ซาลารี่แมน ปะทะ เลมอนแมน (3)
posted on 21 Jul 2008 00:06 by bongtao in office
1.
ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบอาบน้ำตอนเช้า
แต่สำหรับโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คที่ผมพักอยู่
ถือว่าเป็นข้อยกเว้น ...
โรงแรมบ้าอะไรไม่รู้ ฝักบัวไหลแรงเหมือนเขื่อนแตก
แถมปรับอุณหภูมิร้อนเย็นได้รวดเร็วทันใจ ...
เป็นการอาบน้ำยามเช้าที่สะใจจริงๆ 
2.
โปรแกรมของเราวันนี้จะเป็นการเที่ยว เที่ยว และเที่ยว
เพราะมันเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งไม่มีใครในออฟฟิศมาตอนรับแขกแน่
เราจึงมีเวลาหนึ่งวันเต็มๆ สำหรับการพาลูกค้าเที่ยวให้เต็มที่
โปรแกรมแรกของวันนี้ ก็คือ วัดพระแก้ว
จริงๆก็อยากพาลูกค้าไปช้อปปิ้งละลายทรัพย์กันนะครับ
แต่ว่ากว่าห้างจะเปิดก็ต้องรอกันถึงสิบโมงโน่น
สถานที่ที่เหมาะแก่การเที่ยวตอนเช้าๆแบบนี้ก็มีแต่วัดเท่านั้นแหละ
มันอาจจะไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนพาไปเที่ยวประตูน้ำ
แต่มันก็น่าสนุกกว่าการนั่งกลิ้งๆเกลือกๆรอห้างเปิดใช่มั้ยล่ะ!
ผมผ่านสถานการณ์เปรี้ยวๆมาสองวันเต็มแล้ว
หากวันนี้เลม่อนแมนจะมาเปรี้ยวอะไรใส่ผมอีก
ผมว่าวันนี้ผมคงไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว มึงอยากเปรี้ยวก็เปรี้ยวไป
ลิ้นกูตายด้านไปตั้งนานแล้ว !!!
ยังไม่ทันขาดคำ ... พี่ชัยเดินมาบอกผมว่า
เลม่อนแมนและลูกค้าอีกสองท่าน จะไม่ไปวัดพระแก้ว
ไว้ไปเจอกันที่โออิชิ แกรนด์ตอนเที่ยงเลย
“แล้วเค้าอยากไปไหนอ่ะพี่” ผมถาม เพื่อจะได้แนะนำให้ถูก
เพราะพี่ชัยเองก็ไม่ใช่คนกรุงเทพฯ อาจจะไม่รู้ว่าต้องพาไปที่ไหน
“เค้าอยากซื้อของ
พี่เลยว่าจะพาไปจตุจักร”
“อืม
ก็อย่าให้ห่างนะพี่ เดี๋ยวหลงแล้วหาตัวกันลำบาก
พอช้อปเสร็จแล้ว พี่พาเค้านั่ง BTS มาลงที่สยามก็แล้วกัน
เค้าน่าจะตื่นเต้นกว่านั่งแท๊กซี่นะผมว่า”
3.
ผมเกิดที่กรุงเทพฯ และเป็นคนกรุงเทพฯมาตลอด 23 ปี
ผมมาเยี่ยมเยียนวัดพระแก้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม
ครั้งที่หนึ่ง – ตอน ม.5 มาทัศนศึกษา
ครั้งที่สอง – ตอนเรียนปีสี่ มาทำบุญ 9 วัด
ครั้งที่สาม – พาลูกค้าเขมรมาเที่ยว
ผมปล่อยให้ทุกอย่างในวัดเป็นหน้าที่ของไกด์ผมทั้งสองคน
เพราะผมได้ยินมาว่า คนที่ไม่มีบัตรมัคคุเทศก์ของทางวัด
ไม่สามารถทำหน้าที่อธิบายรายละเอียดหรือความหมาย
ของสถาปัตยกรรม หรือจิตรกรรมต่างๆภายในวัดได้
ผมเลยทำหน้าที่เป็นตากล้องสำหรับคุณลูกค้าซะมากกว่า
อยากได้มุมไหน บอกบองเต่า จัดให้ได้ทั้งนั้น ...
ระหว่างที่เดินอยู่ ผมเห็นสาวฝรั่งผมบลอนด์สองคน
เดินเข้ามาหาลูกค้าของผม ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่ยอดเจดีย์
เดาได้ว่า ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย เอาให้เห็นยอดเจดีย์ด้วย
คุณลูกค้าผมก็อายุมาก ฟังภาษาอังกฤษก็ไม่ออก
ก็เลยถ่ายๆไป ซึ่งดูแล้วยังไงก็คงไม่ติดยอดเจดีย์
อย่างที่คุณแหม่มสาวสองคนอยากได้ไปอวดเพื่อนแน่ๆ
พอคุณลูกค้าถ่ายรูปเสร็จ ก็คืนกล้องให้สาวแหม่ม
ผมเห็นสาวแหม่มกดดูรูปแล้วก็ทำหน้าประมาณ
“ไม่ติดยอดเจดีย์จริงๆด้วยแหะ
ช่างมันเหอะนะ ...”
ผมมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่างๆเงียบๆ
อยู่ดีๆก็มี stand ฑูตส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย
เข้ามาสิงผม แล้วผลักให้ผมเดินเข้าไปหาสองแหม่มนั่น
(บทสนทนา ซาวด์แทรกภาษาอังกฤษ ซับไตเติ้ลไทย)
บองเต่า – ขอโทษครับ ผู้ชายที่ถ่ายรูปให้คุณเป็นแขกของผมเอง
ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ
สาวแหม่ม – โอ๊ววว ไม่เป๊นไร้ค่า
บองเต่า – ผมเดาว่า
คุณอยากให้ถ่ายรูปเห็นยอดเจดีย์ในรูปด้วยใช่มั้ยครับ
สาวแหม่ม – โอ๊ววว ช้ายค่า อยากให้เห็นค่า
บองเต่า – เดี๋ยวผมถ่ายให้ใหม่นะครับ เอากล้องมาสิครับ
สาวแหม่ม – โอ๊ววววว ขอบคุ๊ณม๊ากค่า ดีจ๊ายจางง
บองเต่า – โอเค ยิ้มนะคร้าบบบ หนึ่ง สอง สาม
...เรียบร้อยครับ
สาวแหม่ม – โอ๊วววว ขอบคุณจริ๊งๆค่า โชคดีม้ากๆเลยที่เจอคุณ
บองเต่า – ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณมาจากที่ไหนครับ
สาวแหม่ม – โอ๊ววว ดิช้านเป็นคนฮอลแลนด์ค่า แล้วคุณล่ะค้า
บองเต่า – โอ๊ววว เอ้ย... ผมเป็นคนไทยครับ
ยินดีต้อนรับสู่กรุงเทพฯ
สาวแหม่ม – โอ๊ววว
คุณเป็นคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษดีม้ากๆเล้ยค่า
ตอนแรกดิช้านนึกว่า คนที่นี่พูดภาษาอั่งกิ๊ดม้ายด้ายเล่ย ...
แล้วสาวฮอลแลนด์ก็ยกมือขอบคุณผมอีกที
ถ้าตอนนั้น มีเจ้าหน้าที่ ททท. อยู่ในเหตุการณ์
ผมว่า ผมต้องได้ถ้วยรางวัลพร้อมตำแหน่งฑูตท่องเที่ยวไทยปี 2551 แน่นอน! 
4.
ลูกค้าหลายคนบ่นแต่เช้าว่าอยากช้อปปิ้ง เราเลยพยายามเร่งโปรแกรม
ให้เสร็จจากวัดพระแก้ว และมุ่งหน้าสู่วัดสยามพารากอนมหาวรารามโดยเร็วที่สุด
โดยก่อนอื่นใด เราจะไปกินมื้อเที่ยงกันที่โออิชิ แกรนด์ที่สยามดิสคัพเวอรี่
ผมพาลูกทัวร์ทุกคนไปถึงหน้าร้านตอน 10.30 น.
และบอกว่ามีเวลาหนึ่งชั่วโมง อยากไปเดินไหนก็ไป
แต่ 11.30 น.แล้วขอให้กลับมากินข้าวที่นี่โดยพร้อมเพรียงกัน
ด้วยโปรแกรมวันนี้ ลูกค้าคงจะหิวเร็วเพราะต้องเดินกันแต่เช้า
พอถึงเวลา 11.30 น. ทุกคนก็กลับมาถึงโออิชิกันตรงเวลา ...
แต่ยังไม่มีแม้แต่เงาของเลมอนแมน ...
ผมโทรหาพี่ชัยเพื่อเช็คพิกัดว่าตอนนี้พี่กับเลม่อนแมนอยู่ที่ไหน
ก็เลยรู้ว่า อยู่ที่สยามพารากอนตั้งแต่ห้างเปิดแล้ว เพราะลูกค้าเห็นจตุจักร
แล้วก็ส่ายหน้า บอกว่าอยากเดินห้างหรูๆ ก็เลยเบนเข็มมาพารากอนแทน
ผมก็บอกว่าตอนนี้ทุกคนเข้ามากินในร้านกันหมดแล้ว
ให้รีบๆตามมา เดี๋ยวจะไม่ทันกินนะ ...
ผมยังนั่งรออยู่ที่หน้าร้าน ปล่อยให้ลูกค้ากินไปก่อนเลย
จนถึงเวลาเกือบเที่ยง เงาของเลม่อนแมนก็ยังไม่ปรากฏ
แล้วในที่สุดพี่ชัยก็โทรมาหาผมอีกครั้ง ...
“เต่า...
ลูกค้าไม่กินนะ เค้าขี้เกียจเดินข้ามไปแล้ว
เดี๋ยวเค้าจะกินแถวๆนี้เลย นี่พี่อยู่ศูนย์อาหารที่พารากอน”
...อืม ...โออิชิแกรนด์ไม่กิน จะกินศูนย์อาหาร ...
ก็เอาซี้ ...เปรี้ยวปากนักใช่มั้ย 
ผมคำนวณค่าใช้จ่ายที่ผมต้องจ่ายให้ทัวร์ไปเปล่าๆปลี้ๆ
(เพราะผมจ่ายทัวร์แบบการันตี ถึงจะไม่เข้าชม หรือไม่กินอะไร
ตามที่จัดไว้ในโปรแกรม ทางทัวร์ก็ถือว่าสละสิทธิ์ ไม่มีการคืนเงิน)
สำหรับไอ้คุณเลม่อนบอยตอนนี้ สิริรวมแล้วก็เกือบ 4,000 บาทแล้ว!
5.
ในที่สุดก็ถึงเวลาของโปรแกรมสุดท้ายแล้วครับ
เราจะพาไปชมอะความเรี่ยมที่สยามโอเชี่ยนเวิลด์ พร้อมชมหนัง 4 มิติ
(ซึ่งเป็นของแถมที่ผมไปต่อรองขูดรีดขอมาจากทัวร์อีกที)
ก่อนเราจะเข้าไปชมหนัง 4 มิติ เลม่อนบอยก็ปรากฏตัวครับ
ปรากฏตัวมาพร้อมกับถุงช้อปปิ้งของพารากอนถุงใหญ่หลายถุง
ตอนนั้นผมเข้าใจเลย ว่าอารมณ์ของคนรวยแต่ไม่มีที่ใช้ตังค์มันเป็นยังไง
(ผมแอบเลว แง้มดูด้วยว่าเลม่อนบอยของเราซื้ออะไรมาบ้าง
เห็นซื้อเสื้อเชิ้ตราคาแพงๆ ตัวนึงสองสามพันตั้งหลายตัว
แถมยังมีชุดนอนเบาหวิวบางเจี๊ยบไปฝากเมียด้วย เห็นเปรี้ยวๆอย่างนี้
ก็แอบมีมุมน่ารัก เป็นแฟมิลี่แมนกับเค้าเหมือนกันนะเนี่ย)
ผมเดาว่าลูกค้าอาจจะกินอาหารญี่ปุ่นยัดเต็มท้องมากไปหน่อย
พออยู่ในอะควาเรี่ยมแล้วรู้สึกว่าสะโหลสะเหล เดินกันอย่างง่วงๆชอบกล
พอต้อนขึ้นรถทัวร์แล้วก็หลับเป็นตายกันยกคันรถ ...
ก่อนที่รถทัวร์จะเทียบทางเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ
ผมหยิบไมค์ ปลุกผู้โดยสารและพูดกล่าวอำลาก่อนจากกัน
“ในฐานะของตัวแทนบริษัท
ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก
ที่ทุกท่านได้สละเวลามาร่วมทริปของเราตลอด 3 วันนี้
ซึ่งผมมั่นใจว่า ผมได้คัดสิ่งที่ดีที่สุดให้ท่าน และเราทำดีที่สุดแล้ว
หากมีสิ่งใดผิดพลาด ผมขอน้อมรับความผิดนั้นและจะปรับปรุง
ให้ดีขึ้นในทริปต่อๆไป ขอบคุณมากครับ แล้วเจอกันอีกทีที่กัมพูชา”
หน้าที่สุดท้ายของผม คือการช่วยคุณไกด์เช็คอินตั๋วเครื่องบิน
แล้วไปยืนรอที่ปากทางเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ...
เราแลกคำขอบคุณและรอยยิ้มให้กันก่อนจากกัน ...
ลูกค้าเดินมาเชคแฮนด์ผม พร้อมกล่าวขอบคุณผมทีละคนๆจนหมด
ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกว่าความเหนื่อยที่ผ่านมามันหายไปหมดแล้ว
เวลาเราเห็นคนที่เราพยายามทำดีให้มีความสุข และขอบคุณเรากลับมา
มันเป็นความรู้สึกดีๆแบบนี้นี่เองเหรอเนี่ย ...
ผมติดรถทัวร์คันเดิมกลับมาลงที่ออฟฟิศ
เพื่อมาเอารถที่ผมจอดทิ้งค้างคืนไว้ 2 คืนขับกลับบ้าน
ระหว่างขับรถกลับ, ผมรู้สึกได้ว่าผมได้เรียนรู้อะไรจากทริปนี้เยอะมาก
ผมเข้าใจความหมายของคำว่า service-minded ลึกซึ้งขึ้นมากก็งานนี้แหละ
ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าถนัดงานประเภทไหน และไม่ถนัดในประเภทไหน
และรู้ว่าถ้าต้องทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด จะต้องปรับตัวยังไงบ้าง
และต้องขอบคุณให้กับคุณเลม่อนแมนของผม,
ที่ช่วยทำให้ผมรู้จักใจเย็น มีสติ และฝึกให้ผมเข้าใจความต้องการของลูกค้า
ถ้าไม่มีคุณมาร่วมทริป, ทริปนี้ก็คงเป็นแค่งานง่ายๆธรรมดาๆสำหรับผม
ที่ไม่ได้ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไร นอกจากการได้ไปกินโออิชิ ดูสยามนิรมิตฟรีๆ
ซึ่งมันคงเป็นแค่ทริปที่ผมสามารถเขียนเล่าง่ายๆให้จบภายในตอนเดียวก็ยังได้ ...
ขอบคุณมากครับ
จบบริบูรณ์
)

ยินดีด้วยค่ะที่ผ่านพ้นมาได้
วันกะจะไปพารากอนอยู่พอดี เสียดาย -..-
#1 By Aelita~[-X-]~ on 2008-07-21 00:21