cambodia

ใครผิด ...? (อัพเดทอีกเคส)

posted on 24 May 2008 09:34 by bongtao  in cambodia

1.
สวัสดีเช้าวันเสาร์ครับ
เป็นเช้าวันเสาร์ที่น่าหงุดหงิดมากสำหรับผมทีเดียว
เมื่อคืนผมนั่งดู
Desperate Housewives 9 ตอนรวดอย่างสนุกสนาน
หลังจากซื้อ
DVD Boxset มาร่วมปี แต่ไม่ได้มีโอกาสดูเสียที
โอ้ว พระเจ้าชิท
! ซีรีส์อะไรเนี่ย ทำให้ผมติดสัดๆเลยครับ
(
I mean it’s so damn addictive! - - - not the way you think!)

ด้วยความเหนื่อย+เพลีย ผมนอนหลับโดยไม่ได้อาบน้ำตอนตีหนึ่ง
ตื่นเช้ามาก็จัดการอาบน้ำแปรงฟัน จัดการความโสโครกที่สะสมไว้
เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้า หมายจะเปลี่ยนชุดไปทำงานตามปกติ
แล้วผมก็ต้องอึ้ง ตะลึงตาค้าง เหมือนสามีที่เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเจอชายชู้
แอบซ่อนอยู่ ส่วนเมียยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่มุมห้อง มีแต่ผ้าปูเตียงปิดกาย

ผมพบเสื้อเชิ้ตตัวเก่งที่ผมใส่ในวันที่เดินทางมาเขมร
ถูกแขวนอยู่แบบ
inside out หลังผ่านการซักเพื่อรอการรีดให้เรียบ
มันถูกแขวนเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับมันเลย

แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ มันมีคราบหมึกปากกาสีน้ำเงินสด
เปื้อนเต็มเสื้อตัวนั้นไปหมดตั้งแต่ปก แขน หรือด้านหลัง ...

แต่มันก็ยังถูกแขวนไว้ในตู้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
ราวกับว่าหมึกพวกนั้นคืดลวดลายที่พิมพ์ติดกับเนื้อผ้าอยู่แล้ว

แต่นี่มันเสื้อเชิ้ตสีขาว ลายทางสีแดงดำโว้ย!

เกิดอะไรขึ้น? ผมรีบสำรวจกางเกงในกับกางเกงขายาวที่ส่งซักพร้อมกัน
แต่ก็พบว่าทุกอย่างปกติ ไม่มีคราบอะไรแปดเปื้อน

ผมเดินไปดูที่เครื่องซักผ้าหลังห้อง เปิดฝาขึ้นมา
ก็เห็นคราบหมึกเป็นปื้นหนาๆแห้งกรังติดอยู่ในถังซักผ้า

ผมเริ่มหาหลักฐานบริเวณ
crime scene ทันที
และก็พบหลักฐานอย่างไม่ยาก มันคือปากกาลูกลื่น (ด้ามเก่ง)
ในสภาพโดนคนร้ายหักคอเป็นสองท่อน แต่ไม่มีไส้ปากกา
!

จากประสบการณ์ที่อ่านโคนันมาตั้งแต่ ป.6 (แต่มันไม่จบเสียที - - เลิกอ่านไปแล้ว)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ วันแรกที่ผมกลับมาพักที่พนมเปญ
ผมเพลียมากเพราะต้องตีสี่เพื่อมาขึ้นเครื่อง ลงเครื่องปุ๊บ เข้าออฟฟิศปั๊บ
ตามด้วยประชุมยาวเหยียด และ
personal talk session กับนายที่นี่
ที่พูดถึงความชิบหายวายวอดของบริษัทจากการที่ผมพักร้อนไปญี่ปุ่น 1 อาทิตย์

...เมื่อเลิกงาน กลับถึงห้อง ผมไม่สนใจอะไรแล้ว
ถอดเสื้อลงตะกร้า แล้วมานั่งชงชาร้อนๆกินแก้วนึง
อาบน้ำ ... แล้วเข้านอนทันที ...

ก่อนที่ผมจะทิ้งเสื้อลงตะกร้า ผมคงลืมหยิบปากกาออกจากกระเป๋าเสื้อ

และนังแม่บ้านที่มาซักเสื้อ ก็คงยกตะกร้าผ้าเทลงถังซักทันที
... ทุกอย่างคงเกิดขึ้นเป็นฉากๆตามนี้ ...

2.
เช้านี้จึงเป็นการนั่งรถที่น่าหงุดหงิดใจสำหรับผมมาก
หนึ่ง
หงุดหงิดที่ต้องเสียเสื้อเชิ้ตและปากกาที่ผมรักมากไป
สอง
หงุดหงิดที่ไม่รู้ผมต้องทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์นี้

ของสองอย่างนี้ มูลค่ารวมกันมันก็
ไม่กี่บาท หรอกครับ
ราคาของมันไม่ได้แพงจนยากเย็นต่อการซื้อใหม่หรอก
แต่ผมแค่รู้สึกว่า ผมเสียมันไปในวิธีและเวลาที่ไม่พึงประสงค์

ถ้าผมลืมปากกาไว้จริง
ผมเองก็มีส่วนผิดในเหตุการณ์นี้ด้วย
แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง ว่านี่เอ็งเป็น
serviced apartment นะโว้ย
กะอีแค่การซักผ้า ยังไม่รู้จักการแยกวัตถุแปลกปลอมออกก่อนเหรอ
...ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจอีก ว่าผมคาดหวังมากเกินไปหรือเปล่า

ใครที่เข้ามาอ่านเอนทรี่นี้ ช่วยตอบคำถามผมหน่อยครับ
1. จากเหตุการณ์นี้ ใครควรจะต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสีย
เสื้อเชิ้ตและปากกาอันเป็นที่รักของผมไป --- ผม หรือนังแม่บ้านนั่น?
2. ผมจะมีเวลาได้เจอกับเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศของอพาร์ทเมนต์
ช่วงเย็นนี้ ผมควรทำอย่างไร --- ควรไปวีนแตกเรียกร้องค่าเสียหาย
หรือว่า แจ้งให้เขาทราบในสิ่งที่เกิดขึ้น .... แล้วทำใจ
หรือว่า ไม่พูดอะไร เดินขึ้นห้องไปตามปกติ แต่จ้างคนไปดักตบนังแม่บ้านทีหลัง?
3. คราบหมึกปากกาที่แห้งกรังเป็นปื้นหนาอยู่ในถังซักผ้า
ถ้าผมเอาผ้าขาวลงไปซักครั้งต่อไป มันมีสิทธิ์จะร่อนหลุดมาเลอะเสื้อผมมั้ย?
ข้อนี้ผมกลัวมาก ไม่อยากเสียเสื้อตัวอื่นไปอีก...ทุกวันนี้เสื้อไม่พอใช้แล้ว
เพราะต้องแบ่งเสื้ออย่างละครึ่งไว้ที่เขมรกับไทย

ขออภัยที่มาขัดจังหวะความสนุกของมหากาพย์ทริปญี่ปุ่น
แต่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ...

3.
แหม... บทจะได้เขียนเรื่องนี้ มันก็มีเรื่องให้เขียนอีกแหะ
เมื่อกี้เกิดปัญหาขึ้นสดๆร้อนๆครับ ผมกำลังจองตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทย
ซึ่งตอนนี้ ผมจะซื้อตั๋วจากฝั่งกัมพูชาครับ กล่าวคือ...
ขาไปในตั๋ว จะเป็น พนมเปญ - กรุงเทพฯ
ขากลับในตั๋ว จะเป็น กรุงเทพฯ - พนมเปญ
เพราะราคาตั๋ว round trip ที่กัมพูชานี่ราคาถูกกว่าไทยมากพอสมควร
พอผมมาเขมรอีกที ผมก็จะต้องซื้อตั๋วใบใหม่ไปเรื่อยๆ นึกภาพออกแมะ

ซึ่งครั้งนี้ผมมาอยู่ที่กัมพูชาแค่ 5 วัน เลยต้องรีบซื้อตั๋วใหม่ทันที
เมื่อกี้เด็กที่ออฟฟิศก็พรินต์ e-ticket ออกมาให้ ผมก็เช็คความถูกต้อง
ปรากฏว่า ตั๋วพิมพ์นามสกุลผมพิดไป 3 ตำแหน่ง!!! ไม่ใช่น้อยเลยนะนั่น!

ปัญหาคือ ทางเอเจนซี่ issue ตั๋วออกมาเรียบร้อยแล้ว
การแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง ย่อมมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น
ซึ่งค่าธรรมเนียมที่ว่ามันตั้ง 55 US$ (ประมาณ 1,800 บาท)

มันเป็นการพลาดที่ไม่น่าพลาดน่ะ เพราะเด็กคนนี้ก็จองตั๋วให้ผมมา 7-8 ครั้งแล้ว
ไหงอยู่ดีๆ คราวนี้มาสะกดนามสกุลผมผิดไปตั้ง 3 ตำแหน่ง

ถามอีกครับ ... ว่าเคสนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง
สำหรับผมเนี่ย 55 US$ ผมจ่ายได้ไม่มีปัญหาหรอกครับ
เพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินผมเบิกบริษัทได้ทั้งหมด ...
ขนาดรวมค่าธรรมเนียมไปแล้ว ราคามันก็ยังถูกกว่าเมืองไทยอยู่ดี

... ผมผิดเหรอ...ผมจำเป็นต้องจ่ายเงิน 55 US$ ให้คนที่ทำผิดหรือเปล่า
ในโลกแห่งความถูกต้อง, ใครๆก็คงบอกว่า เด็กคนนั้นผิด เด็กคนนั้นต้องจ่ายสิ

แต่... as the matter of fact... เด็กคนนั้นเงินเดือนไม่ถึง 200 US$
ซึ่งถ้าเด็กคนนั้นต้องชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้น นั่นหมายถึงเขาจะถูกทำโทษ
ด้วยการตัดเงินเดือนประมาณ 30% ของเงินเดือนเขา ...

เป็นคุณ คุณจะทำยังไงครับ?

ปล. ปิดโหวตเวลา 17.00 น. วันนี้ครับ
ปล.2 เย็นนี้จะไปดู
Desperate Housewives ต่ออีก 9 ตอนครับ
จะไม่ลุกออกจากทีวี ยกเว้นลุกไปต้มมาม่ากิน ...