...ถ้าผมต้องสอบ O-Net
posted on 24 Feb 2010 22:39 by bongtao in etc
1.
เมื่อเช้าตื่นสาย รถติด เลยเปิดวิทยุฟังคุณสรยุทธ์ทางคลื่น 105.5
พบว่าประเด็นเรื่องการสอบ O-Net กลายเป็นประเด็นสังคมที่น่าสนใจมาก
เนื่องจากมีข้อสอบหลายข้อ ที่เด็กร้องเรียนกันมาอย่างท่วมท้นล้นหลามว่า
คนออกข้อสอบมึงเอาหัวนมมารดามาออกหรืออย่างไร ... ประมาณนี้...
ลุงสรยุทธ์ก็เลยเอาตัวอย่างข้อสอบบางข้อมาออกอากาศ...
แต่ยังไม่ทันไร รายการดันโดนตัดเข้าข่าว 7 โมงเช้าไปเสียฉิบ
จริงๆเมื่อวานนี้ก็เริ่มเห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะใน exteen มี blog
ได้คอมเมนต์ปาเข้าไปเกือบ 500 เมนต์ (ส่วนนึงน่าจะเพราะที่ exteen เอง
ก็เป็นแหล่งชุกชมของเด็ก ม.ปลาย อยู่แล้วด้วย เลยเกิดโมเมนตัมสูงมาก)
แถมเว็บ drama-addict ก็ยังเอาไปลง
เลยยิ่งไปกันใหญ่เลยทีนี้...
วันนี้พอดีพอมีเวลา เลยไปลองขุดหาดูว่าข้อสอบ O-Net
ที่เกิดดราม่า
หน้าตามันเป็นเยี่ยงไร ก็พบว่า ... คนออกข้อสอบแม่งเซอร์เรียลมาก
จนอดคิดดีใจไม่ได้ว่า กูช่างโชคดีเหลือประมาณ ที่เอ็นท์ติดโดยไม่ต้องเจอ
ระบบเควี่ยๆ (ควายๆ+เหี้ยๆ) และข้อสอบอะไรแบบนี้ ...
2.
ค้นหาข้อมูลอยู่สักพักนึง ก็พอจะรวบรวมข้อสอบข้อที่ดราม่ามากๆได้หลายข้อ
เลยลองคิดว่า ถ้าผมต้องไปนั่งในห้องสอบ แล้วทำข้อสอบชุดนี้จริงๆ
ผมจะตอบข้อไหน โดยใช้ตรรกะอะไรมาเป็นเหตุผลสนับสนุน
เอาล่ะ... เปิดข้อสอบ แล้วเริ่มลุยกันเลยครับ
นางสาวนิดเป็นคนสวยมาก มีคนมาติดพันหลายคน
เธอชอบไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนชาย จนมีเพศสัมพันธ์กัน หลังจากนั้น
นางสาวนิดตั้งครรภ์ เธอไปปรึกษากับเพื่อนชาย เพื่อนชายบอกให้เธอไปทำแท้ง
นางสาวนิดทำแท้งและเสียชีวิต
คำถาม: ทำไมนางสาวนิด ถึงมีเพื่อนชายมาชอบหลายคน
1.นางสาวนิดสวย
2.นางสาวนิดเป็นคนอัธยาศัยดี
3.นางสาวนิดปฏิเสธไม่เป็น
4.นางสาวนิดชอบเที่ยวกลางคืน
ก่อนอื่น,
อีนิดนี่ใครเนี่ย ... ฟังดูเป็นผู้หญิงสำส่อนใจง่ายเหลือเกิน
อ่านอัตชีวประวัติแล้วสงสารนะเนี่ย
เหมือนเป็นคนสวย เป็นหญิงเริงเมืองเลือกได้ แล้วในที่สุดก็ชีวิตดำดิ่ง
หันหน้าเข้าด้านมืด
และตายในที่สุด ... คนแต่งโจทย์นี่ควรจะหยุดออกข้อสอบ แล้วไปเขียนบทละครช่อง 7
เรื่องใหม่ให้น้องแพนเค้กเล่นนะ รับรองว่าเรตติ้งพุ่งทะเลหลังคาบ้านชัวร์
ถ้าวิเคราะห์โจทย์และตัวเลือกทั้งสี่แล้ว
ผมคิดว่าทุกข้อมีความเป็นไปได้พอๆกันเลยนะ
ทั้ง 4 อย่างเป็นปัจจัยที่สามารถทำให้ผู้ชายมาติดได้ทั้งนั้น จริงมะ ...
แต่ถ้าคิดด้วยตรรกะว่าไม่ควรตอบด้วยตัวเลือกที่ out of scope
หรือใช้ข้อมูลที่โจทย์ไม่ได้ให้มา
(not given) เราจะตัดช้อยส์ข้อ 2 และ 3 ออกได้ทันที
เพราะโจทย์ไม่ได้บอกเลย
ว่านิดเป็นคนอัธยาดีขี้เล่นเป็นกันเองหรือเปล่า
และเธอปฏิเสธคนหรือเปล่าก็ไม่ได้บอก
ตอบไปก็นับว่าขี้จุ๊เพ้อเจ้อคิดไปเองทั้งนั้นอะ ...
เหลือข้อ 1 บอกว่านิดเป็นคนสวย ซึ่งก็ฟังเข้าเค้านะ คนสวยน่าจะมีคนมาชอบหลายคน
แต่ถ้าคิดให้ลึกกว่านั้น ถ้าเธอสวย แต่เธอนมเล็ก หรือตีนเหม็น
คนจะยังชอบอยู่ไหมวะ?
หรือถ้าเธอสวย แต่เที่ยวกลางคืนแล้วกินเหล้าเมาเป็นหมา ผู้ชายจะยังชอบไหมวะ?
...น่าคิดอยู่เหมือนกันนะ ...
ส่วนข้อ 4 บอกว่าเธอชอบเที่ยวกลางคืน ซึ่งโจทย์ก็บอกชัดเจนว่าไปเที่ยวกับเพื่อนชาย
ก็น่าจะเป็นเหตุผล support ที่ดีว่าทำไมถึงมีเพื่อนชายมาชอบกันหลายคน
ก็เธอไปเที่ยวด้วยกันนิ
แต่ในที่นี้ ก็ไม่ได้บอกอีก ว่าที่เธอไปเที่ยวกลางคืนเนี่ย เธอไปทำอะไร ...
เธออาจจะไปนั่งถักนิตติ้งอยู่มุมร้าน หรือไม่ก็ก้มหน้าก้มตาเล่น BB กับเพื่อน
ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจผู้ชายอื่นใดเลยก็เป็นได้นะ ...
สรุป ... ถ้าตอบข้อนี้ ผมจะตอบข้อ 1 ครับ เพราะสุดท้ายแล้ว แม่งเป็นเรื่องจริงของมนุษย์โลก
ผู้ชายย่อมชอบผู้หญิงสวยเป็นปกติ โจทย์ก็ไม่ได้บอกว่านิดจะคบผู้ชายกันแบบจริงจัง
รักจริงหวังแต่งอะไรขนาดนั้น แค่หน้าสวยอย่างเดียวก็น่าจะพอสำหรับ one
night stand แล้ว
คำถาม: ข้อใดเป็นการแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียนที่ดีที่สุด
1. หยุดเรียนไประยะหนึ่งเพื่อคลอดลูก
2. ทำแท้งเพราะไม่สามารถเลี้ยงดูได้
3.ลาออกจากโรงเรียนแล้วหางานทำเพื่อเลี้ยงลูก
4.แจ้งความเพื่อหาผู้รับผิดชอบ
ข้อนี้แม่ง abstract มาก
เพราะตามหลักสูตรที่ผมเรียน ม.ปลาย
ตอนนั้นยังไม่มีพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงขนาดเอามาออกข้อสอบได้เลย
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า เราควรจะตอบตามสถานการณ์จริง หรือตามทฤษฎีที่สอนในหลักสูตรวะ?
ข้อ 1 ที่ให้หยุดเรียนไปคลอดลูก อันนี้ผมว่าเป็นช้อยส์ที่ practical ที่สุดนะ
เพราะแม่งจะมีเด็กนักเรียนที่ไหนวะ...
ที่มันจะแบกหน้าและท้องโย้ๆนั้นไปโรงเรียนน่ะ
แล้วถ้าไม่หยุดเรียน เกิดลูกไหลกลางห้อง งามไส้โรงเรียนลงไทยรัฐกันอีกทีนี้ ...
โอเค ... น่าสนใจ งั้นเก็บช้อยส์นี้ไว้ก่อน
ข้อ 2 ช้อยส์นี้แปลกๆ เพราะอนุมานเหมารวมไปได้ไงว่าเลี้ยงดูไม่ได้
จริงอยู่ว่าตัวแม่อาจจะยังเด็ก แต่ถ้าเกิดเธอดันเป็นเด็กใจแตกในตระกูลโคตรรวยล่ะ?
ประมาณว่าฐานะการเงินเพรียบพร้อม พ่อแม่เธอก็ว่างและพร้อมจะให้อภัย
ทำให้ต้องไปทำแท้งมิทราบ ... อันนี้ไม่ต้องพูดเรื่องกฏหมายเลยนะ ตัดช้อยส์ทันที
ข้อ 3 อันนี้มาตรงกันข้าม ทำเป็นอองซานซูจีวัลลีโอชิน คือเป็นหญิงสู้ชีวิตมาก
ถูกคนออกข้อสอบอนุมานมาก่อนเลยว่า ถ้าอีหนูนี่มันท้องก่อนแต่ง แสดงว่าเอ็งจนแน่นอน
ต้องลำบากตรากตรำออกมาทำมาหาเลี้ยงลูกเอง โดยไม่สามารถเป็นสิ่งมีชีวิต
อยู่ในระบบนิเวศที่เรียกว่าสถานศึกษาได้อีกต่อไปแล้ว ... ไร้สาระ ไร้ตรระกะมาก
ตัดทิ้ง
ข้อ 4 แจ้งความ... แจ้งเพื่อ ? ... และแจ้งในข้อหาอะไรวะ? ข่มขืนเหรอ?
ช้อยส์ข้อนี้ขัดแย้งกับโลกความจริงมากๆ
เพราะของพวกนี้ก็น่าจะรู้กันว่าตัวพ่อคือใคร
สิ่งที่ควรทำ คือฟ้องพ่อ แล้วให้ป่าป๊าเอาปืนไปยิงแสกกบาล
หรือไปลากหัวจากบ้านมันมา
ตำรวจไทยช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้วจ้ะเรื่องนี้ ...
สรุป ...ถ้าเป็นผม ผมตอบข้อ 1 ลาไปคลอดลูกนะ ดูไม่ดราม่าและสมจริงที่สุดแล้ว
คำถาม: นักเรียนอยากคบเพื่อนแบบใด
1. เอื้อเฝื้อเผื่อแผ่
2. เอาใจเข้ามาใส่ใจเรา
3. อัธยาศัยดี
4. มีน้ำใจ
ผมไม่แน่ใจว่าโจทย์ที่เห็นในเนท
คัดลอกมาจากข้อสอบจริงเป๊ะๆทุกคำเลยหรือเปล่า
ซึ่งถ้าคัดมาเป๊ะๆ แบบไม่ได้เปลี่ยนคำไปแม้แต่คำเดียว
ก็นับว่าข้อนี้เป็นข้อสอบที่ระย้ามาก
เพราะบอกว่านักเรียน “อยาก” คบเพื่อนแบบไหน
ซึ่งเป็นเรื่องของความเห็นและรสนิยมล้วนๆ
ไม่สามารถตัดสินได้เลยว่าอะไรจะผิดอะไรจะถูก ...และถึงแม้ว่าจะบอกว่า “ควร” คบแบบไหน
อีช้อยส์ทั้ง 4 ข้อที่ให้มานี่แม่งก็โคตรเพื่อนเทพเลยนะ
หาได้ขนาดนี้ก็คบๆแม่งไปเหอะว่ะ
คือ นึกไม่ออกจริงๆว่า เพื่อนแบบไหนดีกว่ากัน และที่สำคัญคือ ทั้งสี่ข้อ
มันแทบจะเหมือนกันเลยนะ โดยเฉพาะข้อ 1,3,4 เนี่ย
อ่านเร็วๆแทบไม่ต่างกันเลย
ถ้าต้องมั่วจริงๆในข้อนี้ ผมจะมั่วข้อ 2 เพราะมันเป็นข้อเดียวที่ดูหลุดออกมาจากกลุ่ม
คือมันดูเป็นความเข้าใจความรู้สึกของฝั่งตรงข้ามน่ะ ว่าการคบกันมันต้องเข้าใจด้วย
ว่าเพื่อนเรารู้สึกยังไง อย่าไปทำไม่ดีใส่เค้านะ ต้องคิดด้วยว่าถ้าเป็นเรา
เราก็ไม่ชอบ ไรงี้
คำถาม: ถ้านักเรียนจะจัดงานแสดงนาฏศิลป์ที่สยามพารากอนจะจัดงานแสดงแบบใด (หาช้อยส์ไม่ได้...)
คำถามนี้เอาใจเด็กกรุงเทพฯเกินไปหรือเปล่า
ถ้าเด็กนครพนมทำข้อสอบข้อนี้
เค้าจะรู้จักมั้ยว่าสยามพารากอนเป็นยังไง หน้าตายังไง อยู่ตรงไหนของกรุงเทพ?
ถ้าเกิดเด็กต่างจังหวัดเข้าใจว่าพารากอนเป็นห้างแบบบิ๊กซี งานนาฏศิลป์ก็ควรเป็น
ดนตรีฮิปฮอปประกอบจังหวะเต้นแอโรบิก อย่างที่เค้าจัดเต้นกันหน้าห้างตอนเย็นๆนั่นแหละ
ที่น่าสงสัยคือ ทำไมต้องสยามพารากอน? ...เพราะมันดู specific มากเลยนะ
ถ้าผมวิเคราะห์ตามแบบนักการตลาด สยามพารากอนเป็นห้างที่เจาะกลุ่มคนรวย high
end
(ถึงแม้ว่าในความจริง ห้างนี้จะมีแต่สก๊อย แว๊นส์
และคนลากรองเท้าแตะเดินไปมามากมาย)
ดังนั้น ถ้าจะจัดงานให้สมกับความเป็นสยามพารากอน ก็ควรเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง
หรูหราไฮโซ
เช่น โอเปร่าประกอบจินตลีลา อะไรประมาณนี้ จะได้เหมาะสมกับ positioning ของห้างเค้า
อย่างน้อยถ้าเอาการแสดงไก่กาอาราเล่มาแสดง ทางห้างเค้าจะให้แสดงเรอะ!
(ใครที่รู้ว่าช้อยส์ข้อนี้มีอะไรบ้าง โปรดบอก เพราะอยากรู้ว่าคนออกข้อสอบคิดยังไง)
คำถาม: สีที่แสดงถึงความรักคือสีอะไร
1.สีแดง
2.สีชมพู
3………..
4………….
คือ ถ้าคำถามข้อนี้ออกช้อยส์มา เป็นสีที่เลือกง่ายๆ เช่น แดง ดำ เขียว เหลือง
มันก็คงไม่ยากใช่มะ แต่มันดันมีทั้งสีชมพู กับสีแดง นี่สิ ...อันไหนล่ะทีนี้
ถ้าเป็นผม ผมเลือกสีชมพูนะ เพราะผมคุ้นชินกับคำว่า “โลกสีชมพู” เวลาอินเลิฟ
สีแดงมันดูรุนแรง เลือดสาดยังไงไม่รู้ว่ะ เวลาให้การ์ด ถ้าเป็นสีแดงก็ดูตรุษจีนยังไงไม่รู้
ท่าทางข้อนี้ คนออกข้อสอบจะไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่า Love is color blind.
คำถาม: การประพันธ์เพลงที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรม
บาโรค คือข้อใด
1.Etudy No.1 in D major
2.Mazurka in F major
3.Suite No.1 in C major
4.Madrigal Comedy, op.1
คำถามข้อนี้ตอบไม่ได้จริงๆว่ะ
คนออกข้อสอบไปหาอะไรมาออกวะเนี่ย สุดยอดมาก
ดนตรีคลาสสิกอย่างมากกูก็รู้จักแค่ Vivaldi นี่แหละ เจอข้อนี้เข้าไปมั่วแน่นอน
แต่ถึงจะมั่วยังไงก็ต้องมีหลักการนะครับ อย่างเช่นข้อแรกเนี่ย ตัดทิ้งก่อนได้เลย
เพราะ Etudy ชื่อมันคล้ายๆกับยี่ห้อเครื่องสำอางแถวเกาหลี
ก็ไม่น่าจะใช่นะ
ข้อ 2 ชื่อดูดีนะ มาชูก้าอะไรเนี่ย เก็บไว้ๆ ส่วนข้อ 3
นี่ชื่อเป็นห้องซูวีทในโรงแรม
น่าจะหลุดไปแถวๆสวิส ไม่น่าเกี่ยวกับบาโร้ค อันสุดท้ายนี่มี comedy ด้วย อะไรอะ
การแสดงแน่ๆ ไม่ใช่เพลงแน่ๆ ... สรุป มั่วข้อ 2 ครับ ฮ่าๆ
ปล. ข้อนี้ใครทราบคำตอบช่วยเฉลยด้วยนะ ถ้าใครตอบได้ในห้องสอบ
ขอคารวะเลยว่ะ ว่าโคตรเก่ง :D หรือว่ามันมีสอนในหลักสูตรด้วยเหรอเนี่ย
สงสัยต่อไปหลักสูตรดนตรีไทย อาจจะต้องมีแนะนำสมาชิกนักร้องเกาหลีแหงๆ
สื่อใดมีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น (ข้อสอบปี 2552)
1.หนังสือ
2.โทรทัศน์
3.อินเตอร์เน็ท
4.วิดีทัศน์
ข้อนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ...
เพราะคำว่า “มีผล” นั้นมันกำกวมมากจริงๆ
มันอาจจะหมายถึง เป็นการกระตุ้น เหนี่ยวนำ ให้เกิดกำหนัดอยากมีเพศสัมพันธ์ก็ได้
หรือแปลว่า ทำให้พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นเปลี่ยนไป ...
(ส่วนเปลี่ยนไปยังไง อันนี้ไม่ทราบ อึดขึ้น ถี่ขึ้น อะไรงี้เหรอ
...ไม่รู้เหมือนกันนะ)
ถ้าตัดสินว่า สื่อ 4 อย่างนี้ อะไรน่าจะมีผลต่อวัยรุ่นมากที่สุด
ผมคงตัด วิดิทัศน์ออกเป็นอย่างแรก เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครดูวิดิโอโป๊กันอีกแล้ว
ถึงช้อยส์ข้อนี้จะรวม CD DVD หรือแม้แต่ Bluray Disc ก็ไม่มีอันไหนสู้ Bittorent ได้อยู่ดี
คาดว่าคนออกข้อสอบน่าจะเกิดในช่วงที่ตอนเด็กๆยังต้องแอบไปฉกวิดิโอโป๊ในห้องนอนป๊า
แล้วแอบเอามานั่งดูปิดเสียงเงียบๆตอนตีสอง ล้าสมัยไม่อัพเดทอย่างแรงนะครับ
ส่วนข้อ 1 หนังสือก็น่าจะตัดออก เพราะเดี๋ยวนี้หนังสือโป๊ก็ได้รับความนิยมลดลง
เข้าถึงยาก และมีต้นทุนแพงกว่าโทรทัศน์และอินเตอร์เนทอยู่ดี ...
ระหว่างโทรทัศน์ และอินเตอร์เนท อะไรน่าจะมีผลต่อเพศสัมพันธ์มากกว่ากัน
อืม ... ถ้าเป็นผม ผมเลือกอินเตอร์เนทนะ เพราะโทรทัศน์บ้านเราเนี่ย เอาเข้าจริง
มันจะเหนี่ยวนำอารมณ์ทางเพศได้สักแค่ไหนเชียว ก็แม่งชิซึกะอาบน้ำยังจะเซนเซอร์
เห็นหน้าอีป้าระเบียบรัตน์นั่น มีแต่จะหมดอารมณ์ทางเพศซะมากกว่านะ ...
ถึงละครหลังข่าวจะเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้ชายสามารถข่มยืนผู้หญิงได้อย่างเป็นทางการ
แต่ผมก็ไม่คิดว่าการดูละครหลังข่าวจะทำให้คนลุกไปเอากันได้ทันทีแหละนะ
เพราะจะถึงฉากที่พระเอกนางเอกจะโอโบ๊ะจะมะกันทีไร กล้องมันก็แพนไปที่โคมไฟทุกที
ส่วนอินเตอร์เนท ถ้าพิจารณาที่ content ผมว่ามัน hardcore
มากกว่าโทรทัศน์เยอะ
พูดกันตรงๆคือ จิ๋มเป็นจิ๋ม นมเป็นนม ฟรีก็ฟรี
และก็ไม่ได้หาดูยากอะไรตรงไหนเลยด้วย
แถมเดี๋ยวนี้ยังมีทั้งแบบถ่ายทอดสด แบบคลิป camfrog และอื่นๆอีกมากมาย
...
ดังนั้น เป็นผม, ผมตอบข้อ 3 อินเตอร์เนท
3.
ยังมีคำถามอีกหลายข้อที่เกิดดราม่าขึ้นอย่างรุนแรง เช่น
ให้สถานการณ์มาว่า ต้องจัดโต๊ะกับข้าวให้แม่ หรือให้ฝรั่ง
ซึ่งไม่ใช่แค่จัดอาหารกับผลไม้ แต่ท่านล่อถามไปถึงสีผ้าปูโต๊ะ กับดอกไม้บนโต๊ะ!
ใครอยากเห็นข้อสอบข้ออื่นๆ ก็ลองตามลิงก์ที่ผมแปะไว้ท้ายเอนทรี่นะครับ
ได้ข่าวมาว่า ตอนนี้น้องๆกำลังรวมพลังท้าชนกระทรวงศึกษาธิการกันอยู่
ซึ่งล่าสุดก็น่าจะได้ผลในระดับนึง เพราะคุณลงสรยุทธ์ก็หยิบประเด็นไปทำข่าวแล้ว
เห็นว่าอีกทางนึงคือ จะ tweet ไปบอกวู้ดดี้เกิดมาคุย ซึ่งผมว่าอันนี้สนุกกว่าแน่นอน
ลองคิดดูว่าถ้าเชิญเจ๊อุทุมพร (จำตำแหน่งไม่ได้) มาออกรายการ แล้วถามคำถาม
แต่ละข้อ แต่ไม่ได้อยากให้ถามว่าคำตอบของโจทย์คืออะไร
ผมอยากให้ถามว่า ข้อสอบข้อนี้ออกมาเพื่อวัดอะไรในตัวเด็ก?
ก็น่าสนใจนะครับ ว่าเจ๊แกจะตอบเด็ก ม.ปลาย ทั้งประเทศออกสื่อว่าอะไร
ส่วนดราม่าระดับชาตินี้จะจบยังไง ติดตามชมกันต่อไปนะเธอว์

ข้อสอบรวบรวมมาจาก
- http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1604515
- http://drama-addict.com/?p=8541
- twitter ของ @arjin


สงสารตัวเอง..
ทำไม่ได้เหมือนกัน
ขนาดไม่ได้สอบนะคะเนี่ย เจอเข้าไปงี้นี่แบบ...
ข้อที่เป็นสีแห่งความรักอ่ะค่ะ มันจะมีตัวเลือกอีกตัวคือ สีดำ
ซึ่งตามหลักกามนิต(มั้ง) จะเปรียบความรักเป็นเป็นศอพระศิวะ
น่าจะให้เจ๊มาพูดประกาศซักนิด ว่าผ้าปูโต๊ะบ้านแกสีอะไร อยากรู้จริงๆ
#1 By ZZereine on 2010-02-24 22:54