กำลังใจในกระเป๋าตังค์

posted on 04 Jul 2008 14:52 by bongtao  in life

1.
คุณพกรูปไว้ในกระเป๋าตังค์บ้างมั้ยครับ...

ผมเดาว่ากระเป๋าตังค์เกือบทุกใบบนโลกนี้
มันจะมีช่องที่เป็นพลาสติกใสๆ เอาไว้ใส่รูปภาพ
หรืออะไรสักอย่างที่เรามีความจำเป็นต้อง
เห็น มัน...

ผมเองก็มีรูปภาพใส่อยู่ในนั้นเหมือนกัน

ผมใส่
รูปติดบัตร ของผมเอาไว้ในกระเป๋าตังค์หลายใบ
เพราะก่อนที่ผมจะมีวีซ่าแบบ
multiple เข้าประเทศกัมพูชา
ผมต้องใช้รูปติดบัตร
1 ใบทุกครั้งในการสมัคร visa on arrival
จนถึงตอนนี้ผมก็ยังต้องผกเผื่อๆไว้ ถึงจะไม่ได้ใช้แล้วก็ตาม

และผมก็ยังมีรูปติดบัตรรุ่นเก่าอีกสองใบ
ใบนึงถ่ายตอนปีสี่ ใส่ชุดนิสิตผูกไท ที่เก็บเพราะรูปนี้ดูดีมากกว่าตัวจริง
ส่วนอีกใบถ่ายตอนเรียนจบ ใส่ชุดครุยจุฬาฯ เก็บไว้เป็นที่ระลึกของตัวเอง

2.
เมื่อวันจันทร์ ผมออกไปเมืองกาญจน์เพื่อควบคุมงานถ่ายโฆษณา
ในฐานะที่เป็นลูกค้าผู้มีอุปการคุณ ผมจึงไม่ต้องทำอะไรมากมาย
นอกจากการนั่งเตนท์สบายๆ ซึ่งจะมีคนเอาน้ำเอาขนมมาเสิร์ฟทั้งวัน
พอผู้กำกับถ่ายเสร็จหนึ่งซีน เราก็มีหน้าที่ตัดสินว่ามันโอเคมั้ย
หรือว่าอยากจะให้ถ่ายแก้ หรือมีความเห็นอย่างอื่นยังไงบ้าง

ระหว่างนั้น อยู่ดีๆผมก็หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาจัดๆเรียงๆของในนั้น
เพราะผมเป็นคนที่จัดระเบียบกระเป๋าตังค์ของตัวเองบ่อยมากๆ
ชนิดที่ว่า แบงก์จะต้องเรียงจากแบงก์ใหญ่ไปหาแบงก์เล็กตลอด
ระหว่างที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับกระเป๋าตังค์ตัวเองอยู่นั้น
เจ๊
Ma’an (อ่านว่า มาอาน) ซึ่งเป็นสาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในทีมเอเจนซี่
และสนิทสนมกับผมมาตั้งแต่งานถ่ายโฆษณาเมื่อปีที่แล้ว
เจ๊แกแอบเหลือบมาเห็นรูปถ่ายในกระเป๋าตังค์ของผม
เจ๊ก็เลยขออนุญาตดู ว่าผมพกรูปอะไรไว้ในกระเป๋าตังค์บ้าง ...

ด้วยความสนิทสนมกัน และคุยกันถูกปาก ผมเลยยอมงัดภาพทั้งหมดออกมา
เราเริ่มจากบรรดารูปติดบัตรของผม ที่ผมเอามาเรียงต่อกันตามเวลาถ่าย
ซึ่งเจ๊แกก็ฮือฮามาก โดยเฉพาะรูปที่ผมใส่ชุดครุย ซึ่งผมต้องอธิบายว่า
นี่คือชุดที่ผมใส่ตอนรับปริญญา และมันมีความศักดิ์สิทธิ์ยังไงบ้าง ...

จนมาถึงรูปที่ผมถ่ายกับแฟนคนแรก ที่ผมยังคงเก็บเอาไว้อยู่
เจ๊มาอานเลยถามว่า
“is this your girlfriend?”
ผมเลยตอบไปว่า “she was…she is my ex”
เจ๊มาอานเลยอดสงสัยไม่ได้ และถามต่อ “so why do you keep this photo?”
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงยังเก็บรูปนี้ไว้ ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้รักเขาแล้ว
ผมเลยได้แต่ตอบว่า
“Perhaps because it was a good break-up”

ผมยังมีรูปอีกหลายรูปที่บางรูปผมเองก็ลืมไปแล้วว่าใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ด้วย
จนมาถึงรูปสุดท้าย, มันเป็นรูปถ่ายที่ผมชอบมากๆ
ถ้าให้เลือกรูปถ่ายกว่าหมื่นรูปที่ผมเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของผม
ผมมั่นใจว่า รูปนี้จะต้องติด
1 ใน 3 รูปที่มีความหมายกับผมมากที่สุด...

ผมเอารูปถ่ายใบนี้วางไว้ด้านหน้าสุดให้เห็นชัดๆมาตลอด


2.
ผมไม่ได้เจอไอ้เอี่ยวมาประมาณเดือนนึงแล้ว
ในเดือนนึง มันจะลงมากรุงเทพฯแค่ประมาณอาทิตย์นึงเท่านั้น
ซึ่งถ้าอาทิตย์นั้นผมอยู่เขมร ก็หมายความว่าเราจะเจอกันอีกที
อย่างเร็วก็ต้องรอไปอีกเดือนนึง ...

โชคดีที่เดือนนี้ผมกับมันอยู่กรุงเทพฯในวันเดียวกันพอดี ...

ผมโทรนัดมันไปเจอกันที่จุฬาฯ เพื่อไปกินข้าวที่ตลาดสวนหลวง
ไอ้เอี่ยวจะมีนิสัยแย่ๆอย่างนึงคือ มันมักไม่ค่อยรักษาเวลานัดกับเพื่อน
เพราะตอนที่ผมจะออกจากออฟฟิศ มันก็บอกว่ากำลังจะออกเหมือนกัน
พอผมถึงจุฬาฯแล้ว โทรหามัน มันก็ยังอยู่ที่ออฟฟิศอีก อีห่านจิก
!

จนในที่สุด, กว่ามันจะยุรยาตรมาได้ ตอนนั้นผมหิวแทบจะแดกรถสองแถวได้ทั้งคัน
เพราะเพิ่งไปวิ่งออกกำลังกายจนหอบแดก แล้วก็บึ่งรถมาที่จุฬาต่อเลย

เรานั่งกินบะหมี่หมูแดง แล้วไปต่อกันที่ร้านขนมปังปิ้ง
ตอนที่จะจ่ายตังค์ ผมกับมันก็หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาหยิบเงิน
ผมเลยเห็นรูปที่อยู่ในกระเป๋าตังค์ของมันแบบบังเอิญๆ...

มันเป็นรูปเดียวกันกับในกระเป๋าตังค์ผมโดยมิได้นัดหมาย

อ้าว ยังเก็บรูปนี้ไว้เหมือนกันเหรอวะ ... นี่ กูก็เก็บเหมือนกัน
ผมเผยกระเป๋าตังค์ของผมให้มันดูบ้าง พร้อมกับยิ้มเล็กๆ
 
เออ ...เก็บไว้ตลอด เวลาเหนื่อยๆเครียดๆ ดูแล้วจะมีกำลังใจ มันตอบ

3.
ผมเข้าใจความหมายที่ไอ้เอี่ยวมันพูด...
มันไม่ใช่คำพูดหวานซึ้งเลี่ยนๆ ที่ฟังแล้วแทบจะสำรอกบะหมี่ออกมา
แต่ผมเชื่อว่า ภาพนี้มันคงมีความ
พิเศษ สำหรับมันไม่ต่างจากผม

มันเป็นภาพถ่ายบนทางขึ้นของภูชี้ฟ้า เมื่อช่วงปลายปี
2005
ตอนนั้นผมกะไอ้วินไปร่วมแจมค่ายพะเยาที่ชมรมล้านนาของไอ้เอี่ยวเป็นเจ้าภาพ
อันที่จริง ค่ายพะเยามันก็ไม่กี่วันหรอก แต่ผมไปนอนเล่นที่บ้านไอ้เอี่ยวต่ออีก
7 วัน
เพราะมันเป็นช่วงวันหยุดกีฬามหาลัยซึ่งหยุดยาวช่วงปลายปีประมาณสิบวัน
ผมเลยได้ไปนอนกลิ้งเกลือกตากลมหนาวที่จังหวัดพะเยาไปจนถึงวันปีใหม่

มันเป็นสิบวันที่ผมทิ้งทุกอย่างไว้ที่กรุงเทพฯ โดยสมบูรณ์
ทุกนาทีที่พะเยา, ผมไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากใช้ชีวิตไหลเอื่อยๆไปตามเวลาจังหวัดพะเยา
มันเป็นสิบวันที่ขาดแคลนความหวือหวา แห้งแล้งสีสัน แต่กลับมีความสุข ...

ในขณะที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น ...
ตอนผมไปเที่ยวฮ่องกง ผมยังต้อง
backup ข้อมูลงานใส่ฮาร์ดดิสก์ติดกระเป๋าไปด้วย
ตอนผมไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องนอนโรงแรมห้าดาวจนสว่างคาตา
ตอนผมไปเที่ยวญี่ปุ่น ผมเอาโน้ตบุ้กไปเก็ทเมล์ทำงานทุกคืนในห้องพัก
และทุกครั้งที่กลับมา ผมอดคิดถึงงานกองโตที่รออยู่บนโต๊ะไม่ได้ ...

ชีวิตผมตอนนี้ มันไม่สามารถทิ้งทุกอย่างไว้แบบที่ผมทำเมื่อสามปีที่แล้วได้
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้รูปนี้มีความหมายมากขึ้น เพราะมันเป็นเวลาที่มีค่า
และหาได้ยากมากๆ ในชีวิตของผมและพวกมันสองคนในตอนนี้

และนี่แหละ คือความหมายที่มันบอกว่าดูภาพนี้แล้วมีกำลังใจ
เพราะผมยังจำได้ว่าตอนนั้นมันเป็นช่วงที่มีความสุขแค่ไหน...

4.
ผมอธิบายรูปสุดท้ายให้เจ๊มาอานว่า “These two are my best friends”
เจ๊เลยถามผมด้วยคำถามเดิมว่า
“why do you choose this photo?”
ถึงจะเป็นคำถามเดิม ผมกลับตอบได้โดยไม่ต้องคิดเหมือนรูปแฟนเก่า
 
“because it’s a meaningful moment to me … that’s all”
 




ปล.เจ๊มาอานบอกผมว่า รูปที่เราคัดมาใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์
มักจะมีความหมายที่ลึกซึ้งเป็นพิเศษ มากกว่ารูปถ่ายที่เราเก็บในอัลบั้ม
ซึ่งผมคิดว่าจริง และรู้สึกเห็นด้วยมากๆ ...
ปล.2 ผมได้รับคำเตือนจากไอ้เอี่ยวก่อนไปแจมค่ายพะเยาว่า
น้องๆในค่ายน่ะแร๊งงงงงง ... ผมเลยต้องคัดหาเสื้อหนาวที่แรงที่สุดในตู้
นั่นคือเสื้อหนาวบ้านกริฟฟินดอร์ แห่งฮอกวอตส์ ตามที่เห็นในรูป ...
...แร๊งงงงงงงงงงงงงงงง ....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่เคยพกรูปเลยค่ะ นอกจากบัตรประชาชน ซึ่ง แน่นอน
รูปมัน แร๊งงงงงงงงงงงงงงงbig smile

#1 By ยัยตูดเป็ด on 2008-07-04 15:05

ว่าแล้ว....ว่าเสื้อกันหนาวสีมันคุ้น ๆ 5555+


รูปในกระเป๋าตังค์....นั่นซินะ

big smile big smile big smile

#3 By m on 2008-07-04 15:14

เสื้อแรงจริง55+ big smile อ่านจบลองหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาเรียงรูปมั่งbig smile

#4 By (^_^)/nana on 2008-07-04 15:26

ส่วนมากจะมีแต่รูปป๊ากับม้าครับ
รูปเพื่อนไม่ค่อยจะเอาใส่ประเป๋าสตางค์

ปกติแล้วกระเป๋าตังค์เป็นสิ่งต้องห้าม
ถ้าไม่แน่จริงอย่าเปิดกระเป๋าของคนอื่นเชียว
บางคนเขาถือ บางทีอาจมีโกรธ
เพราะบางคนถือว่ากระเป๋าตังค์เป็นพื้นที่ส่วนตัว
ชีวิตแบบนี้จะเกิดขึ้นได้อีกหลังเกษียณ...หากยังโสด หรือแต่งงานตอนนี้ ..ลูกจะได้โตและทำงานกันหมดแล้วตอนเราเกษียณ..

ซึ้งมากเลยนะคะกับภาพเพื่อนซี้ในกระเป๋าสตางค์...

#6 By MayaKniGht on 2008-07-04 15:35

เข้ามาดูเสื้อหนาวบ้านกริฟฟินดอร์ question
เป๋าผมก็มีรูปถ่ายชุดครุยเหมือนกัน เผื่อไว้กันเหนียว

#7 By simply? on 2008-07-04 16:05

ฮาๆ แร๊งงงงงจริงค่ะตอนจบ แต่ย้งน่ารักอยู่

รูปในกระเป๋าตังค์พกรูปคุณพ่อคุณแม่น้องชายค่ะ
ดูแล้วมีกำลังใจเหมือนกัน :D~

#8 By mikan on 2008-07-04 17:07

เป็นคนที่พกรูปเต็มกระเป๋าเหมือนกันค่ะ ไม่รุ้ทำไม อยากพกแต่รูปที่โชว์จริงก็มีแค่รูปเดียวไว้เปิดแล้วได้มองเห็น
บางทีเอามานั่งดูเฉยๆก็รู้สึกดีได้

#9 By Mr.&Mrs Ninomiya on 2008-07-04 17:20

เสื้อเขา แรง จริงๆ

#10 By riddler on 2008-07-04 17:32

เราก็เคยลาพักร้อนไปเที่ยวหัวหิน แต่ก็เอางานไปนั่งทำในดุสิต โปโล ตั้งแต่ 16.00 - 24.00 วันรุ่งขึ้น แฟนเลยขอเช็คเอาท์ออก เศร้าโครตเลยหล่ะ หลังจากนั้นทำงานจนเข้าโรงพยาบาล เลยได้สัจธรรมว่า ถ้ามุ่งมั่นทำงานแล้วเอามารักษาตัวอย่างนี้ ไม่ไหว เลยลาออกมากินแกลบ อิอิsad smile

#11 By ta_THINK_nhong on 2008-07-04 17:48

Hot!

ชอบแฮะ...


ว่าแต่ เสื้อกริฟฟินดอร์แนวอย่างแรง

#12 By on 2008-07-04 18:50

นั่นใส่ออกค่ายเหรอครับนั่น sad smile สมัยก่อนผมพกรูป Alicia Silverstone เต็มกระเป๋าเลยครับ
ในประเป๋าตังค์มีแต่รูปถ่ายของตัวเอง เอาไว้ฉุกเฉินไปสมัครงาน
ที่เหลือมีถุงยาง 2 แพค (เอาไว้กันแตกเร็ว)
รูปถ่ายประทับใจผมไม่มีเลย

ผมเห็นด้วย เวลาที่เราสามารถเอาไปทิ้งได้แบบนั้น มันไม่มีอีกแล้วอ่ะครับ ตอนนี้มีแต่งาน

#14 By มนุษย์กล่อง on 2008-07-04 19:42

เราเองก็มีรูปที่เอาไว้ในกระเป๋าสตางค์เหมือนกันค่ะ
ตอนนี้เป็นรูปเรากับเพื่อนใส่หูมินนี่เม้าส
์ถ่ายตอนต่อแถวรอเล่นเครื่องเล่นในดิสนี่ย์ซี โตเกียว
เห็นว่ามันน่ารักดีเลย เก็บเอาไว้

ถ้าเป็นสมัยม.ปลายรูปจะเยอะมาก
แต่ก็คัดรูปพวกนั้นออกไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง
เพราะว่าดูแล้วจะรู้สึกเศร้ามากกว่า

สำหรับเราคำพูดที่ว่า
"เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน" ยังคงใช้ได้เสมอค่ะ

#15 By Cheshire_XxX on 2008-07-04 19:50

เคยพกรูปเมื่อสมัย ม.ปลาย
แต่เด๋วนี้ในกระเป๋าไม่มีสักใบ
อะไร ๆ ไปเก็บไว้ในคอมหมด
เฮ้อ ยุคสมัยสินะsad smile sad smile

#16 By rokjitjung on 2008-07-04 20:15

กระเป๋าตังผมไม่มีรูป ไม่มีตัง มีแต่บัตรกับบิล 5555 sad smile

#17 By นายตุ้ย on 2008-07-04 21:22

พกรูปที่ถ่ายกับสุดที่รักไว้ครับ

กับเพื่อนนี่ ไม่ค่อยได้ถ่ายเลย

#18 By @ri on 2008-07-04 22:04

ไม่พกเหมือนกัน
มีแต่บัตรประชาชน ใบขับขี่


เลิกพกแล้ว ... อิอิ

#19 By Peaw-weaw on 2008-07-04 22:44

แรงจิงๆเสื้อกันหนาว *-*
เบียยังไม่มีรูปในกระเป๋าตังเลย ><

#20 By ~Resha-Valentine~ on 2008-07-04 22:58

มีเสื้อหนาวกริฟฟินดอร์ด้วย
แร๊งงงงงงงงงงง

รูปในกระเป๋าตังหรอคะ
ไม่เคยใส่ไว้ซักรูปเลยค่ะ

ใส่แล้วมันชอบกลิ้งไปกลิ้งมา

#21 By Tang-May on 2008-07-04 23:09

จริงค่ะ เมื่อเราเก็บรูปไปนานๆ พอกลับมาดูอีกที ก็หวนนึกถึงช่วงเวลานั้น มันก็ทำให้เรารู้สึกอย่างบอกไม่ถูเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ในกระเป๋าตัง ไม่มีรูปเลยค่ะ

เพราะมันค่อนข้างรกมาก เลยเอาออกซะหมดและ เหลือแต่รูปบัตรประชาชน question

#22 By ฺีBuzzY on 2008-07-05 01:00

แรงจริงๆ เอิกกกก

อ่านแล้วซึ้งเลยค่ะ ว่าวันเวลาที่เราจะสามารถไปเที่ยวแบบไม่ต้องแบกงานไปทำด้วยมันไม่มีอีกแล้ว คิดถึงเพื่อนๆสมัยเรียนขึ้นมาทันทีเลย ขอบคุณสำหรับเอนทรีดีๆค่ะ

#23 By = a n n = on 2008-07-05 01:25

รู้สึกข้อ 2 จะมี 2 ข้อนะครับconfused smile

#24 By Dawnbringerz on 2008-07-05 03:57

มีไรมั่งว้า กระเป๋าตังค์เรา รูปไม่มี กระเป๋าตังค์ใบนี้ไม่มีที่ใส่รูป แต่มีตั๋วหนังความทรงจำอันมีค่า ประมาณว่าใครแตะตาย หึหึ ..... cry

#25 By Jari~* (58.8.175.137) on 2008-07-05 06:47

แอบซึ้งใจ Hot!

Perhaps because it was a good break-up
ชอบประโยคนี้ หุหุ

#26 By ★TIMO★ on 2008-07-05 11:01

เป้นเอนทรี่ที่อ่านแล้วซึ้ง...

แต่ตอนจบหักมุมด้วยความแรงของเสื้อกันหนาว 555 confused smile

ชอบเอนทรี่นี้ครับ ...Hot! Hot! Hot!

#27 By SkyKiD on 2008-07-05 11:10

Hot! ฮิ...

#28 By ☆[ i ]Rin☆ on 2008-07-05 12:35

อ่านแล้วอบอุ่นดีครับ

ผมเองเป็นคนไม่ค่อยสนใจรูปถ่ายในกระเป๋า
มีไว้เพราะคนอื่นบอกให้ใส่
ผมไส้ไว้แต่รูปติดบัตรเหมือนกัน
รูปอื่น ก็เลือกๆเอาที่พอดูได้ ไม่มีความหมายพิเศษนัก

#29 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-07-05 14:16

ในกระเป๋าตังค์มีแต่บัตรส่วนลดกับบัตรนักเรียนsad smile บังเอิญเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป
น้อยหน้าไม่ได้เลยนะครับopen-mounthed smile
ยิ้มเพราะความทรงจำ และ...
"เสื้อกริฟฟินดอร์!"

sad smile

#31 By cvane on 2008-07-05 23:12

กะจะบอกว่าเป็นเอนทรี่ที่มีความรู้สึกอบอุ่นดี อ่านแล้วอยากหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเปิดดูรูปมั่ง

มาฮาก็ตรง แร๊งงงงงงง นี่ล่ะค่ะ ฮ่าๆๆ confused smile

#32 By + MaeBin + on 2008-07-05 23:44

ชอบบทความนี้มากเลยค่ะ ตรงจิงๆ แถมน่ารักอีกตะหาก
แรงได้ใจ

#33 By k-a-n-t (124.120.77.110) on 2008-07-05 23:55

พกรูปเพื่อนรักไว้เหมือนกันเจ้าคะcry
สังเกตก่อนอ่านจบค่ะว่า เสื้อมันลายคุ้นๆ ตา อ๋อ เสื้อบ้านกริฟฟินดอร์นี่เอง แรงค่า

ในกระเป๋าตังค์เบ๊ไม่มีรูปใครเลยค่ะ มีแต่บัตรที่ทางราชการออกให้ ไม่ค่อยมีอะไรในกระเป๋าตังค์ ขนาดตังค์ยังจะไม่มีเลยค่ะ

#35 By General เบ๊ on 2008-07-06 04:01

เสื้อกันหนาวกริฟฟินดอร์ แจ่มมาก ๆ ค๊า

#36 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-07-06 07:38

ประทับใจ

ดูอบอุ่นค่ะHot!

#37 By NICs Gallery on 2008-07-06 10:20

sweet memories

#38 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-07-06 11:17

ไม่เคยมี ไม่เคยเก็บ รูปใครเลยเรา

#39 By รีคอนดำ on 2008-07-06 16:15

อยากได้เสื้อกริฟฟินดอร์มั่งอ่ะ cry


แร๊งงงงงงงง

#40 By iDoi* on 2008-07-06 19:16

ไม่กล้าเก็บรูปใดๆไว้ในกระเป๋าตังค์อีก
เพราะมักทำหายอยู่บ่อยๆ
เปลี่ยนเป็นแปะไว้หน้ากระจก ส่องทุกครั้ง จะได้อารมณ์ดีทุกครั้ง ดีกว่า
มักเป็นรูปเพื่อน ตอนได้ไปเที่ยวลุยๆด้วยกัน มีความหมายสุดๆแล้ว

#41 By pretty_little_things on 2008-07-06 20:56

ชีแรงไม่กลัว กลัว she bang หว่ะ อิ อิ อิ...

#42 By Bl00dySw33T on 2008-07-07 09:06

โอววววววววววววววววว

ซึ้งง่ะ
รูปเดียวในกระเป๋าตังค์คือรูปคุณพ่อค่ะ big smile

พอดีไม่มีรูปท่านแม่ขนาดพกพา แต่เห็นหน้าท่านพ่อท่านแม่ก็ลอยมาโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว confused smile

#44 By ongki on 2008-07-07 13:52

กระเป๋ามีสารพัดบัตรเลย
ว่าแล้วไปจัดระเบียบซักหน่อยดีกว่าbig smile

#45 By Backpack Girl on 2008-07-07 16:33

Hot! Hot! Hot!
ให้ความสำคัญและความหมายกับภาพถ่ายได้ดีจริงๆเลยนะคะsurprised smile

#46 By Liping on 2008-07-07 20:08

ทุกวันนี้ยังไม่ค่อยมีค่ะ
ว่าจะปริ๊นรูปเก่าๆมาใส่เหมือนกัน
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นมาก ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ดีๆนะคะbig smile

(เสื้อกริฟฟินดอร์ได้ใจมาก5555)

#47 By Hylas on 2008-07-07 21:11

มีความหมาย

กินใจ

ซึ้ง

ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ

เราก็เช่นกันที่ชอบเก็บรูปที่มี "ความหมาย" ไว้ในกระเป๋าตังค์big smile big smile
อบอุ่นครับพี่เต่า

#49 By poonchano on 2008-07-09 12:50

แกสามคนน่าจะได้ได้กันไปซะนะ
รักกันขนาดนี้แล้วนิ
โสดด้วยไม่ใช่เรอะ

#50 By แยมมมม* on 2008-07-13 22:12