รออะไร... วัยรุ่น...?

posted on 10 Mar 2009 23:01 by bongtao  in life
1.
ผมค่อนข้างรู้สึกดีมากกับชีวิตของตัวเองในช่วงนี้ครับ
ถ้านิยามเป็นภาษาอังกฤษ ผมคงใช้คำว่าชีวิตมัน
well-organized
แปลว่า มีการจัดระเบียบชีวิตได้เป็นอย่างดี

สามเดือนที่ผ่านมา ชีวิตผมได้ผ่านเรื่องราวสำคัญบางอย่าง
ที่ทำให้ผม
เข้าใจ อะไรในชีวิตขึ้นเยอะมากๆ
ซึ่งมันทำให้การใช้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากพอสมควร

ที่เขียนวันนี้ เพราะอยากแชร์ครับ
ผมหวังไว้ลึกๆว่าเอนทรี่นี้น่าจะมีประโยชน์กับใครบ้าง

2.
ผมไม่ได้เดินทางไปเขมรมาสามเดือนแล้วครับ
เนื่องจากช่วงปลายปี มีการ
rotate หน้าที่การงานในแผนก
ตอนนี้ผมย้ายมาดูแลงานในตลาดแอฟริกา และอเมริกาใต้แทน
(ประเทศในสองทวีปนี้ชื่อแปลกมาก หลายชื่อไม่เคยได้ยินมาก่อน
พอได้ยินแล้วก็ต้องวิ่งไปยืนดูแผนที่โลกว่ามันอยู่ตรงไหนกันนะ)


ในส่วนของเขมรก็ยังดูแลอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เป็นงานส่วนที่เล็กลง
คือจะดูแลเฉพาะในส่วนของสื่อสารการตลาดและส่งเสริมการขายเท่านั้น
ในส่วนของระบบ และฐานข้อมูล มีคนมาดูแทนแล้ว...

การโยกย้ายครั้งนี้ทำให้ผมไม่ต้องไปเขมรบ่อยๆแล้วครับ
สามเดือนที่ผ่านมา ผมจึงนั่งอยู่ที่ออฟฟิศที่กรุงเทพฯไม่ได้ไปไหน
ผลกระทบอย่างหนึ่งที่ผมได้รับก็คือ ...เรื่องเงินครับ ...

ขออนุญาตพูดตรงๆละกันนะครับ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

บริษัทจะมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงเมื่อมีการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
ซึ่งสมัยที่ผมไปทำงานที่เขมรบ่อยๆ เบี้ยเลี้ยงพวกนี้ก็เป็นรายได้ส่วนนึงของผม
จะได้มากบ้างน้อยบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าไปนานแค่ไหน ไปหลายวันก็ได้มากบาท

ขอไม่พูดถึงจำนวนเงิน แต่ด้วยความที่ผมไปทำงานที่เขมรกว่าสองปี
ทำให้เบี้ยเลี้ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรายได้ของมนุษย์เงินเดือนอย่างผมทุกเดือน

แล้วอยู่ดีๆ ... ตั้งแต่ต้นปีนี้ เงินส่วนนี้มันก็หายไป...
เพราะผมไม่ได้เดินทางไปทำงานที่ไหนเลยตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

ณ แว่บแรก... ผมคิดว่าชีวิตผมคงลำบากแน่ๆ
เพราะรายได้หายไปเยอะขนาดนี้ จะใช้เงินฟุ่มเฟือยคงไม่ได้
ซึ่ง ณ ตอนนั้นแหละครับ ที่ผมนึกขอบคุณตัวเองที่ทำบัญชีรายจ่าย
ทำให้ผมรู้ว่า ผมควรจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผมยังไงให้เข้ากับชีวิตที่เปลี่ยนไป

ผมพบว่า รายจ่ายในช่วงเดือนตุลาคม
ธันวาคม 2551 ของผม
เป็นรายได้ค่าอาหารการกินไปถึง
62% ... ซึ่งนั่นเยอะมากนะครับ
ผมเลยต้องมานั่งไล่ดูทีละรายการ ว่ากูยัดอะไรสันตะโรวินาศกันขนาดนั้น
แล้วผมก็บรรลุว่า ที่ค่าอาหารการกินมันเยอะขนาดนั้น มีสาเหตุหลักๆคือ
ผมมักจะกินอาหารเย็นนอกบ้าน ...

มื้อเย็นเป็นมื้อที่ผมกินหนักที่สุดในรอบวัน
ผมจึงมักจะเบิ้ลขอสอง และซัดของหวานปิดคอร์สเสมอ
ค่าอาหารมื้อเย็นของผมจึงพุ่งกระฉูดพรูดพราดอย่างน่าตกใจ
เพราะเดือนๆนึง ผมเสียค่ามื้อเย็นอย่างเดียวเกือบ
3,000 บาท!!!

เมื่อเห็นดังนั้น ผมเลยเปลี่ยนใหม่ ด้วยการกลับมากินข้าวที่บ้านมากขึ้น
ระหว่างขับรถ ผมจะโทรไปหาหม่าม๊า แล้วถามว่าที่บ้านมีอะไรกินบ้าง
แล้วผมก็จะครีเอทเมนูที่อยากกินตามวัตถุดิบที่หม่าม๊าเก็บไว้ให้
พอถึงบ้านก็จะได้กินอาหารฝีืมือหม่าม๊าสดๆร้อนๆจากครัวทันที

แน่นอนว่า พอเข้าเดือนมกราคม รายจ่ายผมลดลงฮวบฮาบ
เพราะผมแทบไม่ต้องจ่ายค่าอาหารมื้อเย็นเลย (หม่าม๊าจ่ายตลาดให้แทน)
แต่สิ่งที่ผมนับว่าเป็นกำไรคือ การค้นพบความสุขใกล้ตัวที่ผมมองข้ามไปตลอด
หม่าม๊าผมทำกับข้าวอร่อยมาก อร่อยทุกอย่าง จะผัดแกงต้มทอด อร่อยหมดอะ
!
แล้วนี่หลายเดือนก่อน ผมมัวแต่ไปกินข้าวนอกบ้าน กินฟาสต์ฟู้ดแพงๆ
...ความสุขง่ายๆราคาประหยัดรออยู่ที่บ้านทุกวัน แต่เรากลับมองข้ามไปตลอด

ทุกวันนี้ผมสนุกสนานกับการไปซื้อนู่นซื้อนี่มาให้แม่ทำกับข้าวให้กิน
ช่วงนี้กำลังติดใจมะเขือม่วงกับซูกินี่ ที่แม่ผมทำอะไรก็อร่อยไปหมด

จนถึงวันนึง ผมยอมรับได้แล้วว่าปีนี้ผมต้องมีรายได้ลดลงจริงๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้มากขึ้นมาทดแทนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคือ
เวลา

ผมเคยให้ข้ออ้างตัวเองมากมายที่จะไม่ทำไอ้นู่น ผัดไอ้นี่ไปเรื่อย
เพียงเพราะ
ไม่มีเวลา ... การเดินทางไปๆกลับๆเขมรทำให้ชีวิตผมเดายาก
ผมไม่สามารถรับนัดใครล่วงหน้าได้นานๆเลย เพราะอาจจะต้องเดินทางด่วน

นี่ไง... เคยบ่นนักไม่ใช่รึว่าไม่มีเวลา ...ตอนนี้มีเวลาแล้วไง...มีเยอะด้วย
แต่เวลามันไม่เหมือนเงินตรงที่มันเก็บไม่ได้ มีแล้วมันต้องใช้ทันที...
ปีที่แล้วเป็นปีแห่งการใช้เงินของผม ดังนั้นปีนี้ควรเป็นปีของการใช้เวลาแล้วครับ

นี่คือสาเหตุว่าทำไมปีนี้ผมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่น และไปวิ่งออกกำลังกายทุกเย็น
เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำมานาน แต่ผมมักอ้างตัวเองมาตลอดว่าไม่มีเวลา

ผมเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้?

หนึ่ง
– “ใช้เท่าที่มี คือ มีเท่าไร ก็ใช้แค่นั้น แทนที่จะหวังว่าเอาอีก อีก และอีก...
ทำไมไม่มองมุมกลับว่า ทำอย่างไรให้ใช้น้อยลง น้อยลง...
สอง
-  ใช้สิ่งที่มี มีอะไร ก็ใช้สิ่งนั้น ไม่ต้องไปขวนขวายหาอย่างอื่น
มีเงินก็ใช้เงิน มีเวลาก็ใช้เวลา ... ตอนนี้มีเวลา อยากทำอะไรให้รีบทำ

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ รายได้ผมลดลงก็จริง แต่เงินเก็บของผมเกือบจะเท่าเดิม!

...ส่วนความสุขที่ได้ ผมว่ามันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

3.
ผมเพิ่งทราบข่าวว่า รุ่นพี่ที่ออฟฟิศคนหนึ่งเป็นมะเร็ง
!
พี่คนนี้อายุมากกว่าผมสองปี ซึ่งนับว่ายังหนุ่มมาก แต่เป็นมะเร็งซะแล้ว
ความโชคร้ายคือ มันเป็นมะเร็งประเภทลุกลามเร็ว ...
ความโชคดีคือ พี่เขาตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกสุด...

ตอนนี้พี่คนนี้คงกำลังนอนสลบอยู่หลังเข้าผ่าตัดระบบน้ำเหลือง
เพื่อป้องกันไม่ให้เซลมะเร็งลุกลามไปที่ส่วนอื่นได้ง่าย

เรื่องนี้ืำทำให้ผมนึกถึงตัวเองเมื่อสามปีที่แล้ว...
ผมเคยผ่าน
ประสบการณ์มะเร็ง ในชีวิตมาแล้วรอบนึงครับ
ป่าวครับ... ผมไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่ผมไปตรวจพบก้อนเนื้อในปอด
ซึ่งกว่าจะทราบผลว่าก้อนเนื้อก้อนนั้นเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า มันทรมาณมากนะ

เพราะเหมือนบังเอิญ ในช่วงเดียวกัน ญาติที่อายุน้อยกว่าผมคนหนึ่ง
ตรวจพบมะเร็งที่ปอดข้างเดียวกัน และตำแหน่งเดียวกันกับผมไม่มีผิด
!
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมหวั่นใจได้ยังไงว่าก้อนของผมมันไม่ใช่มะเร็งน่ะ
(ปัจจุบันน้องคนนี้ของผม ยอมแพ้ศึกมะเร็งไปปีเศษๆแล้วครับ...)

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากก้อนเนื้อในปอดก้อนนี้ เปลี่ยนชีวิตผมไปเยอะมาก
ณ วันที่ผมตรวจพบก้อนเนื้อจากการเอ็กซเรย์ตรวจร่างกายเพื่อเข้างาน
ผมโทรไปบอกแม่ด้วยอารมณ์ดีมาก ผมไม่สนใจว่ามันจะเนื้อดีเนื้อร้ายนะ
แต่ผมเชื่อว่า ผมไม่ตายหรอก เดี๋ยวผมก็หาย เชื่อสิ...

ถึงมันจะไม่ใช่มะเร็ง แต่ผมพบว่าก้อนเนื้อก้อนนี้กัดกินความรู้สึกคนรอบข้างไปเยอะมาก
พ่อแม่ผมกลับกลายเป็นคนที่วิตก และเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
มากกว่าผมซึ่งเป็นเจ้าของก้อนเนื้อซะอีก ...

วันที่ผมออกจากโรงพยาบาลศิริราชโดยไม่มีก้อนเนื้อแล้ว
ผมนึกขอบคุณที่มันไม่ใช่มะเร็ง และผมยังไม่ตาย ...

วันนั้นผมเรียนรู้ว่าชีวิตคนเราแม่งสั้นมากว่ะ ... คือ บทจะตายมันก็ตายอ่ะครับ
เราไม่รู้ล่วงหน้านานหรอกครับ บางคนกว่าจะรู้ก็สายไปทุกอย่างแล้ว

นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาล อะไรที่ผมอยากทำ ผมต้องพยายามทำให้ได้ทันที
เพราะผมคิดว่า ถ้าเก็บไว้ทำวันหลัง ผมอาจไม่มีโอกาสได้ทำอีกเลยก็ได้

ปีนี้เป็นปีที่ผมมีสามสิ่งที่ผมต้องการครบถ้วนในเวลาเดียวกัน ...
นั่นคือ เงิน เวลา และ กำลัง ... (เงินในที่นี้ หมายถึงเงินเก็บส่วนนึงของผมนะ)
ซึ่งนี่คือสามสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวครับ

นี่คือสาเหตุว่าทำไมตอนนี้ผมถึง
เที่ยวแหลก แบบไม่เสียดายเงินและเวลา
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมเที่ยวไปแล้วสามทริปสามประเทศ
สิ้นเดือนนี้ ผมกำลังกระเสือกกระสนกลับไปหากรุงโตเกียวที่ผมหลงใหลให้ได้
เดือนหน้า ผมมีไปสัมมนาที่ตูนิเซีย ผมยังแซวเจ้านายเลยว่าจะขอลาพักร้อนต่อ
แล้วนั่งเรือข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนไปเที่ยวอิตาลีก่อนกลับไทยซะหน่อย
ส่วนกรกฎาคมนี้ ผมซื้อตั๋วไปมาเก๊ารอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นจะว่างรึป่าวก็อีกเรื่อง ...

มีพี่คนนึงถามผมด้วยน้ำเสียงแกมอิจฉาเล็กๆ เมื่อผมเล่ากำหนดเดินทางข้างบน
 
นี่...รู้สึกช่วงนี้จะเที่ยวเยอะเหลือเกินนะ จะรีบไปไหน

ผมตอบไปสั้นๆว่า ไม่รู้ว่ะพี่ ...แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอนี่ครับ...

ปล. ขออภัยถ้าเอนทรี่นี้เครียดไป ช่วงนี้ชีวิตผมอยู่ในโหมดจริงจังครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยิ้มเข้าไว้ วัยรุ่น ^_^

#1 By ArchmaniaC on 2009-03-10 23:15

บรรทัดสุดท้าย ที่ไม่ใช่ปล.
แจ่มแจ๋วมาก
big smile Hot!
บรรทัดสุดท้าย ก่อน ปล.
คือ เหตุผล ของการเดินทางช่วงนี้

#3 By ร่มไร้อาร์ on 2009-03-10 23:17

เรื่องอะไรจะอยู่แค่ Pixel เดียวของ Googleearth เนอะ... big smile big smile big smile
ชอบประโยคสุดท้ายอะพี่
มันจุดไฟอยากในทันที

"ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอนี่ครับ..."

ประทับใจเอ็นทรี่นี้จัง
big smile big smile big smile Hot!

#5 By h|b|b on 2009-03-10 23:18

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆ Hot!

#6 By iDoi* on 2009-03-10 23:18

ของแบบนี้ถ้าไม่เจอกับตัวเองไม่เข้าใจจริงๆ ด้วย...

#7 By wesong on 2009-03-10 23:20

Hot!
คงต้องสนใจร่างกายตัวเองบ้างแล้ว...

เพราะชีวิตคนเราสั้นนัก
แต่คงยาวพอที่จะรักใครซักคนจนหมดใจ...
(เอ๊ะ กระพ้มเน่าอะไรไป...??)

#8 By ซับบาธ... on 2009-03-10 23:20

สุดยอดมาก!
กายพร้อมใจพร้อมก็ไปเลย

confused smile

#9 By เจน on 2009-03-10 23:22

ใช้ชีวิตเป็นระบบระเบียบดีจังค่ะ..
ชอบประโยคทองเหมือนกัน..
big smile

#10 By แอ้ on 2009-03-10 23:26

ถ้าพร้อม ทุกอย่างก็มาเองใช่มั้ยคะ

นั่นสิ...ทำไมต้องรอHot!

#11 By devil เม็ดถั่ว on 2009-03-10 23:27

รอ....


รอตังฮ่ะ


ไม่มีตัง


sad smile

#12 By ~ShAdOw~ on 2009-03-10 23:28

ใช่แล้วครับ ไม่มีเหตุผลที่ต้องรอ *impressed* confused smile

#13 By asuka111 on 2009-03-10 23:31

ว้าว ไม่มีเหตุผล อะไรต้องรอ... เด็ด

#14 By หมูทอดซามะ on 2009-03-10 23:36

กรุงโตเกียวที่ผมหลงใหล

หุหุ

ขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ

ยังไงญี่ปุ่นก็เหมาะที่จะมาเที่ยวล่ะค่ะ open-mounthed smile

#15 By momoocha on 2009-03-10 23:36

อ่านแล้วอึ้ง พูดไม่ออก ได้แต่สรรเสริญคุณเต่าอยู่ในใจเงียบๆคนเดียว surprised smile


นั่นสินะ จะรออะไร...................big smile

#16 By Meiko S. on 2009-03-10 23:37

สร้างแรงบันดาลใจได้มากครับ อ่านแล้วมันรู้สึกดีบอกไม่ถูก confused smile Hot!

#17 By xViStA on 2009-03-10 23:38

“ไม่รู้ว่ะพี่ ...แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอนี่ครับ...”

ชอบประโยคนี้จริงๆเลยครับ confused smile Hot!

#18 By SkyKiD on 2009-03-10 23:53

ชอบเอ็นทรี่นี้เป็นพิเศษ big smile

#19 By Bickboon on 2009-03-10 23:55

surprised smile
อ่านแล้วร่าเริงขึ้นจากอารมณ์หดหู่ big smile Hot!

ปล.แต่เรื่องบางเรื่องรอไว้หน่อยก็ดีมั้งคะ สำหรับน้องๆที่อายุยังไม่ 15 sad smile sad smile sad smile

#20 By Nina* on 2009-03-10 23:57

คมคายร้ายกาจอะ cry

#21 By bellbell on 2009-03-11 00:05

-ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้อง.... -
มันเป็นประโยคที่ใช้บ่อยจริงๆ
ตราบใดที่ยังไม่มีคนมองมุมเดียวกับเรา เขาก็มีเหตุผลของเขาล่ะนะ..แต่เราไม่มีนี่ surprised smile

คิดเหมือนพี่ว่า หาเงินแล้วก็ต้องทำสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่เห็นต้องรอ

#22 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-03-11 00:11


ชอบเรื่องการจัดสรร จัดการ กับสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ลงตัว
มีการจัดระเบียบชีวิตได้เป็นอย่างดี (จริงๆ ค่ะ) big smile Hot!

#23 By moodee on 2009-03-11 00:11

นั่นสิครับ รออะไร วัยรุ่น ?

Hot!

#24 By emustra on 2009-03-11 00:14

ง่ายจริงๆ เลย ใช้เท่าที่มี และใช้สิ่งที่มี
ฟังดูsimple แต่ทำจริงยากมากค่ะ ขอยกย่อง ^ ^
งวดนี้มาแนวซีเรียสแฮะ...

มันทำให้ผมคิดได้ว่า แล้วตูทำงานงกๆๆๆ ทั้งวันทั้งปีไม่เคยได้ไปเที่ยวไกลๆเนี่ย มันก็ขาดทุนชีวิตอย่างน่าคิดเหมือนกัน

แต่ปัจจุบันเงินก็เป็นฐานของปัจจัย 4 ซะด้วยสิ...

ยินดีที่มีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเดิม เฮงๆนะครับ confused smile sad smile

#26 By yingheng on 2009-03-11 00:37

ตอนนี้ขาดเงินอย่างแรงเลยครับ แต่เดือนหน้าก็คงจะดีขึ้นแล้วล่ะครับ เตรียมถอยมอไซค์กะจะขี่สองล้อเที่ยวทั่วไทยซะหน่อยครับ

555 ได้แรงบันดาลใจจาก เบนจามิน บัตตั้น

มีความสุขมาก ๆ ครับ

#27 By เจ้าชายน้อย on 2009-03-11 00:41

“ไม่รู้ว่ะพี่ ...แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอนี่ครับ...”

ชอบประโยคนี้มากๆbig smile


Hot!
พูดเเล้วเหมือนมันง่ายจัง
การจัดการชีวิต เนี่ย

ชอบประโยคสุดท้าย

ก็ไม่ได้รออะไร ก็ไปกันเลยยยยย!!!!

#29 By ploilek on 2009-03-11 00:54

ย้อนกลับมามองตัวเองค่ะ ต้องเปลี่ยนบ้างแล้วHot!

#30 By (^_^)/nana on 2009-03-11 00:56

อ่านจบแล้วย้อนดูตัวเอง ...เราควรต้องปรับปรุงชีวิตตัวเองอีกเยอะเลย

อย่าให้อะไรๆ มันสายเกินไป

big smile

#31 By HoRo ... ll on 2009-03-11 00:58

เม้นต์เสร็จแล้วเพิ่งเห็นคอมเมนต์บน

แหงะ ไม่ได้ลอกนะค้า =v=

#32 By HoRo ... ll on 2009-03-11 01:01

cry cry

#33 By mikezaa on 2009-03-11 01:10

เรื่องเวลาที่หลาย ๆ คนชอบพูดติดปากว่าไม่มีเวลาเนี่ย อยากจะบอกว่า แต่ละคนก็มีเท่ากันแหล่ะ ทุกคนมีเวลา 1 วัน 24 ชั่วโมงเท่ากัน ถ้าจัดสรรดี ๆ มันก็จะมีเอง

เห็นด้วยนะกับการกินการเที่ยวของคุณบองเต่า ความสุขอ่ะเนาะ ขนาดเราเที่ยวไม่เท่าคุณบองเต่า เวลาแม่บ่นแบบเป็นห่วงตอนไปเที่ยว เราจะตอบแค่ว่า จะตายวันไหนก็ยังไม่รู้ ขอทำอะไรที่มีความสุขก่อนตายหน่อยแล้วกัน

ชอบ ๆ คำว่า "ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องรอ" Hot!

#34 By จอมบงการ on 2009-03-11 01:15

ได้อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ

คุณเป็นคนที่น่าเคารพมากเลยในความคิดของเรา

Hot!
ดีจัง ^^Hot!

#36 By Aelita~[-X-]~ on 2009-03-11 01:26

ดีแล้วครับ วัยรุ่นๆ big smile

#37 By clock on 2009-03-11 01:32

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่า ต้องแอคทีฟ ตัวเองแล้วสิ
ยิ่งฟังเพลง สองหมื่น ของพี่แตม ไปด้วย แล้วก็อ่านเอนทรี่พี่เต่าไปด้วย ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตมันโคตรสั้น =_=
อยากจะทำอะไร ๆ ตั้งหลายอย่าง ..

และ้เราคิดว่าเราจะต้องทำมันได้ด้วยค่ะ
เราไม่อยากมาเสียดายทีหลัง ..
รู้งี้ทำแบบนี้ดีกว่า รู้งี้ทำแบบนั้นดีกว่า
มันน่าเสียดายเนอะ sad smile

ชอบบรรทัดสุดท้ายมากเลยค่ะ ; )))
Hot!

#38 By INDEWAY on 2009-03-11 02:07

นี่แหละ


ไอดอล ของผม...sad smile

#39 By สามหมอก on 2009-03-11 02:24

ไม่ต้องรอจริงๆครับ

ชอบเอนทรี่นี้มากๆครับ คุณบองเต่าHot!

#40 By pw. on 2009-03-11 05:53

บางทีการเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างไปอาจทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็ได้
จะนำไปใช้กับตัวเองครับconfused smile

#41 By pbmath on 2009-03-11 07:50

"เวลามันไม่เหมือนเงินตรงที่มันเก็บไม่ได้ มีแล้วมันต้องใช้ทันที..."

เห็นด้วยเต็มที่ครับ... ตอนนี้ก็พยายามจะจัดระเบียบชีวิตของตัวเอลอยู่เหมือนกัน

....บทความอ่านแล้วได้แง่คิดดีจริงๆครับ Hot!

#42 By Monkiji321 on 2009-03-11 07:51

Hot!

#43 By HineyHelsinki on 2009-03-11 07:53

confused smile เวลามีต้องรีบใช้ให้คุ้ม

#44 By เสี่ยแนน on 2009-03-11 08:11

ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอ...คมจริงHot!

#45 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-11 08:58

ประโยคนี้เตะหัวใจอย่างแรง


ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอ
..เมื่อไม่เหลือคนที่ให้รอ

(sad smile ไม่เกี่ยวๆ ฟังเพลงนี้ ท่อนนั้นพอดี๊พอดี)

#46 By VaNneSSa on 2009-03-11 09:03

อิจฉาว่ะ

ชาติหน้าจะเกิดเป็นผู้ชาย

#47 By 6am9pm on 2009-03-11 09:09

ชอบว่ะครับกับประโยค
“ไม่รู้ว่ะพี่ ...แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรอนี่ครับ...” big smile Hot! Hot!

#48 By เจ้าโต on 2009-03-11 09:10

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสักคำให้ลึกซึ้ง
"เวลามันไม่เหมือนเงินตรงที่มันเก็บไม่ได้ มีแล้วมันต้องใช้ทันที..."

ชอบจังเลยคะ

#49 By ❉✱ll N ö K ll✱❉ on 2009-03-11 09:45

ถูกครับ
ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรออะไร

#50 By AkE on 2009-03-11 09:53