สุดยอดโฆษณาแห่งปี 2008
posted on 06 Dec 2008 01:17 by bongtao in etc
ชอบดูโฆษณากันไหมครับ?
ผมเองเพิ่งชอบดูโฆษณาแบบเอาจริงเอาจังไม่กี่ปีนี่เองครับ
ซึ่งการเปลี่ยนไปครั้งนี้คงเป็นเพราะสองสาเหตุหลักๆ
หนึ่ง – ทำงานอยู่ในด้านการตลาด
โดยเฉพาะการสื่อสารการตลาด
(Marketing Communication) จึงต้องรับสื่อมากขึ้น
คอยดูชาวบ้าน
คอยดูคู่แข่ง ว่าตอนนี้เขาทำอะไรกัน เราต้องตามให้ทัน และนำหน้าเขาให้ได้
สอง – โฆษณาไทยน่าสนใจมาก!!!
คนไทยทำหนังโฆษณาเก่งมากครับ
โดยเฉพาะโฆษณาโทรทัศน์ เป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลกว่าเราเก๋าจริง
ปีนี้เป็นอีกปีที่เหล่าเอเจนซี่ทั้งหลายพากันขบคิดโฆษณาใหม่ๆ
ขนกันมาออนแอร์หลอกล่อและมอมเมาผู้บริโภคกันสุดชีวิต
มีโฆษณาเจ๋งๆ ที่ผมยังจำได้มาจนถึงตอนนี้หลายเรื่องทีเดียวเชียว
เมื่อคัดสรรมาแล้ว ผมขอยกให้โฆษณาที่กำลังจะพูดถึงในเอนทรี่นี้
เป็นสุดยอดโฆษณาไทยประจำปี 2008 นี้ครับ
(อนึ่ง, ในวงการการตลาดและโฆษณา เราจะเรียก “โฆษณา” ว่า “หนัง” ครับ
อาทิเช่น “เห็นหนังตัวใหม่ของ KTC ยัง
แม่งโคตรยาวเลยอะ ตั้ง 2 นาที
สงสัยงบเหลือเยอะมั้ง กล้าทำหนังยาวๆขนาดนี้...”
เป็นต้นครับ
ดังนั้น ในเอนทรี่นี้ ผมจะแทนคำว่า "โฆษณา" ด้วยคำว่า "หนัง" นะครับ
อสอง, ผมพยายามลิงก์ clip มาจากเว็บ http://www.kosanathai.com
แต่ไม่สำเร็จ ถ้าใคร embed เป็น รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ ...
ณ ตอนนี้ ถ้าอยากดูหนังก็ให้คลิกไปที่ชื่อโฆษณาแก้ขัดไปก่อนนะครับ)
สุดยอดเนียน
เพราะอะไร - ดีแทค
ดีแทคเป็นอีกค่ายนึง ที่ทำหนังได้โดนใจผมและคนหมู่มากมาตลอด
ยิ่งหลังจากที่ดีแทค rebranding
ตัวเอง ใช้โลโก้เป็นใบพัดสีฟ้า
brand personality แบบฟีดกู้ดดดดดดด
ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีกเยอะ 
หนังเรื่องนี้พูดถึงเด็กสองคนที่รักชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก
จนกระทั่งโตขึ้นและแต่งงานมีลูกกัน (ดีนะ ที่มันไม่หนีตามกันไปก่อน)
หนังความยาวหนึ่งนาที บรรจุแน่นไปด้วยฉากน่ารักๆมากมาย
โดยเฉพาะไอ้หัวใจสีแดงบนหัว คิดได้ไงวะครับ โคตรน่ารักเลยอ้ะ...
สิ่งที่เสริมให้หนังน่ารักเข้าไปอีกคือเพลงครับ เพลง “เพราะอะไร”
ที่แต่งโดยพี่จิก-ประภาส และร้องโดยพนักงานดีแทคซึ่งเสียงเพราะมาก
ทำให้หนังเรื่องนี้แม่งโคตรน่ารัก และดูเพลินเอามากๆสำหรับผม...
อ้าว ...แล้วมัน “เนียน” ยังไงน่ะเหรอ
... 
ที่มันเนียนเพราะในความน่ารักของหนัง หนังก็ยังทำหน้าที่ “ขายของ” ได้น่ะสิ
เพราะตลอดทั้งเรื่อง เราจะได้เห็นชื่อบริการของดีแทคโผล่เข้ามาเนียนๆตลอด
ตั้งแต่บริการ “แปลให้” หรือ “เพิ่มวัน” หรือ “ฉุกเฉิน” หรือ “โอนเงิน”...
สุดยอดครับ ...โคตรเนียนเลยจริงๆ ...
(สงสัยอย่างเดียว ไอ้เด็กผู้ชาย ตอนมันเด็กๆ มันโคตรน่ารักเลยครับ
แต่ทำไมโตมา หน้าถึงได้เหียกเป็นปลาบู่ชนเขื่อนอย่างนั้นล่ะครับ...
)
สุดยอดงง
watch – ไดนาไมท์
คือ ...ดูแล้วงงน่ะครับ ... งงว่ามึงต้องการอะไรเหรอ?
โฆษณาลูกอม ... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคำว่า “โดน” วะครับ
ช่วยอธิบายให้หายเมื่อยตับหน่อย กินแล้วจะโดนอะไรเหรอครับ
โดนใจ โดนตำรวจจับ หรือว่าโดนข่มขืน ???
ที่สำคัญคือ ... หนัง 30 วิ ... เห็นโปรดักต์ (เม็ดลูกอม) 3 วิสุดท้าย
พี่เงินเยอะมากเหรอครับ ??? ทำหนัง 15 วิก็ได้มั้ง ไม่เห็นต่างกันเลย
...งงว่ะครับ ...งง...
(จริงๆยังมีซีรี่ส์กะเทยขายรองเท้าอีก แต่หาไม่เจอ ดูแล้วงงพอกัน
ดูจากโลเกชั่นแล้ว น่าจะเป็นจตุจักร คงอยู่แผงติดๆกับแผงนาฬิกานี่เลยละ)
กินใจที่สุด
Melody of Life – ไทยประกันชีวิต
หนังเรื่องนี้ต้องให้เค้าครับ ... ต้องยอมเค้าจริงๆ ของเค้าแรงมาก...
ไทยประกันชีวิต เป็นบริษัทที่ทำโฆษณาได้ดีเยี่ยมจริงๆ
เชื่อหรือไม่ว่าผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ดูไปแค่ครึ่งนาที
ผมก็รู้แล้วว่านี่คือหนังของไทยประกันชีวิต ...ไม่ต้องรอดูจนจบ
เพราะหนังของไทยประกันชีวิตจะมี message ชัดเจนคือ “คุณค่าของการมีชีวิตอยู่”
ซึ่งการทำหนังที่ไม่เห็นตัวโปรดักต์เลย (เห็นแต่ชื่อแบรนด์ตอนจบอยู่ไม่กี่วิ)
แต่ทำให้คนจำได้ และเป็นที่กล่าวขานทั่วบ้านทั่วเมือง อันนี้ถือว่าสำเร็จจริงๆ
ก็ไม่ผิด ถ้าจะบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมชอบที่สุดของไทยประกันชีวิต
เรื่องแสงดาว – สาวลูคิเมีย
ดูจะเกาหลีและยัดเยียดความเศร้าแบบซีรี่ส์เกาหลีเกินไป
เรื่องนี้ดูเป็นธรรมชาติ ตอน 20 วินาทีแรกยังดูเหมือนโฆษณาตลกซะด้วยซ้ำไป
เพลงประกอบ (weatherclock ของ DEPAPEPE) ก็เหมาะเจาะกับภาพหนังมากๆ
ขออนุญาตให้รางวัลพ่วงไปอีก 2 รางวัลนะครับ สำหรับหนังเรื่องนี้
หนึ่ง – สุดยอดแห่งความยาว หนังเรื่องนี้เวอร์ชั่นเต็มยาว 3
นาทีครับ
ฉายเวลาไพรม์ไทม์ ค่าแอร์ไทม์ตอนนี้ก็นาทีละ 450,000 บาทครับ
ดังนั้น ฉายทีนึงก็จ่ายเงินไป 1,350,000 บาท!!! ลงทุนเว่อร์!!! 
สอง – สุดยอดสคริปต์ ผมชอบเสียง Voice Over ตอนหนังใกล้จบมาก
ผมว่านอกจากภาพและดนตรีจะดีแล้ว เราน่าจะตั้งใจฟังสิ่งที่หนังต้องการบอกด้วย
“ชีวิตที่มีค่า
ไม่ใช่ชีวิตที่ร่ำรวย มีเกียรติ หรืออายุยืน
แต่ชีวิตที่มีค่า คือชีวิตที่ตัวเรา ...เป็นคนมีคุณค่า....”
สุดยอดของความลงตัว
KTC VISA Platinum
ยังจำกันได้ไหม ...หนังเรื่องนี้ที่ฉายช่วงต้นปีนู่นนนน
ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ลงตัวที่สุดแล้วละครับ...
ภาพเยี่ยม นางเอกสวย พระเอกเท่ หนังสอดคล้องกับภาพลักษณ์สินค้า
แถมเพลงประกอบเสียงเย้ายวน ดังระเบิดเถิดเทิงเปิดกันทั้งบ้านทั้งเมือง
อนึ่ง, เคยสังเกตมั้ยครับ ว่าหนังของ
KTC
นางเอกจะออกแก่ๆนิดนึง 
สุดยอดอึ้ง
ซูเปอร์ ซิเมนต์ – ปูนดี ช่างก็ดูดี
เอิ่ม... อันนี้คือ ... บริษัทผมเองครับ ...แหะๆ ...
แต่ขอบอกว่า อันนี้อึ้งจริงๆครับ เพราะผมเองก็ได้เห็นหนังเรื่องนี้
พร้อมๆกับทุกท่านในหน้าจอทีวีนี่แหละครับ ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเบื้องหลัง
ที่ดูเรื่องนี้แล้วอึ้ง เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ... เพราะมันขำครับ ขำชิบหาย
แล้วจะบอกว่า ถ้าลองไปย้อนดูหนังเรื่องเก่าๆของบริษัทผมสัก 10 ปี
บอกได้เลยว่า เราไม่เคยทำหนังขำๆเลยสักครั้ง ไม่มีแม้แต่เรื่องเดียว
(ปูนนกอินทรี เคยทำหนังขำๆ ที่เป็นบ้านผีหัวขาด แล้วก็เละไม่เป็นท่า)
คงบอกไม่ได้ในที่นี้ว่าทำไมอยู่ดีๆเราถึงตัดสินใจมาทำหนังขำๆกันในที่สุด
แต่บอกได้ว่า หนังเรื่องนี้ฟีดแบ๊กดีมากครับ เป็นที่กล่าวขานและจดจำกันในวงกว้าง
เพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ต่างบริษัท ถึงขั้นโทรมาคุยทันทีที่ดูจบ
“แก ...
ปูนซูเปอร์นี่ของบริษัทแกใช่มั้ย โฆษณาเริ่ดมาก ชั้นชอบอะ ...
ช่างคนแรกแม่งโคตรหล่อเลย ถ้ามาก่อสร้างบ้านชั้นนะ ทำเสร็จชั้นจะทุบบ้านทิ้ง
...แล้วให้เค้ามาสร้างใหม่ทุกวัน ...โอ้ย ...ชอบๆ” ...อืม
เป็นเอามากเนอะมึงเนอะ
อนึ่ง (อีกแล้ว), ผมใส่เสื้อโปโลซูเปอร์ ซิเมนต์ไปทำงานทุกวันจันทร์ด้วยล่ะ ...
สุดยอดทาเล้นท์
แรง –
ฮอลล์
talent (n.) (แทล'เลินทฺ) n. พรสวรรค์,ความสามารถพิเศษ,
บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ,กลุ่มคนที่มีความสามารถ
ข้างบนนั่นคือความหมายของคำว่า talent ตามดิกชันนารีครับ
แต่คำว่า “ทาเล้นท์” ในวงการโฆษณา
เราหมายถึง “นักแสดง” ล่ะครับ
หรือพูดง่ายๆก็คือ พระเอกนางเอกในโฆษณานั่นเอง (รวมไปถึงตัวประกอบด้วยครับ)
เรามักจะใช้คำนี้เมื่อตัวแสดงไม่ได้เป็นดารานักร้องที่โด่งดังอะไรมากมาย
ดังนั้น เราก็จะต้อง casting หาทาเล้นท์มาเล่นหนังนั่นเองครับ...
ในบรรดาหนังที่ใช้ทาเลนท์ ผมว่าพี่เสื้อแดงคนนี้แม่งแร๊งงงงงงงงที่สุดแล้ว
ผมดูหนังโฆษณาเรื่องนี้แล้วมีคำถามเกิดขึ้นในหัวเยอะมากครับ
เช่น ... มึงจะแรงไปไหน ...พลังมึงจะเยอะไปไหนครับ ...
แล้วพี่ไปขุดหาทาเลนท์คนนี้มาจากไหนวะครับ หายากมากนะเนี่ย
แล้วก่อนถ่ายทำ ใครเป็นคนคิดท่าเต้น ท่าไหว้ และไอ้วะวะวะวะว้าวววว
แล้วตอนถ่ายทำ ใครเป็นคนบรีฟให้พี่ทาเลนท์เค้าเห็นภาพวะครับ
แต่อย่างไรก็ดี, พี่แรงจริงๆครับ ผมขอคารวะ ...
สุดยอดกระแดะ
การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า
ตอนได้เห็นหนังเรื่องนี้ครั้งแรกแล้วรู้สึก ...เอ่อ... รู้สึกคันครับ ...
รู้สึกคันเพราะมันกระแดะมากกกกกกกกกก... กระแดะไปไหน...
ถึงจุดประสงค์ของหนังเรื่องนี้ คือการส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
ซึ่งตัวหนังก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ผมว่าความกระแดะมันรุนแรงมาก
จนผมรู้สึกตลก และขำอยู่ลึกๆ มากกว่าจะรู้สึกดีกับตัวแบรนด์
หนังตัวที่พูดถึงเป็นซีรี่ส์ออกมา 2 ชุดพร้อมๆกันครับ
เรื่องแรก ที่เป็นพ่อแม่ลูกกำลังเช็คอินกัน (ที่สุวรรณภูมิสินะ)
อีพ่อแม่ก็คงกำลังเลือกซีท โหลดกระเป๋ากันชุลมุนจนลืมลูกครับ
ไอ้ลูกก็โคตรซน ทำรองเท้าตกแหมะลงพื้นจนคุณแอร์การบินไทยมาเห็น
...แล้วภาพก็ตัดไป ...
โผล่มาอีกที ... เกือกเด็กกลับเข้าไปประดิษฐานรองรับฝ่าเท้าเด็กเหมือนเดิม!!!
อีพ่อแม่สองคนนี้ก็ไม่ได้รู้ความเป็นมาเป็นไปของลูกเลย
เดินเข็นรถลูกกันหน้าแป้นแล้น
ถ้านังแอร์คนนั้นเป็นแก๊งลักพาตัวเด็ก พ่อแม่เองก็คงไม่ได้รู้เรื่องว่าลูกหายไป
ปิดท้ายหนังด้วยเจ๊แอร์หันมายิ้มแสยะๆ ประมาณว่าชั้นรักเด็ก เป็นอันจบ
...เรื่องนี้ให้คะแนนความกระแดะ 8/10 คะแนน ...
ส่วนอีกเรื่องนึง อันนี้เหตุเกิดบนเครื่องเลยครับ
เป็นนักธุรกิจสาวที่นั่งอยู่ชั้น business หรือ royal
silk class ก็ไม่รู้
(ที่ไม่รู้เพราะไม่มีปัญญาซื้อตั๋วนั่งคลาสหรูๆกับเค้าครับ...)
จากการคาดเดา คาดว่าเป็นเหตุเกิดในไฟลท์ยาวๆ ประมาณบินไปยุโรป ไม่ใช่เชียงใหม่แน่ๆ
หลังจากเสิร์ฟอาหารเสร็จ หล่อนก็นั่งอ่านหนังสือ(ภาษาอังกฤษ)จนแอบง่วงและผลอยหลับไป
แทนที่จะนอนสวยๆสมกับเป็นกุลสตรี ก็แค่เอาแว่นวางแหมะไว้บนหนังสือแล้วหลับสิ้นฤทธิ์ซะงั้น
คุณแอร์เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ แล้วก็ยิ้ม ...แล้วภาพก็ตัดไป
นักธุรกิจสาวตื่นมาอีกทีก็เห็นหนังสือปิดพร้อมคั่นหน้าไว้อย่างเรียบร้อย
โดยมีแว่นของเธอวางทับหนังสือไว้อย่างประณีตบรรจง ...
ภาพตัดไปอีกครั้ง คุณแอร์กำลังเดินยิ้มแสยะกลางทางเดินอย่างงดงาม...
เรื่องนี้ขอให้คะแนนความกระแดะ 10/10 คะแนนพร้อมมงกุฏเพชรและสายสะพาย
คือ...หนังส่งเสริมภาพลักษณ์ดีครับ ทุกอย่างดูดี๊ ดูดี ...
แต่จะดีมาก ถ้าหนังเรื่องนี้เอาไปฉายเมืองนอกให้ฝรั่งมังคุดเขาดูกัน
เพราะคนไทยที่ไม่ปลื้มการบินไทยอย่างผม ดูแล้วตลก และรู้สึกไม่สมจริงอย่างแรง
ไม่มีหรอกครับ ที่ขึ้นเครื่องบินแล้วจะหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเก๋ๆมานั่งอ่านกัน
ผมเห็นคนไทยงี้นั่งอ่านไทยรัฐ เดลินิวส์กันสลอน บางคนถึงขั้นเตรียมทีวีพูลมาเอง
คิดไปคิดมา เอาหนังเรื่องนี้มาจัดให้หมวดตลกก็เหมาะอยู่เหมือนกันครับ...
(อนึ่ง, พยายามหาคลิปทั้งในเว็บโฆษณาและยูทู้ป แต่หาไม่เจอเลยครับ
เสียดายมาก... หวังว่าน่าจะเคยดูหนังสองเรื่องนี้กันเนอะครับ...)
หวังว่าอ่านเอนทรี่นี้แล้วจะชอบดูโฆษณากันมากขึ้นนะครับ
ใครชอบไม่ชอบตัวไหน ก็คอมเมนต์ทิ้งไว้ได้ครับ...
หลายเรื่องๆอยากเอามาลง แต่หาคลิืปไม่เจอครับ น่าเสียดายมากๆ
ขอบคุณ: http://www.kosanathai.com และ http://www.adintrend.com

แต่ดูโฆษณาตัวนั้นแล้วรู้สึกถึงความกระแดะจริงๆ
ในความเป็นจริงคงจะเฉยเมยปล่อยให้เลยผ่านไปดังสายลม
#1 By JUDY on 2008-12-06 01:32