มาดูงานแต่งงานของคนเขมรกัน (อีกที)
posted on 22 Nov 2008 10:46 by bongtao in cambodia
1.
แหม่...ไม่ได้เขียนเรื่องเขมรๆมานาน วันนี้ขอซะหน่อยนะครับ...
คุ้นๆภาพนี้กันบ้างมั้ยครับ …

นี่เป็นภาพที่ผมถ่ายไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว จากเอนทรี่
“มาดูงานแต่งงานของคนเขมรกันเถอะ”
ซึ่งเป็นงานแต่งงานของ staff เขมรคนหนึ่งในออฟฟิศครับ
ตอนนี้หนึ่งในสาวๆในรูป ได้แปลงร่างจากเพื่อนเจ้าสาวในปีที่แล้ว
กลายมาเป็นเจ้าสาวตัวจริงในปีนี้แล้วละครับ ...
นั่นก็คือ สาวชุดม่วงคนขวาสุดนั่นเองครับ
เจ้าสาวของงานนี้ชื่อ “คุนเทีย” ครับ
คุนเทียเคยทำงานในตำแหน่งบัญชีของบริษัท
มาตั้งแต่ในยุคบุกเบิก นับเป็นพนักงานรุ่นแรกของบริษัท
ก่อนจะลาออกไปนอนสวยๆอยู่บ้าน เตรียมตัวเป็นแม่บ้านผู้เพรียบพร้อม
(บ้านคุนเทียทำธุรกิจเพชรพลอย
ได้ข่าวว่ารวยมากๆทีเดียวเชียว)
คุนเทียพูดภาษาไทยได้ชัดแจ๋ว เพราะเธอเป็นแฟนละครไทย
(คุนเทียชอบที่เคน ธีรเดช ตอนแสดงเรื่อง “อุ้มรัก”
อย่างบ้าคลั่งที่สุด)
ผมกับคุนเทียเลยค่อนข้างสนิทสนมกัน
เพราะคุยกันรู้เรื่อง
คุนเทียเคยมาฝึกงานที่เมืองไทยทีนึง ผมก็เป็นคนคอยดูแล พาไปเที่ยว
จำได้ว่าพาคุนเทียไปเที่ยวจตุจักร แล้วเธอช้อปปิ้งอย่างบ้าคลั่ง
คุนเทียเป็นคนน่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย เธออายุน้อยกว่าผมนิดหน่อย
ด้วยความน่ารัก ทำให้ผมได้ยินข่าวว่ามีคนตามจีบมาตลอด
แต่ก็แหงล่ะ สาวสวยน่ารัก แถมบ้านรวย ย่อมมีพ่อดุแม่หวงเป็นแพคเกจแถม
จนในที่สุด วันหนึ่งผมก็รู้ข่าวมาว่า คุนเทียกำลังคบกับ “บุญเล้ง”
(แหม่ ...บุญ+เล้ง
นี่มันเหมือนชื่อลูกครึ่งไทย-จีนเลยนะเนี่ย)
...บุญเล้งเป็นพนักงานออฟฟิศในบริษัทในเครือของผมนี่แหละ
ออฟฟิศคุนเทียอยู่ชั้น 3 ส่วนออฟฟิศบุญเล้งอยู่ชั้น 1...
นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุนเทียกับบุญเล้งได้รู้จักกัน ...
2.
วันเสาร์วันหนึ่งในเดือนตุลาคม ผมกำลังหมกหน้าอยู่กับคอมพิวเตอร์
“พี่เต่าคะ
...หวัดดีค่ะ” ...เสียงสาวสดใสทักทายผม
ผมหันไปถึงเห็นคุนเทียยืนยิ้มอยู่ที่หน้าประตูห้อง...
“อ้าว
...คุนเทีย เป็นไงบ้าง กลับมาเยี่ยมออฟฟิศเหรอ” ผมทักทาย
“อ๋อ...
เดือนหน้าหนูจะแต่งงานแล้วค่ะ เลยเอาการ์ดมาให้”
คุนเทียพูดอย่างเอียงอาย พร้อมกับยื่นซองสีแดงสด พิมพ์อักษรทอง
หน้าซองมีชื่อของผมพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวบรรจง...
“มาให้ได้นะคะ
...แต่งที่มอนดียาค่ะ”
ผมคุยกับคุนเทียอีกนิดหน่อย ก่อนที่คุนเทียจะขอตัว
ไปแจกการ์ดให้กับพี่ๆเพื่อนๆคนอื่นในออฟฟิศ ...
3.
งานแต่งงานของคุนเทียจัดคืนวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน
ซึ่งคืนนั้นผมอยู่ที่เขมรอยู่แล้ว เลยมั่นใจว่าได้ไปงานแน่นอน
อย่างที่คุนเทียบอก, งานจัดที่มอนดียา ...
งงล่ะสิ ... มอนดียาคืออะไร? ...
มอนดียา หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Mondial center
เป็น “ศูนย์รวมของงานแต่งงาน” ของชาวพนมเปญเลยละครับ
มันเป็นพื้นที่ขนาดหลายไร่ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองพนมเปญ
บนพื้นที่หลายไร่นั้นก็มีตึกแถวขนาดใหญ่ อยู่ราวๆ 20 กว่าตึก
ซึ่งแต่ละตึกก็จะกระจายตัวอยู่ห่างกันบ้าง ติดกันบ้างในพื้นที่นั้น
นี่ละครับ หน้าตาของมอนดียา
ภาพนี้ถ่ายจากตึกผม ตึกที่เห็นก็คือตึกในมอนดียาเช่นกัน
หนึ่งตึก ก็คือ หนึ่งงานแต่งงาน ...
ผมได้ยินมาว่า ใครจะแต่งงานมอนดียา ต้องจองกันล่วงหน้าหลายเดือน
เพราะมอนดียาแทบจะมีงานเต็มทุกวัน ทุกตึก...
นั่นหมายความว่า วันนึง มอนดียารองรับงานแต่งงานไม่ต่ำกว่า 20 งาน
ใครที่แต่งงานที่มอนดียา นับได้ว่าเป็นบ้านที่ฐานะดี
ถ้าเทียบกับบ้านเรา มอนดียาก็คงไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาว
พวกพลาซ่าแอทธินี่ ไฮแอท คอนราด โอเรียนเต็ล แมริออท
งานของคุนเทียอยู่ที่อาคารเอครับ
นีืคือห้าดาวของเขมรแล้วครับ
ใครที่ชอบงานเรียบๆง่ายๆ หรือรสนิยมดี แต่มีเงินไม่พอ
ก็มักจะจัดงานที่บ้านของเจ้าสาว โดยกางเตนท์กันหน้าบ้านนั่นแหละ
ถ้าบ้านติดถนน ก็กางเตนท์กินพื้นที่บนถนนใหญ่กันไปเลย
4.
ผมชอบงานแต่งงานของคนเขมร ไปมาครั้งนึงแล้วติดใจ
ติดใจในพิธีที่เรียบง่าย ติดใจความสนุก ติดใจแฟชั่นสีสดของสาวๆ
งานนี้ผมจึงมั่นใจว่ายังไงก็ไม่พลาดแน่ๆ...
ความเรียบง่ายอย่างนึงของงานแต่งงานคนเขมรคือ การแต่งกาย
แต่เฉพาะการแต่งกายผู้ชายเท่านั้นนะครับ คือแค่ใส่เชิ้ตแขนยาว
กางเกงสแลค รองเท้าหนัง (หรือบางคนก็ใส่ผ้าใบมางานเหมือนกันนะ)
แค่นี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการมีแต่งงานหรูๆที่มอนดียาแล้ว
(ผิดกับงานแต่งหรูที่ในบ้านเรา ที่ผมโคตรเบื่อ
เพราะต้องแต่งหรูเว่อร์
ต้องใส่สูทดำ มีเนกไท รองเท้าหนังขัดมันแว้บ...แค่เป็นแขกก็เหนื่อยแล้ว)
แต่ของผู้หญิงนี่ไม่ใช่อย่างนั้นครับ จำได้มั้ยครับว่าเขาแต่งตัวกันยังไง
งานแต่งงานเขมรนี่ต่อให้เป็นแค่แขก ก็ต้องสู้ตายทั้งเสื้อผ้าหน้าผม
บรรยากาศมันคงคล้ายๆกับสาวๆในคืนวันรับปริญญาอะครับ
ที่ต้องตื่นตีสองมาเซ็ทผม แต่งหน้าเสร็จตอนตีสี่ ...
วันนั้นสาวๆในออฟฟิศจึงขอออกจากออฟฟิศกันตั้งแต่บ่ายสองโมง
...ใช่ครับ ขอออกไปแต่งหน้า ทำผม... ส่วนงานแต่งนั้นเริ่มทุ่มนึง
ซึ่งผมก็อนุญาตครับ เพราะรู้สึกได้ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ
มีน้องคนนึง คงรู้ตัวว่างานเยอะ คงจะออกจากออฟฟิศเร็วไม่ได้
ชีเลยเลยทาลิปแดง ติดขนตาปลอม ปัดมัสคาร่า รองพื้นหน้าหนาปึ้ก
ม้วนผมเป็นดอกไม้ โรยกากเพชร ประดับประดาด้วยกิ๊บไข่มุกเม็ดเป้ง
แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์มาทำงานตอนเช้า!!!
นี่หล่อนจะทุ่มเทไปรึเปล่า!!!
5.
ผมไปถึงมอนดียาตอนทุ่มเศษ เลทกว่ากำหนดนิดหน่อย
เป็นปกติที่คืนวันเสาร์ในพนมเปญ รถจะติดแหง่กบนถนนสายหลัก
ระหว่างที่รถติด ผมก็เห็นมอเตอร์ไซค์หลายคันพยายามแทรกตัวไป
และหลายๆคันนั้น ผมมั่นใจว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่มอนดียาเหมือนกับผม
รู้ได้ไงน่ะเหรอครับ ... หลักฐานมันตำตา...
ถ้างานแต่งงานของบ้านรวยๆ แต่จัดงานและพิธีกันที่บ้านเนี่ย
เค้าจัดกันข้ามวันข้ามคืนนะครับ จัดเช้ายันเย็น ยันค่ำ ยันเช้าอีกวัน
ก็แหม ...สถานที่ก็บ้านตัวเองแท้ๆ จัดทั้งทีเลยขออลังการเข้าว่า
แขกจะมาตอนไหนก็ได้ อาหารเสิร์ฟตลอดเวลาเมื่อคนนั่งเต็มโต๊ะ
กล่าวคือ แขกคนที่ 10 ของโต๊ะหย่อนตูดลงนั่งบนเก้าอี้ปั๊บ
อาหารจะเริ่มเสิร์ฟทันที แต่ถ้ายังไม่ครบก็ไม่เสิร์ฟนะ รอไปก่อน
พอกินเสร็จปั๊บ ก็จะมีคนมาเก็บจาน ปูผ้าใหม่ แล้วให้คนอื่นมานั่งต่อ
วนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆประหนึ่งนั่งกินแมคโดนัลด์ ...
แต่ถ้าแต่งกันตามโรงแรม หรือมอนดียาแบบนี้
มันก็จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ไม่สามารถเวียนโต๊ะหลายรอบได้
ก็จะเสิร์ฟแค่ทีเดียว แต่ยังคงกติกาคือ ต้องครบ 10 คนถึงจะเสิร์ฟครับ
ใครอยากกินเร็ว ให้หาคนมาเติมให้เต็มโต๊ะเร็วๆนะ ไม่งั้นรอเง่กแน่ๆ
เรื่องเมาๆ เขมรก็ไม่แพ้เราเหมือนกัน
6.
ผมเจอคุนเทียยืนต้อนรับอยู่ที่ซุ้มหน้างานอยู่ในชุดม่วงเกย์หลบ
ลองคิดดูนะครับ ว่าขนาดแขกของงานยังต้องไปแต่งหน้าตั้งแต่บ่ายสอง
แล้วเจ้าสาวที่เป็นนางเอกของงาน จะต้องประโคมเครื่องสำอางขนาดไหน
ประมาณว่างานนั้น เจ้าสาวกับแขกก็ต้องแข่งกัน dress to kill ละครับ
บ่าวสาวของงานนี้ (กรุณาเทียบหน้าเจ้าบ่าวกับรูปปีที่แล้วด้านบนสุด)
อย่างที่บอกไป ว่างานแต่งของคนเขมร พิธีสั้นและง่ายมากครับ
พอแขกเหรื่อนั่งโต๊ะ และกินอาหารจนเริ่มอิ่ม
(และยังไม่เมามายเกินควบคุม)
ก็จะมีการพิธีเชิญตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาว ผ่านด่านอรหันต์ประตูเงินประตูทอง
แล้วก็ขึ้นไปกล่าวความรู้สึก เชิญพ่อแม่มาพูดอีกนิดหน่อย “พอเป็นพิธี”
(ที่ตลกคือ เวลาเชิญพ่อแม่ หรือใครขึ้นมาพูด
มันจะมีซาวนด์เอฟเฟกต์
ซึ่งเป็นเอฟเฟกต์ตื่นเต้นเร้าใจประเภท ถึ่ง!!!
ผ่าง!!! คล้ายๆดูมายากลอยู่ซะงั้น)
พอเป็นพิธี
ไม่มีหรอกครับ พาวเวอร์พอยท์พรีเซนเตชั่นรูปถ่ายริมทะเลสุดตอแหล
หรือวิดิโอแนะนำตัวแต่วัยเยาว์ หรือพาร์ทสัมภาษณ์เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ที่พร้อมจะขุดเอาวีรกรรมสุดเสื่อมสมัยมหาลัยมาเผาบ่าวสาวกันให้ตายกันกลางงาน
สิ่งนึงที่แปลกตาไปจากงานแต่งงานครั้งก่อนคือ เค้กแต่งงานครับ...
เค้กแต่งงานเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่างนึงของงานแต่งทั่วโลกไปแล้วมั้ง
แต่ทำไมงานนี้ผมมองไปทางไหนก็ไม่เห็นเค้กตั้งอยู่สักก้อน ...
เห็นแต่กอง... เอ่อ ...กองผลไม้ครับ
ผมอดสงสัยไม่ได้ เลยถามพี่นิด –
คนขับรถของผมระหว่างนั่งรถกลับ
นิดบอกผมว่า สมัยก่อนที่คนเขมรยังไม่รู้จักเค้ก เค้าใช้ผลไม้แทนครับ
เอามากองๆกันอย่างนี้แหละ ถือเป็นธรรมเนียมเก่าแก่ของคนเขมรเลย
สมัยนี้ถือว่าเริ่มหายากในเมืองแล้ว มีแต่คนต่างจังหวัดที่เขายังทำกันอยู่
เนื่องจากมันไม่ใช่เค้ก มันจึงไม่มีการต้องตัดแบ่ง
พอจบงาน แขกก็จะเดินมาหยิบผลไม้กลับเป็นขวัญเป็นบุญ
บางคนหยิบส้ม บางคนหยิบกล้วย ...บางคนอุ้มมะพร้าว ...
น่ารักดีครับ ...นี่ละที่ผมช้อบชอบ ...
6.
หลังจากเสร็จพาร์ทพิธีแล้ว ที่เหลือก็สนุกสนานกันเต็มที่
ใครใคร่เมาก็ชนแก้วกันแหลกลาญ ใครยังพอมีสติประคองตัวไหว
ก็สามารถไปร่วมวงรำวงกันที่ฟลอร์หน้าเวทีได้ เค้ามีดนตรีสุดมันส์
เจ้าสาวเจ้าบ่าวร่วมรำวง
แขกของงานร่วมรำวง ครึกครื้นโคตรๆ
ตอนนี้คุนเทียเปลี่ยนชุดออกมาเป็นชุดสุดท้ายของงานแล้วครับ
รู้ไหมว่างานแต่งงานคนเขมร เขาใช้ชุดกันเปลืองมากๆครับ
นับตั้งแต่พิธีเช้าถึงเย็น บางคนอาจจะเปลี่ยนชุดไม่ต่ำกว่า 7 ชุด
คือหนึ่งพิธีกรรม ก็ใช้หนึ่งชุด เช่น ยกน้ำชาหนึ่งชุด ต้อนรับแขกหนึ่งชุด
ถ่ายรูปร่วมกับแขกอีกชุด รำวงอีกชุด ... โอ้ย คิดแล้วเหนื่อยแทน
...และแน่นอนว่า 7 ชุดก็ 7 สีครับ ประเทศนี้จะสเปรกตรัมกันไปไหน
ขอส่งท้ายเอนทรี่ด้วยแฟชั่นพรมแดงจากงานแต่งงาน
จะบาดตาบาดใจกันขนาดไหน ขอเชิญรับชมกัน
อ้อ ...ขอปิดท้ายด้วยว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่ต่อไปครับ 
จะแต่งงานกันเดือนหน้านี้แล้ว เจ้าบ่าวเป็นลูกมือผมเอง!
(โปรดสังเกตชุดของว่าที่เจ้าบ่าว จะเห็นว่าผมแต่งตัว
ผิดกาลเทศะมาก เรียบร้อยเกินจำเป็นไปสี่เลเวล)
(เจ้าสาวแอบน่ารักนะคู๊ณณณ ยังเด็กอยู่เลย)
อนึ่ง, สิ่งหนึ่งที่คาดหวังในงานนี้ แต่ผิดหวังคือ kiss scene ครับ
ปีนี้ไม่มีฉากจูบบดขยี้ปากอันเร่าร้อน ต่างจากงานปีที่แล้วครับ ผิดหวังๆ

ยินดีกับคุณบัญเทียด้วยนะคะ
ชอบงานแต่งคนเขมรจัง สีสันบาดจิต สุดยอดมากๆ ค่ะ
ปล.เสียดายไม่มีคิสซีน
#1 By General เบ๊ on 2008-11-22 11:11