how to speak English with Chinese...
posted on 07 Mar 2007 19:20 by bongtao in office18.50 น. ยังอยู่ที่ออฟฟิศ
เขียนย้อนหลังเมื่อวาน ...
เมื่อวานรู้สึกถึงความเหนื่อย ซึมซาบไปถึงอณูของรูขุมขน
ตั้งแต่หัวนมไปจนถึงหัวแม่ตีน ... เหนื่อยแบบแทบขาดใจตาย
ความเหนื่อยทั้งหมดเกิดมาจากคนจีนสองคน กับคนขับรถสิบล้ออีกคน
พี่ใหญ่โทรเข้ามือถือตั้งแต่วันอาทิตย์ ว่าจะมีแขกชาวจีนจะมาติดต่อ
ขอซื้อปูนเพื่อไปสร้างเขื่อนที่เขมร ให้จัดการไปรับ และรับรองด้วย
พอเช้ามาวันอังคาร ก็เลยต้องรีบจองห้องประชุม จองรถไปรับที่โรงแรม
ระหว่างที่นั่งรถ (ไปคนเดียว...) ก็ซ้อมพูดแนะนำตัว เตรียมนามบัตร
ท่องสคริปต์เป็นช๊อตๆ ว่าเจอหน้าแล้วก็ต้องพูดอะไรบ้าง ...
ด้วยความรถติดนรกของกรุงเทพฯ ไปถึงโรงแรมแบบตรงเวลานัดพอดีเป๊ะ
บอก concierge ให้โทรขึ้นห้องพักไปตามหน่อย ปรากฎว่าคุณเจ๊กแกลงมาแล้ว
เอา... ชิบหายแล้ว ... แล้วมันคนไหนละวะ ...ไอ้เราก้อมองๆไปรอบล๊อบบี้
โหย ...ไอ้ห่าน ... แม่งจีนทั้งโรงแรมเลยมึง ...
หยิบมือถือขึ้นมากด sms ดูชื่อแขกอีกที...อืม ...มิสเตอร์หลิว ...
หลังจากนั่งนิ่งๆอยู่ที่ล๊อบบี้อยู่หลายนาที สังเกตว่ามีคนจีนสองคน
นั่งอยู่ที่ทิศ 8 นาฬิกา ทำท่าทางเลิ่กลักกระสับกระส่ายคล้ายลักลอบขนยาบ้า
เลยตัดสินใจเดินเข้าไปทักด้วยภาษาอังกฤษ สำเนียงประดิษฐ์สุดริด
"excuse me... are you Mr.Liu?"
อีตาเจ๊กนั่นหันมาพยักหน้าหงึก "Ahh... yes... i'm Liu"
"Great! ... nice to meet you... I'm Chainut coming from *********
to pick you up to my company ... and here's my namecard"
หยิบนามบัตรยื่นอย่างสวยงาม ...
ตาหลิวเจอภาษาอังกฤษปืนกลของกูเข้าไป อึ้งไปนิดนึง ...
พอตั้งตัวได้ ก็แนะนำแขกอีกคนให้รู้จัก (เอ๊า ... ไหนบอกมีคนเดียวไงวะ)
หน้าตาไม่ต่างกันเล้ย แถมดันชื่อหลิวเหมือนกันอีก ... เออ เอาเข้าไป...
ก็แนะนำตัวพอหอมปากหอมคอ ก็ลากขึ้นรถตู้กลับออฟฟิศกันไป
ระหว่างทางก็ชวนคุย ถามรายละเอียดเรื่องที่จะคุยไปด้วย พอไปถึงออฟฟิศ
จะได้บรีฟให้นายฟังส่วนนึงไปเลย ...แต่ปรากฎว่า มันพูดด้วยภาษาอังกฤษ
สำเนียงที่ฟังยากมาก ประมาณว่า ที่แย่ที่สุดของคนเขมรยังฟังรู้เรื่องมากกว่า
คือเสียงมันจะงึมๆงำๆ เหมือนคนไม่มีลิ้นไก่ แล้วพอมันนึกคำไม่ออก
มันก็จะเอ่อไว้ก่อน ประมาณว่ากว่าจะจบประโยคนึง มันเอ่อไป 10 กว่าเอ่อ
มันเอ่อจนล้นไปถึงไหนแล้วว้อย ...
เพียงเท่านั้นแหละ ... เราก็รู้ถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว
ว่าการเจรจาธุรกิจครั้งนี้ คงไม่ราบรื่นแน่นอน เพราะคะแนน TOEIC 9XX คะแนน
แม่งไม่ได้ช่วยให้กูมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ...
พอเข้าห้องประชุม พี่ใหญ่ก็เข้ามาด้วย ก็ช่วยกันงง หน้าตาเหลอหลากันสุดริด
pardon กันทุกนาที จนบางทีต้องให้มันช่วยเขียนให้ว่าต้องการอะไรจากสังคมไทย
...และสิ่งหนึ่งที่มันต้องการจากสังคมไทย ก็คือ มันอยากไปดูโรงงานที่สระบุรี
...ไอ้ไปดูงานที่สระบุรีเนี่ย มันก็ไม่อะไรมากหรอก ... แต่มันจะไปดูวันนี้ !!!
ตอนบ่ายเลยเนี่ยแหละ ... พระเจ้า ...
พี่ใหญ่เลยจัดการติดต่อที่โรงงานแก่งคอยให้ เราก็เตรียมชีวิตตอนบ่ายให้พร้อม
พอประชุมเสร็จ พาแขกพร้อม dealer ชาวไทยอีกสองท่านไปกินที่ MK โลตุ๊ส
เพราะนึกไม่ออกแล้วว่าจะรับรองคนจีนด้วยอาหารจีนที่ไหนดี แดกสุกี้นี่แหละ ...
ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ... คงกินไม่ต่างกันเนอะ โฮะๆๆๆ ...
กินกัน5 คน หมดไป 1200 บาท แพงชิบหายเลย เพราะสั่งทั้งติมซำ น้ำปั่น ของหวาน
คุณดัลเบิ้ลหลิวแค่ดมๆลูกชิ้นไป 3-4 ลูกก็อิ่มแล้ว เป็ดย่างจานใหญ่ทั้งจานเลยเสร็จกู
เขียนบิล เบิกบริษัทโลด ฮุๆๆๆๆๆ ...
ก่อนไปสระบุรี ไปส่งคุณ dealer ที่ออฟฟิศ ปล่อยให้เด็กน้อยน่ารักอย่างกู
ต้องอยู่กับแขกชาวจีนผู้มีอุปการะคุณต่อบริษัทกูอย่างยิ่งยวดโดยลำพัง ...
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสนทนาที่จะทำให้กูอึ้งแดกอย่างไร้ตัวช่วยระหว่างทาง
ก็เลยบอกดับเบิ้ลหลิวว่า "it takes around one hour and a half to reach our factory,
you can take a nap on a car" น่าน ... หลับซะมึง หลับซะ ... กูจะได้หลับด้วย ...
ปรากฏว่า ขึ้นรถปั๊บ ... กูหลับปุ๊บเลย ...อย่าคุยกะกูนะ กูจะนอน
มีอะไรเชิญไปถามที่โรงงานได้ นายช่างเค้าเก่งสุดยอดเลยแหละตัวเอง...
ถึงโรงงานปั๊บ พาไปดู lab ท่านดับเบิ้ลหลิวก็เริ่มเรียกร้องอยากดูโน่นดูนี่
อยากดู test result ย้อนหลัง 6 เดือน โอ้ว พระแม่เจ้า ... แต่เอาเหอะ กูจัดให้ๆ...
กว่าจะได้ของมาสนองความประสงค์ เล่นเอานายช่างหนีจะไปเลี้ยงวัวที่ฟาร์มโชคชัยกันเลยทีเดียว
ขากลับ ... ใช่แล้วครับ ... เราก็หลับกันต่อไป ... แต่หลับได้สักพัก
จังหวะที่เราลืมตาอยู่ พี่แกเริ่มถามแล้วครับ ... เชี่ยละ ...โปรแกรมดิกชั่นนารีในหัวเริ่มทำงาน
พี่แกถามมาเป็นกะตั๊กเลยครับ เมื่อไรจะถึงโรงแรมซะทีวะ รถแม่งก้อติดสัดหมา
กว่าจะได้ส่งแขกเรียบร้อย ทำเอากูไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว...
ขอกูอยู่เฉยๆจะได้มั้ย ... ฮือๆ ...
ถึงออฟฟิศตอนทุ่มนึง ขึ้นมาเก็บของ ไอ้วินโทรมาชวนไปกินข้าวใกล้ๆ
เออ ... ไปก็ไป ... ตอนแรกว่าจะไปกินที่ร้านข้าวต้มริมทางรถไฟ แต่มันปิด...
ก็เลยเสนอให้ไปกินร้านการ์ลิค แถวๆคลองประชาชื่น ...
เหตุการณ์ดูจะราบรื่นไปด้วยดี ตอนนั้นใจอยากกลับบ้านใจจะขาด
เพราะทั้งเหนื่อย และมีงานรออยู่ ... แต่ระหว่างที่นั่งรถไอ้วินออกจากซอยแคบๆ
ไอ้รถบรรทุกข้างๆ แม่งเสือกตีโค้งไม่พ้น มาสีข้างรถไอ้วินไปทั้งแถบ ...
ชิบหายเอ๊ย ...
ไอ้ฝั่งเรามันไม่มีอะไรหรอก เพราะก็อยู่กันครบหน้าทั้งไอ้วิน ไอ้ต้น ไอ้คุง ...พวกเยอะ
โทรเรียกประกันมันก็จบ ... แต่ไอ้รถบรรทุกแม่ง ... คือคนขับมันก็ไม่งี่เง่าหรอกนะ
แต่ประกันก็ไม่มี มือถือก็ไม่มีตังค์ (กูต้องโทรให้มัน) ตังค์ติดตัวก็ไม่มี
ในเมื่อไม่มีประกัน ก็ต้องไปโรงพัก ให้ตำรวจจับปรับให้จบๆไป กูจะได้กลับบ้านนอน
แต่มันก็โยเย ไม่ไปโรงพัก เพราะมันไม่มีเงินให้ปรับ ไอ้ห่านเอ๊ย ...
คือ ในเหตุการณ์ เราก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรนะ แต่รู้สึกว่ามันพูดมาก ย้ำคิดย้ำทำ
จนมันน่าหงุดหงิด ... แต่พวกไอ้ต้นไอ้คุงก็ใจเย็นกันจัง เออ ก็ดี ...
กว่าจะสิ้นเรื่องสิ้นราว ออกจากโรงพัก 5 ทุ่ม ถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน ...
ถึงบ้านไม่พูดไม่จา อาบน้ำ ...นอน ... จบ ...
ไปละ นี่อยู่ออฟฟิศคนสุดท้ายแล้ว ... ฮิ้ววววว
ปล. วันนี้คุณดับเบิ้ลหลิวยังมาขอรายละเอียดเพิ่มเติม... ทุ่มเทจริงๆ
เออ ... คุณมา ผมก็จัดให้ ...