ใครผิด ...? (อัพเดทอีกเคส)

posted on 24 May 2008 09:34 by bongtao  in cambodia

1.
สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับ
เป็นเช้าวันเสาร์ที่น่าหงุดหงิดมากสำหรับผมทีเดียว
เมื่อคืนผมนั่งดู
Desperate Housewives 9 ตอนรวดอย่างสนุกสนาน
หลังจากซื้อ
DVD Boxset มาร่วมปี แต่ไม่ได้มีโอกาสดูเสียที
โอ้ว พระเจ้าชิท
! ซีรีส์อะไรเนี่ย ทำให้ผมติดสัดๆเลยครับ
(
I mean it’s so damn addictive! - - - not the way you think!)

ด้วยความเหนื่อย+เพลีย ผมนอนหลับโดยไม่ได้อาบน้ำตอนตีหนึ่ง
ตื่นเช้ามาก็จัดการอาบน้ำแปรงฟัน จัดการความโสโครกที่สะสมไว้
เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้า หมายจะเปลี่ยนชุดไปทำงานตามปกติ
แล้วผมก็ต้องอึ้ง ตะลึงตาค้าง เหมือนสามีที่เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเจอชายชู้
แอบซ่อนอยู่ ส่วนเมียยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่มุมห้อง มีแต่ผ้าปูเตียงปิดกาย

ผมพบเสื้อเชิ้ตตัวเก่งที่ผมใส่ในวันที่เดินทางมาเขมร
ถูกแขวนอยู่แบบ
inside out หลังผ่านการซักเพื่อรอการรีดให้เรียบ
มันถูกแขวนเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับมันเลย

แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ มันมีคราบหมึกปากกาสีน้ำเงินสด
เปื้อนเต็มเสื้อตัวนั้นไปหมดตั้งแต่ปก แขน หรือด้านหลัง ...

แต่มันก็ยังถูกแขวนไว้ในตู้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
ราวกับว่าหมึกพวกนั้นคืดลวดลายที่พิมพ์ติดกับเนื้อผ้าอยู่แล้ว

แต่นี่มันเสื้อเชิ้ตสีขาว ลายทางสีแดงดำโว้ย!

เกิดอะไรขึ้น? ผมรีบสำรวจกางเกงในกับกางเกงขายาวที่ส่งซักพร้อมกัน
แต่ก็พบว่าทุกอย่างปกติ ไม่มีคราบอะไรแปดเปื้อน

ผมเดินไปดูที่เครื่องซักผ้าหลังห้อง เปิดฝาขึ้นมา
ก็เห็นคราบหมึกเป็นปื้นหนาๆแห้งกรังติดอยู่ในถังซักผ้า

ผมเริ่มหาหลักฐานบริเวณ
crime scene ทันที
และก็พบหลักฐานอย่างไม่ยาก มันคือปากกาลูกลื่น (ด้ามเก่ง)
ในสภาพโดนคนร้ายหักคอเป็นสองท่อน แต่ไม่มีไส้ปากกา
!

จากประสบการณ์ที่อ่านโคนันมาตั้งแต่ ป.6 (แต่มันไม่จบเสียที - - เลิกอ่านไปแล้ว)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ วันแรกที่ผมกลับมาพักที่พนมเปญ
ผมเพลียมากเพราะต้องตีสี่เพื่อมาขึ้นเครื่อง ลงเครื่องปุ๊บ เข้าออฟฟิศปั๊บ
ตามด้วยประชุมยาวเหยียด และ
personal talk session กับนายที่นี่
ที่พูดถึงความชิบหายวายวอดของบริษัทจากการที่ผมพักร้อนไปญี่ปุ่น 1 อาทิตย์

...เมื่อเลิกงาน กลับถึงห้อง ผมไม่สนใจอะไรแล้ว
ถอดเสื้อลงตะกร้า แล้วมานั่งชงชาร้อนๆกินแก้วนึง
อาบน้ำ ... แล้วเข้านอนทันที ...

ก่อนที่ผมจะทิ้งเสื้อลงตะกร้า ผมคงลืมหยิบปากกาออกจากกระเป๋าเสื้อ

และนังแม่บ้านที่มาซักเสื้อ ก็คงยกตะกร้าผ้าเทลงถังซักทันที
... ทุกอย่างคงเกิดขึ้นเป็นฉากๆตามนี้ ...

2.
เช้านี้จึงเป็นการนั่งรถที่น่าหงุดหงิดใจสำหรับผมมาก
หนึ่ง
หงุดหงิดที่ต้องเสียเสื้อเชิ้ตและปากกาที่ผมรักมากไป
สอง
หงุดหงิดที่ไม่รู้ผมต้องทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์นี้

ของสองอย่างนี้ มูลค่ารวมกันมันก็
ไม่กี่บาท หรอกครับ
ราคาของมันไม่ได้แพงจนยากเย็นต่อการซื้อใหม่หรอก
แต่ผมแค่รู้สึกว่า ผมเสียมันไปในวิธีและเวลาที่ไม่พึงประสงค์

ถ้าผมลืมปากกาไว้จริง
ผมเองก็มีส่วนผิดในเหตุการณ์นี้ด้วย
แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง ว่านี่เอ็งเป็น
serviced apartment นะโว้ย
กะอีแค่การซักผ้า ยังไม่รู้จักการแยกวัตถุแปลกปลอมออกก่อนเหรอ
...ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจอีก ว่าผมคาดหวังมากเกินไปหรือเปล่า

ใครที่เข้ามาอ่านเอนทรี่นี้ ช่วยตอบคำถามผมหน่อยครับ
1. จากเหตุการณ์นี้ ใครควรจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสีย
เสื้อเชิ้ตและปากกาอันเป็นที่รักของผมไป --- ผม หรือนังแม่บ้านนั่น?
2. ผมจะมีเวลาได้เจอกับเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศของอพาร์ทเมนต์
ช่วงเย็นนี้ ผมควรทำอย่างไร --- ควรไปวีนแตกเรียกร้องค่าเสียหาย
หรือว่า แจ้งให้เขาทราบในสิ่งที่เกิดขึ้น .... แล้วทำใจ
หรือว่า ไม่พูดอะไร เดินขึ้นห้องไปตามปกติ แต่จ้างคนไปดักตบนังแม่บ้านทีหลัง?
3. คราบหมึกปากกาที่แห้งกรังเป็นปื้นหนาอยู่ในถังซักผ้า
ถ้าผมเอาผ้าขาวลงไปซักครั้งต่อไป มันมีสิทธิ์จะร่อนหลุดมาเลอะเสื้อผมมั้ย?
ข้อนี้ผมกลัวมาก ไม่อยากเสียเสื้อตัวอื่นไปอีก...ทุกวันนี้เสื้อไม่พอใช้แล้ว
เพราะต้องแบ่งเสื้ออย่างละครึ่งไว้ที่เขมรกับไทย

ขออภัยที่มาขัดจังหวะความสนุกของมหากาพย์ทริปญี่ปุ่น
แต่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ...

3.
แหม... บทจะได้เขียนเรื่องนี้ มันก็มีเรื่องให้เขียนอีกแหะ
เมื่อกี้เกิดปัญหาขึ้นสดๆร้อนๆครับ ผมกำลังจองตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทย
ซึ่งตอนนี้ ผมจะซื้อตั๋วจากฝั่งกัมพูชาครับ กล่าวคือ...
ขาไปในตั๋ว จะเป็น พนมเปญ - กรุงเทพฯ
ขากลับในตั๋ว จะเป็น กรุงเทพฯ - พนมเปญ
เพราะราคาตั๋ว round trip ที่กัมพูชานี่ราคาถูกกว่าไทยมากพอสมควร
พอผมมาเขมรอีกที ผมก็จะต้องซื้อตั๋วใบใหม่ไปเรื่อยๆ นึกภาพออกแมะ

ซึ่งครั้งนี้ผมมาอยู่ที่กัมพูชาแค่ 5 วัน เลยต้องรีบซื้อตั๋วใหม่ทันที
เมื่อกี้เด็กที่ออฟฟิศก็พรินต์ e-ticket ออกมาให้ ผมก็เช็คความถูกต้อง
ปรากฏว่า ตั๋วพิมพ์นามสกุลผมพิดไป 3 ตำแหน่ง!!! ไม่ใช่น้อยเลยนะนั่น!

ปัญหาคือ ทางเอเจนซี่ issue ตั๋วออกมาเรียบร้อยแล้ว
การแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง ย่อมมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น
ซึ่งค่าธรรมเนียมที่ว่ามันตั้ง 55 US$ (ประมาณ 1,800 บาท)

มันเป็นการพลาดที่ไม่น่าพลาดน่ะ เพราะเด็กคนนี้ก็จองตั๋วให้ผมมา 7-8 ครั้งแล้ว
ไหงอยู่ดีๆ คราวนี้มาสะกดนามสกุลผมผิดไปตั้ง 3 ตำแหน่ง

ถามอีกครับ ... ว่าเคสนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง
สำหรับผมเนี่ย 55 US$ ผมจ่ายได้ไม่มีปัญหาหรอกครับ
เพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินผมเบิกบริษัทได้ทั้งหมด ...
ขนาดรวมค่าธรรมเนียมไปแล้ว ราคามันก็ยังถูกกว่าเมืองไทยอยู่ดี

... ผมผิดเหรอ...ผมจำเป็นต้องจ่ายเงิน 55 US$ ให้คนที่ทำผิดหรือเปล่า
ในโลกแห่งความถูกต้อง, ใครๆก็คงบอกว่า เด็กคนนั้นผิด เด็กคนนั้นต้องจ่ายสิ

แต่... as the matter of fact... เด็กคนนั้นเงินเดือนไม่ถึง 200 US$
ซึ่งถ้าเด็กคนนั้นต้องชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้น นั่นหมายถึงเขาจะถูกทำโทษ
ด้วยการตัดเงินเดือนประมาณ 30% ของเงินเดือนเขา ...

เป็นคุณ คุณจะทำยังไงครับ?

ปล. ปิดโหวตเวลา 17.00 น. วันนี้ครับ
ปล.2 เย็นนี้จะไปดู
Desperate Housewives ต่ออีก 9 ตอนครับ
จะไม่ลุกออกจากทีวี ยกเว้นลุกไปต้มมาม่ากิน ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Desperate Housewives...


กรี๊ดๆๆๆๆๆ ติดเรื่องเดียวกันเรยเคอะ~!! เดี๊ยนดูตามโฮสต์มัม -*-

เอิ่ม
ถ้าถามว่าใครผิด

เป็นเดี๊ยนเดี๊ยนวีนแตกใส่แม่บ้านเคอะ
เำพราะเดี๊ยนชอบวีน (เหตุผลช่างโง่ว์~!!)

sad smile

#1 By Madam ทรามไว ♥~ on 2008-05-24 09:46

นึกว่าโดนเล่นของ cry

1. มันแล้วแต่ว่าจะเข้าข้างใครครับ แต่ถ้าเป็นผม(ที่มีแม่บ้านซักเหมือนกัน) ผมจะโทษตัวเองก่อนนะ

2. ต่อจากข้อ 1 ถ้าเข้าข้างแม่บ้าน ก็ทำในข้อ 3 พอ แต่ถ้าเข้าข้างตัวเอง ก็ไปโวยซะดีกว่าครับ

3. มีสิทธิ์ครับ ไปแจ้งให้เขาทราบไว้ก่อน แล้วให้เขาแช่ถังเปล่า+ไฮเตอร์ หมึกพวกนั้นจะหายไป แต่คงจะไม่ทั้งหมดหรอกครับ

#2 By นายตุ้ย on 2008-05-24 09:48

ใจเย็นๆนะพี่เต่า ทุกอย่างแก้ไขได้ อย่าเครียด

#3 By poonchano on 2008-05-24 09:50

ขจัดคราบหมึก ด้วยวิธีนี้ คงไม่ทัน

แนะนำเป็นหลังการจัดการกับแม่บ้านแทนนะครับ

5. เคล็ดลับการขจัดคราบ : เลือดสด
"วิธีง่ายๆ"

วันนี้เป็นคิวของการขจัดคราบ ที่ถือว่าเป็นคราบที่เราเจอได้บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่นัก นั่นคือคราบเลือด สำหรับการขจัดคราบเลือดนั้น มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

ทันทีที่รู้ว่าเสื้อผ้าคุณกำลังเปื้อนคราบเลือด คุณควรจะรีบนำไปแช่น้ำกับผงซักฟอก แต่หากคราบเลือดนั้นไม่ใช่คราบเลือดสด ให้คุณนำเสื้อที่เปื้อนเลือดไปชุบน้ำเย็น หลังจากนั้นเอาเกลือโรยตรงบริเวณคราบเลือดทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง

แล้วจึงนำมาซักด้วยน้ำสบู่อีกที หรือใช้ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์หยดบนรอยเปื้อน ซึ่งจะทำให้เกิดฟอง เมื่อหมดฟองใช้มือปัดให้แห้ง แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

รอยเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าคุณก็จะไม่เป็นปัญหากวนใจคุณอีกต่อไป…



ปล. คนทำงานเยอะได้เงินเดือนนิดเดียวบางทีก็ไม่ตั้งใจหรอกครับ

#4 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-24 09:55

อาจจะต้องคุยกับแม่บ้านก่อนนะคะ ถ้าเค้ายอมจ่ายค่าเสียหายให้ก็ดีค่ะ

เรื่องถังซัก แช่ถังเปล่ากับ ไฮเตอร์(หรือ แวนิช) ก็ดีค่ะ อาจจะช่วยได้พอสมควร แต่คงหลุดไม่หมดแน่ๆ

ชอบ Desperate Housewives เหมือนกันเลยค่ะ (เบ๊ดูถึง Season ที่เท่าไรแล้วล่ะเนี่ย ลืมซะได้ จำได้ว่า ดูถึง เจ๊กระเปิ๊บกระป๊าบ เค้าได้แต่งงานกะไมค์ แล้ว มันมี season ใหม่ ออกมายังหว่า ไม่ได้ตามเล้ย)

#5 By General เบ๊ on 2008-05-24 10:06

ถ้าเป็นพี่
พี่คงต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในออฟิศแหละ
ก้อมันน่าไม๊ล่ะ
เค้าต้องทำหน้าที่ของเค้าให้รอบคอบ
และต้องใส่ใจที่เป็นอยู่
เพราะนั่นมันหมายถึงความเดือดร้อนของเรา
สมมตินะครับสมมติ
ว่าเสื้อตัวนี้มันราคาไม่ถูกเอาเสียเลย
เราจะเสียหายขนาดไหน
เตือนไว้
อย่าให้เกิดเป็นครั้งที่ 2
ต่อไปเค้าจะได้ตรวจสอบให้ดีกว่านี้

#6 By Nokontherock on 2008-05-24 10:12


ข้อ 3 คราบปากกาเมื่อโดนน้ำตามหลักเคมีแล้วเมื่อหมึกแห้งผสมกะน้ำย่อมเกิดเปนสารละลายมีสีที่สร้างความด่างพร้อยแก่พรมจารีย์ของเสื้อขาวบริสุทธิ์ได้เป็นแน่แท้

ข้อ 2 ถ้าข้อหนึ่งเราโทษตัวเองไปแร้วแบบจำยอมว่า ตรูลืมเอง ก้แค่ไปบอกว่า คราวหน้าก่อนแม่บ้านซักก้ช่วยล้วงควักกะเป๋าเสื้อกางเกงซะหน่อย เผื่อมีติ๊ปหลงเหลือ (นัยว่าเอาเงินเข้าล่อ)จะได้ไม่เจอเหตุการณ์นี้อีก (มั้ง...ถ้าแม่บ้านมันทำตามอ่ะนะ)ส่วนอีกกรณีที่จะโทดนังแม่บ้าน..ก้...อาจจะได้แค่วีนๆแระบอกว่าคราวหน้า (ใช้คำพูดเดียวกะด้านบน)ซึ่งผลที่ได้แม่บ้านอาจจะแค้นใจเอาหมึกแบบ permanent โยนลงไปแทนในคราวต่อไป หึ หึ

ข้อ 1 สรุปจากเหตุผลทางตรรกศาสตร์ พยาน และหลักฐานด้านบนแล้ว..% ที่แม่บ้านจะยอมรับผิดเนื่องจากไม่ทำการล้วงควักก่อนซักนั้นมีน้อยมาก..แนะนำยอมรับแระไปคุยกันดีๆดีก่าคะ


open-mounthed smile open-mounthed smile

#7 By WooWam Gang on 2008-05-24 10:16

เหอะความเห็นข้างบนมีแต่คนโทษแม่บ้าน..
เป็นผมผมไม่โทษคนอื่นหรอกครับรู้อยู่ในใจ..

#8 By ทอม on 2008-05-24 10:21

ผมเคยลืมนาฬิกาข้อมือที่รักมากไว้ในกระเป๋ากางเกง
แล้วแม่ผมเป็นคนเอาผ้าไปซักครับ
ผลคือกระจกแตก สายหนังสะบั้น รอยขูดขีดมากมาย

ผลที่ตามมาคือแม่ผมรู้เรื่อง แม่ผมรู้สึกผิดมาก
ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นคนที่พลาดเองตั้งแต่แรก และมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แม่รู้สึกผิด
สุดท้ายคือผมรู้สึกผิดและโทษตัวเองมากขึ้นสองเท่าครับ

#9 By dionysos.exe on 2008-05-24 10:40

จริงๆแล้วผิดทั้งคู่ค่ะ

เคยลืมมือถือไว้ในกางเกงแล้วแม่บ้านเอาไปซัก แทบร้องไห้

แต่โทษใครไม่ได้ค่ะ นอกจากตัวเองที่ขี้ลืมเอง

แต่ยังไงอย่าลืมบอกให้เค้าจัดการคราบหมึกในเครื่องด้วยนะคะ

แต่ถ้าพี่ยังต้องอยู่ที่นี่ ยังต้องพึ่งที่นี่อยู่นานก็อย่าไปวีนเค้าเลยน่อ แค่บอกๆให้เค้าช่วยดูก่อนเอาลงเครื่องดีกว่าค่ะ

พูดดีๆผลออกมาน่าจะเหมือนกัน แต่ดูนุ่มนวลกว่าวีนเยอะเลย

#10 By Lover Boy on 2008-05-24 10:56

มันก็ผิดทั้งคู่แหละค่ะ(ในความเห็นเจี๋ย)
แต่ไหนๆเรื่องมันก็แล้วไปแล้ว สิ่งที่ควรทำคือจะแก้ไขอย่างไรมากกว่า

ยังไงพี่ก็ใจเย็นๆก่อน แล้วค่อยใช้เหตุผลจัดการดีกว่านะคะ
อ่า จะเข้าข้างใครดีหว่า ฮ่าๆ

ถ้าเป็นหนู หนูจะเฉ่งแม่บ้านว่าทำไม ไม่สำรวจกระเป๋าใ้ห้เราด้วย...แล้วก็โทษตัวเองต่อไป 555+

Hot!

#12 By [ギッグ] k i k n a k a * on 2008-05-24 11:56

ผมแนะนำให้โทษแม่บ้าน เพราะเขาควรเช็คก่อนจริงๆ
แต่ก็เอาผิดเขาไม่ได้หรอกครับ กรณีนี้ผิดทั้งคู่
เหมือนกับว่าไปแจ้งคนดูแลไว้ ว่าคราวหน้าคราวหลังให้เช็คก่อน เพื่อปรับปรุงการบริการ (เผื่อถ้าพี่ลืมอีกจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญซ้ำซ้อน)

เรื่องคนที่จะต้องชดใช้เป็นพี่อยู่ดีง่ะครับ sad smile ก็คงต้องซื้อใหม่เอง เพราะไปยืนเถียงกับคนดูแลผมว่าเขาก็ไม่ยอมจ่ายให้เป็นแน่แท้
ขอแสดงความเสียใจกับปากกา และเสื้อเชิร์ตตัวนั้นด้วยครับผม sad smile sad smile

#13 By cvane on 2008-05-24 12:41

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
สำหรับเรา เราว่าผิดกันครึ่งๆค่ะ อาการหลงลืมสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยทุกเวลา อะเหอๆๆ แต่ถ้ายังหงุดหงิดใจมิหาย แนะนำให้เรียกมาคุยค่ะ ว่าทีหลังก็ช่วยตรวจดูให้ก็ดี แต่ถ้ามีซ้ำสองอีกนี่จ้างคนใหม่โลด อะเฮอะๆ

#14 By faust on 2008-05-24 12:51

สำหรับกรณีแรกนะครับ ผมมองว่าก็มีส่วนกันคนละครึ่ง

ถ้าเป็นผม ...หากเสื้อกับปากการวมกันไม่แพงมากอย่างที่พี่บองเต่าบอกไว้ ผมคงจะไป"แจ้ง"ให้ทราบไว้ คราวหน้าเขาจะได้ระวังครับ ส่วนจะถึงขั้น"โวย"มั้ย ขึ้นอยู่กับท่าที ขณะที่เราแจ้งให้เขาทราบครับ

ซึ่งอันนี้...เป็นวิธีของผม แต่ถ้ามองในมุมที่เข้าข้างใคนคนใดคนหนึ่ง พี่บองก็สามารถโวยได้เหมือนกัน และ แม่บ้านก็อาจจะน่าสงสารเช่นกันเพราะเป็นความผิดคนละครึ่ง อันนี้ก็แล้วแต่มองครับ ผมเลยคิดว่าถ้าเป็นผมคงทำตามย่อหน้าที่แล้ว

ซึ่งผมเห็นด้วยกับRep13นะครับ ว่ายังไงก็คงไม่ได้เสื้อกับปากกาใหม่จากแม่บ้าน แต่แจ้งให้เขาระวังได้ครับ(การโวยก็อาจจะทำให้เกิดความร้าวฉานโดยเปล่าประโยชน์)

ส่วนกรณีของตั๋วนั่น...ฟังดูน่าสงสารกว่าแม่บ้านเยอะ เพราะราคาตั้ง1800 ถ้าถามผมนะ เอาแบบกลางๆเลย ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายเรา(ถ้าทางฝั่งที่จองตั๋วให้ไม่ได้ให้เราตรวจสอบความถูกต้องก่อนหน้านั้น) เราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายครับ จริงอยู่ว่าเด็กคนนั้นอาจจะน่าสงสารมาก

แต่....ในมุมกลับกัน ถ้าเราไม่สามารถเบิกบริษัทได้ หมายความว่า อยู่ดีๆเดือนนี้เราต้องเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของเราเลย และเดือนหน้าจะเป็นแบบนี้อีกรึเปล่าก็ไม่รู้

ส่วนในมุมที่ว่า บริษัทของพี่บองให้พี่บองสามารถเบิกได้... บริษัทของพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก1800ด้วยซ้ำนะครับ เพราะฉะนั้น...ในที่นี้เด็กคนนั้นน่ะผิดเต็มๆไปเลย

แต่...พี่บองยกเงินเดือนของเด็กคนนั้นมา sad smile ผมว่าเค้าน่าสงสารจริงๆนะครับ ถ้าถามผม ผมคงหาทางออกด้วยการโทรไปถามก่อนว่าจะแก้ไขอะไรยังไงได้บ้าง(โดยทำทีเป็นจะเอาเรื่องไว้ก่อน) แล้วก็ดูท่าทีของเด็กคนนั้นครับ บางทีเค้าอาจจะมีวิธีที่ไม่ต้องเสียเงินหรือเสียน้อยลงก็ได้(เพราะยังไงเค้าก็เป็นคนของบริษัทครับ) คงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเราจะตัดสินว่าเราต้องจ่ายไปในทันทีเลย

และพอถึงตอนนั้นถ้ามันไม่มีทางแก้...แล้วพี่บองสงสารเด็ก ก็อาจจะค่อยตัดสินใจรับค่าใช้จ่ายแทนเด็กคนนั้นก็ได้ครับ เพราะพี่บองเบิกได้(บริษัทคงน่าสงสารน้อยกว่าเด็ก) sad smile แต่ในอีกกรณี...พี่บองก็สามารถให้เด็กคนนั้นรับผิดชอบได้เช่นกันนะครับ (ถ้าเป็นผมจะตัดสินจากคำพูดของเด็ก ตอนที่ผมไปเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้ล่ะครับ)

ปล.นี่เป็นแค่มุมมองส่วนตัวของผมนะครับ

#15 By SkyKiD on 2008-05-24 13:52

แนะนำให้ทำใจครับ
ท่องไว้ยุบหนอพองหนอ
เราเองนี่แหละที่ผิด
ในเมื่อปากาและเสื้อก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร
และบองเต่าก็ทำใจได้ไม่ใช่รึ

สงสารแม่บ้านเค้า...

ปกติแล้วผมจะเอาของทุกอย่างออกก่อน
เอาผ้าใส่ตะกร้า เพราะตอนซักจะได้ซักได้เลย

เครื่องซักผ้าของผมก็มีคราบปากาติดเหมือกัน
(ตอนนั้นลืมเอาปากกาออกจากเสื้อ)
พอซักครั้งต่อไปก็ไม่มีคราบติดเสื้อนะครับ
พอซักนานไป ตอนนี้ถังซักผ้าไม่มีคราบแล้ว
สงสัยหมึกมันแห้งและร่อนหลุดไปหมด
แต่ไม่ติดเสื้อนะครับ
big smile

ปล. ส่งซัก กกน ด้วยรึ ไม่กลัวคนซักพบคราบจากปฏิกิริยา "อะซุเตปุส" รึ
sad smile
แม่บ้าน
ก็เขาไม่ให้ความสำคัญต่อการซักผ้า
ซักผ้านี้โยนๆลงไปแล้วซักได้เลยหรอ
แล้วถ้าเกิดทำกระดาษเช็ดชูใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
ถ้าไม่เอาออกให้ตามหน้าที่แม่บ้านที่จ้างไว้
กระดาษเช็ดชูอยู่ใน ถูกปั่น ยุยๆอยู่ในกระเป๋า
ติดกระเป๋าน่าเกลีัยด เป็นยุย เป็นขุยๆ
ตกลงจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเสื้อผ้า
หรือแค่คนเอาผ้าลงเครื่องแล้วตาให้หน่อยเซะ

แจ้งให้เขาทราบในสิ่งที่เกิดขึ้น

มีสิทธิ์มากเลยพี่เต่า ไฮเตอร์ๆแต่แบบว่าใส่มาก เสื้อเหลือง ที่ปักอะไรไว้จะเปลี่ยนสีเลยsad smile

ส่วนเรื่องผิดตั๋วผิด คงให้เด็กคนนั้นเขาจ่ายคืน
เพราะเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรผิดพลาด
ใครทำก็ต้องรับผิดชอบ วัดใจกันไป
เพราะเกิดหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดอีก
ถ้าไม่สอนให้รู้จักความผิดพลาด
ก็ไม่มีใครสอนให้รู้ผลที่จะตามมาอย่างใหญ่หลวง
แต่หากมันรู้สึกแย่ว่าเขาจะอดตาย ก็ให้ออกไป70% ของความผิด เพราะถือว่าเป็นความผิดครั้งแรก

big smile
ใจเย็นเย๊นน....งั้นผิดคนละครึ่งเอ้าbig smile

#18 By (^_^)/nana on 2008-05-24 15:37

ขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัวตามนี้นะคะ

1. ทั้งสองกรณีนะคะ คิดว่าน่าจะดูก่อนว่า นี่เป็นความผิดครั้งแรกหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก แนะนำว่าแค่ตักเตือนตัวผู้กระทำผิด และกำชับให้มีความรอบคอบมากกว่านี้ ก็พอค่ะ แต่ถ้านี่เป็นการกระทำผิดซ้ำ ก็โวยวาย แล%

#19 By miiself on 2008-05-24 16:46

ขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัวตามนี้นะคะ

1. ทั้งสองกรณีนะคะ คิดว่าน่าจะดูก่อนว่า นี่เป็นความผิดครั้งแรกหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก แนะนำว่าแค่ตักเตือนตัวผู้กระทำผิด และกำชับให้มีความรอบคอบมากกว่านี้ ก็พอค่ะ แต่ถ้านี่เป็นการกระทำผิดซ้ำ ก็โวยวาย และเอาผิดได้เต็มที่เลยค่ะ

2. กรณีแม่บ้าน คิดว่าคงจะเรียกร้องอะไรจากเค้าไม่ได้จริงๆ เพราะเรามีส่วนผิดด้วย

3. กรณีตั๋ว เห็นชอบว่าน้องเค้าผิด 100% และคงจำเป็นต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายค่ะ แต่แนะนำให้ใช้วิธีผ่อนจ่ายค่ะ (สงสารน้องเค้า)

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคำนึงถึงข้อที่ 1 เป็นหลักค่ะ

#20 By miiself on 2008-05-24 16:56

เหตุการณ์ ที่ 1. ตามนิสัยเรา เราคงโทษแม่บ้านค่ะ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เหตุการณ์ ที่ 2. เป็นเราก็คงแอบโทษในใจ แต่คงไม่ใจร้ายพอขนาดไปหักเงินเดือนเขา .. ยังไงคนเราย่อมผิดพลาดได้เสมอค่ะ การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีทีสุดค่ะ confused smile

#21 By {CODE;4079} on 2008-05-24 19:55

Desperate Housewives...
ชอบจริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่ทำให้เราสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านได้ดีจริงๆ เอิ้กๆ อยากดูซีซัน 4 เร็วๆ

เอ่อ...เรื่องแบบนี้รู้สึกอึดอัดลำบากใจsad smile

#22 By 【零-blUeFaKe-】 on 2008-05-24 20:50

เอาเป็นว่าก็ไม่ได้ตั้งใจกันทั้งสองฝ่าย เรื่องราวแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกค่ะ แต่จะปล่อยให้ผ่านเลยไป ก็คงไม่ดีใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้น (ในทั้งสองกรณี) ถ้าแค่ตักเตือน วีนแตกแต่พองาม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ซ้ำสองขึ้นอีก ก็น่าทำนะคะ เพื่อให้อีกฝ่ายเขาระมัดระวังและรอบคอบมากกว่านี้ด้วย

เสื้อเปรอะ ก็ลองหาวิธีขจัดคราบดูค่ะ ถ้ายังช่วยไม่ได้ ก็คงต้องแขวนไว้ในตู้ เก็บไว้เป็นอนุสรณ์สถานว่าครั้งหนึ่งเราเคยใส่ละกัน (อีนี่เว่อร์มาก)

แต่ท้ายที่สุด พี่ควรจะไปตามหาโคนันมาอ่านต่อไปนะคะ เผื่อจะช่วยให้พี่คลี่คลายคดีได้แยบยลมาก ๆ เหอเหอ (ปัญญาอ่อนจริงจริ๊ง)
ปิดโหวตไปแล้ว แต่อยากแสดงความเห็น
ถ้าเป็นผมคงโทษตัวเองครับ สบายใจกว่า
และยังไงต้นเหตุขั้นแรกสุดก็อยู่ที่เราเองอยู่ดี
แค่เพียงเราไม่ลืมเอาของที่เราเป็นคนใส่ไว้เองออก
เรื่องก็จะไม่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบิน ผมคงต่อว่าเด็กไป แต่ไม่ให้จ่าย
ค่าปรับเองเพราะผิดครั้งแรก

แต่ถ้าผิดครั้งต่อไป เตรียมเสีย 55 เหรียญเองนะน้อง

#24 By @ri on 2008-05-25 14:32

มันต้องทำใจ หากไว้ใจให้คนอื่นทำให้ ย่อมมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเสมอละคะ
ต้องละเอียดรอบคอบด้วยตัวเองทุกครั้ง ไว้ใจใครไม่ได้นอกจากตัวเรา
ปล่อยวางไปเหอะ กรรมของเราเองนี่หน่า

#25 By MayaKniGht on 2008-05-25 17:24

เรื่องเสื้อกะปากกา คิดว่าเราเป็นคนผิดนะคะ ที่ไปลืมไว้ในเสื้อ ถ้าเสื้อมีน้อยก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามีเยอะนี่ บางทีก็ลำบากกับคนที่ซักเหมือนกันค่ะ ที่จะต้องมาล้วงหาทุกกระเป๋า แค่ปกติแยกขาว สี ชุดชั้นใน ซักเครื่องไม่ได้ ฯลฯ อะไรแบบนี้ก็ ยากแล้ว ถ้าจะมาล้วงทุกกระเป๋าคงไม่ไหวหรอกค่ะ ยิ่งถ้าเค้าทำหลายห้องแล้วด้วย... แต่ถ้าแม่บ้านที่บ้านก็คงไม่มีปัญหา หรือว่าถ้าเซอร์วิสชาร์จแพงก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าทั่วๆไปเรื่องนี้บางทีมันก็พลาดกันได้ค่ะ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ครั้งต่อไปก็แจ้งเค้าไว้ให้ล้วงกระเป๋าออกมาก็ได้ค่ะ

แต่ถ้ามองในมุมมองคนซัก ที่ไม่ได้รับเงินเดือนนะคะ ซักให้พี่ชาย ถ้าพี่ไม่เอาของออกจากกระเป๋าจะไปวีนทันทีค่ะ ถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าของเสื้อที่จะต้องเอาของออกจากกระเป๋าทุกครั้งที่ถอด ไม่งั้นเดี๋ยวเครื่องซักผ้าพัง เสื้อเราเลอะ เสื้อผ้าหลายตัวไม่มีเวลามาล้วงแน่นอน

-แต่ถ้าเป็นแม่บ้านของที่บ้านเค้าก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบค่ะเพราะเค้ารับเงินเดือน และทำหน้าที่เฉพาะอย่าง
-ถ้าแม่บ้านทั่วๆไปในอพาร์ทเมนท์ เงินเดือนกลางๆ คิดว่า เป็นความเลินเล่อของตัวเองค่ะ แต่ครั้งต่อไปจะรบกวนให้เค้าดูให้ค่ะ ถือว่าเราบอกเค้าแล้ว
-ถ้าเป็นของโรงแรมหรือแม่บ้านราคาแพง ถือว่าเป็นความผิดเค้าค่ะ เพราะคุณภาพต้องตามราคาที่สูงขึ้น

ส่วนเรื่องน้องที่จองตั๋วผิด ลำบากใจเหมือนกันค่ะ แต่คงไม่เลือกไปเบิกเพิ่ม 55$ เพราะไม่ใช่ความผิดเรา
-ถ้าไม่ให้น้องเค้าจ่ายไป 1800 เอง
-ก็คงช่วยน้องเค้าออก 1000 ถ้าเรามีเงินเดือนสูงนะคะ
-ถ้ารวยก็คงออกให้ไปเลย 1800
แต่ไม่จ่ายให้ 55$ แน่นอนค่ะ ถือว่าให้เป็นบทเรียนแก่น้องเค้าด้วย จะได้ไม่ทำผิดอีก ถึงแม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม แต่จะได้รอบคอบมากขึ้นค่ะ

#26 By choco (125.24.145.219) on 2008-05-27 12:54

ปิดโหวตไปแล้ว..ไม่เป็นไร แค่อยากออกความคิดเห็น

เรื่องเสื้อ ถ้าเป็นผม
ผมคงโทษตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมันผิดที่ผมเลยที่ลืมปากกาเอาไว้เอง แต่ด้วยความที่เป็นเสื้อตัวเก่ง อาจจะทำให้หงุดหงิด อยากโทษคนอื่น อันนี้ก็เป็นธรรมดา แต่ไม่อยากให้ทำเฉยอยากให้พูดกับแม่บ้านเค้าไปเลยในคราวต่อไปว่า "พี่ครับ ในการซักเสื้อผ้าคราวต่อไป ผมฝากดูกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงด้วยนะครับ" แล้วก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง บลาๆๆ เราไม่ได้โทษเค้า ครั้งต่อไปเค้าจะได้ซักเสื้อให้เราอย่างระวัง

ส่วนอีกเรื่องนึง เรื่องนี้เห็นๆเลยว่าใครผิด.. แต่ใจผมคงทำโทษน้องเค้าไม่ลง เพราะรู้ทั้งรู้อยู่แล้ว ว่าน้องเค้ามีเงินเดือนอยู่แค่นั้น "แต่" ผมจะไม่ยอมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้องมีการบอกกล่าวและตักเตือนกันให้รู้ ไม่มีใครอยากทำผิด ผมคิดว่าอย่างนั้น บอกกันไว้ เค้าจะได้ระวัง ถึงแม้จะเป็นงานที่เค้าเคยทำซ้ำๆ กันบ่อยครั้งก็ตาม

เหตุการณ์ก็ผ่านมาหลายวัน หวังว่าความหงุดหงิดคงเบาบางนะคะ :)

#27 By Unakite on 2008-05-27 15:41