอะๆครับ ...)

นอกจากห้องครัวแล้ว ผมก็ยังมีตู้เย็นตู้ใหญ่บึ้มอีกตู้นึง
ตอนผมพักอยู่โรงแรม ผมจะมีแค่ตู้เย็นมินิบาร์เล็กกะจึ๋งเดียว
แค่ใส่โยเกิร์ต
4 ถ้วยก็เต็มตู้แล้ว สต๊อกของได้ไม่กี่วันของก็หมด
มาวันนี้ ผมก็จัดการซื้อของยัดใส่ตู้เย็นให้สะใจหายอยากไปเลย
ซื้อทั้งขนมนมเนย น้ำเปล่า ชาเขียว โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ...

เวลาเปิดตู้เย็นออกมา แล้วเห็นของกินฟูฟ่องเต็มตู้เย็นแบบนี้
จัดว่าเป็นความสุขขั้นสุดยอดเวลากลับมาห้องเหนื่อยๆหลังเลิกงานของผมเลยล่ะ


คนเขมรที่เห็นรถเข็นของผมคงจะอึ้งแดกไปเล็กน้อย
เพราะมันมีตั้งแต่ขนม น้ำมันพืช น้ำเปล่าหนึ่งลัง ไปจนถึงไม้ถูพื้น
!
...

ปกติเวลาผมซื้อของที่
Lucky ผมจะใช้เงินไม่เกิน 10 US$ หรอกครับ
แต่นี่วันเดียว ผมซื้อของปาเข้าไป
70 US$ หรือสองพันกว่าบาทแน่ะ ...
ของพวกนี้ผมเบิกบริษัทก็ไม่ได้ และผมก็ไม่คิดจะขนอะไรกลับไทยด้วย
จะว่าไปมันก็เยอะอยู่นะครับ ...แต่ผมก็ว่าคุ้มว่ะ ...

เพราะผมตั้งใจว่าห้องนี้มันจะเป็นบ้าน(เล็กๆ)ผมที่เขมรนี่แล้วล่ะ ...

ไอ้การซื้อของแค่ไม่กี่พัน เพื่อทำให้อพาร์ทเมนต์มันได้ sense of home มากขึ้น
ผมว่าคุ้มครับ ... คุ้มมากๆ...ยอมจ่ายโดยไม่อิดออดอะไร

4.
จากการช้อปปิ้งครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกถึงคนที่เป็น เด็กหอ ว่ะ ...
ผมไม่เคยเป็นเด็กหอ ไม่เคยอยู่ไกลบ้านเลย มีครั้งนี้แหละที่ไกลบ้านที่สุด
ซึ่งผมรู้สึกว่าต้องใช้สัญชาติญาณการเอาตัวรอดเพิ่มมากขึ้นอีกขีดนึง
ต้องขวนขวายทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคยมาทั้งชีวิต

ผมรู้นะครับ ว่าต่อให้ซื้อของเข้าบ้านที่นี่ให้เพียบพร้อมขนาดไหน
ยังไงมันก็ยังสู้บ้านผมจริงๆไม่ได้ เพราะผมต้องอยู่ที่นี่คนเดียวนินะ

ใครที่มีโอกาสได้อยู่กับที่บ้านแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันบ่อยๆ
ขอบอกเลยนะครับ ว่าคุณเป็นคนโชคดีมากๆคนนึงเลยล่ะ
ใช้เวลาที่บ้าน ใช้เวลากับคนที่บ้านให้เยอะๆนะครับ
!



ปล. ระหว่างนั่งพิมพ์เอนทรี่นี่ ก็นั่งดูสวรรค์เบี่ยงไปด้วยอย่างเมามันส์
แต่พอฝนตกห่าใหญ่ลงมา สัญญาณทีวีก็หายไปจนดูไม่ได้ ชิบหายแล้ว
!

ปล.
2
ผมเพิ่งเริ่มดูสวรรค์เบี่ยงตอนเดือนนี้เองแหละครับ
เพราะที่บ้าน ที่ทำงานผมเล่นดูกันทุกคน เลยต้องดูตามไปด้วย


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยินดีด้วยกับบ้านใหม่นะครับ
ขอให้อยู่แล้วสุขกายสบายตูด
หูรูดฟิต

#1 By มนุษย์กล่อง on 2008-05-02 11:26

อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเท่าที่บ้านจริงๆค่ะ

กลับบ้านที แทบไม่อยากกลับ ม.เลย ถึงที่ ม.ความเป็นส่วนตัวจะสูงกว่าก็เหอะ เพราะเช่าห้องอยู่คนเดียว

อ่านแล้วนึกถึงตัวเองตอนไปซื้อของเข้าหอใหม่ๆเลยค่ะ ลิสท์ของนี่ยาวเป็นหางว่าว แต่พอไปยืนเลือกของก็อึ้งแดก เพราะมันหลายหลากสารพัดยี่ห้อเหลือเกิน sad smile

#2 By mookie' on 2008-05-02 11:34

โห คุณยังถือว่าซื้อของน้อยนะ ผมไปอยู่หอครั้งแรก อาทิตย์เดียวหมดเป็นหมื่น sad smile

#3 By นายตุ้ย on 2008-05-02 11:45

อาทิต์หน้าจะจบแล้วนะครับคุณเต่า พุธหน้าห้ามพลาดนะ ปอนก็เพิ่งเคยไปไกลบ้านจริงๆ ก็ตอนเรียนปี 4 แล้วที่ต้องไปฝึกงาน แล้วก็ตอนเรียน ป.โท ปอนเข้าใจดีหล่ะ เพราะปอนก็ต้องทำอาหารเองก็เลยต้องซื้อทุกอย่าง ทำอาหารกินเองมันมีความสุขจริงๆ นะครับconfused smile confused smile

#4 By ปอนปอน on 2008-05-02 11:54

สนุกอ่าดิคุณคาวี

#5 By little Dog on 2008-05-02 11:56

ดีใจด้วยค่ะ กับบ้านหลังใหม่
เมื่อคืนกลับมาดูสวรรค์เบี่ยงไม่ทัน..

#6 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-05-02 12:00

ขอให้โชคดีได้หลับบ้านไวไวสิ้นเดือนนี้เป็นไงคับอิๆquestion

#7 By ทอม on 2008-05-02 12:02

ช็อปกระจายยยยยยยเลยนะคะเนี่ย


วันหลังเก็บภาพบ้านมาให้ดูบ้างนะคะ




* ติดสวรรค์เบี่ยงเหมือนกัน confused smile

#8 By MilkGarden n__n* on 2008-05-02 12:17

อิอิ ชอบเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตเหมือนกันค่ะ

ว่าแต่ เจ้าของบล็อกเคยกินไข่เจียวราดน้ำมันหอยรึป่าวคะ?

#9 By ชาเขียวaddict on 2008-05-02 12:52

ผงซักฟอกให้ใช้บรีสเอ็กเซลดีที่สุดครับ
โอโม อย่าซื้อเพราะมีแต่แป้งbig smile

สวรรค์เบี่งผมก็ดู
เพราะที่ทำงานดูกันหมด
ถ้าไม่คุยไม่งั้นจะไม่มีเรื่องคุยbig smile
วุ้ววว
บ้านน้อยหลังนี้สุขขีเสียจริง~~

แต่ก็ยังดีเพราะว่า
มันน่าจะแฮปปี้กว่าอยู่โรงแรมอะค่ะ

สวรรค์เหวี่ยง(เอะอะ พระเอกเหวี่ยงตลอด)
ดูเพราะว่าแม่ดู เอิ๊กๆ
แย่งรีโมทไม่ได้ แง่มๆ

#11 By ”• dhy ”• on 2008-05-02 12:57

เหมือนอยู่หอสมัยเรียนเลยค่ะconfused smile confused smile confused smile

#12 By (^_^)/nana on 2008-05-02 13:23

สวรรค์เบี่ยง !! .. คุณคาวี วรรัตน์ ฮ่า ๆๆๆๆๆ ติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง เผื่อแผ่ไปถึงนู่นทีเดียวว สนุกจริง ๆ ค่ะ ! อารมณ์ตอนนี้เหมือนอุ้มรักไม่มีผิด / ทำไมพี่แอนต้องท้องทุกที ?

-------------------------------------------------------

เข้าเรื่องบ้าน ... จริง ๆ เราไม่ค่อยชอบการอยู่หอ อยู่คอนโด หรือไปพักที่ไกล ๆ บ้าน เท่าไหร่ (ในกรณีไปคนเดียวนะคะ) มันไม่มีอะไรดีเลยนอกจากความเป็นส่วนตัวและอิสระ
ถึงยังไง ๆ เราก็ชอบอยู่บ้านมากกว่า : ] สบายที่สุดแล้วค่ะ มีทุก ๆ อย่าง .. มีคนที่เรารักและรักเรา cry

#13 By {CODE;4079} on 2008-05-02 13:51

ชอบซิ้อของเข้าห้องเหมือนกัน แล้วก็ซื้อไม่จบไม่สิ้นซะที
big smile Hot!

#14 By กมลหนุ่ม on 2008-05-02 14:03

บ้านเล็ก
ถูกสุดยอด
ดีเนอะ ดูทีวีไทยได้
ว่าแต่ ดู thaipbs ได้ป่ะครับ
อยู่ดีดีกินนะพี่

#16 By poonchano on 2008-05-02 14:45

นางเอกท้องแล้วนี่ แม่มท้องแล้วยังหยิ่งไม่ยอมเอาผัวอีกsad smile




ปล. เพิ่งดูตอนแรกเมื่อวานนี้ แหม่ะ มันส์จริงๆsad smile

#17 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-05-02 15:56

ยินดีด้วยนะครับ
อย่างน้อยๆตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอยู่บ้านละกัน
confused smile

#18 By D û D e ` z on 2008-05-02 16:06

ไม่มีทำบุญขึ้นบ้านใหม่หรือคะ.. จะได้ยกพลไปเที่ยว

#19 By ongki on 2008-05-02 16:29

big smile

#20 By bloodywidly on 2008-05-02 16:55

ไม่มีที่ไหนดีเท่าบ้านค่ะ

แต่ว่า น้ำตาลกทม.ขึ้นราคา ที่เขมรขึ้นด้วยรึเปล่าคะเนี่ย open-mounthed smile

#21 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2008-05-02 17:41

เป็นคอละครนี่เอง double wink

#22 By PUMP201 on 2008-05-02 17:48

ง่ะสวรรค์เบี่ยง

ที่พนมเปญสัญญาณภาำพชัดเจนไหมครับ

สงสัยว่าเป็นเสาอากาศหรือเป็นเคเบิ้ล

สัญญาณมันไปถึงด้วยเหรอ

#23 By Maxtrix™ on 2008-05-02 18:03

ดูต่อในยูทุบสิครับพี่

ส่วนเรื่องหอ ผมอยู่มา 10 ปีละครับ ตอนนี้ก็อยู่คนเดียวแทนอีกตะหาก - -'' ก็คิดถึงบ้านจนเบื่อเลยครับ
ลูกคุณหนูเหมือนกันค่ะ ทำอะไรไม่เป็นเลย
แต่ปัจจุบันก็ได้เวลาเริ่มต้นทำนู้นนี่นั่นเองแล้ว
ในเมื่อคนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้

ยินดีด้วยสำหรับบ้านใหม่ค่ะ

ปล.ติดละครเหมือนกันหรือนี่sad smile
สรุปว่าทั้งหมดที่กล่าวมาคือ ได้ดูสวรรค์เบี่ยงใช่ปล่าว

ปล.ผมไม่ได้ดู เห็นความรุนแรงแล้วรับไม่ได้ ฮาsad smile

#26 By 「4GLORY」 on 2008-05-02 20:30

แอทแทค คุณภาพดีพอๆกับบรีสเอกเซลน่ะค่ะ และถูกกว่านิดหน่อย
เหอๆๆ บอกทำไมเนี่ยในเมื่อมันช้าไป...
ทำไมไม่ลองจ้างแม่บ้านดูล่ะค่ะ น่าจะสบายขึ้น
big smile
อยู่หอมาตั้งกะเรียนปี 1 แร้ว
เริ่มจากการมีของเยอะมากกก
บ้าเห่อ..ขยันทำนั่นทำนี่เอง
ไปจนถึงจุดสูงสุดของปัจจุบัน (ที่กลับมาสู่สามัญ)
โดยของจะลดน้อยลงตามจำนวนครั้งการย้ายหอ
และ..ความสามารถในการทำนั่นนี่จะลดลงตามอายุ
หุ หุ
sad smile sad smile

ยินดีกะบ้าน(เล็ก)คนใหม่..เอ๊ย..หลังใหม่คะ

#28 By WooWam Gang on 2008-05-02 22:17

อยู่บ้านดีกว่าโรงแรมเป็นไหนๆค่ะ

---
(แหะๆ ต้นเดือนที่แล้วไปสัมมนา แล้วบังเอิญเจอพี่เต่า ที่โรงแรม---ยังแอบกรี๊ดดดอยู่เลย ประมาณว่า ช้านมากัมพูชา แล้วเจอมนุษย์เงินเดือนที่เซี้ยวที่สุดในกัมพูชา---หึย กรี๊ดด---กลุ่มเด็กจุฬาฯที่ไปรุมหน้าห้องพี่ที่โรงแรม)


confused smile confused smile

#29 By นารา on 2008-05-02 22:21

ขนาดหอยังไม่อยากอยู่เลย
นี่ต้องไปถึงต่างประเทศ
คิดถึงบ้านตายเยย T^T
อาทิตย์หน้าสวรรค์เบี่ยง(เบน)จบแล้วนะคะ *-*

#30 By ~Resha-Valentine~ on 2008-05-02 22:26

เห็นด้วยครับ อยู่ที่บ้านสบายใจที่สุด confused smile

#31 By SkyKiD on 2008-05-02 23:19

รู้สึกเหมือนตอนย้ายเข้าหอครั้งแรกเลยค่ะ
เหมือนจะซื้อน้อย
รวมไปรวมมาเป็นหมื่นอยู่sad smile

#32 By Tang-May on 2008-05-02 23:40

มาเป็นเด็กหอน้องใหม่ ด้วยกันเสียดีดี

แต่อพาร์ตเมนท์ที่ไทยนี่ด้อยกว่าห้องพักที่กัมพูชา เพราะ ไม่มีครัว และเป็นห้องเีดี่ยวไม่มีแม่บ้านให้
เครื่องหุงต้ม ก็แค่ ไมโครเวฟกับกระติกน้ำร้อนเอง

ดีนะไปอยู่กับเพื่อน (เกาะ?) เลยมีคนคอยสอนให้ทุกอย่าง
confused smile วันไหนครื้มๆ จะมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ถือว่าแลกเปลี่ยน

#33 By PoY on 2008-05-02 23:48

อ่านแล้วนึกถึงตอนไปซื้อของเข้าหอเป็นเพื่อนเพื่อนจริงๆครับ
จะว่าสนุกก็ใช่ เหนื่อยก็ด้วยอ่ะนะ อิอิ

#34 By @ri on 2008-05-03 00:06

สงสัยต้องได้ทำอาหารทานเองแน่ละคะ อยากได้สูตรอะไรบอกนะ

#35 By Duoartists in phuket on 2008-05-03 00:58

ขอให้มีความสุขกับบ้านใหม่นะค้า
น่าสนุกจัง
^^

#36 By missing on 2008-05-03 07:19

เป็นอะไรที่น่าสนใจ พักโรงแรม 7-8 เดือนรวด
อาจขโมยไปเป็นพล็อตหน่อยนะ เต่า 55

#37 By visuallyyours on 2008-05-03 08:22

มาตอบที่ถามไว้ในบลอก...

ตอบ Aflatoxin ครับผม ถ้า Alpha toxin มันเป็นพิษของแบคทีเรียน่ะ...

http://en.wikipedia.org/wiki/Alfatoxin
ยินดีด้วยครับพี่บองเต่า

คำแนะนำจากเด็กหอ (ประสบการณ์ค่อนชีวิต)
- ผูกมิตรกับคนข้างห้องบ้าง
- ของมีค่าพยายามเก็บให้มิดชิดนะครับ
- ยา ของกิน ห้ามขาด เพราะถ้าเป็นอะไรไปจะลำบากมาก (หมาเคยเป็นไข้หวัดใหญ่นอนตายคาห้องไป ๓ วันเต็มๆ รอดตายได้เพราะน้ำเปล่าที่หัวนอน ยาไอบู ๒ แผง และส้มในตู้เย็นครับ หลังจากนั้นถึงพอมีแรงไปหาหมอได้)
- เรื่องแฟ้บ เอ่อ อันนี้หมาใช้วิธีดมเอานะครับ ชอบกลิ่นอันไหน (คือดมแล้วไม่เวียนหัว)ก็เอาอันนั้นล่ะครับ

แต่ยังไงก็แล้วแต่ อยู่บ้านน่ะดีที่สุดครับ (ยกเว้นคนที่มีปัญหาอยู่กับบ้านอย่างหมาน่ะนะ sad smile ) ง่า พอดีกว่าเดี๋ยวเครียด

ปล. สวรรค์เบี่ยง หนังสือสนุกมากครับ หมาว่าสนุกกว่าละครอีกนะ (เพราะเวอร์ชั่นนี้มันมั่วๆ ยังไงพิกลๆ)embarrassed

#39 By cosmoguy on 2008-05-03 09:15

ขอให้มีความสุขมากๆกับบ้านใหม่นะคะ

#40 By GuggiG on 2008-05-03 11:02

๕๕๕
อ่านแล้วเข้าใจอารมณ์ตัวเองตอนที่ย้ายบ้านจากหอมหาลัยมาเช่ห้องอยู่เองเลยค่ะ

ของเราสุดแสนจะวุ่นวายสุดๆเพราะว่าห้องเช่าที่ญี่ปุ่นเป็นห้องเปล่าๆไม่มีอะไรเลย แม้แต่ไฟ ต้องไปซื้อมาติดเอง
โชคดีที่มีเพื่อนเอาบันไดมาช่วยติดให้

ไม่งั้นผู้หญิงสูงห้าฟุตคนนี้ เขย่งยังไงก็เปลี่ยนไฟไม่ถึงค่ะ
sad smile



ป.ล.ตั้งแต่มาเรียนนอกเรารีดผ้าไปแค่ครั้งเดียว ที่เหลือซักแล้วสะบัด ตาก วิธีนี้ช่วยคุณได้ค่า
(ในกรณีที่มันไม่ใช่เสื้อเชิ้ตนะ)

#41 By Cheshire_XxX on 2008-05-03 12:28

เข้าใจอารมณ์คุณหนู เลยนะเนี่ย
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคุณหนูอย่างบองเต่า
ก้อเหอะ
ปกติเป็นคนเคยชินกับการใช้ชีวิตข้างนอก
แต่ทุกๆครั้งที่ย้าย
ก้อ เบอ5 อย่างบองเต่านี่ล่ะ
ไหนๆก้ออยู่แล้ว
เอาให้เป็นบ้านไปเลย
มันสบายใจดี

#42 By Nokontherock on 2008-05-03 15:48

ระวังมีแขกไม่ได้รับเชิญมานอนด้วยนะครับเมิง 555+ sad smile

#43 By o_extreme (58.9.235.99) on 2008-05-03 17:29

พ่อก็ดูสวรรค์เบี่ยง เลยติดไปด้วยซะงั้น แต่ชอบละครวันจันทร์ อังคารมากกว่านะ

ผมเอง วางแผนจะย้ายออกจากบ้าน ตรงข้ามกับที่คุณเต่าว่าไว้ตอนท้ายเลย ทั้งๆ ที่ก็อยู่กรุงเทพเหมือนกันแท้ๆ

#44 By gsawa on 2008-05-03 19:28

ลองทำงานบ้านเองก็ได้ประสบการณืดีนะคะ
ชอบอยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตานะ
แต่เวลาอยู่คอนโด คนเยอะๆจนไม่มีพื้นที่ส่วนตัว
มนจะอึดอัดๆอ่ะ

#45 By flawas on 2008-05-03 20:00

อย่าลืม ขึ้น บ้าน ใหม่ นะ

เพิ่งกลับจากเสม็ด โชคดีที่มีทีวี

คืนนั้น ก้อดู สวรรค์ เบี่ยง กันอย่างเมามันส์

#46 By ~ wanwizaa ~ on 2008-05-03 21:36

เป็นบ้านเล็กๆที่น่าฝันใฝ่ครับsurprised smile

#47 By greateve2b on 2008-05-03 22:58

ผงซักฟอกบ้านผมใช้โอโมไม่ใช้บรีส เพราะบรีสมันล้างออกยาก + ฟองฟ่อดดครับ

หรือเป็นเพราะบ้านผมยังใช้เครื่องซักฟอกสองถังอยู่รึเปล่าเนี่ย เพราะถ้าถังเดี่ยวเวลาล้างก็ไม่ลำบากเท่าไหร่sad smile

อยู่บ้านยังไงก็ดีกว่าหอแหละนะครับ big smile

#48 By 「Mysteryくん」 on 2008-05-04 02:47

ยินดีกับคุณหนูด้วยนะคะที่ได้อยู่อพาร์ตเม้นท์สมใจอยาก

บ่นซะยืดยาวนึกว่าจะไม่ชอบ ที่แท้ก็ชอบกว่าการอยู่โรงแรม เพราะได้ทำกับข้าวทานเอง....สงสัยจะมีลางสังหรณ์ว่าจะต้องอยู่ยาว....

หวังว่าคงจะได้เดินสวนกันที่ญี่ปุ่นนะคะ..อิอิ

#49 By MayaKniGht on 2008-05-04 12:29

อ่านแล้ว ห้องไม่work ลองดูที่ The rock รีสอร์ท พนมเปญ ใกล้กับพระราชวัง เป็นของคนไทย เคยไปพักกับเพื่อนที่ทำงานที่นั้น มีไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า มีน้ำ 2 ขวด ซักรีดด้วย ทำความสะอาดทุกวัน ติดถนนใหญ่ พื้นห้องเป็นไม้ปาเก้ สะอาดดี
ราคาบริษัท รับได้ แนะนำลองดูน่ะค่ะ

#50 By nokkie (58.8.182.191) on 2008-05-04 12:43