กรุ๊ปทัวร์ไทยสมัยนี้เค้าพัฒนาแล้ว!
posted on 08 Nov 2009 17:27 by bongtao in move
1.
สวัสดีครับทุกๆคน...
ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่า
...ผมยังไม่ตายครับ...
ไม่น่าเชื่อครับ เผลอแป๊บเดียวไม่ได้อัพบล๊อกมา 20 วัน
เพราะช่วงนี้ชีวิตสับสนวุ่นวายจริงๆครับ ชีพจรลงเท้าด้วย
แถมยังมีแนวโน้มว่าชีพจรจะวนๆอยู่แถวๆฝ่าเท้าไปจนถึงสิ้นปี
ทั้งๆที่พาสปอร์ตมันหมดเล่มไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องหาเวลาไปทำเล่มใหม่
เพื่อให้ชีพจรมันวิ่งต่อได้ครับ... เฮ้อ แค่ยังไม่ได้เดินทางก็เหนื่อยแล้ว...
ผมเพิ่งกลับมาจากประเทศจีนครับ ...
เป็นทริปที่โคตรจะวัฒนธรรมแอนด์ธรรมชาติเลยครับ
เพราะไปเมืองคุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง ที่อยู่แถบๆใกล้ๆธิเบตโน่นน่ะครับ
บอกตรงๆว่า ทริปนี้สำหรับผม ...ไม่สนุกเลยครับ ... มันไม่ใช่แนวผมน่ะ
การที่คนไฮเปอร์อย่างผมต้องไปนั่งรถทัวร์จนตูดบาน เพื่อไปดูภูเขา เมืองเก่า
วัดวาอาราม ม้าแพะแกะควาย โดยไม่ให้ไปเห็นสีสันเมือง หรือช้อปปิ้งสนุกสนาน
ขอบอกครับ อึดอัดครับ อึดอัดมาก ...แม้ว่ามันจะเป็นการเที่ยวฟรีก็เถอะ!
เที่ยวตั้งห้าวัน ขอบอกว่าเงินหยวนแทบไม่ได้กระเด็นออกจากกระเป๋าเลย
2.
อย่างที่บอกไปเมื่อตะกี้ ทริปนี้ผมไปเที่ยวฟรีครับ...
เผื่อบางคนไม่รู้ ... ในหลายๆธุรกิจ ที่เป็นการซื้อขายจัดจำหน่าย
ผ่านช่องทางที่เรียกว่า “ดีลเลอร์”
หรือ “เอเย่นต์” หรือ “ตัวแทนจำหน่าย”
ทุกๆปี บริษัทจะมีการเลี้ยงขอบคุณคนเหล่านี้ ที่ทำธุรกิจกับบริษัทเป็นอย่างดี
รูปแบบการขอบคุณ มีตั้งแต่การจัดเลี้ยงตามโรงแรม (ซึ่งใหญ่โตอลังการมาก!)
การจับรางวัล ไปจนถึงการพาผู้มีพระคุณต่อบริษัทเหล่านั้นไปเที่ยว!
ใช่ครับ ... ทริปจีนของผมนี้เป็นทริปที่ผมพาเหล่าผู้มีพระคุณไปเที่ยว...
และผู้มีพระคุณเหล่านั้น ก็ล้วนเป็นคนเขมรล้วนๆด้วยครับ T^T
การไปเที่ยวแบบนี้ เราเรียกในวงการทัวร์ว่า incentive trip ครับ
แปลว่า มันคือทริปที่ทำหน้าที่คล้ายๆ “สิ่งตอบแทน” ให้ลูกค้าเหล่านั้นนั่นเอง
ดังนั้น ทุกอย่างใน incentive trip จะไม่เหมือนกับ “ทัวร์หน้าร้าน”
หรือโปรแกรมทัวร์ที่ลงโฆษณาในเดลินิวส์วันอังคาร หรือหนิตยสารท่องเที่ยวทั่วไป
เพราะขอบอกครับ ว่าลูกค้าที่จะมาร่วม incentive trip
พวกนี้นี่โคตรพ่อโคตรแม่รวย
ยิ่งบริษัทผม เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้วยระบบ “เงินสดเท่านั้น”
...
ไม่ต้องแปลกใจเลยครับ ที่อาซ้ออาเฮียเหล่านั้น จะรวยแบบ... เฮ้ย! มึงจะรวยไปไหนเนี่ย!!!
แล้วคิดดูสิครับ ว่าจัดทริปให้คนรวยไปเที่ยวเนี่ย จะมาขี้หมูขี้แมวได้ที่ไหน
ทุกอย่างต้องเริ่ด อาหารการกินอลังการ โรงแรมต้องห้าดาวเท่านั้น อะไรงี้
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่น ที่ลงโฆษณาราคาสามสี่หมื่นบาท
พอบริษัทผมจัดที มันกลายเป็นหัวละเฉียดแสนได้อย่างไม่ยากเย็น...
ขนาดทริปคุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง ที่ดูแสนจะบ้านนอกคอกนา ราคาไม่น่าเกินสองหมื่นห้า
...ผมจัดออกมา ราคาปาเข้าไปเกือบคูณสองจากราคาทัวร์หน้าร้านน่ะครับ
แต่ก็นะครับ ... ผมก็ได้ไปเที่ยวกับลูกค้า (พูดให้ดูเป็นงานเป็นการว่า
ไปดูแลลูกค้า)
เงินก็ไม่ต้องจ่ายค่าทัวร์สักกะบาท แถมยังได้เบี้ยเลี้ยง (พูดง่ายๆคือ
ไปเที่ยวแล้วได้เงินอีก!)
แถมยังกินหรู อยู่ดีหยั่งกะราชา ...
ผมจะบ่นให้ปากเปื่อยทำไมครับเนี่ย?
3.
ถึงผมจะชอบท่องเที่ยวเอง หาข้อมูลเอง และขยะแขยงการเที่ยวทัวร์อย่างยิ่ง
การจัด incentive trip ให้ลูกค้าจำนวนมากแบบนี้
มันกลับไม่สามารถเลี่ยงการใช้บริการ
บริษัททัวร์ชั้นนำได้จริงๆครับ เพราะผมเองคงไม่มีปัญญาไปยืนโบกธงเหลืองนำขบวน
อาเฮียอาซ้อนับสิบคน หรือจัดการเรื่องร้านอาหาร โรงแรมทุกอย่างได้ด้วยตัวเองหรอก
ซึ่งนี่ก็หมายความว่า ตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมา
ผมก็ยังได้เที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ทุกปีครับ
4.
ผมไม่แปลกใจที่ทำไมทุกวันนี้ ที่เทรนด์การท่องเที่ยวของคนไทย
มันกำลังเอียงโน้มไปทางที่คนนิยมการเที่ยวเอง หาข้อมูลเองกันมากขึ้นทุกวัน
แต่ธุรกิจกรุ๊ปทัวร์ก็ดูจะไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมากนักจากเทรนด์นี้
เพราะพอได้ลงไปสัมผัสแล้วก็พบว่า การเที่ยวแบบทัวร์มันก็มีข้อดีของมันเองอยู่
นั่นคือ ถ้าคุณเจอทัวร์ที่ดี หัวหน้าทัวร์ที่เก่งและมืออาชีพ หรือที่เรียกว่า “เก๋า”
การเที่ยวของคุณจะโคตรสนุก โคตรสะดวก และโคตรสบาย!
เวลาที่เราอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เรามักจะไม่กล้าเรื่องมาก
เราจะลดระดับความต้องการของเราลงมา เพื่อให้เราอยู่รอดได้
เช่น ตอนที่ผมไปเที่ยวประเทศตูนิเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ผมอยากกินอาหารเอเชียจะตายห่า แต่ผมอ่านภาษาอารบิกไม่ได้ ข้อมูลก็ไม่มี
concierge ในโรงแรมก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ความหิวของตัวเอง
ยอมก้มหน้าก้มตากินสปาเกตตี้ที่รสชาติหมาไม่แดกอย่างยอมรับชะตากรรม...
ด้วยเหตุนี้แหละครับ ที่พอผมไปเที่ยวกับบริษัททัวร์แล้ว ผมถึงได้ทึ่ง
ว่าบริษัททัวร์สมัยนี้ เค้าสามารถ “จัดให้” เราได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?
- ตอนเช็คอิน,
แน่นอนว่าทางบริษัททัวร์จะจัดการทุกอย่างให้คุณ
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกฏระเบียบของสายการบินและสนามบินด้วยครับ
เพราะสมัยนี้ บางแห่งไม่อนุญาตให้กรุ๊ปทัวร์โหลดกระเป๋ารวมกันได้แล้ว
คุณอาจจะต้องมีหน้าที่ไปโชว์ตัวที่เคาน์เตอร์ เพื่อแสดงว่าชั้นมาแล้วนะ...
ซึ่งยังไงคุณก็ไม่ต้องทำอะไรอีก นอกจากนั่งรอบอร์ดดิ้งพาส กับพาสปอร์ตของคุณ
ซึ่งบริษัททัวร์ที่มืออาชีพ จะสามารถจัดที่นั่งที่ดีให้คุณได้ ถ้าคุณไปกับครอบครัว
คุณก็จะได้นั่งแถวเดียวกัน ไม่ต้องแยกกระจายไปนั่งกันคนละฟากของเครื่องบิน
- เอกสารตรวจคนเข้าเมือง
ตรวจสุขภาพ ศุลกากร คุณไม่ต้องกรอกเอง
เพราะบริษัททัวร์จัดการให้ทุกอย่าง สมัยนี้เค้าพิมพ์ให้อย่างสวยงามเลยด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าพนักงานเค้าจะอ่านลายมือไม่ออก
- กระเป๋าของลูกทัวร์ทุกคน
จะมี tag สีจัดจ้านผูกไว้ให้สังเกตได้ชัด
ทัวร์ระดับมืออาชีพ มักจะส่งทีมเดินทางไปล่วงหน้าหนึ่งคน เพื่อไปรอรับกระเป๋า
(โดยเฉพาะประเทศที่มีไฟลท์บินจากไทยวันละหลายรอบ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น)
ดังนั้น เมื่อลูกทัวร์ไปถึงสายพาน กระเป๋าทั้งหมดจะถูกยกออกจากสายพานเรียบร้อยแล้ว
รอเพียงให้ท่านมารับกระเป๋าของท่านโดยไม่ต้องออกแรงยกเอง...
- คุณไม่ต้องลำบากการการซื้อตั๋วทุกประเภทระหว่างการเดินทาง
ไม่ต้องเมื่อยตุ้มคำนวณว่าแบบไหนถูกสุด แบบไหนคุ้มสุด เพราะทัวร์จัดการหมด
ไม่ต้องไปตบตีกับพนักงานขายตั๋ว หรือเครื่องขายตั๋วที่ใช้แสนจะยาก
เพราะคุณมาหน้าที่อย่างเดียวคือ สาวเท้าตามธงเหลืองที่หัวขบวนนั่นไป
- ข้อดีอเนกอนันต์ของการเที่ยวทัวร์คือ
คุณจะได้รู้ข้อมูลสถานที่เที่ยวอย่างละเอียด
ซึ่งมันสามารถสร้างอรรถรสในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้มากทีเดียว
- สิ่งนึงที่เป็นปัญหาของการเที่ยวคือ
เราอาจจะเจออาหารที่ไม่ถูกลิ้น
โดยเฉพาะการเที่ยวยุโรป ที่อาหารส่วนใหญ่ไม่ถูกลิ้นคนเอเชียอย่างเรา
ไกด์ทัวร์เขาก็มีบริการน้ำจิ้มสุกี้พันท้ายนรสิงห์ น้ำจิ้มไก่แม่ประนอม
ซอสพริกศรีราชา อันเป็นรสชาติที่คุ้นเคย และทำให้อาหารอร่อยขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์
- ลองคิดดูสิ
ว่าผมเคยกินอาหารทะเลที่ลียูมุน ที่ฮ่องกง โต๊ะนึงตั้งหลายหมื่น
ถ้าขาดน้ำจิ้มซีฟู้ดเด็ดๆที่ไกด์เตรียมมา ผมว่ามื้อนั้นจะหมดคุณค่าไปโดยปริยายเลยล่ะ
- หรือแม้แต่ข้าวต้มมื้อเช้าในโรงแรมประเทศจีน
ข้าวต้มนั้นอาจจะไม่ต่างจากบ้านเรา
แต่เครื่องเคียงนั้นอาจจะไม่เหมือนกันเลย ไกด์ทัวร์ก็ต้องเตรียมหมูแผ่น หมูหยอง
รสชาติที่เราคุ้นเคยอีกแล้วครับท่าน...
- ยิ่งถ้าไปทางยุโรป
ไม่กี่วันอาการคิดถึงอาหารเอเชียก็จะทวีความรุนแรง
ทัวร์บางที่เค้ามีมาม่าคัพรสต้มยำกุ้งไว้บริการด้วยซ้ำไป...
- ผมจึงไม่แปลกใจว่าตอนที่ผมไปกินไข่ดำที่โอวาคุดานิ
ประเทศญี่ปุ่น
ถึงตอนนั้นจะไม่มีทัวร์ไทย แต่ผมก็เห็นขวดซอสภูเขาทองขวดเล็ก
วางอยู่บนโต๊ะแถวนั้น พร้อมเปลือกไข่จำนวนมาก :D
เป็นหลักฐานชัดเจนว่า เพิ่งมีทัวร์ไทยมากินไข่ดำอย่างแน่นอน...
- แน่นอนครับ,
โรงแรมก็เป็นอีกเรื่องที่คุณไม่ต้องจัดการเองในทัวร์
ทัวร์ระดับมืออาชีพ จะอาศัยจังหวะช่วงที่คุณเที่ยวบริเวณใกล้ๆโรงแรม
ไปเช็คอิน เอากระเป๋าเข้าห้องให้คุณเรียบร้อย ทันทีที่คุณถึงโรงแรมตอนดึก
สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือ รับคีย์การ์ด แล้วเดินเข้าห้องได้ทันที!
- หัวหน้าทัวร์ที่เก่ง
จะรู้ว่าประเทศไหน มีสินค้าอะไรเป็นที่นิยม...
(ซึ่งของพวกนี้เดาไม่ยากหรอก เช่น ไปญี่ปุ่นก็โตเกียวบานาน่า
ซึ่งซื้อที่สนามบินจะประหยัดกว่าซื้อในเมือง เพราะประหยัด VAT 5%
หรือไปฮ่องกง เค้าก็จะรู้ว่า ถ้าอยากซื้อ bossini สาขาไหนของเยอะสุด ไรงี้)
เขาจะสามารถหาของที่คุณต้องการได้ โดยเราไม่ต้องควานหาเอง
และทัวร์ที่เก่งจริง จะสามารถหาทำเลที่คุณสามารถซื้อได้ถูกที่สุดด้วย
(อย่างเช่นถุงยาง 0.03 mm ที่ญี่ปุ่น ไกด์ทัวร์ผมสามารถระบุได้เลยด้วยซ้ำ
ว่าร้านไหนในตลาดอาเมะโยโกะขายถูกที่สุด... เค้าเชี่ยวกันถึงขนาดนั้น)
แต่...
ก็อย่าลืมว่า เมื่อคุณเลือกจะเที่ยวกับทัวร์...
มันก็มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องเจอกับเรื่องต่อไปนี้
- กรุ๊ปทัวร์คือการรวมตัวของคนที่ไม่รู้จักกัน
แต่ไปเที่ยวด้วยกัน
ดังนั้น คุณอาจจะเจอคนที่ไร้มารยาท ไม่รักษาเวลา เรื่องมาก ขี้บ่น
ซึ่งกว่าคุณจะรู้จักตัวตนคนเหล่านี้ เขาก็นั่งอยู่บนรถทัวร์คันเดียวกับคุณแล้วล่ะ...
- และแน่นอนว่า
ไกด์ทัวร์จะต้องปฏิบัติตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใครเป็นหลัก
หากเกิดปัญหาขึ้นในทัวร์ ไกด์ที่มือาชีพเค้าจะไม่เข้าข้างคุณนะครับ...
- จำไว้เสมอว่า
เมื่อมีคนจำนวนมาก ... นั่นหมายถึงความเป็นไปได้ที่คุณต้องรอ
ถึงลูกทัวร์ 29 คนจะนั่งพร้อมบนรถทัวร์แล้ว แต่คนสุดท้ายยังคงร่าเริง
อยู่ในซอกมุมหนึ่งของตลาด คุณก็จะต้องนั่งรอคนคนนั้นต่อไปอย่างช่วยไม่ได้
- คุณไม่มีทางรู้ล่วงหน้า
ว่าเมนูอาหารทั้งหมดในแต่ละมื้อจะออกมายังไง
เพราะในโปรแกรมทัวร์จะบอกไว้แค่ว่า “อาหารจีนชั้นหรู” หรือ “ราเม็งรสเยี่ยม”
กว่าที่คุณจะได้รู้ อาหารพวกนั้นก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว...
- และแน่นอน...
ถ้าคุณคิดจะสั่งอะไรเพิ่ม คุณก็ต้องจ่ายเพิ่มนะ
- รายได้ส่วนหนึ่งของบริษัททัวร์
ก็คือการพาลูกทัวร์ไปซื้อของ ไป outlet
คุณไม่มีสิทธิ์บอกว่า ชั้นไม่อยากไปซื้อหยก ชั้นอยากไปเดินถนนนาธาน
หรือ ชั้นไม่ได้สนใจจะซื้อชาลิ้นจี่ ทำไมต้องพาชั้นมาที่นี่ เสียเวลานะเนี่ย!
แต่คุณต้องทำใจ ว่านี่คือส่วนหนึ่งของธุรกิจบริษัททัวร์ ...
ถ้าเค้าไม่พาคุณมาซื้อของ เขาก็ไม่ได้ค่านายหน้า เขาก็อยู่ไม่ได้ แค่นั้นเอง...
- คุณไม่มีสิทธิ์กำหนดเวลาได้ว่า
คุณอยากเที่ยวที่ไหนนานกว่าที่ไหน
คุณอาจจะชอบชินจูกุ มากกว่าวัดอาซากุสะ แต่ถ้าคุณเที่ยวกับทัวร์
คุณมีเวลา 1 ชั่วโมงก่อนนัดเจอกันที่รถทัวร์ เท่ากันทั้งสองที่ ...ต่อรองไม่ได้
- ร้านอาหารเด็ดๆระดับเทพ
99%
ในโลกนี้ ไม่มีที่นั่งพอสำหรับให้ทัวร์ลง
- และแน่นอนที่สุด ...
ในประเทศไทย ยังมีบริษัททัวร์จำนวนมากที่ห่วยและไม่เป็นมืออาชีพ
ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องศึกษาก่อน หรือไม่ก็ตาดีได้ตาร้ายเสีย...
5.
ผมเชื่อว่าการท่องเที่ยวที่สนุก คือการท่องเที่ยวที่ setting เหมาะกับเราที่สุด
...สถานที่ที่เหมาะกับตัวเรา คิดดีๆว่าเราชอบเมืองที่มีสีสันจัดจ้าน
หรือชอบธรรมชาติสงบเงียบ หรือว่าชอบวัฒนธรรมประวัติศาสตร์โบราณ
...เพื่อนร่วมทริปที่เหมาะกับเรา ...ครอบครัว เพื่อน หรือแฟน หรือว่าใคร
ในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากไม่น้อยไป บางคนบอกว่ายิ่งมากยิ่งสนุก
บางคนบอกว่า ยิ่งมากคน ยิ่งมากเรื่อง ก็แล้วแต่เราจะคิด...
...แนวการเที่ยวที่เหมาะกับเรา ... จะบุกลุยกันขนาดไหน จะลำบากขนาดไหน
หรือจะรักสบายกันขนาดไหน ไม่มีใครมาบังคับเราไปเที่ยวได้ นอกจากตัวเราเองครับ
การเที่ยวกับบริษัททัวร์ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลยครับ ...
วัยรุ่นอย่างเราไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นมา backpack เพื่อให้ดูคูลขึ้น 20%
หากคุณเบื่อการเตรียมตัว การหาข้อมูล การไล่ล่าตั๋วเครื่องบินราคาถูก
ผมเชื่อว่าการเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีมากสำหรับคุณครับ
ปล. ธีมชุดหนาวของผมประจำทริปนี้มาแนวขาวดำเทาเกาหลีสุดๆ
อีรูปนี้ถ่ายบนภูเขาหิมะมังกรหยก นั่งรอกระเช้าขึ้นภูเขาประมาณ 3 ชั่วโมง
อากาศข้างบนแม่งหมอกลง หนาวสัด มองไม่เห็นเชี่ยไรเลยครับ
แถมใส่ขาเดฟไปตัวเดียว หนาวเหน็บไปจนถึงตะเข็บกางเกงใน!
ถ่ายรูปนี้เสร็จปั๊บ ผมนั่งกระเช้าลงทันที ...สรุปว่าอยู่บนภูเขา 10 นาที...
สาระเยอะจริงๆ
#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2009-11-08 17:44