1.
ผมลองคำนวณคร่าวๆเกี่ยวกับสถิติการบินของผม
นับตั้งแต่สองปีที่เริ่มทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมา
ผมบินไปแล้วเกือบ
40 round trip ...

คิดออกมาเป็นตัวเลขกลมๆออกมาแบบเร็วๆ
ผมพบว่า เฉลี่ยแล้วผมขึ้นเครื่องบินทุกๆ
10 วัน ...
นี่มันถี่กว่าขึ้นรถเมล์อีกนะเนี่ย
!!!

แต่แทบจะทุกเที่ยวบินนั้นล้วนเป็นไฟลท์สั้นๆ
ไฟลท์จากกรุงเทพฯไปพนมเปญ แค่ประมาณ
55 นาทีเท่านั้น
และผมเองก็ไม่เคยไปเซี้ยวไกลเกินทวีปเอเชียเลย
ไกลที่สุดคือบินจากกรุงเทพฯไปปักกิ่ง ประมาณเกือบๆ
5 ชั่วโมง...
ดังนั้น ไฟลท์ไปโตเกียวครั้งนี้ถือเป็นไฟลท์ที่ยาวที่สุดในชีวิตผมแล้ว

หลายคนมองว่า การขึ้นเครื่องบินเป็นสิ่งที่ดูหรู เท่ระเบิด
แต่สำหรับผม, ผมมองว่าการขึ้นเครื่องบินเป็นกิจกรรมทรมาณสังขาร
ยิ่งเราเข้าสู่ยุค
anyone can fly แล้วเรื่องหรูๆ เท่ๆ นี่ลืมไปได้เลย
การนั่งนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้ขนาดพอดีตูดเป็นเวลาหลายๆชั่วโมง
นอกจากไม่หรู ไม่เท่แล้ว มันไม่สนุกด้วยครับ ...


2.
ผมไม่มีปัญญาซื้อตั๋ว
Business Class หรือ First Class
ผมจึงเป็นหนึ่งในผู้โดยสารระดับสามัญ ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่บนเครื่อง
เพราะผมถือว่า จะนั่งคลาสไหนก็ถึงปลายทางพร้อมกันนั่นแหละ
แต่ผมเคยได้รับ
upgrade ไปนั่ง Business Class อยู่สองครั้ง
พบว่าเก้าอี้มันใหญ่ไปหน่อย ถึงจะนั่งสบายตูดดี แต่ก็รู้สึกเก้ๆกังๆไปนิดนึง
(มันใหญ่ถึงขนาดยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิได้สบายๆเลยแหละ)

ผมเป็นคนชอบนั่ง
window seat เวลาบินไปกลับเขมร
เพราะด้วยความเป็น
flight สั้นๆ ผมไม่เคยลุกไปเข้าห้องน้ำอยู่แล้ว
แต่สำหรับ
long-haul flight ที่บินนานกว่า 3 ชั่วโมงเป็นต้นไป
ผมขอนั่ง
aisle seat ดีกว่า เพราะรู้สึกสะดวกสบายกว่ากันเยอะ
แถมจะจิกจะใช้คุณแอร์สุดสวยก็สะดวกโยธิน อิอิ


3.
เป็นโชคดี, ที่พี่คิงอยากนั่ง
window seat แต่ผมอยากนั่ง aisle seat
แต่เป็นโชคร้าย, ที่ไม่มีที่นั่งแถวไหนที่เหลือทั้ง
window และ aisle
ผมจึงแยกกับพี่คิงนั่งกันคนละฟาก เพราะคงต่างคนต่างหลับยาวตลอดอยู่แล้ว

ผมไม่เคยใช้บริการ
Singapore Airlines มาก่อนในชีวิต
แต่ก็ได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือว่าเป็นสายการบินที่คุณภาพดีเยี่ยม
แถมบริการเป็นกันเอง และราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ด้วย
(การบินไทยไม่เคยอยู่ในสายตาของผมสำหรับทริปนี้เลยครับ
เพราะผมไม่สนใจเรื่อง
mileage อยู่แล้ว เอาถูกเข้าว่าไว้ก่อน)

Singapore Airlines เป็นสายการบินที่เครื่องแบบแอร์โฮสเตสสวยมาก
คือเป็นสีน้ำเงินปักลายพร้อยไปทั้งตัวอย่างวิจิตรบรรจง
แอร์ส่วนใหญ่ก็หน้าตาดีครับ ค่าเฉลี่ยอายุอาจจะมากไปสักหน่อย
แต่ก็คงน้อยกว่าค่าเฉลี่ยแอร์การบินไทยละครับ อิอิ

แต่สจ๊วตบนเครื่องนี่เอารุ่นลุงมาเลยครับ อ้วนก็มี หัวล้านก็มี
สาวๆก็ไม่ต้องผิดหวังไปนะครับ ถึงสจ๊วตการบินไทยจะหล่อและหนุ่มกว่า
แต่ตอนที่ผมบิน
TG กลับมาจากโฮจิมินห์ สจ๊วตงี้หน้าเด้งกว่าแอร์
แถมขนตางอนงาม ปากมันเลื่อมจนแอร์ยังอายเลยครับ ฮ่าๆ


บนไฟลท์นี้ ไม่มีลูกเรือชาวไทยเลยครับ (หรือมีก็คงอยู่อีกโซน)
ซึ่งปกติผมนั่ง
Bangkok Airways จะเจอลูกเรือคนไทยแทบทั้งลำ
ผมเลยชินกับการพูดภาษาไทยกับลูกเรือเป็นปกติ เช่น
มีบางกอกโพสท์มั้ยครับ หรือ ขอโค้กใส่น้ำแข็งครับ

ซึ่งจริงๆการสื่อสารกับลูกเรือด้วยภาษาอังกฤษมันไม่ยากหรอก
แต่คำบางคำ ผมเองก็ไม่คุ้นครับ อย่างตอนผมกินข้าวเสร็จ
และอยากจะนอนยาวแล้ว ผมอยากได้ที่ปิดตาอันนึง
ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร ผมเลยนึกถึงคำว่า
blindfold ได้คำเดียว
ซึ่งจริงๆ มันแปลว่า เอาผ้าผูกตา คล้ายกับเป็นตัวประกันทำนองนั้น
แต่กูนึกคำอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ ก็ใช้คำว่า
blindfolder นี่แหละวะ

พอคุณแอร์สุดสวยเดินมา ผมก็ลองขอเลยครับ
“Excuse me, may I have a blindfolder?”
ผมขอพร้อมกับทำมือมาปิดๆตาช่วยสื่อสารอีกทาง คุณแอร์ก็ทำท่าเข้าใจนะ
ซึ่งผมก็ได้ที่ปิดตาสุดหรูตามต้องการ ไม่ใช่ผ้ายาวๆสำหรับมัดปิดตาที่ท้ายทอยครับ อิอิ

ปล. ผมเพิ่งมาเห็นในหนังสือบนเครื่องขากลับ เขาเรียกว่า
eye shade ครับ
แต่ต้องสั่งออกเสียงชัดๆนะครับ เดี๋ยวคุณแอร์นึกว่าอยากได้
eye shadow

แล้วจะได้มาพร้อมกับมัสคาร่า กับที่ดัดขนตามาเป็นเซ็ท จะได้สวยกันเลยทีเดียว


4.
อาหารบนเครื่องบินนี่จัดเป็นความเลวร้ายของวงการอาหารแห่งมนุษยชาติเลยครับ
ผมบินมากับหลายสายการบิน ยังไม่มีไฟลท์ไหนที่ทำอาหารได้อร่อย
หรือเกินมาตรฐานของคำว่า
กินกันตาย เลยสักครั้ง ...

บางไฟลท์ที่ผมนั่ง เสิร์ฟเป็นพะแนงหมูดูเข้มข้นน่ากินมาก
แต่รสชาติดันจืดโคตร ไม่รู้ทำได้ยังไงกัน รสชาติขัดกับหน้าตามากๆ
ไฟลท์นี้ของผมมีให้เลือกระหว่าง
international กับ Japanese
แน่นอนว่าผมเลือก
Japanese เป็นข้าวกับไก่ย่างซอสเทริยากิ
มีหมี่เย็น และ
round & butter (ขนมปังกลมๆ พร้อมเนยอันเล็กๆ)
รสชาติก็จืดเหมือนเดิมครับ กินไปพอให้อิ่มท้องหลับสบายก็พอ

อ้อ ... ในบรรดา
น้ำส้ม ซึ่งเป็นเครื่องดื่มสุดเบสิกบนเครื่อง
ผมขอยกอันดับหนึ่งให้ของอิมิเรตส์ครับ จำยี่ห้อไม่ได้ แต่เติมไปหลายรอบมาก
ของ
Bangkok Airways หวานไปครับ ของ SQ ไม่ได้เรื่องเลย ...


เวลาบินไฟลท์ยาวๆแบบนี้ก็ดีอย่างนะ ไม่ต้องรีบกินรีบเก็บ
ผมลองดูนาฬิกา ไฟลท์นี้ให้เวลากินข้าวประมาณชั่วโมงนึงเลยละ
ตอนบินไปเขมรนี่ต้องรีบกินมาก ประมาณว่าแอร์เสิร์ฟเสร็จก็เริ่มเก็บแล้ว
แต่นี่ให้เวลากินเป็นชั่วโมง เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชากันสองสามรอบให้อืดสะใจ

ผมเคยสงสัยเหมือนกันนะครับ ว่าเวลาที่เราบินไฟลท์ยาวๆ
ที่ต้องข้าม
time zone หลายๆชั่วโมงเนี่ย เค้าเสิร์ฟอาหารตามเวลาไหน
ตามเวลาของต้นทาง ปลายทาง หรือว่าเวลาของเขตประเทศที่เครื่องบินอยู่ตอนนั้น
เพราะไฟลท์ผมเสิร์ฟอาหารตอนตีหนึ่งเวลาไทย (ตีสามเวลาญี่ปุ่น) ซึ่งมันแปลกๆนะ
ปกติเวลาตีหนึ่ง กระเพาะเด็กอนามัยอย่างผมมันได้เวลา
shut down ไปแล้ว
เลยเป็นการกินอาหารที่กระอักกระอ่วนมากครับ ไม่ได้กินเพราะหิว แต่กินเพราะง่วง
รีบๆกินให้เสร็จ แล้วจะได้รีบๆนอน...

5.
หกโมงครึ่งเวลาญี่ปุ่น คุณแอร์สาวสวยมาสะกิดให้ตื่น
เพื่อปรับพนักเบาะให้ตรง พับเก็บถาดรองขึ้น ปิด
iPod ให้เรียบร้อย
เพื่อเตรียมตัวเอาเครื่องลงจอดที่สนามบินนาริตะ

กัปตันประกาศเป็นภาษาอังกฤษฟังชัดเจน แปลเป็นไทยได้ว่า
เรากำลังร่อนลงจอดที่สนามบินนาริตะภายใน 15 นาที
เวลาที่ญี่ปุ่นในขณะนี้คือ
06.45 น. ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
อุณหภูมิภาคพื้นดินประมาณ
16 องศา มีเมฆมากและฝนตกเล็กน้อย
กัปตันและลูกเมียขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ใช้บริการสิงคโปร์แอร์ไลน์
และหวังว่าเราจะได้พบกันอีกในเร็วๆนี้ ขอให้เที่ยวสนุกลุกนั่งสบายในญี่ปุ่น
สวัสดีครับ


เอาล่ะ ... บองเต่ามาถึงโตเกียวแล้วครับ
ตอนหน้าก็จะได้เข้าเรื่องเข้าราวกันเสียที

ปล. วันนี้ผมหงุดหงิดหัวเสียพอสมควร เพราะเดือนที่ผ่านมา ผมแทบไม่อยู่ไทยเลย
ไปเวียดนาม 4 วัน กลับมาไทยวันนึง แล้วไปเขมร 10 วัน กลับไทยอีกวันนึง
แล้วก็ไปญี่ปุ่นอีก 7 วัน มาอยู่ไทยอีก 3-4 วัน ก็โดนจิกไปทำงานที่เขมรอีกแล้ว
กลัวแม่ขาดความอบอุ่นครับ ... อยากอยู่ไทยนานกว่านี้อีกหน่อย แย่จัง

นี่ขนาดบริษัทผมเพิ่งปรับเบี้ยเลี้ยงเพิ่มให้อีกตั้ง 15 US$/วัน ผมยังไม่อยากไปเลย

 

つづく


แอบจิ๊กตัวญี่ปุ่นนี่มาจากบล๊อคคุณภูภู่ฯ
เพราะจริงๆแอบหามานานแล้ว แต่หาไม่ได้ซะที
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ โคโดโมะ อาริงาโตะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ในที่สุดก็ถึงหยุ่นปี้ซะที
แอบสงสัยว่าไฟลท์ 55 นาที นี่เค้ายังเสิร์ฟอาหารอยู่อีกเหรอ พอดีเคยขึ้นเครื่องบินแค่ภายในประเทศหนะครับ และก็ไม่เคยกินอาหารบนเครื่องซะด้วย (หรือนั่นเป็นความโชคดีของผมเนี่ย sad smile )

ตอนหน้าคงได้เซี้ยวเต็มพิกัดแล้วสินะ ปูเสื่อรอชมตอนต่อไป...

#1 By บอมเบย์ on 2008-05-20 22:33

จะคอยอ่านต่อนะครับ ผมก็อยากไปญี่ปุ่นเหมือนกันว่าแล้วก็ขอศึกษาเอาจากพี่เลยนะครับ Hot!

#2 By AT1987 on 2008-05-20 22:34

-- คุณเต่าเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดเลยนะเนี่ย

-- ไม่ว่าจะได้บินมากมายขนาดนั้นในอายุขนาดนี้

-- ประสบการณ์ที่ผ่านมาผ่านไปอย่างโชกโชนในหลายๆ ประเทศ

-- รายได้ที่มากมายขนาดนั้น.. จนแอบอิจฉาไปเลย

#3 By Evil-minded Angel on 2008-05-20 22:36

ขำแถกสจ๊วตหัวล้านมากๆ กร๊ากกก sad smile

#4 By นายตุ้ย on 2008-05-20 22:36

อืมม ไฟลต์ยาว ๆ เค้าก็เสิร์ฟตอนเครื่องขึ้นนี่ละค่ะ จะได้กิน ๆ เสร็จ ก็นอน

ตอนไปรัสเซีย มันบิน 2 รอบ (ต้องเปลี่ยนเครื่อง) ช่วงที่ยาว จากไทยไปอุซเบ ก็ กินมันตอนเครื่องขึ้นนี้หล่ะ
เครื่องขึ้นตี 1 ให้กินเยอะมาก ทั้งถั่วห่อใหญ่โต น้ำผลไม้ ข้าวยกเซ็ท (เยอะมาก)

ตอนไปอเมริกา จำได้ว่า มันกินแล้วกินอีก เพราะนั่งกันเป้นสิบชั่วโมง =_= แบบว่า ต่อให้เป็นเวลาที่คนอื่นหลับไปแล้วเราหิว สกิดคุณแอร์ขอบะหมี่ถ้วยมากินให้กลิ่นเตะจมูกคนที่นอนข้าง ๆ ก็ยังได้

#5 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-05-20 22:45

#1 เสิร์ฟครับ เมื่อก่อน TG local flight ก็เสิร์ฟ
แต่เดี๋ยวนี้คงลดต้นทุน

อาหารบนเครื่องมันต้องทำมาให้ออกแนว normalize ครับ
เพราะคนเราท้องไส้ต่างกัน เกิดทำเผ็ดไป เปรี้ยวไป
บางคนปวดท้องขึ้นมาจะลำบาก แ้ล้วมันก็เป็นอาหารอุ่นเตา
microwave เอา เรื่องรสชาติคงหวังลำบากหน่อย

แต่อาหารบน biz class ก็ไม่เลวร้ายนะฮะ อิอิ

ว่าแต่ tag นี่ ไม่คิดจะเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นหน่อยหรอ 55

#6 By @ri on 2008-05-20 22:46

โอ... ได้มาเที่ยวพักผ่อน เดี๋ยวก็ได้กลับไปหาแม่ค่ะ ^^
อาหาร บริการบนเครื่องนี่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มชะปะคะ *-*

#7 By ~Resha-Valentine~ on 2008-05-20 22:48

ผมเคยนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศแค่ครั้งเดียว

แต่ก็จำได้ว่า"อาหารไม่อร่อย"แบบสุดๆ ...พอได้มาอ่านเอนทรี่นี้ถึงรู้ว่าตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม sad smile (นึกว่าจะมีการปรับปรุงแล้วนะครับเนี่ย)sad smile

#8 By SkyKiD on 2008-05-20 23:05

เรื่องสจ๊วต คงไม่ต้องทำใจมากเท่าไหร่

เด๋วนี้ ผู้ชายหน้าเด้งกว่าผู้หญิงเยอะ

หาผู้ชายแท้ ยากกว่า งมเข็มในมหาสมุทรอีกมั๊ง 555

#9 By ~ wanwizaa ~ on 2008-05-20 23:06

เย้!ถึงญี่ปุ่นแล้ว big smile

#10 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-05-20 23:16

อ๊ากก เรื่องอาหารบนเครื่องเป็นอะไรที่ทรมานมากค่ะ แต่มันเลี่ยงไม่ได้
ตอนที่บินไปทรานซิทที่อเมริกา ไฟลท์ยาว สิบกว่าชม. เขาเสริฟตามปกติค่ะ แบบ..ถ้า depart ใกล้เที่ยง take off เสร็จก็เสิรฟเลย
จากนั้นก็ให้นอนประมาณสี่ห้าชั่วโมง
ซึ่งถ้าไม่ตื่นก็คือไม่เสริฟฟฟฟ เคยไม่ตื่นมาแล้ว แบบว่าหลับลืมโลกมาก พอตื่นหิวก็หิว(มาก) แต่เขาไม่สเริฟแล้วอ่ะ ตอนนั้นนั่งเครื่อง AA ห่วยแตกสุด ๆ จะขอก็ไม่ได้ กรรมจริง ๆ มาม่ามันยังไม่มีให้เลย ตอนนั้นโชคร้ายที่นั่งเครื่องเล็ก(domestic)ด้วยมั้งคะ แอ๊กกก..ทรมาน

เคยนั่ง Kathay, AA, JAL

JAL สุดยอดที่สุดแล้ว เสียดายได้นั่งแค่ไม่กี่ชั่วโมง

#11 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-05-20 23:18

ไม่มีรูปให้ดูแฮะ
D450 ซื้อที่ไหน ราคาเป็นไงครับ

#12 By กมลหนุ่ม on 2008-05-20 23:19

เคยขึ้นแต่บริทติชแหะ=w=''แต่นานมาแย้วอ่า

เคยคิดว่าคนโดยสารทางเครื่องบินนี่หรู

พออยู่ไปอยู่มาก็เอ้อ - - มันก็พาหนะทั่วไป แถมเสี่ยงมากกว่า

#13 By Le (58.9.196.161) on 2008-05-20 23:28

เคยนั่งแค่การบินไทยกับแจว(JAL)ครับ

ค่อนข้างประทับใจแจวครับ ขับนิ่ม...แต่เหมือนจะถึงที่หมายช้ากว่าการบินไทยชอบกลsad smile


แถม-- น้ำส้มแจวใช้มินิดเมดหาซื้อได้ทั่วไปกล่องลิตรละไม่เกินสองร้อยเยนครับ ที่อื่นเป็นไงบ้างไม่รู้

#14 By 「Mysteryくん」 on 2008-05-20 23:55

แค่นั่งเครื่องก็เซี้ยวขนาดนี้

แล้วก็รออ่านตอนเที่ยวกันต่อปาย
เคยนั่งเครื่องไปฝรั่งเศสทีนึง
(ทีนึงจริงๆ เพราะยังไม่ได้กลับเลย question)
ขึ้นเครื่องไปซักชั่วโมง เขาก็เสริฟมื้อแรก...ตอนตีหนึ่งนั้นแล
ประมาณว่ากินให้ไม่หิว จะได้หลับสบาย
แล้วก็เสริฟอีกที ตอนใกล้ๆลง ซึ่งก็เป็นเวลาเช้าสุดตรู่ของยุโรป
นั่งเครื่องเกือบ 12 ชั่วโมง แทบอ้วกเคอะ
หลับก็ไม่ลง เก้าอี้เจ้ากรรมก็เอนไม่ได้อีก โอ้ยเศร้า
ถึงขนาดกินข้าวเช้าไม่ลงทีเดียว (แอบเสียดายตัง?)
แต่ก็ต้องไปต่อเครื่อง ไงเขาก็เสริฟข้าวเช้าอีกรอบอยู่แล้ว...

ติดตามอ่านต่อไปเคิบ ^^
นั่งไปกลับภายในประเทศจีน จะได้กินถั่วลิสงรองท้อง

#17 By rokjitjung on 2008-05-21 03:32

ไบลนด์โฟลด์เฉยๆ ไม่มีเด้อก็ได้นะ sad smile
บางทีเคยได้ยินเขาเรียกกันว่า Night mask
หรือว่า Sleep mask ด้วยล่ะครับ

น้องบองเต่าเขียนซีรี่ส์นี้ยาวๆ นะ big smile
ซัก 15-18 เอ็นทรี่กำลังดีครับ surprised smile

#18 By Bickboon on 2008-05-21 03:46

รออ่านต่อนะค่ะ อยากไปญี่ปุ่นมากเลย^^

แต่นั่งไปกลับนานๆก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน =A="" แค่นั่งประมาณชม.กว่าก็เมื่อยแล้ว

แอบอิจฉาที่ได้ไปหลายที่ แต่ไปติดต่อกันแบบนี้ไม่ปลื้มเท่าไร -*- พักผ่อนไม่พอกันพอดี

จำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเคยบินไปจีนเอง TAT

รออ่านนะค่ะ^^

#19 By |[°。★NeKoRaN★。°]| on 2008-05-21 03:57

เอ่อ....ไอเราก็นึกว่าอาหารบนเครื่องอร่อยซอีกsad smile
ถ้าได้บินไปบินกลับ ปรับเบี้ยเลี้ยงขึ้นแบบเน้ อยากหงุดหงิดม้างวุ้ย 555 confused smile

#22 By เหว่าจัง on 2008-05-21 08:27

สู้ๆ
flight ที่ยาวๆไปยุโรป กินสองรอบครับ
คือขึ้นไปแล้วกินเลยทันที แล้วก็ให้นอน 1 ตื่น ตื่นมาก็แดกอีก

แต่ direct flight ไป JFK แบบ 24 ชม รวดนั้น แดก 3 รอบครับ ตอนขึ้นเครื่อง ตรงกลาง แล้วก้ เกือบๆปลาย ยังงงอยู้ว่าอาหารแม่งเก็บไว้ตรงไหน แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วว่ะ ต้อง transit

ผมว่าเค้ากะเวลา เริ่มนับจากตอนขึ้นเครื่อง ทำยังไงก็ได้ ขอให้คนอิ่มตลอดเวลา

#23 By มนุษย์กล่อง on 2008-05-21 08:44

ดีจังมีปรับขึ้นเงินเดือนด้วย วันที่ 25 นี้ กทม.ก็ปรับขึ้น ปรับขึ้นค่าโดยสาร ขสมก. แม่มเอ้ยยยยยยยยย ของแพง ค่าแรงเท่าเดิม อยากมีตังไปเที่ยววววววววว

#24 By General เบ๊ on 2008-05-21 09:37

แค่เบี้ยเลี้ยงบองเต่า
เท่ากะของพี่เดือนนึงเลยนะนั่น
อะไหร่มันจะบะละหึ้ม ขนาดน้าน

#25 By Nokontherock on 2008-05-21 10:36

ผมว่าอาหารบนเครื่องบิน รสชาติเหมือนกันหมดเลย

ชืดๆ อบให้ร้อนพอเป็นพิธี

#26 By Bighead on 2008-05-21 10:46

เร็วกว่าไทยสองชั่วโมง เหอะๆ เก็บรายละเอียด
เป็นความรู้ เผื่อได้ไปญี่ปุ่นคะ

ขอติดตามตอนหน้านะคะ ><" Hot!

#27 By l)eityZel2o♥ on 2008-05-21 10:49

blindfolder ขอบคุณครับ สำหรับคำแปลที่ถูกต้อง เพราะผมก็หน้ามึนใช้คำนี้มานานเหมือนกัน จะถามเจนนี่ก็ไม่กล้า กลัวมันหาว่าโง่

#28 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-05-21 11:41

ทริป นี้อ่านแล้วสนุกดีนะครับพี่เต่า

#29 By poonchano on 2008-05-21 11:52

กค.นี้ก็จะไปญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ
เข้ามาอ่านหาความรู้ก่อนเลยconfused smile
ส่วนเรื่องอาหาร.. ของออบินจากไทย6โมงเช้าค่ะ

#30 By SweetPuff on 2008-05-21 12:22

อยากไปญี่ปุ่นเหมือนกันค่าาา ♥♥

#31 By [ギッグ] k i k n a k a * on 2008-05-21 13:08

อ่านสนุกดีครับ
ได้ความรู้แฝงอยู่ในอณูของความขำๆ
ติดตามอ่านเป็นประจำครับ

big smile big smile big smile

#32 By (203.156.142.181) on 2008-05-21 13:09

มาเม้นอีกครั้ง พอดีข้อความที่ 32 ผมลืม Login
ขอบอกอีกครั้งว่า ชอบอ่าน เขียนได้ขำดีจริงๆ

big smile big smile big smile

#33 By Nirvana on 2008-05-21 13:12

มาติดตามครับ ผมชอบมากเลย

#34 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-21 14:23

เคยนั่งแต่นกแอร์ไปกะเพื่อนเท่านั้นค่ะชีวิตนี้

คงต้องถึงเวลาเปนมนุษย์ทำเงินก่อน
ถึงจาได้บินลัดฟ้าเหมือนคุนบองเต่า


เรื่องอาหารบนเครื่องบินก็พอจะได้บินมาจาก
วงศาคนาญาติ(เขียนไม่เปนและยังจะเขียน - -)มา
เยอะแยะเหมือนกานค่ะ..sad smile
อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ... อยากเห็นภาพจัง

ติดตามตอนต่อไปค่ะbig smile

#35 By 3boxgirl* on 2008-05-21 14:58

รออ่านทริปหน้าอย่างใจจดจ่อ
เพราะทริปของพี่เต่านี้
ต้องมี ของกิน อร่อยๆมาล่อลวงแน่เลยopen-mounthed smile

ว่าแล้วก็อยากกิน ทาโกะยากิ จัง

#36 By ~Minl_Rabuto~ on 2008-05-21 16:33

ไฟลท์แบบนั้นยังมีอาหาร - -''

รออ่านต่อครับผม

#37 By on 2008-05-21 18:16

ถึงญี่ปุ่นจนได้นะคะ

เหมือนเขาจะเสริฟอาหารตามระยะเวลานั่งเครื่องมั้ง เคยนั่งตอนเป็นตี ๆ เขาก็เสริฟข้าว open-mounthed smile

#38 By accel on 2008-05-21 18:21

ผมขึ้นเครื่องครั้งแรกในชีวิตทรานซิซสอบรอบ
ใช้เวลาเดินทางอยู่สนามบิน กับบนเครื่อง รวมแล้ววันนึงได้
คนไม่เคยบิน เจอทริปเดียว ขึ้นๆ ลงๆ จนชิน
พร้อมกับการพูด.. ออเร้น จูจซ์

#39 By ไอ้แพท.. on 2008-05-21 18:41

อัพให้ไวหน่อย บักเต่า

#40 By AnotherDear (58.9.100.218) on 2008-05-21 19:08

แพนด้ายังไม่เคยบินเลย เฮ้อ

เดินทางบ่อยอย่างนี้เรียกชีพจรลงเท้าได้ป่ะ
รึว่าต้องเรียกว่า ลงปีกbig smile
อิจฉาน้องจริงๆอะ.....

มารออ่านตอนต่อไปคะconfused smile
มารอชม Entry ต่อไปค่ะ ^^

Hot!

#43 By m on 2008-05-22 11:01