เรื่องสวยนี่ยอมไม่ได้จริงๆ
posted on 18 Oct 2009 00:19 by bongtao in etcปกติผมเป็นคนชอบซื้อของคนเดียวครับ
ไม่ว่าจะเป็นของกิน เสื้อผ้า รองเท้า หนังสือ
จริงอยู่ว่าบางทีผมเองก็อยากให้เพื่อนไปช่วยเลือก ช่วยให้ความเห็น
แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็รู้สึกว่าอยากช้อปสบายๆ ไม่รีบ และไม่ต้องรอใคร
ผมชอบการช้อปปิ้งนะครับ ...ผมเชื่อว่า shopping therapy มีอยู่จริง
เคยรู้สึกมั้ยครับ ที่เราซื้อของอะไรสักอย่างที่อยากได้มานานมากก
สมมติว่าเป็น ...เอ่อ ... รองเท้า Onitsuka Tiger Limited Edition สักคู่ละกัน
อีตอนที่เรามีความสุขที่สุด มันอาจจะไม่ใช่ตอนที่เราเอาฝ่าตีนนาบรองเท้า
แล้วเอาไปเดินอวดชาวบ้านชาวช่องทั่วสยามประเทศหรอกนะครับ
...จากการวิจัยพบว่า จุดที่เรามีความสุขเปี่ยมล้นที่สุด มันคือตอนที่เราจ่ายเงิน รูดบัตร
หรือถือถุงออกมาจากร้านต่างหาก พอถึงบ้านแล้ว ความรู้สึกสุดยอดมันจะค่อยๆจางไป
ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของฮอร์โมนที่ชื่อ dopamine ที่หลั่งออกมานั่นเองครับ
เขาว่ากันว่าอีฮอร์โมนตัวนี้ ถ้าหลั่งออกมาปริมาณมากๆ จะถึงขั้นทำให้เคลิ้ม
หรือที่เราเรียกกันว่า euphoria ได้เลยทีเดียวเชียว ...

นี่แหละครับ ...ที่ผมเชื่อว่าเวลาเราเครียดๆ หัวจะระเบิดตายห่าอยู่แล้ว
เราควรไปหาเรื่องเสียตังค์ช้อปปิ้งกัน ... shopping therapy ได้ผลจริงครับ!
2.
แต่ถึงจะชอบการช้อปปิ้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าพร้อมจะช้อปได้ทุกสถานการณ์นะครับ
ผมชอบการช้อปปิ้งแบบที่ไม่ต้องใช้พลังงานมากเกินไป ไม่ต้องทุ่มเท
ไม่ต้องสู้ชีวิตเป็นอองซานซูจี เพียงเพื่อจะไปซื้อของ อันนี้ผมไม่เอาด้วยครับ
ลักษณะการช้อปปิ้งที่ผมมักจะปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดมาก ก็เช่น
การช้อปปิ้งในสถานที่ที่คนแออัดยัดเยียดล้นเป็นหนอนจนเกินไป
เช่น การไปช้อปในงานหนังสือช่วงบ่ายๆของวันอาทิตย์ อันนี้ไม่ไหวครับ
หรือการไปช้อป clearance sales ของสินค้าแบรนด์ดัง ที่ต้องไปที่โกดัง
ซึ่งแค่นึกสภาพโกดังร้อนๆ อับๆ ผมก็ไม่อยากไปแล้วครับ ...
หรือการไปช้อป outlet sales ตาม outlet ซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลความเจริญ
ต้องอาศัยวิริยะจิตในการมุ่งมั่นไปถึงจุดหมายขั้นสูง อันนี้ผมก็ไม่ไปครับ
เพราะคำนวณดูแล้ว ต้นทุนค่าเดินทางท่าทางจะแพงจนไม่คุ้มซะงั้นน่ะครับ
แต่แล้วเมื่อคืนผมก็พลาดท่าเข้าจนได้ครับ
... เมื่อคืนผมไปช้อปปิ้งที่ King Power Duty Free ที่ซอยรางน้ำ
ผมไม่เคยคิดมาก่อน ว่าการช้อปปิ้งดิวตี้ฟรีจะต้องใช้กำลังภายในมากมายขนาดนี้!
3.
เนื่องจากผมได้บัตรเชิญจาก King power ว่าเมื่อวานเป็นวันเกิดของเค้า
จะมีงานอีเวนต์ใหญ่โต พร้อมมหกรรมสินค้าลดราคามากมายที่สาขารางน้ำ
อยู่ดีๆผมก็รู้สึกมีกิเลสขึ้นมาในใจ ว่าอยากได้แว่นกันแดดดีๆสักอันหนึ่ง
เพราะแว่นของ Oakley อันเดิมที่มีอยู่ ซื้อมาตอนนั้นเพราะตั้งใจใส่ตอนขับรถเท่านั้น
เลยเอาอันที่ถูกที่สุด ปรากฏว่า แว่นแม่งไม่เหมาะแก่การใส่ไปเดินเที่ยวจริงๆครับ
เพราะเพื่อนผมบอกว่า “แว่นมึงใส่แล้วเหมือน Cyclops ในเรื่อง X-men ชิบหาย
”โอเค... สรุปว่าผมต้องหาแว่นกันแดดที่คุณภาพดี และดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้
พอได้บัตรเชิญมา เห็นเขาว่าสินค้าลด 30% ทุกแผนก ผมก็สันนิษฐานไปก่อนว่า
อีแว่นกันแดดมันน่าจะลดด้วยล่ะน่า แล้วอีแว่นกันแดดนี่ราคาอันนึงก็ไม่ใช่ถูกๆ
ลด 30% นี่ถือว่า บิ๊กดีลนะครับบิ๊กดีล ไปหน่อยละกัน... ไหนๆต้นเดือนก็มีไฟลท์บินแน่ๆละ
ไปช้อปปิ้งของถูกขำๆ คงไม่ได้ลำบากติ่งไตอะไรมากเนอะ ...
แล้วเมื่อวาน ผมก็พบว่าทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมคิดเลยครับ...

4.
ผมไปจอดรถที่สยามพารากอนตอน 6 โมงเย็น โอ้ว ...ร่วมเพศกับเป็ดเถอะ!!!
ที่จอดรถเต็มไปจนถึงชั้นบนสุด ปกติมาจอดเวลานี้ยังเหลือที่ให้เล่นเปตองได้สบายๆ
ซึ่งก็พอเข้าใจว่าช่วงนี้ปิดเทอม เด็กเปรตจะเต็มห้างตลอดเวลาทุกเช้าเย็น
ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คาดครับ พารากอนคนประมาณล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน!!!
มาทำอะไรก๊านนนน... อยู่บ้านไม่มีอะไรทำกันหรือไงเนี่ย!
เมื่อวานผมนัดกินข้าวกับคุณพี่มนุษย์กล่อง เพื่อแลกเปลี่ยนอาวุธสงครามกัน
แล้วยังมีคุณกิ๊กมาเป็นแขกรับเชิญร่วมรับประทานอาหารเย็นกันอีกท่านนึง
กินเสร็จอิ่มท้องแน่นจุกแล้วสุดท้ายก็เลยแห่กันไปช้อปปิ้งทั้งสามคน
ผมก็พอคาดประมาณไว้ล่วงหน้านะครับ ว่างานวันนี้คนน่าจะเยอะ
คงไม่เหมาะที่จะขับรถมาจอดที่ซอยรางน้ำโดยตรง นั่ง BTS มานี่จะดีกว่า
แล้วคนมันก็เยอะจริงๆครับ เยอะจนการจราจรกลายเป็นอัมพาตไปทั้งซอย
แถมฝนยังกระหน่ำลงมาแบบไม่ยั้ง อื้อหืมมม ได้อารมณ์ฉันรักกรุงเทพฯมั่กๆ
เพราะฤทธิ์ฝนทำให้พวกผมต้องติดแหง่กอยู่ในเซ็นจูรี่กินกาแฟรอฝนหยุด
ผมเองก็ไม่ได้มาเซ็นจูรี่บ่อยๆ เพิ่งรู้ว่าห้างมันเหมือนคาร์ฟูร์สาขาบ้านผมมาก
คือพื้นที่ตรงกลางเต็มไปด้วยของประมาณเครื่องสำอางไฮโซลีน่า
หรือแผงขายกาแฟลดความอ้วน ถุงเท้ามนุษย์เงินเดือน 5 คู่ร้อย ไรงิ...
อืม ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้างอารมณ์นี้อยู่ที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯด้วยนะครับนี่
(อืม มาถึงข้อสี่แล้ว ... มึงยังไม่ถึงคิงพาวเวอร์ซะที)
5.
เอาล่ะ ... ตัดบทดีกว่า เรามาถึงคิงพาวเวอร์กันแล้วครับ (อืม... บทจะถึงก็ถึง!
)ผมเองก็ไม่เคยมาที่นี่มาก่อนครับ ไม่รู้ floorplan ใดๆทั้งสิ้นว่าอะไรอยู่ตรงไหน
อาศัยเดินไปเรื่อยๆ กูเจออะไรกูคว้าก่อนแล้วกัน ... แผนผมมีแค่นี้แหละ
ฮู้ยยย ...พารากอนคนว่าเยอะแล้วนะครับ ที่คิงพาวเวอร์เยอะกว่าอีกเจ็ดเท่า
ใครว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้ย่ำแย่ คนใช้จ่ายน้อยลง ขอให้มาเห็นเหตุการณ์กับตาเถอะ
ต่อให้จน ต่อให้แดกแกลบแค่ไหน เจอป้าย SALE สีแดงตัวใหญ่ๆ ก็ช้อปลืมตายกันทั้งนั้น
ด่านแรกที่เข้าไปถึงเป็นด่านแบรนด์เนมกระเป๋าครับ ...
หูย... ให้ตายเถอะ กระเป๋า longchamp นี่คนซื้อกันเหมือนใบละสองสามร้อย
ผมเห็นป้าบางคนซื้อกันครบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง คล้องแขนไว้หยั่งกะพวงมาลัย!
กระเป๋ายี่ห้อนี้มันดีตรงไหนครับ อยากรู้จัง ดีไซน์ผมก็ว่างั้นๆนะ ไม่เห็นมีอะไรเลย
ตัววัสดุก็ธรรมดามาก วันก่อนนายผมไปซื้อของปลอมที่แม่สายใบนึงสองร้อยเอง
เอามาที่ออฟฟิศ ผมเอามาเทียบกับใบของจริงที่ผมซื้อที่ปารีสให้พี่อีกคน เหมือนกันเป๊ะอะ!
แล้วกระเป๋าดีไซน์นี้ ผมเห็นธนาคาร กับบริษัทประกันเค้าทำเป็นของแจกลูกค้า
มองไกลๆ เหมือนกันสิ้นดี ... แต่นี่ใบนึงสามสี่พัน ก็ยังซื้อกันบ้าคลั่งมากๆครับ
แต่โซนกระเป๋าถือว่าเป็นออเดิร์ฟเบาะๆครับ เดินทะลุมาอีกนิดนึง
อันนี้ถือเป็นสมรภูมิหลักในการรบพุ่งวันนี้ มันคือโซนเครื่องสำอางนั่นเองครับ
ฮู้ยยยย ... มาทำอะไรกันครับเจ๊ ... คนเยอะเป็นหนอนจริงๆครับ หนอนไฮโซด้วย!!!
คือปกติ ผมจะซื้อพวก toiletry ทั้งหลายที่ดิวตี้ฟรีในสุวรรณภูมิครับ สะดวกดี
เพราะซื้อแล้วก็หิ้วขึ้นเครื่องได้เลย คนก็ไม่เยอะเพราะปกติบินไฟลท์เช้ามากมาย
ไอ้ที่มาวันนี้ เพราะเห็นในบัตรเชิญ บอกว่าทุกแผนกลด 30% ซึ่งมันก็ลดเยอะนะ
เพราะลองคิดดูว่า ปกติเดือนนี้ ผมใช้โฟมล้างหน้ากับนู่นนี่รวมกันสัก 2,000 บาท
วันนี้มาซื้อตุนไว้สักสามเดือน ก็ประหยัดกว่าเดิมตั้งเป็นพัน มันก็น่ามาอยู่หรอก
แต่ว่าเอาเข้าใจ โปรฯมันก็ไม่ได้เจ๋งขนาดนั้น เพราะมันแค่ top up ส่วนลดให้ 10%
ซึ่งถ้าเทียบกับความพยายามวันนี้แล้ว ผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไรหรอกครับ
ยิ่งมาเจอสภาพคนแย่งกันซื้อแบบนี้ หมดอารมณ์ช้อปครับ มันเยอะเกินไปจริงๆ
ผมโชคดีมากที่กินข้าวจนอิ่มมาก่อน ไม่งั้นคงหงุดหงิดมากแน่ๆล่ะ
6.
ผมรู้ครับว่าผู้หญิงมีความสุขกับการช้อปปิ้งมากกว่าผู้ชายแน่ๆ
แต่การมาคิงพาวเวอร์วันนี้ ทำให้รู้ว่า ช้อปปิ้งคือส่วนหนึ่งของชีวิตผู้หญิงจริงๆ
เพราะเพียงแค่ส่วนลดที่มากกว่าปกติแค่ 10% มันสามารถดึงผู้หญิงเป็นพันๆคน
มาช้อปปิ้งเครื่องสำอางอย่างบ้าคลั่งได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ...
ผมเห็นแต่ละคนนี่ช้อปกันล้นตะกร้าจริงๆครับ ไม่ใช่แค่คนละชิ้นสองชิ้น
แล้วขอโทษนะครับ เครื่องสำอางในดิวตี้ฟรีนี่มันไม่ใช่พวก เบนเซ่ มิสทีนนะครับ
แต่ละชิ้นราคาเรือนพันทั้งนั้น แต่เจ๊ๆแต่ละท่านก็ช้อปกันประหนึ่งผักปลาอาหาร
ทุกคนมึนเมากับการช้อปปิ้งประหนึ่งว่าในห้องนั้นเค้าฉีดสเปรย์กัญชาในช่องแอร์
แถมยังมีไวน์แดงเสิร์ฟไม่อั้น ฮู้ย ... ช้อปกันได้น่ากลัวจริงๆครับ
กลัวว่าเจ๊ๆจะตื่นมาตอนเช้าแล้วพบว่ามีหนี้บัตรเครดิตมูลค่าแพงกว่าเงินเดือนรออยู่
สุดท้าย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาถึงนี่ทั้งที่ ผมก็ซื้อพวกโฟมล้างหน้ายี่ห้อประจำ
ตุนไว้สองสามหลอดครับ อย่างน้อยก็ประหยัดไปได้อีกหลายร้อยบาทล่ะน่า
ส่วนคุณมนุษย์กล่องกับคุณกิ๊กได้น้ำหอม Chanel (อียี่ห้อนี้เล่นตัวมากครับ ลดน้อยสุดๆ)
พอได้ของเสร็จ ก็ใช่ว่าจะจบนะครับ เพราะต้องเข้าแถวรอจ่ายตังค์อีกครับ
เชื่อมั้ยว่ารอไปทั้งหมดชั่วโมงเศษๆ และเจ๊ๆทุกคนก็ยินยอมพร้อมใจรอด้วย!!!
ระหว่างที่รอ พวกผมก็ใช้วิธีผลัดเวรครับ เดี๋ยวก็ไปดูนาฬิกา ไปดูแว่น...
ระหว่างนี้ผมก็เลยขอแว้บไปดูแว่นกันแดดซึ่งจริงๆเป็นเป้าหมายหลักของผม
แล้วก็ได้เรื่องเสียตังค์จริงๆ เพราะมันลด 30% อย่างที่โฆษณาไว้ครับ
ผมเลยได้แว่นของ Oakley มาอีกชิ้น ลดจาก 6,500 บาทเหลือ 4,550 บาท
ตอนรูดบัตรนี่โดปามีนพุ่งพรวดมากครับ ทั้งๆที่รู้ว่าต้องแดกแกลบถึงสิ้นเดือน ฮ่าๆ
(จริงๆแอบโชคดีนิดนึงที่ยังเหลือแบบที่อยากได้ครับ เพราะตอนไป oakley เหลือน้อยมาก
เหลือแค่พวกดีไซน์อวกาศ ใส่พร้อมกับ G-shock สีแดงของผมนี่แปลงร่างได้เลยอะ)
ผมกลับมาที่แถวคิดเงิน เราก็ยังต้องรวมพลังมุ่งมั่นสู่แคชเชียร์กันต่อไปครับ ...
เห็นเจ๊ๆแต่ละคนที่อยู่หน้าผมนี่แบบ ซื้อกันได้น่ากลัวมากครับ
ซึ่งประหนึ่งว่าคิงพาวเวอร์จัดงานวันนี้เพื่อประกาศว่าโรงงานเครื่องสำอางทั่วโลกปิดตัวแล้ว!
บางคนทั้งตะกร้านี่เยอะกว่าเงินเดือนผมอีกนะ สามสี่ห้าหมื่น โอว...น่ากลัวมาก
สุดท้ายกว่าผมจะได้จ่ายตังค์ ปาเข้าไปประมาณห้าทุ่มครับ ชิท!!! อึดมากๆๆๆ
ที่อึดกว่าพวกผม และพวกเจ๊ๆทั้งหลาย เห็นจะเป็นพนักงานของ king power ครับ
ขนาดสี่ห้าทุ่มแล้วยังต้องทำงานกันไม่หยุด ผมไม่กล้าบ่นเลยละครับ
สรุปว่าผมเข้าไปคิงพาวเวอร์ประมาณสองทุ่มเศษ ออกมาเกือบห้าทุ่ม
ในสภาพเยินๆ ง่วงๆ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไปซื้อแค่แว่นกันแดดอันเดียวแท้ๆ
นี่ยังต้องนั่ง BTS กลับไปเอารถที่พารากอนอีกนะเนี่ย!!! ถุย ชีวิต!
7.
ผมขอมอบเอนทรี่นี้ให้แก่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ผู้หญิง” ทุกท่าน
เพื่อยกย่องสรรเสริญในความพยายาม มานะอุตสาหะ ที่ทุกท่านได้แสดง
ให้ประจักษ์แก่สายตาของผมเมื่อคืนวานนี้ว่า ...
“เกิดเป็นผู้หญิง เรื่องสวยนี่ยอมไม่ได้จริงๆ”

แหมสู้จริง
ผู้หญิงอย่าหยุดสวยย อิอิ
#1 By LuKeKaEw (58.9.94.11) on 2009-10-18 00:35